่นี้ผมไม่ค่อยเจอไนเจลกับฮาเรฟแล้ว
อาจจะเพราะพวกเขาเป็ตัวหลักของเกมหรือเปล่าก็ไม่ทราบเลยเก็บตัวซุ่มฝึกเต็มที่ประหนึ่งจะเดบิวต์ประกาศตัวความหล่อเทพของตัวเองตอนเข้าโรงเรียนวันแรก ๆประมาณโชโจมังงะ[1]ที่แบบพระเอกปรากฏตัววันแรกที่มาเรียนสาวๆ ต่างกรีดร้องแดดิ้นไปข้าง ยกยอปอปั้นพวกเขาเป็เ้าชาย จักรพรรดิอะไรก็ว่าไป...
ถ้าเทียบตามความหล่อแล้วไนเจลกินขาดฮาเรฟแม้หน้าตาเป็รองแต่ออฟชั่นเพียบทั้งเวทมนตร์และความสามารถต่าง ๆผมว่าพวกเขากินกันไม่ขาดจริง ๆ!
ส่วนซาลซาอัล...หลังจากวันนั้นก็ไม่ลอยมาหาผมเลย ผมไม่ได้ ดีใจเลยนะ จริง ๆ ผมไม่ได้ดีใจเลย!
ต่อให้กำลังฮัมเพลงอยู่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมดีใจเลยนะ!
อีกข่าวหนึ่งเพราะตอนนี้หมอดูซาลซาอัลไม่สามารถพึ่งได้ สุดท้ายผมก็เดินต็อก ๆไปหาท่านพ่อบอกว่าอยากจะเรียนเตรียมตัวหลาย ๆ อย่างก่อนเข้าโรงเรียนเวทมนตร์เราจะไม่กล่าวถึงท่านพ่อที่น้ำตานองหน้าแต่ข้ามมาเป็คนสอน
อาจารย์ของผมคือเขา คาลิสเมอร์ลิน ว่าที่นักปราชญ์เวทของราชวงศ์
ซึ่ง...จะเรียกว่าคนคุ้นตาก็ไม่ผิดมั้ง?
ในเกมอุชินะวะเระตะโฮะชินั้น คาลิสเมอร์ลินคือที่ปรึกษาปัญหาหัวใจของแคสเป็เหมือนตัวละครประเภทเพื่อนนางเอกที่เอาไว้เช็กระดับความสัมพันธ์หรือค่าความรักที่เหล่าหนุ่มอัศวินโต๊ะกลมมีต่อแคสเบดิ-เวียร์
หรือจะพูดอีกอย่างก็คือเขาเป็กูรูปรึกษาปัญหาหัวใจที่ดีเลย...แต่ว่า...
มันค่อนข้างแปลกนิดหน่อย
เท่าที่ผมจำได้คาลิสเมอร์ลินไม่ใช่คนตาบอด
แต่คนตรงหน้าผมนอกจากรูปร่างที่สูงใหญ่แล้วดวงตานั้นกลับมืดสนิทไร้จุดโฟกัส ผมเผ้ากระเซิงใบหน้าครึ่งหนึ่งมีรอยสักเหมือนโดนสาปมาแต่ถูกปกปิดเอาไว้ด้วยผมและอีกอย่างคือคาลิสเมอร์ลินเป็ตัวละครประเภทพี่ชายจ๋าให้กับแคสเพื่อเติมเต็มในส่วนของกิลเบิร์ตเบดิเวียร์ ไม่ใช่ผู้ชายที่จะพูดจางึมงำไม่ได้ศัพท์แบบนี้ด้วย...
ตอนที่พบกันครั้งแรกผมผงะ... ใมาก
แต่สิ่งที่ทำให้ผมผงะสองคือการที่อยู่ๆ คนที่ดูเฉื่อยอย่างเขาก็พุ่งเข้ามาถามว่า “คุณคือกิลเบิร์ต เบดิเวียร์? ใช่ไหม?ใช่หรือเปล่า? แล้ว แล้ว แล้ว...”
นะ... น่ากลัวจัง...
ผมหันไปมองท่านพ่อ หายไปแล้ว... เลวเอ๊ย เร็วชะมัด
“จะ... ใจเย็น ๆก่อนนะครับ” ผมยิ้ม แต่เขาไม่เห็นนี่นาเลยเปลี่ยนเป็พยายามแกะมือแทน เหนียวจริง ๆ “ผม...ผมคือกิลเบิร์ต เบดิ-เวียร์ครับ...”
“อา... ว้าว...” ทั้งๆ ที่ตาคู่นั้นไร้แวว แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนมันมีประกาย “...กิลเบิร์ตกิลเบิร์ตตัวเป็ ๆ...”
ขะเขาดูน่ากลัวเกินไปหน่อยหรือเปล่านะ?
ผมจำได้ว่าชื่อเสียงผมก็ไม่ได้ดีอะไรนักอีกอย่างตัวผมก็ไม่ได้ เดบิวต์เป็ดาราออกแผ่นอะไรด้วยอะไรคือความดีใจเมื่อเจอผมแบบนี้กัน? ระ... หรือว่า...
เหลือบมองไปที่คนตาบอด...เขาคงไม่ได้ตกหลุมรักผมหรอก ใช่ไหม?
“ผม... วะ... คาลิสเมอร์ลิน” คาลิสยิ้มกว้าง มือนั้นจู่ ๆ ก็จับที่มือผมแล้ว...ละ... ลูบ...
“ยินดีที่ได้พบค่ะ...ครับ”
จู่ ๆ ผมก็อยากจะร้องไห้วิ่งไปแล้วะโว่า...
ซาลซาอัล ผมขอโทษ! กลับมาสอนผมเถอะ!
คาลิส เมอร์ลินเป็คนที่น่ากลัวมาก
อันที่จริงคนที่ตาบอดควรจะน่าสงสารแต่คงใช้ไม่ได้กับคาลิสเท่าไหร่นัก
เพราะเขาใช้มันเป็จุดแข็งที่โคตรเยี่ยม!
ทุกครั้งที่เรียนกับเขา... ผม...ผมจะถูกลูบมือไปประมาณห้าครั้งถ้วน! ไม่รวม 'แย่แหละ มองไม่ออก คลำไม่ถูก ขออภัยจริง ๆ' นั่นอีก!
แม้ผมจะรู้ว่ากิลเบิร์ตเบดิเวียร์หน้าตาดีมากแต่คาลิสเป็คนตาบอดนี่เพราะอย่างนั้นเื่รูปโฉมไม่มีผลกับเขาเลยแม้แต่น้อย!อีกอย่างที่น่าแปลกใจคือเขาเลือกที่จะทำกับผมแค่คนเดียวขณะที่ท่านพ่อ... รอด!ท่านแม่... ผ่าน! แคส... ดีที่มันไม่ทำอะไรน้องผมไม่อย่างนั้นผมะโเตะแน่...
ผมกลัวมากตอนแรกนึกบวก ลบ คูณ หารนี่ผมกำลังมีโรคจิตมาหลงรักหรือเปล่าแต่พอไนเจลกับฮาเรฟมาเยี่ยมแล้วคาลิสแทบจะสะบัดผมทิ้งก่อนจะใช้มารย... หมายถึง 'แย่แหละ มองไม่ออกคลำไม่ถูก ขออภัยจริง ๆ' กับฮาเรฟและไนเจลจนสองคนนั้นเผ่นหนีไปนั้นผมก็สรุปได้ว่า...
เขาเหมือนตาแก่ตัณหากลับที่ชอบหนุ่มน้อยหน้าตาดีเท่านั้นเอง!
แม้จะสงสัยว่าเขารู้ได้ไงว่าใครหล่อไม่หล่อหน้าตาดีไม่ดี แต่... ผมคิดว่าผมอย่าทำความเข้าใจกับเขามากเลยดีกว่า
นอกเหนือจากนิสัยอันน่ากลัวแล้วคาลิสนับเป็คนที่ฉลาดและเก่งเวทมนตร์จริงๆ
อีกอย่างหนึ่งที่น่าแปลกใจคือเขารู้ว่าผมสามารถใช้เวทมนตร์ได้
“แต่ผมไม่บอกใครหรอกนะ!”เขารีบบอกก่อนยิ้มกว้าง “เพราะถ้าบอกไปผลกระทบจะกว้างเกินไปอีกอย่างผม... เอาเป็ว่าติดหนี้บุญคุณผมดีกว่า หึ ๆ...”
พี่ชาย...ผมไม่อยากติดหนี้บุญคุณเลย!ผมกลัวมากตอนที่คุณบอกให้ผมใช้หนี้คือการพลีกายนี่แหละ...
เขาเลยสอนเวทมนตร์ผมควบคู่ไปด้วย ตอนแรกเขาบอกมันเป็ความลับควรจะไปสอนในห้องนอน... บ้าเหรอ?! อยู่กับเขาสองต่อสองมันอันตรายเกินไป!สุดท้ายเขาเลยงึมงำแล้วกางเขตแดนปิดกั้นให้ที่พื้นหญ้า อันตรายอยู่ดีแต่ผมคิดว่าเขาคง อะแฮ่ม! ไม่ได้มีรสนิยมเอาต์ดอร์[2]อะไรหรอกมั้ง!
...แต่น่ากลัวไปหาไม้หน้าสามมาไว้ไม่ไกลจากตัวดีกว่า
“ธาตุพลังของคุณคือ 'ดิน' แต่ค่อนข้างพิเศษหน่อยคือเป็สาย 'ปลดผนึก'” คาลิสยิ้ม “เพราะงั้นเอาเข้าจริงต่อให้พิธีกรรมตอนเด็กมันเป็'ของจริง' ก็ทำอะไรคุณไม่ได้อยู่ดีเพราะคุณคือสายปลด”
ผมหรี่ตามองดูคาลิสเขาดูรู้เยอะไปหรือเปล่านะ...
แต่สิ่งที่ตอบกลับมาคือรอยยิ้มเท่านั้น “ไม่ต้องกังวลผมเองก็ชอบเ้าชายพลังมืดมากเช่นเดียวกัน... อะไรที่ทำลายคนที่ผมชอบ ผมน่ะ หึ...”
ซาลซาอัล ผมคิดถึงนาย!มาเป็ตัวตายตัวแทนผมที!
“เื่นั้นเอาไว้ก่อนดีกว่ามาพูดที่เื่พลังของคุณกันบ้าง คุณคิดว่า 'ปลดผนึก'คำนี้มีความหมายว่ายังไงกันครับ” คาลิสยิ้ม...ลูบมือผมไปที ไอ้เวรเอ๊ย! “ปลดผนึกเวทมนตร์ปลดผนึกสถานที่ต้องห้าม ปลดผนึกอาวุธในตำนาน ปลดผนึกปีศาจ ปลดผนึกเทพหรือไม่ก็ปลดผนึกขีดจำกัดของมนุษย์...”
...แต่มันปลดเสื้อผ้าไม่...ไม่! ผมไม่ควรคิดอะไรแบบนั้น!
“คุณอาจจะไม่รู้อะไรแต่สายพลังของคุณค่อนข้าง... สนับสนุนในการหลอกลวงว่าไร้เวทมนตร์ได้เลยนะครับ”เขายิ้มและลูบ... ไอ้... “ขอเพียงคุณใช้มันอย่างชาญฉลาด...แนะนำว่าการปลดขีดจำกัดของมนุษย์ก็ไม่เลวมันจะสนับสนุนคุณในเื่การต่อสู้และปัญญา ถ้าเทียบหน่อยก็ทำให้คุณ...”
“หยุดลูบแขนครับ!”และห้ามขึ้นเหนือกว่านั้นด้วย!
“อะแฮ่ม! ขออภัยมองไม่เห็นครับ...” คาลิสขยับมือออกไปอย่างแเี “ถ้าใช้ดีๆ มันจะแเีแล้วสร้างชื่อให้คุณประมาณเด็กอัจฉริยะน่ะครับยังดีที่ปลดผนึกขีดจำกัดของมนุษย์อยู่ประมาณ่ต้น ถ้าหากอยู่ในขั้นสูงขึ้นไปอย่างปลดผนึกสถานที่ต้องห้ามปีศาจหรือเทพ... อันนั้นคงต้องเรียกเทพของตนมาช่วยเหลือหรือไม่ก็ทำสัญญากับเทพแลกเปลี่ยนบางอย่างเพื่อพลังของตนที่มากขึ้น”
“แลกเปลี่ยน?” ถ้าผมสามารถเรียกเทพได้ ในที่นี้จะหมายถึงผมอยู่ระดับ 'กลาง ๆ' หรือเปล่านะ?
“อันที่จริงการเรียกเทพไม่ว่าจะระดับสูงหรือกลางมันไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอกครับแต่ส่วนมากที่เรียกไม่ได้น่าจะอยู่ที่ 'ระดับ' มากกว่า” คาลิสหลุบตาลง “ขออภัยที่ผมบอกใบ้ได้แค่นี้นะครับการที่บอกคำตอบตรง ๆ จะเรียกเทพได้ยากกว่าเรียนรู้ด้วยตัวเองมาก”
อย่างนั้นอย่าอ่อยให้อยากสิ!แล้วก็มือ...
คราวนี้ผมเอามือเขาออกไปเอง “ขอบคุณมากเลยครับสำหรับคำแนะนำ”
“ยินดีครับ... ถึงแม้ว่าผมจะ...”เขางึมงำกับตัวเองเบา ๆ ตามนิสัย ผมเคยสงสัยเหมือนกันเขาพูดอะไร แต่...บางอย่างเตือนว่าไม่รู้น่าจะดีต่อสุขภาพจิตมากกว่า
จะว่าไป...ลักษณะของเขาก็ชวนให้ผมรู้สึกตงิด ๆ บางอย่างเหมือนกัน
มันเป็บางสิ่งที่กวนใจทั้งยังคุ้นเคยแต่ไม่สามารถหาคำตอบได้และเมื่อเขาเอื้อมมือมาลูบไหล่ผมก็คิดว่า...
อย่าเข้าใจคาลิสเมอร์ลินน่าจะดีที่สุด!
จู่ ๆคนที่หายหน้าหายตาไปนานก็โผล่มา
“ซาลซาอัลผมคิดถึงนาย!”
วิ่งเข้าไปร้องไห้! ั้แ่มีคาลิสเมอร์ลินนอกจากไนเจลที่จะไม่ค่อยมาแล้ว ฮาเรฟเองก็เช่นกัน!ผมยอมแลกทุกอย่างเพื่อย้อนเวลากลับไป! ไม่เอาคาลิส! เอาไนเจลกับฮาเรฟคืนมานะ!
“เป็บ้าอะไรของนายเนี่ย?”ซาลซาอัลจิ๊ปากอย่างหงุดหงิด อั๊ก! ผมโดนของลอยมากระแทกหัว...ความเ็ปที่คุ้นเคย
“ผม... ผม...ผมคิดถึงนายมากเลย!” เก็บกดอยากได้คนระบายความในใจ...
“รำคาญเว้ย!”
“จากกันไปนานพอตัวนายดูอารมณ์ร้อนขึ้นนะ... หรือว่านายดื่ม อะแฮ่ม! อะแฮ่ม! มาคำพูดในวันนั้นนายอย่าคิดมากเล...”
เ้าชายก็เป็คนชอบคิดเล็กคิดน้อยเหลือเกิน!
“กิลเบิร์ตเบดิเวียร์!”
พอเห็นเขาเค้นเสียงลอดไรฟันผมก็รีบก้มหน้าเจี๋ยมเจี้ยมประหนึ่งนางทาส “...ขอโทษครับ”
ั์ตาของเ้าชายหรี่ลงอย่างหงุดหงิดยิ่งโตความอดทนยิ่งน้อยลงจนน่าเป็ห่วงไม่รู้ว่าธาตุไฟหรือผีเข้าแทรกหรือเปล่า
“ว่าแต่ที่นายมาวันนี้...”
“...ฉันเพิ่งรู้ว่าคาลิสเมอร์ลินมาที่นี่... จากการมองอนาคต”
แน่นะว่ามองอนาคต? ดีเลย์ไปหน่อยหรือเปล่าเ้าชาย!
บางทีพลังมองเห็นอนาคตของซาลซาอัลอาจจะไม่ได้ดีเหมือนที่ผมคิดก็ได้แฮะแต่เื่นั้นช่างมันก่อน!
ผมบีบน้ำตาเริ่มเกาะขาผี แต่ทะลุ...ทำท่าว่าเกาะแล้วกัน “ซาล-ซาอัลก่อนหน้านี้ผมขอโทษ! ได้โปรดสอนให้ผมเก่งทีผมจะได้เอาคาลิส ออก...”
“ซาลซาอัล เซคัลโนดิ อาเธอร์?”
เสียงเรียบดังขึ้นมาที่หน้าประตูทำให้ผมสะดุ้งเฮือก
“ซาลซาอัล...คุณคือซาลซาอัล เซคัลโน ดิ อาเธอร์ใช่หรือเปล่า?”
เมื่อหันไปใบหน้าที่เรียบเฉยนั้นก็ทำให้ผมกรีดร้องอยู่ในใจว่า...
แย่แล้ว!
ระหว่างตีหัวให้อีกฝ่ายสลบกับสวดนะโมให้ซาลซาอัลลงไหเหมือนแม่นาค ผมควรทำแบบไหนดีเนี่ย!
…
หรือทำทั้งสองอย่างเลยดีนะ...
[1]โชโจมังงะ: การ์ตูนสาวน้อย รักโรแมนติก คอเมดี้
[2]เอาต์ดอร์: กลางแจ้ง นอกสถานที่