บทที่ 5 การก้าวต่อไป พาร์ท 2
หลังจากที่อาเรียและอานิต้ากลับมาที่เมืองพวกเธอทั้งคู่ก็ยังไม่เคยไปทำภารกิจอื่นอีกเลย โดยเฉพาะกับอาเรียมันเป็ภารกิจแรกของเธอและควรจะเป็ภารกิจง่ายๆอย่างไรก็ตามมันกับทำให้เธอเกือบจะสูญเสียชีวิต ความกลัวที่สลักอยู่ในความทรงจำความตายที่เหมือนกับจะพุ่งเข้าหาทุกครั้งที่เธอหลับตา ทำให้ยากที่เธอจะก้าวต่อไป
อาคอนเข้าใจแต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรกับสิ่งนี้มากนักเขามองว่าเื่แบบนี้มันเป็เื่ที่คนแบบพวกเขาจะต้องเจออยู่แล้วในสักวันหนึ่งอาคอนก็ผ่านความพ่ายแพ้ ประสบการณ์เฉียดตายนับครั้งไม่ถ้วนและมันก็หล่อหลอมเขาให้เป็ดังเช่นทุกวันนี้แม้เหมือนจะยากสำหรับเด็กหญิงวัยหกขวบที่จะก้าวต่อไปอย่างไรก็ตามเขามีความเชื่อมันในลูกศิษย์ของเขาว่าเธอจะแข็งแกร่งพอที่จะผ่านไปได้
หลังจากเหตุการณ์ัรุ่นเยาว์ที่ปรากฏตัวอยู่ในบริเวณใกล้เคียงมันทำให้ทางสมาคมต้องเพิ่มระดับความระมัดระวังในบริเวณรอบเมืองและในเมืองมากยิ่งขึ้นมันเป็เื่น่าเหลือเชื่ออย่างมากสำหรับเด็กนักเรียนจากวิทยาลัยนักล่าที่สามารถเอาชนะและเอาชีวิตรอดจากัรุ่นเยาว์ได้และพวกเขาได้แต่คิดว่าโชคดีขนาดไหนที่คนที่เผชิญหน้ากับเหล่าัรุ่นเยาว์คือหนึ่งในลูกศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดไม่เช่นนั้นมันคงจะเป็หายนะและความสูญเสีย
อาคอนสอนเวทอื่นๆให้อาเรียหลังจากนั้นทั้งเวทระดับต่ำระดับสูงและเวทพื้นที่อาเรียไม่ได้ไปเรียนที่วิทยาลัยเลยในเดือนที่ผ่านมา เธอเพียงอาศัยอยู่ในบ้านและฝึกฝนเทคนิคการใช้เวทมนตร์เท่านั้น
เมื่ออาเรียกลับมาถึงเมืองเศียรัในตอนแรกเธอได้ส่งหนังสือที่ mad alchemist ทิ้งไว้ให้อาจารย์ของเธอดูและเธอหวังว่าอาจารย์ของเธอจะปรุงสูตรยาผลาญพลังเวทได้อาคอนศึกษามันเป็เวลานานและในที่สุดเขาก็บอกกับเธอว่าตนสามารถลองสร้างยาผลาญพลังเวทได้เขาและอาเรียไม่ได้ออกจากบ้านเลยเป็เวลากว่าสามอาทิตย์เนื่องจากอาคอนได้วิจัยสิ่งต่างๆเพื่อสร้างยาผลาญพลังเวทย์ในบ้านของตัวเองและก็คอยสอนอาเรียเกี่ยวกับการใช้เวทมนตร์ไปพร้อมๆกันนั่นทำให้มีเวลามากพอที่จะเยียวยาจิตใจที่หวาดกลัวของอาเรียในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตามในที่สุดวันที่เธอต้องกลับมาเผชิญกับโลกกว้างอีกครั้งก็มาถึงอาคอนใช้ส่วนผสมเพื่อทดลองสร้างยาผลาญพลังเวทจนหมดและการสอบไล่ของวิทยาลัยนักล่ากำลังใกล้เข้ามา แม้เธอจะไม่จำเป็ตองเข้าไปนั่งเรียนแต่การสอบไล่นั้นเธอไม่สามารถเลี่ยงได้เพราะเธออาจจะถูกคัดออกจากวิทยาลัยหากเธอไม่ไปสอบหรือสอบไม่ผ่าน และนั่นจะทำให้เธอสูญเสียสิทธิประโยชน์จำนวนมาก
อาคอนออกไปทำภารกิจเพื่อหาวัตถุดิบที่ใช้สร้างยาผลาญิญญาทั้งหมดและได้มอบหมายให้อาเรียหาส่วนผสมบางส่วนด้วยแน่นอนว่าลูน่านั้นก็ไปกับอาคอนเช่นกันทำให้ทั้งอานิต้าและอาเรียนั้นหมดที่พึ่งในตอนนี้
อานิต้าเลือกที่จะทำภารกิจง่ายๆอื่นๆของทางวิทยาลัยเพื่อเรียกความมั่นใจที่สูญเสียไปของเธอกลับคืนมาด้วยมาตรการการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นทำให้เธอกล้าที่จะออกมาข้างนอก เมื่ออาเรียเห็นเช่นนั้นเธอก็เลือกที่จะทำแบบเดียวกัน
เธอไปที่หอภารกิจหวังว่าจะได้รับภารกิจง่ายๆและออกตามหาวัตถุดิบสำหรับยาผลาญพลังเวทไปพร้อมๆกัน และเธอก็ได้พบกับเด็กจำนวนมากที่มาที่หอภารกิจในตอนนี้
เนื่องจากเป็่เวลาใกล้สอบเหล่านนักเรียนในวิทยาลัยนั้นจึงเลือกที่จะหาภารกิจทำเพื่อเพิ่มความมั่นใจและวัดระดับความสามารถปัจจุบันของตัวเองนั่นทำให้มีเด็กนักเรียนเป็จำนวนมากที่หอภารกิจและเนื่องจากการทำภารกิจก็จะได้รางวัลและรางวัลจากภารกิจสามารถทำให้พวกเขาสามารถพัฒนาขึ้นได้นั่นจึงเป็เหมือนการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
มีเวลาอีกเกือบสองเดือนกว่าที่การสอบของวิทยาลัยนักล่าจะเริ่มขึ้นการสอบของวิทยาลัยนักล่านั้นจะเป็การสอบภาคปฏิบัติทั้งหมดโดยจะสอบร่วมกับนักเรียนจากวิทยาลัยสาขาอื่นๆอีกสี่สาขาในเมืองใหญ่แต่ละเมืองคือเมือง หางั ปีกั กรงเล็บัและเกล็ดัการสอบแต่ละครั้งจะมีธีมของการสอบแตกต่างกันไปและจะมีกรรมการคุมสอบที่มีฝีมือคอยดูแลความปลอดภัย
อาเรีย้าหินิญญาไฟเพื่อนำไปเป็ส่วนผสมของยาผลาญพลังเวท เธอจึงเลือกที่จะมองหาภารกิจที่จะให้รางวัลเป็หินิญญาไฟหรือภารกิจที่ต้องเข้าไปในพื้นที่ที่สามารถพบมันได้วัตถุดิบสำหรับยาผลาญพลังเวทย์นั้นส่วนใหญ่เป็วัตถุดิบชั้นกลาง นั่นทำให้เธอไม่มีความรู้กับมันเท่าใดนัก
เธอรู้จักวัตถุดิบชั้นสูงมากมาย และเรียนรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบระดับต่ำก่อนที่เธอจะไปทำภารกิจแรกก่อนหน้านี้อย่างไรก็ตามวัตถุดิบระดับกลางนั้นเป็สิ่งที่ไม่คุ้นเคยสำหรับเธอและด้วยสูตรยาส่วนใหญ่ในหนังสือ“Expert Alchemist” นั้นใช้วัตถุดิบระดับกลางทำให้เธอไม่เข้าใจเมื่อเธออ่านในตอนแรก
เนื่องจากหินิญญาไฟเป็วัตถุดิบระดับกลางจึงมีความเป็ไปได้ว่าเธอจะต้องรับภารกิจระดับสูงอย่างมากในโรงเรียนเพื่อที่จะได้มันมาและเธอยัง้ามันจำนวนมากดังนั้นจึงจะดีกว่าที่จะไปที่แหล่งของหินิญญาแทน
“พี่สาวข้าอยากได้ภารกิจที่ไปทำแถวๆแหล่งหินิญญาไฟ..พอจะหาให้ข้าได้มั้ย??”อาเรียเดินเข้าไปเพื่อสอบถามพนักงานจ่ายภารกิจเธอไม่ได้ขี่อุปกรณ์เวทมนตร์เช่นในอดีตเพราะไม้เท้าเวทอันใหญ่ของเธอแตกไปแล้วจึงไม่มีความจำเป็ที่จะนั่งมันลอยไปลอยมาอีกต่อไปสีหน้าของพนักงานประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัดก่อนที่เธอจะตอบอาเรียว่าภารกิจจำพวกนั้นอยู่สูงเกินกว่าที่ระดับนักเรียนจะทำได้
จังหวะนี้เป็อาเรียเองที่ประหลาดใจเพราะอาจารย์ของเธอมอบภารกิจการหาหินิญญาไฟให้เธอทำดังนั้นมันก็ไม่น่าจะเกินกำลังของเธอมากแต่พนักงานหญิงคนนี้กลับบอกว่าระดับมันสูงเกินไปในตอนนี้เธอจึงไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อ
“อย่างที่คิด คนแบบเธอไปทำภารกิจธรรมดาๆไม่เป็จริงด้วย”เสียงเด็กหญิงคนหนึ่งส่งมาจากด้านข้างของเธอ เป็สาวน้อยแชลเทียร์ที่มองเธอเป็คู่แข่งนั่นเอง
“ถ้าเธอ้าไปฉันสามารถนับเธอรวมเป็หนึ่งในสมาชิกเพื่อไปทำภารกิจแบบนั้นได้”แชลเทียร์กล่าวอีกครั้ง ในปัจจุบันปู่ของเธอและอาคอนนั้นเหมือนจะทำข้อตกลงบางอย่างกันก่อนที่อาคอนจะออกไปทำภารกิจนั้น เขาได้เชิญปู่ของเธอไปที่สมาคมนักล่าเพื่อตกลงบางอย่างนั่นเป็เหตุผลให้แชลเทียร์มาอยู่ที่นี่ในตอนนี้
ทุกคนนั้นรู้ว่าอาเรียและอานิต้าออกไปทำภารกิจอย่างหนึ่งและหลังจากกลับมาทางสมาคมกลับต้องเพิ่มการรักษาความปลอดภัยในเมืองและรอบนอกใกล้เคียงมากยิ่งขึ้นนั่นจึงทำให้หลายคนพอจะเดาได้ว่าพวกเธอไปเผชิญกับเื่ใหญ่มากๆ และน่าจะเจอกับการต่อสู้ที่เสี่ยงตาย
เพราะมันเป็เื่ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจลับนั่นจึงทำให้ข้อมูลของสิ่งที่พวกเธอไปพบมานั้นไม่ได้เป็ที่รู้จักกันในวงกว้างและผู้คนส่วนใหญ่ก็ทำได้เพียงแค่เดาไปต่างๆนาๆอย่างไรก็ตามอาคอนได้บอกกับแชลเทียร์ว่าศิษย์ของตนพบการต่อสู้ถึงชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าวและนั่นทำให้ลูกศิษย์ของเขาพัฒนาไปมาก เธอจะไม่มีทางไล่ตามอาเรียได้ทัน และยิ่งไปกว่านั้นอานิต้าเองในตอนนี้ก็พัฒนาไปไกลยิ่งกว่าก่อนมากและอาจจะสูสีกับเธอในปัจจุบันทำให้เธอไม่สามารถอยู่เฉยนิ่งๆได้
อาคอนยื่นข้อเสนอโดยการให้พวกเธอทั้งคู่จัดทีมเพื่อทำภารกิจของสมาคมนักล่าภารกิจหนึ่งเป็กรณีพิเศษโดยเขาได้เลือกตัวนักล่าของสมาคมหนึ่งคนเพื่อเป็หัวหน้าทีมในครั้งนี้แน่นอนว่าเธอไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลังโดยอาเรียหรืออานิต้าที่เคยอ่อนแอกว่าเธอทำให้เธอเลือกที่จะตกลงรับข้องเสนอดังกล่าวทันที
อย่างไรก็ตาม อาเรียไม่ทราบเื่ดังกล่าวเธอไม่ได้รู้ว่าอาจารย์ของเธอไปแอบจัดการอะไรไว้ และเธอยินดีหากเธอมีโอกาสไปทำภารกิจที่อาจารย์ของเธอมอบหมายไว้เธอเชื่อว่าอาจารย์ของเธอจะไม่ส่งเธอไปทำภารกิจที่เกินกว่าที่เธอจะรับมือ ถ้าเขาประเมินว่าเธอทำได้เธอก็ควรจะทำได้
“ตกลง” อาเรียตอบรับคำชวนของแชลเทียร์
“เอาล่ะ..ถ้างั้นฉันจะแนะนำเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆให้”เธอเดินนำอาเรียไปพบกับเด็กชายอีกสามคน หนึ่งในนั้นคือลูคัส ที่เป็ลูกศิษย์ที่อายุมากสุดของลูน่าและเขาก็ดูเหมือนจะอายุมากสุดในทีมนี้ด้วย
อีกคนเป็เด็กชายผิวเข้มชื่อโทมัสเขาเป็คลาสนักเวทย์สายเสริมพลัง(Enchanter)ที่เชี่ยวชาญการร่ายเวทย์บัฟหรือดีบัฟเล็กๆใส่ศัตรู และสุดท้ายคือคีน เขามีคลาสนักล่าสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าและสวมผ้าคลุมคล้ายนักเวทยาวถึงเข่าพร้อมกับอุปกรณ์คลาสนักล่ามากมายตามตัว
“ยัยหนูเส้นใหญ่นี่คือคนสุดท้ายงั้นเหรอฮะ..ช่างตลกอะไรเช่นนี้” ลูคัสกล่าวแบบเหยียดๆ
“อะไรของนาย มันจะไม่ดีกว่าเหรอที่จะมีคนทรงพลังอีกคนมาร่วมทีมฉันได้ข่าวลือมาว่าเธอกับอานิต้าไปทำภารกิจอันตรายบางอย่างมาด้วยเมื่อเร็วๆนี้แถมยังสามารถเอาตัวรอดได้อีกด้วย..”โทมัสกล่าวหลังจากที่เห็นปฏิกิริยาเย้ยหยันของลูคัส
“ฉันรู้น่าว่ายัยอานิต้านั่นไปทำภารกิจอะไรกับเธอลืมไปแล้วเหรอว่าพวกเรามีอาจารย์คนเดียวกัน เธอแค่ไปทำภารกิจเก็บสมุนไพรง่ายๆ”ลูคัสกล่าวอีกครั้ง
“เพราะนายโง่แบบนี้ไงนายถึงได้สู้ใครเขาไม่ได้เลยแก่แต่ตัวจริงๆ” แชลเทียร์กล่าวเธอสามารถเดาได้ว่าภารกิจเก็บสมุนไพรธรรมดาคงไม่สร้างผลกระทบอะไรกับสมาคมทั้งสมาคมได้และยิ่งไปกว่านั้นเธอรู้ฝีมือของอานิต้าที่มองเธอเป็คู่แข่งดีถ้ามันแค่ภารกิจเก็บสมุนไพรง่ายๆอานิต้าที่ไปด้วยก็คงจะช่วยเธอได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร
“อย่าคิดว่าเพราะเธอเก่งกว่าฉันนิดหน่อยแล้วเธอจะพูดอะไรก็ได้นะ”
“ฉันคงไม่มีสิทธิ์พูดมากถ้าฉันเก่งกว่านายแค่นิดหน่อยถ้านายไม่พอใจวิธีของฉันนายสามารถออกจากทีมหรือไม่ยกอาวุธนายขึ้นมาหาฉันได้เลยนั่นเป็อย่างเดียวที่พวกโง่แบบนายทำได้อยู่แล้วนี่”
หลังจากที่แชลเทียร์กล่าวเช่นนั้นก็ไม่มีใครพูดอีกแม้ว่าลูคัสจะดูเหมือนไม่พอใจแต่เขาก็ทำได้เพียงกัดฟันยอมรับเพราะเขาเอาชนะแชลเทียร์ไม่ได้และเขาอยากจะลองทำภารกิจของสมาคมก่อนที่ตัวเองจะกลายเป็นักล่าในอนาคตอันใกล้
“คนโง่ตัวโตคนนั้นใครเหรอ??”อาเรียเอ่ยปากถามแชลเทียร์ในตอนนี้มีเสียงหายใจหนักๆคล้ายกับการหัวเราะเบาๆดังออกมาจากคีนและสีหน้าของลูคัสเองก็ไม่พอใจอย่างชัดเจน
“ลูคัส เป็ลูกศิษย์ของท่านลูน่าเหมือนกับอานิต้านั่นแหละ” แชลเทียร์ตอบเธอด้วยรอยยิ้ม “เขาอ่อนแอกว่าอานิต้ามากฉันคงแปลกใจมากถ้าเธอจำคนโง่แบบเขาได้แม้ว่าบ้านเขากับเธอจะอยู่ข้างๆกันในปัจจุบันก็ตาม” แชลเทียร์กล่าวต่อเธอจำได้ว่าตอนแรกนั้นอาเรียก็จำเธอไม่ได้เช่นกันดังนั้นมันคงจะแปลกหากอาเรียสามารถจำคนที่อ่อนแอกว่าตัวเธอเองอย่างมากได้
คามจริงก็คือนอกจากอานิต้านั้นลูกศิษย์คนอื่นของลูน่านั้นไม่ได้เข้าใกล้อาเรียมากนักดังนั้นเธอจึงจำลูคัสไม่ได้เพราะเธอแทบจะไม่เคยเห็นลูคัสเลยและเธอสามารถรับรู้ถึงความอันตรายของสิ่งต่างๆหรือผู้คนจากสัญชาตญาณของเธอเนื่องจากมรดกที่ได้จากmad alchemist ทำให้เธอไม่ได้กังวลหรือกลัวลูคัสแต่คนที่เธอระวังกลับเป็เด็กหนุ่มลึกลับที่ชื่อคีนแทน
เธอสามารถบอกได้คร่าวๆว่าหากนับความอันตราย เด็กหนุ่มคนนี้ควรจะถูกจัดเป็อันดับแรกในกลุ่มของเธอเขาลึกลับและดูเหมือนจะฉลาดมากพอ พูดน้อยทำให้เปิดเผยข้อมูลน้อยไปด้วย
เธอเลือกที่จะตรวจสอบเพื่อนร่วมทีมของเธอเป็อันดับแรกเธอรู้ว่าการเตรียมความพร้อมและความระมัดระวังสำคัญขนาดไหนหลังจากที่เกิดเื่กับเธอในภารกิจแรกนั่นทำให้เธอได้ข้อมูลคร่าวๆของแต่ละคนและมันจะช่วยให้ตัดสินใจได้ถูกต้องหากเกิดเหตุการณ์สำคัญ
“ภารกิจดังกล่าวจะเริ่มอาทิตย์หน้าในตอนนี้ทุกคนสามารถกลับไปเตรียมความพร้อมได้ก่อน”แชลเทียร์บอกทุกคน
“แล้วใครคือหัวหน้าทีมขงพวกเราล่ะ” โทมัสถาม
“ฉันไม่รู้ ทางสมาคมนักล่าจะจัดการเื่นี้ให้พวกเราเอง”
เมื่อเสร็จสิ้นคำถามทั้งหมด ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้านในตอนนี้รอยยิ้มชัวร้ายประดับอยู่บนหน้าของลูคัสก่อนที่เขาจะรีบกลับไปที่บ้าน
อาเรียเลือกที่จะไปซื้อของและหาคทาเวทอันใหม่ของเธอก่อนที่จะกลับบ้านเธอเลือกคทาเวทไม้รูปร่างแปลกตาเช่นเคยและเลือกซื้อไอเท็มเวทมนตร์อื่นๆอีกเล็กน้อยจากนั้นจึงเดินทางกับ
เนื่องจากระยะทางจากวิทยาลัยไปบ้านของอาคอนนั้นค่อนข้างไกลดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะนั่งอุปกรณ์เวทมนตร์เช่นเคยบวกกับคทาเวทอันใหม่ที่เธอพึ่งจะติดอุปกรณ์เสริมที่ช่วยในการใช้เวท ทำให้เธอในปัจจุบันดูไม่ต่างจากอดีต หากมีคนอื่นมองมาที่เธอ พวกเขาก็จะเห็นเด็กหญิงที่นั่งอุปกรณ์เวทลอยไปมาและมีคทาเวทอันใหญ่อยู่ที่หลังซึ่งเป็ภาพลักษณ์เดิมของเธอที่ผู้คนจดจำได้
ด้วยความที่บ้านของอาคอนอยู่ทางทิศตะวันออกซึ่งเป็เขตชานเมืองและมีผู้คนอยู่น้อยนั่นทำให้ปัจจุบันตลอดทางกลับบ้านอาเรียแทบจะเดินทางคนเดียว
สองข้างทางนั้นมีต้นไม้ขึ้นหนาบ้างเป็่ๆและในตอนนี้เองเงาหนึ่งพุ่งออกมาจากต้นไม้ทางขวาของอาเรียละโจมตีใส่เธอเป็ลูคัสนั่นเอง เขาไม่พอใจที่เธอบอกว่าเขาเป็คนโง่ตัวโตนั่นทำให้เขาเลือกที่สั่งสอนเธอสักเล็กน้อยเขาใช้แค่กำปั้นในการโจมตีเพื่อไม่ให้เธอาเ็มากเพราะเขาไม่สามารถรับผลที่ตามมาอื่นๆได้หากเขารุนแรงเกินไป
อาเรียนั้นระมัดระวังเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมรอบตัวเธอเป็อย่างมากหลังจากที่เธอมีประสบการณ์เฉียดตายจากภารกิจแรกนั่นทำให้เธอเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีนี้อยู่แล้ว เธอร่าย อาร์เคนชิลด์ซึ่งเป็โล่โปร่งใสรอบตัวเธอมาั้แ่ต้นและเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีโต้กลับทันที
เมื่อกำปั้นของลูคัสเข้าใกล้เธอ มันก็ถูกหยุดโดยโล่โปร่งแสงจากนั้นเธอร่ายเวทสายฟ้าขั้นสูงอย่างรวดเร็วและโจมตีโต้กลับทันที
เวทสายฟ้านั้นเป็เวทย์ธาตุซึ่งซับซ้อนกว่าธาตุเบื้องต้นอย่างดินน้ำ ลม หรือไฟ มันมีทั้งพลังโจมตีที่รุนแรงและสามารถหยุดศัตรูเป็ระยะเวลาสั้นๆได้ด้วยดังนั้นหลังจากใช้เวทดังกล่าวนอกจากลูคัสจะได้รับความเ็ปจากสายฟ้าเขาเองก็ถูกหยุดอยู่กับที่และอาเรียก็ร่ายเวทไฟอัดใส่เขาซ้ำ
*อ๊ากกกกกกก*
เสียงกรีดร้องของเขาดังก้องไปทั่วแต่มันเป็ผลจากการเลือกสถานที่สำหรับซุ่มโจมตีของลูคัสเองทำให้ไม่มีผู้คนผ่านมาเท่าใดนักอาจจะมีนักล่าบางคนที่ได้ยินเสียงการต่อสู้จากการเพิ่มการป้องกันด้านความปลอดภัยของสมาคมแต่พวกเขาเ่าั้ก็เลือกที่จะไม่เข้ามายุ่งเพราะมันไม่มีอะไรไปมากกว่าเด็กทะเลาะกันและเลือกที่จะรับชมอยู่ห่างๆเพื่อประเมินว่าอาเรียนั้นแข็งแกร่งเหมือนข่าวลือหรือไม่
หลังจากเปลวเพลิงจากเวทมนตร์ดับลงไปและควันเริ่มจากหายภาพของลูคัสที่มีแผลถูกไฟเผาไปบางส่วนก็ปรากฏออกมาลูคัสมองไปที่อาเรียด้วยความกลัวและความแค้น อย่างไรก็ตามลูกไฟอีกลูกรออยู่ในคทาเวทของเธอเรียบร้อยแล้ว
เธอปล่อยลูกไฟอีกลูกใส่ลูคัสทำให้เสียงร้องดังขึ้นอีกครั้งและเธอก็ร่ายเวทสายฟ้าเพื่อรอที่จะโจมตีอีกครั้งผู้ชมที่สังเกตจากระยะไกลทำได้เพียงส่ายหัวเมื่อเห็น
“เธอเหมาะที่จะเป็ศิษย์ของชายคนนั้นจริงๆ”ผู้สังเกตการณ์คนหนึ่งกล่าวออกมา