ตอนที่สี่ Call aid เรียกคนมาช่วย
ผมรีบดึงสติตนเองขึ้นมา เพื่อพยายามไม่ใช้สามัญสำนึกของคนโลกปัจจุบันมอง
ในโลกนี้ท่าทางจะมีความคิดสมัยก่อน แนวความคิด”สัญญาที่ไม่เป็ธรรม” ทางเทคนิคมันมีเคสที่โบสถ์ยื่นมือเข้ามาในเื่”สัญญาไม่เป็ธรรม”ในบางเคส
แต่เพราะเป็ข้อยกเว้นพิเศษไม่ใช่หลักทั่วไป คนในโลกนี้มองว่าคนที่ถูกหลอกนั้นผิดตามแิ “ผู้ซื้อต้องระวัง”
การใส่น้ำหอมยาปลุกสวาท ยาเสน่ห์ แม้จะดูแย่ตามคนสมัยใหม่ แต่ในสายตาคนสมัยนี้ก็ไมต่างอะไรกับการพยายามเลี้ยงเหล้าแเื่ให้จ่ายเงินหนักๆหรือได้ประโยชน์จากสัญยาตอนที่ฝ่ายตรงข้ามเมานั่นเอง
แม่ของโวลเดอมอร์ หากมาอยู่ในโลกนี้คงได้เป็คุณนายอยู่อย่างเฉิดฉายฐานะดีไปแล้ว
หมายความว่า เราสามารถหุงข้าวสารเป็ข้าสุกตามภาษิตหนังจีนได้ด้วยการใช้ยาเสน่ห์นั่นเอง
โลกใบนี้นี่ก็นะ น่ากลัวจริงๆ
ผมดูบนหนังสือและคำนวณเวลา ประมาณสามปีก่อนเกมส์จะเริ่มหรือนี่?
อืมเวลามันครึ่งๆกลางๆไงชอบกล
ปรกติคนเราต้องได้มาเกิดในวัยเด็กและโวยวายไม่ใช่เรอะ?
แต่สารภาพตามตรง ทักษะของดยุกหมูอ้วนผมไม่คิดว่าผมจะขยันได้ขนาดนี้ล่ะนะ เหมือนกับว่ากลับชาติมาเกิด แล้วเราจะขยันมีความรู้ได้มากกว่าเฮอร์ไมโอนี่ที่อ่านหนังสือและฝึกซ้อมตลอดเวลา
หรือมีความสามารถในการผสมพันธุ์ แมนติคอร์กับปูไฟได้ หากกลับชาติมาเกิดเป็แฮกริด
มันต้องอาศัยชีวิตที่บ้าคลั่งในการมีชีวิตอยู่เพื่อสิ่งนั้นจริงๆจึงจะมีทักษะนั้นเหนือคนอื่นได้
หมายความว่าเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด เราอาจจะเก็บเลเวลให้ดยุกหมูอ้วนในพ่อค้า merchant หรือ พ่อครัว cook สินะ?
อืม..เดี๋ยวต้องลองเทียบความรู้ที่เราได้จากเกมส์กับความรู้ของคนทั่วไปในโลกนี้ก่อน
มันมีสิ่งที่เรียกว่า”ความแตกต่างระหว่างเกมส์กับความเป็จริง”
Call aid สกิลแสงวาบเข้ามาในตัวของผมรู้ถึงสิ่งที่ผมต้องำทำโดยสัญชาตญาณ
สกิล Call aid เรียกคนมาช่วยนั้นส่งผลให้ร่างกายของผมราวกับรู้ว่าต้องทำอะไรและขยับไปเอง
“เ้าพวกขี้ข้า มาเดี๋ยวนี้ มาเดี๋ยวนี้ มาเร็วๆ มาเร็วๆ บุฮิ๊ บุฮิ๊ บุฮิ๊”
ผมใช้มือเคาะโต๊ะอย่างควบคุมตนเองไม่ได้เมื่อเลือกใช้สกิล สกิลมีพลังมากกว่าผม
หรือเพราะเ้าดยุกหมูอ้วนทำพฤติกรรมอย่างนี้ตลอดจนกร่างกายไม่สามารถทำอย่างอื่นเมื่อใช้สกิลได้
“เร็วๆ มาเร็วๆ”
ร่างกายที่มีไขมันหนาเตอะสั่นกระเพื่อมในการเคาะโต๊ะ เคาะกระดิ่งไปมา
แสงสีขาวที่วาบออกมาของเวทมนตร์ สอดคล้องกับตัวเลขที่ลดลงของค่าพลังเวทย์ของผมและรู้สึกเหมือนออกแรงไปเล็กน้อย
พลังเวทย์ที่แสดงอยู่แปรผันตามเรี่ยวแรงที่มีอยู่จริงๆ
การใช้ในโลกจริงไม่เหมือนการออกคำสั่งอย่างเรียบง่าย แต่เหมือนกับการเล่นเกมส์แบบสามมิติสมจริงที่จอยและหน้าจอรอบข้างสั่นและเคลื่อนไหวจริงๆ
และโลกความเป็จริงมันไม่มีบทสรุปของเหตุการณ์ที่เรา้า
เซบาสเตียนบ่าวชรา โผล่มาด้านหลังของผมด้วยความรวดเร็ว
“มีอะไรให้รับใช้หรือขอรับนายท่าน”
ใบหน้าชราแต่ดูสง่างาม ผมจำได้คุ้นๆว่าภาคนิยายบอกว่า เซบาสเตียนนั้นเป็นักดาบที่มีฝีมืออันดับต้นๆของเื่เลยทีเดียว แต่เลือกที่จะรับใช้ตระกูลเพนดราก้อนเพราะสัญญาที่เคยให้ไว้ในวัยหนุ่ม
จนผมค่อนข้างคาใจว่า นั่นมันเป็พล็อตเื่ที่ทำให้ตัวละครอย่างดยุกหมูอ้วนมันรอดชีวิตไปได้โดยไม่มีใครลอบสังหารหรือเปล่านี่?
พวกตัวร้ายมักจะมีแนวนักดาบอันดับหนึ่งในแผ่นดินคอยรับใช้ทำนองนั้น
“ หากมีนักฆ่าเข้ามาจริงๆ ข้าคงถูกสังหารไปไม่ต่ำกว่าสามครั้งแล้ว พวกเ้านี่ใช้ไม่ได้เลย”
บรรดา”คนสวน”และ”คนรับใช้” ที่มีหน้าที่คอยป้องกันดยุกอูลริคโดยเฉพาะที่ปรากฎกายขึ้นแบบเดียวกับเงาตามหลังเซบาสเตียนมาแค่ไม่กี่เสี้ยววินาทีก็คุกเข่าอยู่คอยรับคำสั่งต่อไป
ข้อเท็จจริงคือ ดยุกหมูอ้วน ทุ่มงบเต็มที่ในการสร้างมาตรการรักษาความปลอดภัยให้ตนเองอยู่แล้ว ห้องข้างๆก็มีแพทย์ที่คอยตรวจอาการของเขาตลอดเวลาในคฤหาสน์
การเป็ดยุกไม่สามารถออกไปนอกบริเวณโดยคนไม่รู้ได้แบบพระเอกอิเซไคหรอกนะ
หากวันนี้พรุ่งนี้เขาไปสมัครเป็นนักผจญภัยเพื่อเก็บเลเวลและสกิลต่างๆ ตราบนั้นคนทั่วไปก็ต้องได้ข่าวเื่ราวของเขาแน่นอน
ไม่สามารถไปไหนได้โดยคนทั่วไปไม่รู้แบบบารอนบ้านนอกชายแดน ที่มีอิสระในการตัดสินใจ
“์อยู่สูง ฮ่องเต้อยู่แสนไกล” คือข้อได้เปรียบของพระเอกอิเซไคที่อยู่รอบนอกชายแดน
ดินแดนของเขาเพนดราก้อนและปราสาทเงินสุกสกาว คือดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด ร่ำรวยที่สุด ประชากรมากที่สุด ทหารม้าอัศวินจำนวนมากที่สุด
หากเขาทำอะไรแปลกๆที่กระทบต่อโครงสร้างของการปกครองหรือดินแดนล่ะก็ ทุกคนต้องรับรู้ได้ ต่อให้ไม่ส่งสปายสายลับเข้มาสืบข่าวในเขตแดนของผมก็ตาม
หมายความว่าผมต้องทำตัวแบบดยุกหมูอ้วนที่โลภโมโทสัน เพื่อไม่สะกิดความสงสัยของทุกคน
“ขออภัย นายท่าน พวกข้าจะเฝ้าฝึกให้เพิ่มกำลังมากขึ้นกว่านี้”
“ดีมาก อย่าให้ข้าตายไปเสียก่อน หากพวกนักฆ่าเข้ามา หรือหากข้ายังมีชีวิตอยู่ หากนักฆ่าจับข้าเป็ตัวประกันพวกเ้าจะทำอย่างไร?”
“ผู้น้อยทราบความผิดแล้ว”
เซบาสเตียนบ่าวชรากล่าวอย่างนอบน้อม
ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะมีประวัติเื้ัคือนักดาบอันดับหนึ่งในสมัยก่อน
เกมส์นี้ชอบสร้างทักษะแปลกๆให้กับตัวละครหลายตัว เหมือนพยายามจะให้ดยุกอ้วนงี่เง่านั้นรอดชีวิตไปได้ด้วยทรัพยากรรอบข้างทั้งที่ทำตัวงี่เง่าอย่างนั้นล่ะ
“ไปฝึกซ้อมให้ดีมากกว่านี้พวกเ้าทั้งหลาย ขาดเหลืออะไรสามารถเบิกเพิ่มเติมได้ไม่จำกัด จำเอาไว้ ไม่มีทรัพย์สินอะไรหรือบุคลากรอะไรที่พวกเ้าจะซื้อมันจะราคามากไปกว่าชีวิตของข้า”
“ขอรับ”
บรรดา “คนสวน” และ”คนรับใช้”รับคำสั่งผมทำสัญญาณมือให้พวกนั้นออกไปและผมจะคุยกับเซบาสเตียน
“เซบาสเตียนเ้าว่าคฤหาสน์ของเรายังขาดอะไรไปอีกในด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย?”
บ่าวชราครุ่นคิดสักพัก
“มาตรการของพวกเราไม่ขาดอะไรข้าคิดว่า ต่อให้กองทัพบุกเข้ามานับหมื่นคน พวกข้าทั้งหมดก็รับประกันด้วยชีวิตว่าสามารถพาท่านอูลริคหนีออกไปได้ขอรับ”
บ่าวชราตอบกลับอย่างนอบน้อม
“หากข้าบอกว่าให้มีงบประมาณเพิ่มขึ้นและให้เ้าคิดวิธีที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมในการปกป้องข้าขึ้นมาล่ะ?”
ผมถามบ่าวชรา
ผมพยายามจะมอบงานให้กับผู้เชี่ยวชาญมากกว่าเผลอไปดัดแปลงอะไรแล้วจะทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยแย่ลง
“ข้าคิดว่า อาจจะเพิ่มมาตรการธนูลับบางส่วนได้ขอรับแต่งบประมาณอาจจะสิ้นเปลืองเกินกว่าความจำเป็..”
“ไม่ต้องแล้ว เบิกงบประมาณเพิ่มเท่าที่เ้า้า เ้าสามารถบอกความคิดของเ้าได้เต็มที่ว่า้าเพิ่มการป้องกันอะไรมากขึ้นมาอีก จำเอาไว้ ไม่มีอะไรที่มีค่ามากกว่าชีวิตของข้า บุ๊ฮิ๊ บุฮิ๊”
ท่าทางไม่ใช่แค่หัวเราะ เวลาพูดตื่นเต้นหรือเร็วมากขึ้นก็จะร้องบุฮิ๊เหมือนกันแฮะ
“รับทราบขอรับท่านอูลริค” บ่าวชราโค้งหลังและรับคำสั่งไปทำ
ตัวเซบาสเตียนเองนั้นเขาเคยชินกับคำสั่งที่เว่อๆของดยุกอูลริคมามากมายแล้วแต่วันนี้รู้สึกแปลกไปที่ท่านดยุกนั้นไม่เรียกสาวๆเข้ามากล่อมตอนหลับแต่เพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีที่สุดในอาณาจักรไม่สิทวีปนี้อยู่แล้วแทน
เช้ง
แมลงวันตัวหนึ่งบินมาทางเซบาสเตียนแต่โดนตัดปีกออกไปและร่วงหล่นในพริบตา
ไม่มีแม้แต่เสียงของการใช้สกิลหรือว่าเวทมนตร์ มีแต่ผู้เชี่ยวชาญขั้นสุดยอดเท่านั้น จึงสามารถบรรลุในด้านการควบคุมเวทมนตร์และสกิลถึงขั้นนี้ได้
ท่านอูลริคก็คิดมากเกินไป ตราบใดที่ข้ารับใช้อย่างข้ายังอยู่ ใครจะสามารถทำร้ายท่านได้?