หลังจากที่เซียงหลินััได้ถึงความน่าอัศจรรย์ของมัน ชายหนุ่มก็ได้ทดลองนำสิ่งของเข้าออกอยู่หลายสิบครั้ง ปรากฏว่าชุดมิติไหม์นั่นมีพื้นที่ภายในอยู่พอประมาณ คาดการได้ว่ามีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ10-20เมตร มันมากพอที่จะใส่สิ่งต่างๆเข้าไปได้อย่างสบายๆ
"ยอดเยี่ยม ดูเหมือนว่าภายในช่องว่างของมิติ ่เวลาทั้งหมดก็เสมือนกับหยุดนิ่ง"
"เท่ากับว่าฉันสามารถใส่เนื้อสดต่างๆหรืออาหารเข้าไปได้ทั้งหมด ไม่ต้องกลัวมันเสียเลยซักนิด"
"ครั้งต่อไปที่ฉันเดินทางออกนอกเมือง"
"ฉันคงไม่ต้องกินช็อกโกแลตอีกแล้วละ"
ชายหนุ่มตอนนี้อารมณ์ดีมากกว่าครั้งไหนๆ
ถึงกับนอนฮัมเพลงหลับสบายไปอย่างมีความสุขเลยทีเดียว
เช้าวันต่อมาตัวของเซียงหลินก็ออกเดินทางเหมือนเช่นเดิม ทว่าในรอบนี้เขาไม่ได้ลัดเลาะไปตามต้นไม้หรือป่าเขาอีกต่อไป
เขาได้เดินไปยังทิศทางของถนนเส้นทางที่ถูกสร้างขึ้น ถนนพวกนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเชื่อมต่อระหว่างเมืองต่างๆของโลกมนุษย์ รอบด้านเต็มไปด้วยป่าเขาและมีภูติผีิญญาอยู่มากมาย
ถึงมันจะอันตรายสำหรับสาธารณชนก็ตาม แต่พวกเขาก็จำเป็ต้องสัญจรผ่านเส้นทางพวกนี้
สามารถใช้รถพลังิญญาในการเดินทางด้วยความเร็วได้ หลีกเลี่ยงปัญหารวมถึงสิ่งต่างๆได้อย่างสะดวกสบาย
"เอ่อ.. ถ้าเดินตามถนนเส้นนี้ไปเรื่อยๆ"
"ฉันจะไปโผล่ที่เมืองแห่งพยัคฆ์ใช่ไหม?"
เซียงหลินหยุดลงอยู่แวบนึง ั์ตาเองก็จ้องมองไปยังปลายทางของถนนที่ทอดยาวไร้ที่สิ้นสุด
ต้องบอกก่อนว่าเมื่อโลกใต้พิภพได้เชื่อมต่อเข้ากับโลกมนุษย์ อาณาเขตบ้านเรือนของมนุษย์ก็ได้แปรเปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง
มากกว่า60%ของโลกนอกจากผืนน้ำมหาสมุทร โลกใต้พิภพได้ถูกปกครองโดยภูติผีิญญาร้าย พวกมันบางตนที่มีสติปัญญาอันชาญฉลาดได้แบ่งแยกอาณาเขตต่างๆออกเป็หลายแห่ง
มนุษย์เองก็เช่นเดียวกัน พวกเขาได้สร้างเมืองหลายสิบแห่งขึ้นในโลกใบนี้
เมืองขนาดใหญ่ที่เป็เสาหลักได้แต่เมืองัแห่งทิศตะวันออก เมืองพยัคฆ์แห่งทิศตะวันตก เมืองเต่าดำแห่งทิศเหนือ เมืองฟินิกซ์แห่งทิศใต้ เมืองทั้งสี่แห่งตั้งอยู่คนละทิศคนละทาง รายล้อมเมืองสำคัญที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดของมนุษย์ชาติ
เมืองิญญา เมืองขนาดใหญ่ที่เป็ศูนย์รวมของผู้ฝึกฝนิญญาอันแกร่งกล้าในโลก
พวกเขาคือเสาหลักที่คอยปกป้องเผ่าพันธุ์มนุษย์ในยุคสมัยแห่งนี้อย่างแท้จริง
ทว่านอกเหนือจากเมืองหลักทั้งห้าแล้ว
มันก็มีเมืองอีกหลายสิบแห่งที่ถูกสร้างขึ้น ถึงจะไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับบรรดาหัวเมืองต่างๆ
แต่อาณาเขตพวกนี้เองก็ถือเป็แนวหน้าในการปกป้องการรุกราน พวกเขาอยู่ใกล้กับโลกใต้พิภพมากที่สุดเลยก็ว่าได้
ทุกเมืองที่ว่ามานั่นเกิดการต่อสู้กับพวกปีศาจอยู่บ่อยครั้ง ิญญาร้ายมากมายเองก็บุกโจมตีพวกเขาอย่างต่อเนื่อง ใครที่อยากฝึกฝนวิชารวมถึงมองหาประสบการณ์ที่เดือดพล่าน แน่นอนว่าต้องไปตามเมืองหน้าด่านของโลกมนุษย์
"ชั่งเถอะ ฉันยังไม่คิดที่จะไปยังเมืองอื่นๆ"
"เมืองัเองก็เพรียบพร้อมพอแล้วละ"
หลังจากที่คิดอย่างครบถ้วนแล้ว เซียงหลินก็หันหลังและมุ่งตรงกลับไปยังทิศทางเดิม
"หือ.. มีอะไรกำลังมา?"
ทว่าในเวลานั่นบนถนนที่ว่างเปล่า รถจิ๊บิญญาคันนึงก็ได้กำลังมุ่งตรงเข้ามา
มันเดินทางมาจากทิศของเมืองั ด้านข้างของรถิญญาเองก็มีสัญลักษณ์ถูกสลักเอาไว้อยู่ เป็รูปของัที่กำลังคดเคี้ยวบนหอคอยที่สูงหลา
มันคือสัญลักษณ์ของสถาบันิญญาั หนึ่งในสถาบันการฝึกฝนที่ดีที่สุดในเมืองันั่นเอง
"ผู้ฝึกฝนิญญา?!!"
ขณะนั้นภายในรถิญญาบริเวณที่นั่งด้านหน้า เมื่อคนขับได้เห็นถึงมนุษย์ที่ยืนอยู่บนเส้นทาง เขาก็ขมวดคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ
"ท่านคริสเตียน นั่นเด็กที่ไหนกัน?"
"บริเวณแห่งนี้มันไม่น่าจะมีใครอยู่นะ"
คนขับรถหันไปเอ่ยถามกับชายวัยกลางคนที่อยู่ด้านข้าง ซึ่งคนดังกล่าวที่กำลังหลับอยู่ก็ลืมตาตื่นขึ้น
ม่านตาสีดำเริ่มส่องสว่างประกายไปด้วยละอองิญญา เขาได้ใช้ทักษะิญญาของตนเองในการตรวจสอบสิ่งมีชีวิตที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้า
สามารถระบุแยกแยะได้ในทันที
"หือ? ผู้ฝึกฝนิญญาแถมยังอายุน้อย"
"นี่เ้าจอดรถไปยังบริเวณเขาหน่อยซิ"
ไม่นานรถิญญาคันนี้ก็ได้มาหยุดอยู่ไม่ไกลจากชายหนุ่มนัก ชายวัยกลางคนผู้นึงได้เปิดประตูรถพร้อมกับก้าวเดินลงมา
เขามีรูปร่างสูงใหญ่มากกว่าสองเมตร ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ใหญ่โต ใบหน้าดุดันและมีหนวดเคราอยู่เล็กน้อย ทว่าร่างกายกลับเต็มไปด้วยรอยแผลเป็ที่น่าเกรงขาม แม้แต่บริเวณใบหน้าเองก็ยังมีบาลแผลที่สลักเอาไว้ลึกเลยก็ว่าได้
"ไอ้เด็กน้อย ตัวของเ้าเป็ใคร?"
"เป็เด็กจากสถาบันิญญาไหน?"
"ทำไมถึงมาอยู่ในสถานที่แห่งนี้ได้!!"
ชายวัยกลางคนไม่รอช้าที่จะเอ่ยถาม
เขาก้มหน้าลงและจ้องมองไปยังชายหนุ่มด้วยความนึกสงสัย เซียงหลินยังไม่ได้แนะนำตัวตนของตนเองออกไป แต่กลับยอกย้อนคำพูดของชายวัยกลางคนในทันที
"ก่อนที่ตัวของคุณจะถามคนอื่นนะ"
"รบกวนแนะนำตัวเองก่อนไม่ได้หรอ"
"มันคือมารยาทสำคัญไม่ใช่หรอไงกัน"
คำพูดของเซียงหลินได้ทำให้คิ้วของพวกเขาต้องกระตุกขึ้น โดยเฉพาะกับคนขับรถที่เริ่มสั่นสะท้านไปด้วยความหวาดกลัว
เด็กคนนี้ไม่รู้จักผู้โด่งดังของสถาบันิญญาัเลยหรือยังไงกัน นี่คือหนึ่งในผู้ฝึกฝนิญญาที่ทรงพลังอย่างมากของเผ่าพันธุ์มนุษย์เลยเชียวนะ
ไม่คิดเลยว่าจะยังมีผู้ฝึกฝนิญญาที่ไม่รู้จักตัวของท่านอีก อันที่จริงทุกคนที่เคยอ่านประวัติศาสตร์ของโลกมนุษย์ก็ต้องทราบกันได้แล้ว
"นี่ตัวของเ้าไม่รู้จักข้าจริงๆหรอ?"
ชายวัยกลางคนหรี่ตาลงพร้อมกับเอ่ยถามขึ้นอีกครา จ้องมองด้วยความจริงจัง
"ใช่แล้ว ฉันไม่รู้จักคุณ!!"
ซึ่งชายหนุ่มก็พยักหน้ารับและตอบกลับไปตามความจริง ั์ตาของทั้งคู่เองก็จ้องมองกันอย่างไม่มีใครยอมใคร กระทั่งชายวัยกลางคนยังต้องถอนหายใจออกมา เขาถึงกับตบหน้าผากของตนเองอย่างอับจนหนทาง สีหน้าดูเหยเกไปไม่เป็อยู่เล็กน้อย
"เฮ้อ ไม่คิดเลยว่าตัวของข้าที่มีชื่อเสียงเลื่องลื่อ"
"จะไม่ถูกรู้จักโดยเด็กน้อยที่เพิ่งเริ่มต้นการฝึกฝน"
ท่าทีของชายวัยกลางคนเริ่มทำให้เซียงหลินประหลาดใจ เพราะเขาไม่รู้จักชายคนนี้จริงๆ
ตัวของเซียนหลิงคนก่อนไม่ใช่ผู้ฝึกฝนิญญา ข้อมูลรวมถึงประวัติศาสตร์ต่างๆเขาก็ไม่ได้สนใจทั้งสิ้น แค่ใช้ชีวิตและเวลาไปวันๆกับการหาเครดิต มันก็มากพอที่จะทำให้เขาไม่ต้องสนใจถึงเื่ราวอื่นแล้ว
"ข้าคือผู้อำนวยการของสถาบันิญญาั"
"คริสเตียน เป็หนึ่งในผู้ฝึกฝนิญญาระดับแรงก์SS มีภูติิญญาประจำตัวระดับวีรชน"
"นักรบแห่งา ลีโอไนดัส"
พริบตานั่นพลังิญญาของชายวัยกลางคนก็ทะลักออกไปทั่วทั้งบริเวณ อณูิญญาสีขาวถึงกับก่อตัวเป็พลังงานที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มันผุดออกมาตามิัรวมถึงร่างกายของเขา ทำให้เกิดเป็ปรากฏการณ์เอฟเฟคที่น่าเหลือเชื่อเป็อย่างมาก
บรรยากาศของพลังิญญาแทบจะเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม ต้นไม้ใบหญ้ามากมายราวกับมีสายลมกำลังพัดผ่าน
"ว่ายังไงไอ้เ้าเด็กน้อย"
"พอที่จะรู้จักข้าขึ้นมาไหมละ?"
คริสเตียนพูดขึ้นพลางยืนกอดอกด้วยความภาคภูมิใจ แถมยังเชิดหน้าของตนเองขึ้นอยู่เล็กน้อย
"อ๋อหรอ? ยินดีที่ได้รู้จักนะท่านคริสเตียน"
"ฉันคือเซียงหลิน"
"ผู้ฝึกฝนิญญาระดับแรงก์E"
"มีภูติิญญาประจำตัวระดับเทพมายา"
"เทพแห่งความบ้าคลั่ง อาชูร่า!!"
ทันใดนั้นพลังิญญาสีดำของชายหนุ่มก็ได้ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง ประกายแสงสีดำทมิฬได้ก่อตัวขึ้นที่เื้ั ควบแน่นกันเป็บางสิ่งที่มีขนาดใหญ่
กระทั่งร่างเงาสูงกว่าสามเมตรได้ปรากฏตัวออกมา แค่มันโผล่ออกมาก็ทำให้กระแสพลังิญญารอบบริเวณต้องสั่นไหว
เสมือนกับว่าทั้งหมดต้องแสดงความเคารพ เมื่อได้พบเจอกับิญญาของทวยเทพที่ยิ่งใหญ่
"..................!!"
ทั้งสองเมื่อเห็นถึงิญญาประจำตัวของชายหนุ่มก็เบิกตากว้างไปด้วยความใ โดยเฉพาะกับชายวัยกลางคนที่ดวงตาแทบจะถลนไปแล้ว
"รูปร่างแบบนี้.. ไม่ผิดอย่างแน่นอน!!"
"หะ..หรือเ้าจะเป็คนที่ปลุกภูติิญญาขึ้นมาเมื่อไม่กี่วันก่อน ภูติิญญาประจำตัวระดับเทพมายา เทพอาชูร่าตนนั้น"