เสียงปลดล็อกประตูคอนโดหรูใจกลางเมืองดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดอรลากฝีเท้าที่อ่อนล้าเข้าไปในห้องที่มืดสลัวมีเพียงแสงไฟรำไรจากทางเดินด้านนอกที่ลอดผ่านช่องประตูเข้ามาแสงจากหน้าจอดิจิทัลบนผนังบอกเวลา 23.30 น.
อรไม่ได้เปิดไฟทันทีเธอปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความมืดครู่หนึ่ง ก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟาสุดหรูหราจากความเหนื่อยล้า แสงสว่างเดียวในห้องตอนนี้คือแสงสีฟ้าจากหน้าจอสมาร์ทโฟนที่เธอหยิบขึ้นมาพิมพ์ข้อความลงในแชทหาเก๋เพื่อนสนิทเพียงคนเดียว
อร: “อยู่ไหนละมึงงงง?”
ไม่นานนักเสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นสลับกับข้อความตอบกลับที่รวดเร็ว
เก๋: “หาที่จอดรถอยู่ ไม่เกิน 5 นาทีถึงห้องมึงแล้วเพื่อน”
อรถอนหายใจยาวพิงหลังกับโซฟา หลับตาลงแต่ในหัวกลับมีแต่ภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาความรู้สึกที่เหมือนยืนอยู่บนเส้นด้ายแบ่งกึ่งกลางระหว่างความสมหวังกับความผิดหวัง
เมื่อเก๋มาถึงไม่รอช้าเอ่ยปากถามเื่วันนี้ทันที“วันนี้มึงกับพี่นัทเป็งัยมั่งอ่ะ?”
“มึง! กูไปกินข้าวกับพี่นัทมาเป็อย่างที่มึงคิดนั่นแหละ” อรเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงแฝงความลังเล “มันก็ดีแต่..ตะ...แต่กูบอกไม่ถูกว่ะ มันรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างที่มันขาดหายไปเหมือนความสุขมันไปไม่สุด”
เก๋ขมวดคิ้วงงมากขณะที่นั่งโซฟาฝั่งตรงข้าม “ทำไมวะ? พี่นัทเขาไม่ได้มีท่าทีแปลกไปจากเดิมเลยเหรอ?”
“เื่มีปัญหา...เขามีปัญหาจริงกับไอ้น้ำ” อรเม้มริมฝีปาก“พี่นัทเล่าว่าั้แ่วันที่น้ำบอกเลิกพี่นัท น้ำก็ไม่คุยไม่ตอบแชทไม่แม้แต่จะอ่านด้วยซ้ำ เหมือนไอ้น้ำพยายามตัดขาดพี่นัทออกจากโลกของมันไปเลยพี่นัทดูเครียดมากเครียดสุดๆ กูไม่เคยเห็นพี่นัทเครียดมากถึงขนาดนี้มาก่อนพี่นัทเผลอกำหมัดแน่นทั้งสองข้างหลายครั้งเลยแหละ กำหมัดแบบไม่รู้ตัวแต่กูเห็นอ่ะ”
“แล้วเื่ผู้หญิงคนนั้นล่ะ?” เก๋ถามต่อเนื่องทันที“ที่ข่าวลือบอกว่าพี่นัทไปกับผู้หญิงอื่น เื่นี้จริงป่ะ?”
อรนิ่งไปครู่หนึ่ง“พี่นัทยอมรับว่าจริง แต่พี่นัทบอกว่าผู้หญิงคนนั้นมาคุยงานแล้ววันนั้นพี่นัทอาจจะหยอกเล่นมากไปหน่อย จังหวะที่พี่นัทจับมือผู้หญิงคนนั้น ไอ้น้ำดันมาเห็นพอดีมันเลยกลายเป็เื่ใหญ่จนทะเลาะกันหนักมาก แล้วไอ้น้ำก็เดินหนีไม่ยอมคุยกับพี่นัทอีกเลย”
“แล้วพี่นัทล่ะ? พี่นัทคิดยังงัยอ่ะ เขาจะยอมปล่อยไอ้น้ำไปง่ายๆ เหรอ? กูว่าพี่นัทง้อไอ้น้ำสุดชีวิตอ่ะ”
“พี่นัทง้อทุกทางทำทุกอย่างเพื่อจะรั้งน้ำไว้ แต่ไอ้น้ำโกรธพี่นัทมากพี่นัทบอกว่าเหมือนคุยกับกำแพงที่ไม่มีวันพังลงมา พี่นัทเครียดตรงที่ไม่มีช่องทางคุยกับน้ำเลย”อรเว้นจังหวะเล็กน้อย เสียงของเธอเริ่มสั่นเครือด้วยความอัดอั้น“กูเองก็ไม่กล้าถามอะไรมาก พี่นัทเล่าให้กูฟังตอนที่เขาเมาหนัก มึงก็นึกออกใช่ไหมเวลาคนเมาหนักๆ เขาจะคุมสติได้น้อยมาก แต่เขาก็ยังพยายามจะประคองสติเพื่อคุยกับกู”
จู่ๆ อระเิความในใจที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง“กูพยายามนั่งถ่วงเวลาให้มันดึกๆกูหวังว่าพี่นัทจะพากูไปที่คอนโด กูพูดตรงๆ เลยนะเก๋กูพร้อมและยอมที่จะมีอะไรกับพี่นัท เพื่อให้เขาลืมเื่ไอ้น้ำสักแป๊บหนึ่งก็ยังดีกูอยากให้เขารู้สึกว่ากูคือทางออกของความทุกข์ของเขาแต่พี่นัทก็นั่งกินกับกูจนถึงห้าทุ่ม แล้วเขาก็แค่ขับรถมาส่งกูที่นี่”
“มึงจะบ้าแล้วเหรออร! ความคิดมึงมันบ้ามาก!” เก๋อุทานออกมาด้วยอารมณ์โกรธเพื่อนอย่างยิ่ง“มึงกำลังเอาศักดิ์ศรีของมึงเพื่อแลกกับเศษเสี้ยวความสนใจของเขาเนี่ยนะ?”
“ก็เวลากูดูซีรีส์มันจะมีฉากแบบนี้ไม่ใช่เหรอ? ฉากที่พระเอกเมาแล้วพาผู้หญิงไปต่อ กูแค่อยากให้มันเป็แบบนั้นจริงๆกูเก็บรักษาความบริสุทธิ์มาถึง 21 ปี เพื่อรอพี่นัทคนเดียวเท่านั้นกูยังไงกูก็ต้องทำให้พี่นัทเปลี่ยนใจมารักกู!!กูไม่ยอมแพ้ ยังงัยกูก็ต้องเสียตัวมีอะไรกับพี่นัทให้ได้!!!”
อรระบายความอัดอั้นออกมาน้ำตาที่เริ่มคลอเบ้า"กูไม่เข้าใจ ทำไมพี่นัทไม่เห็นกูบ้างวะ? กูสวยน้อยกว่าไอ้น้ำตรงไหน? กูสวยไม่พอสำหรับพี่นัทจริงๆเหรอ?วันนี้กูพยายามจะขอเดินจับมือเขา แต่เขาก็ไม่ยอม กูทำได้แค่เกาะแขนแล้วกูก็พยายามเอาตัวเข้าเบียดเอานมชนแขนพี่นัทนิดหนึ่งก็ยังดี กูพยายามให้พี่นัทรู้สึกว่ากูก็มีเสน่ห์เหมือนกันกูก็มีหน้าอกมีนมมีร่างกายที่พร้อมจะให้ความสุขพี่นัทได้เหมือนไอ้น้ำ!"
“กูฟังมึงแล้วกูหนักใจว่ะอร” เก๋พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังมาก “มึงผูกชีวิตไว้กับพี่นัทมากเกินไปมึงต้องหัดรักตัวเองบ้าง มึงลืมไปแล้วเหรอว่ามึงเป็ผู้หญิงที่เพียบพร้อมมีทั้งความสวยและฐานะ มึงทำตัวแบบนี้...พี่นัทก็ไม่เห็นคุณค่ามึงหรอก เขาเห็นแค่ไอ้น้ำคนเดียวสิ่งที่มึงทำมันเหมือนของฟรีๆ มึงเข้าใจไหม? ของฟรีนมฟรีอ่ะมึง!!”
“กูรู้! กูรู้ว่ามึงหวังดี” อรปาดน้ำตา“แต่ครั้งนี้กูขอโอกาสครั้งสุดท้าย ถ้ากูทำให้เขาเปลี่ยนใจมารักกูไม่ได้ กูสัญญากูจะตัดใจจากเขาเด็ดขาด กูจะยอมแพ้ไอ้น้ำจริงๆ"
เก๋จ้องมองเพื่อนด้วยแววตาแห่งความห่วงใย“ถ้ามึงคิดได้แบบนั้นก็ดีแล้ว มึงเก่ง…มึงสวยและมึงรวยมากนะอร ผู้ชายโปรไฟล์ดีๆ มีอีกตั้งเยอะ"
อรเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทด้วยแววตาจริงจัง“ไอ้เก๋! กูถามมึงตรงๆในฐานะเพื่อน มึงต้องตอบตามความเป็จริงตามความคิดของมึง กูไม่โกรธ ระหว่างกูกับไอ้น้ำใครสวยกว่ากัน?"
เก๋ถอนหายใจยาวนิ่งเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะตอบด้วยความสัตย์จริง“กูตอบแบบนี้แล้วกัน! มึงน่ะสวยมากโคตรสวยเลย ถ้าเต็มสิบกูให้มึงได้ถึงสิบเอ็ดด้วยซ้ำ”
อรพยักหน้าตอบรับเล็กน้อย“แต่! มึงก็ต้องไม่ลืมว่าไอ้น้ำมันก็ไม่ธรรมดาความสวยของมันคือความสวยที่สะกดสายตาคนได้จริงๆ ถ้าเต็มสิบ กูให้มันสิบห้าเลยยังได้กูเคยเห็นตอนมันแก้ผ้าด้วยนะ มึงลองนึกดูสิ!ขนาดกูที่เป็ผู้หญิงแท้ๆ เห็นตัวมันกูยังรู้สึกใจสั่นเลย ตัวมันสวยจริงๆ แล้วผู้ชายอย่างพี่นัทจะเหลือเหรอ?"
คำพูดที่แสนจริงใจของเก๋เหมือนค้อนขนาดใหญ่ทุบลงกลางใจอรซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“แล้วมึงจำได้ไหมตอนปี1 ตอนที่ไอ้น้ำมันเอาเช็คเงินสดเปล่าๆ ที่ไม่ได้กรอกตัวเลขมาตั้ง 10 ใบจากผู้ชาย10 คนมาให้พวกเราดูอ่ะ? ผู้ชายพวกนั้นยอมทุ่มเงินไม่อั้นเพียงเพื่อให้มันเปลี่ยนใจจากพี่นัทแต่มึงลองคิดดูว่าไม่เคยมีผู้ชายคนไหนทำแบบนั้นกับกูกับมึงสักคน มีแค่ไอ้น้ำคนเดียว...10คนกับเช็ค 10 ใบที่ไม่ได้กรอกตัวเลข มันแปลว่าผู้ชายยอมทุ่มไม่อั้นนะมึง! กูยอมรับว่ากูแพ้มันั้แ่ ม.ปลายแล้ว ผู้ชายเข้าหาไอ้น้ำเยอะแยะเต็มไปหมดมากกว่ามึงกับกูรวมกันอีก"
คำพูดของเก๋ทำให้อรนั่งนิ่งราวกับถูกแช่แข็งแววตาที่เคยดื้อรั้นค่อยๆ อ่อนลง ความจริงที่ชัดเจนและเ็ปเกินกว่าจะปฏิเสธ
“มะ...มัน...มันก็จริงอย่างที่มึงพูดนั่นแหละ" อรพูดด้วยความรู้สึกท้อแท้ในชีวิตเหลือเกิน “ไอ้น้ำมันได้หมดทุกอย่างตามที่มัน้า สะ...ส่วน...ส่วนกูเป็แค่...เป็แค่ผู้หญิงไร้ค่าที่พี่นัทไม่เอา”
ภายในห้องนอน...น้ำนั่งอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่แสงจันทร์นวลตาสาดส่องเข้ามาในห้องไม่ได้ช่วยให้หัวใจที่หนักอึ้งของเธอเบาลงเลย แสงจากหน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นท่ามกลางแสงสลัวเธอกำลังไล่กดดูรูปภาพในอัลบั้มเก่าๆรูปภาพที่บันทึก่เวลาแห่งความสุขที่เธอไม่อาจเรียกคืนกลับมาได้รูปของเธอที่หัวเราะร่าอยู่ข้างๆ พี่นัทรูปที่เขากำลังเอื้อมมือมาปัดปอยผมให้เธอในวันที่ลมพัดแรง ทุกรูปคือความทรงจำความสุขที่หายไป
ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูเบาๆดังขึ้น ตามด้วยเสียงที่คุ้นเคย “น้ำ...แม่เข้าไปในห้องลูกได้ไหมจ๊ะ?”
“ได้ค่ะแม่” น้ำตอบสั้นๆ
ประตูเปิดออกพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแม่เดินเข้ามาในห้องด้วยพยายามจะส่งความอบอุ่นมาให้ลูกสาว แต่เมื่อแม่เห็นแววตาที่เหม่อลอยของน้ำรอยยิ้มนั้นก็ค่อยๆ จางหายไปเปลี่ยนเป็ความกังวลแทน
แม่เดินตรงเข้ามานั่งลงข้างๆบนขอบเตียง ก่อนจะโอบกอดร่างของลูกสาวไว้ในอ้อมกอด “น้ำ...ลูกมีอะไรอยากจะเล่าให้แม่ฟังบ้างไหม?”
น้ำไม่ได้ตอบในทันทีเธอเพียงแต่ซบหน้าลงกับไหล่ของแม่ กลิ่นกายที่คุ้นเคยของแม่ทำให้เธอกลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง
“แม่รู้ว่าน้ำลูกแม่เข้มแข็งมากแค่ไหน และแม่ก็รู้ด้วยว่าตอนนี้ลูกสาวคนเก่งของแม่กำลังมีความทุกข์มากๆ” น้ำเสียงของแม่ที่แสนนุ่มนวลและเต็มไปด้วยความอาทร “ไม่คิดที่จะให้แม่ช่วยบ้างเหรอจ๊ะ แม่สาวน้อย?”
น้ำถอนหายใจเฮือกใหญ่หยาดน้ำตาเริ่มเอ่อล้น “แม่คะ...หนูอยากกลับไปเป็เด็กอีกครั้งหนูอยากเป็เด็กตลอดไป หนูไม่อยากโตเลยค่ะ”
“ทำไมอยู่ๆลูกถึงคิดแบบนั้นล่ะจ๊ะ?” แม่ถามด้วยความเอ็นดูพลางลูบหัวลูกสาวอย่างแ่เบา
“ก็ตอนที่หนูเป็เด็กหนูจำได้ว่าความเ็ปที่หนักที่สุดที่หนูเคยเจอ ก็แค่…แค่วิ่งหกล้มจนหัวเข่าถลอก” น้ำเงยหน้าขึ้นมองแม่ด้วยดวงตาแดงก่ำ “แต่ตอนนี้หนูไม่รู้เลยว่าความเจ็บที่ข้างในใจนี้เมื่อไหร่จะหายไป”
“อย่าคิดแบบนั้นสิแม่เด็กน้อยของแม่” แม่ดึงร่างของน้ำเข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้น
น้ำนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจถามคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจมานาน“แม่คะ! น้ำอยากถามแม่สักอย่างได้ไหมคะ?”
“ได้สิจ๊ะ”
“ตอนที่แม่รู้จักกับพ่อ...แม่รู้ได้ยังไงคะว่าพ่อรักแม่จริงๆ?แม่รู้ได้ยังไงว่าคนนี้คือคนที่ใช่สำหรับแม่? น้ำอยากรู้ เพราะตอนนี้น้ำไม่รู้เลยว่าความรู้สึกที่หนูมีให้พี่นัทมันคือความรักหรือแค่ความผูกพันที่กำลังทำร้ายหนูอยู่กันแน่"
แม่นิ่งไปชั่วครู่แววตาของแม่เหมือนกำลังย้อนกลับไปในอดีต “แม่ตอบลูกไม่ได้หรอกว่าแม่รู้สึกตอนไหนกับพ่อแต่มีบางอย่างที่แม่เพิ่งมารู้ในภายหลัง”
“บางอย่าง…อะไรเหรอคะแม่?”
“พ่อของหนูมักจะอยู่เคียงข้างแม่เสมอในเวลาที่แม่มีความทุกข์ไม่ว่าจะเป็เื่เล็กหรือเื่ใหญ่ ไม่ว่าแม่จะมีปัญหาอะไรก็ตามแม่มักจะอยากคุยกับพ่อเป็คนแรก”
น้ำขมวดคิ้วเล็กน้อย“น้ำไม่เข้าใจค่ะแม่ แค่อยู่ข้างๆ กันมันหมายความว่ารักได้อย่างไร?”
“ตัวแม่เองก็ไม่เคยคิดจะแต่งงานกับพ่อเลยแม้แต่นิดเดียวในตอนแรก” แม่สารภาพพร้อมรอยยิ้มบางๆ “แม่คิดว่าพ่อเป็แค่เพื่อนที่ดีที่สุดเท่าที่แม่มีในเวลานั้นเพื่อนที่แม่ไว้ใจที่สุด แต่อย่างที่ลูกก็รู้ เพื่อนที่ดีเกินไปมักจะทำให้เราไม่กล้าล้ำเส้น เพราะเราไม่อยากสูญเสียมิตรภาพนั้นไปแม่อยากรักษาเพื่อนที่ดีคนนี้ไว้ตลอดไป…บางทีเพื่อนที่ดีอาจจะไม่ใช่แฟนที่ดีก็ได้”
น้ำฟังอย่างตั้งใจ...
“แต่สุดท้าย...พ่อก็ทำได้พ่อทำให้แม่รู้จักความรักอีกแบบหนึ่งเป็ความรักที่แม่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีอยู่จริงเป็ความรักที่ไม่ต้องใช้คำพูดสวยหรู ไม่ต้องใช้การแสดงออกที่หวือหวาแต่เป็การอยู่เพื่อกันและกัน”
“ยังไงคะแม่? หมายถึงแม่เลิกกับแฟนเก่าแล้วมาแต่งงานกับพ่อเหรอคะ?” น้ำถามด้วยความสับสน
แม่หัวเราะเบาๆในลำคอ “แม่คิดว่าถ้าแม่บอกลูกไปตอนนี้ลูกอาจจะยังไม่เข้าใจหรอก มันอธิบายเป็คำพูดไม่ได้และมันก็ถามใครไม่ได้เหมือนกัน ตั้งใจสร้างความรู้สึกแบบนี้ไม่ได้แต่มันจะเกิดขึ้นกับตัวเราเอง เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม”
น้ำได้แต่นิ่งเงียบ“งั้นแปลว่า...ที่ผ่านมาในชีวิตหนูสิ่งที่หนูเคยคิดว่ามันคือความรักแต่ความจริงแล้วมันอาจไม่ได้เรียกว่าความรักใช่ไหมคะแม่? แล้วถ้าไม่ใช่ความรัก แล้วมันเรียกว่าอะไรล่ะคะ?”
“คำถามของลูกเคยเกิดขึ้นกับแม่มาแล้วเช่นกัน” แม่ค่อยๆ จ้องมองลึกเข้าไปในแววตาของลูกสาว “และพ่อก็เป็คนให้คำตอบนั้นแก่แม่แล้ว”
น้ำไม่ได้ถามต่อ…เธอเพียงแต่นั่งซบไหล่แม่ท่ามกลางความเงียบความมืดในห้องนอนดูไม่น่ากลัวเท่ากับความว่างเปล่าในใจ แต่อย่างน้อยในค่ำคืนนี้ เธอก็ยังมีอ้อมกอดของแม่เป็เครื่องยึดเหนี่ยวเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่
“แล้วหนู...หนูควรจะทำยังไงต่อไปดีคะแม่?” เสียงของน้ำแ่เบาราวกับเสียงกระซิบ
“แม่ไม่สามารถตอบความรู้สึกของลูกได้หรอกจ๊ะไม่มีใครบนโลกใบนี้จะตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุดเท่าความรู้สึกของตัวลูกเอง” แม่ค่อยๆ ลูบผมน้ำด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “แม่คิดว่า...ปล่อยให้เวลาทำหน้าที่ให้คำตอบลูกเองจะดีกว่า”