สองพี่น้องนั่งดื่มเบียร์กันหน้าห้อง สักพักพี่ชายขอตัวกลับก่อน มีนัดทานอาหารค่ำกับลูกค้า “ไว้เจอกันใหม่ น้องรักวันนี้พี่ดีใจ อิ่มมากๆกับของว่างที่นิทตี้ให้พี่ชิมก่อนคุณนายซาธนา“ วินนี่สวมกอดร่างของพี่ชายแน่น “ฝากกอดแม่ด้วยครับ ฝากขอบคุณพี่ใหญ่เรื่องเงินช่วยเหลือ ผมจะเก็บเงินพวกนั้นไว้ก่อนครับ”
วินนี่กลับเข้าบ้าน เขานึกขึ้นได้ รีบถอดรองเท้าแตะไว้ด้านนอกเพราะเปื้อนเศษดินโคลนจากสนามหญ้ากวาดสายตามองหาคู่หมั้น “ นิทตี้ คุณที่อยู่ไหน “ นิทตี้หน้านิ่วคิ้วขมวดรวบรวมเอกสารบนโต๊ะทำงานของเขา “ กำลังเตรียมงานสอนสำหรับพรุ่งนี้ค่ะเสร็จพอดี อาจารย์ใหญ่ขอร้องให้ฉันสอนวิชาคณิตศาสตร์ชั้นมัธยมปลายเพิ่ม แต่เขาไม่เพิ่มเงินเดือนให้ฉันก็เลยไม่รับค่ะ“ วินนี่ตกใจเมื่อได้ยินคำพูดของเธอ เขาเกือบจะปล่อยเสียงหัวเราะแต่อดกลั้นไว้ทัน “ ทำไมคุณคิดแบบนั้น“ ดวงตากลมคู่โตๆเหมือนครุ่นคิดอะไรสักอย่าง “ นี่คุณ ฉันไม่ได้ร่ำเรียนจากเงินบริจาคหรือใช้ทุนนะคะ แม่ของฉันลงทุนไปเยอะเราต้องเอาต้นทุนกลับมาก่อนค่ะ”
เสียงฟ้าผ่าอย่างแรง ร่างของนิทตี้โผซุกเข้าในอ้อมกอดของวินนี่ทันที ร่างงามเริ่มสั่นเมื่อเสียงฟ้าร้องดังตามเป็นระลอกอีกครั้งนักบินหนุ่มกอดร่างเธอในอ้อมแขนแน่น ปลายนิ้วมือเงยหน้าเธอขึ้น จูบบนริมฝีปากมือ เขาดึงปากกาที่เสียบมวยผมเธอออก “ผมอยากไปเที่ยวพักสมองสักหน่อย คุณมีหยุดวันไหน หรือ ลาได้ไหม“ นิทตี้กอดร่างเขาแน่น เสียงฟ้าร้องดังตามมาเรื่อยๆไม่มีท่าทีจะหยุดง่ายๆ “ เราต้องทำพิธีขึ้นบ้านใหม่ก่อนค่ะ“ วินนี่ ก้มลงมองดวงหน้างามในอ้อมแขน “ พิธีขึ้นบ้านใหม่คืออะไร... มีด้วยเหรอ ผมไม่เคยได้ยิน“ นิทตี้ยื่นจดหมายของแม่ซาธนาเขียนวิธีการเตรียมงานพิธีบูชาขึ้นบ้านใหม่จัดหาของใช้ไว้ในพิธีให้ถูกต้อง ว่าที่ลูกสะใภ้ยิ้มแป้นคุณแม่ของเขาช่วยเธอมากกว่าที่เธอคิด วินนี่ตัดพ้อ “พวกคุณครูสองรุ่น คุยกันทางจดหมายโดยไม่ผ่านผมแล้วใช่ไหม“ วินนี่อ่านลายมือแม่ลายมือที่เขียนอย่างสวยงาม ซาธนาสอนให้ลูกๆทุกคนเขียนหนังสือสวยมาตั้งแต่เด็กๆ“วันที่ 19 เป็นวันดี ก่อนเข้าพักหนูต้องเตรียมของตามนี้นะจ๊ะ” วินนี่ส่งจดหมายคืนให้เธอ ผลักร่างของให้เอนลงตัวนอนลงบนเตียงเขานอนข้างๆเธอ “กอดผมหน่อย“ วินนี่ซบหน้าลงบนทรวงอกของเธอ“ไม่สบายใจเรื่องอะไรค่ะ“ นักบินหนุ่มหลับตานอนนิ่งๆไม่ยอมพูดจาต่อ นิทตี้ลูบกลุ่มผมหนาของเขา ในใจเธอมีคำถามเรื่องภาวนา ต้องการรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาพูดแบบนั้นกับเพื่อนสาวของเธอที่ใต้ตึกA.
รถเก๋งของผู้กองขับเข้ามาจอดที่ลานจอดรถ เดฟก้าวลงจากรถเดินตรงมาหยุดข้างๆภาวนาเธอนั่งเหม่อลอยกำลังนั่งทบทวนคำพูดของวินนี่ไปมา ไม่ได้ลุกไปจากที่ตรงนั้น เธอไม่รู้ตัวว่าเดฟยืนข้างๆเธอ “ ภาวนา !!! “ เธอสะดุ้ง ลุกขึ้นยืน “คุณมาเมื่อไหร่คะ“ ภาวนาเงยหน้าขึ้นมองที่ใบหน้าที่เหน็ดเหนื่อของผู้กองเดฟแววตาห่วงใยของเขาทำให้ภาวนาจ้องดวงตาทั้งคู่นั้นอยู่นาน ในใจของภาวนารู้สึกโหวงๆ จู่ๆเดฟโน้มตัวเข้ามาจะกอดเธอแต่เขารับลูกบอลที่ถูกตีตรงเข้ามากลางหลังของเธอ “ไม่ระวังกันเลย พวกเด็กบ้าพวกนี้ เราไปกันเถอะครับ คุณนั่งตรงนี้โดนละอองน้ำฝนเดี๋ยวจะไม่สบาย “ เดฟโยนลูกบอลกลับไปให้พวกวัยรุ่น เสียงตะโกนถามดังลั่น “ ทำไมเล่นกลางฝนกลับบ้านได้แล้ว “ เขาสั่งให้ทุกคนเลิกเล่นทันที หันหลังเดินนำหน้าภาวนาเข้าทางเดินไปบริเวณหน้าลิฟต์ของตึกA ภาวนาวิ่งตามเขาเข้าไปใกล้ๆ เธอยื่นมือเรียวงามสอดปลายนิ้วเข้าในมือของผู้กองเดฟ ฝ่ามือหนานุ่มบีบมือเธอเบาๆพร้อมหันมายิ้มให้เธอ ทั้งคู่เดินเข้าลิฟต์ด้วยกัน