4
ผู้ปกครองจำยอม
ปึก
เสียงจากบานประตูห้องพักปิดลงเมื่อแดนดี้กลับเข้ามายังภายในห้องพักของตนตามเดิม พร้อมด้วยชายหนุ่มแปลกหน้าที่ตามหลังเข้ามาติดๆ
“เอาสิ” เสียงหวานของแดนดี้เอ่ยขึ้นสลายบรรยากาศอันเงียบขรึมและอึดอัดหายไปในทันที ก่อนจะเบือนหันกลับมา เงยใบหน้าขึ้นสบกับบุคคลตรงหน้าที่ยังคงมีสีหน้าเรียบนิ่ง“นายอยากได้อะไรล่ะ ข้าวของ เงินทอง ก็ขนไปให้พอใจเลย” วาดมือไปด้านหลัง“แต่ก็อย่างที่เห็น สภาพของฉันไม่น่าจะมีอะไรให้เอาไปได้นักหรอกนะ หรือว่านายอยากได้ชีวิตของฉันกัน” เดินเข้าไปใกล้บุคคลตรงหน้ามากยิ่งขึ้นก่อนจะคว้ามือเรียวทั้งสองของตนจับหมับที่มือใหญ่ทั้งสองของบุคคลตรงหน้า ยกขึ้นมาและบังคับให้มือใหญ่ที่ว่านั้นจับหมับเข้าที่ลำคอเรียวของตัวเอง “ถ้าอย่างนั้น...”จ้องสบกับดวงตาสีฟ้าครามใสนิ่งทั้งที่สีหน้าของบุคคลผู้ที่กำลังยืนอยู่ต่อหน้านั้นกำลังงุนงงฉงนสงสัย จนพลันให้คิ้วเรียวคมทั้งสองข้างจึงได้ขมวดเข้าหากัน“ก็เอาเลยสิ” ว่าขึ้นก่อนจะหลับตาพริ้มอย่างพร้อมใจแต่ในเสี้ยววินาทีที่บุคคลแปลกหน้านั้นทำได้ มีเพียงรีบชักฝ่ามือทั้งสองของตนออกห่างจากลำคอเรียวเล็กนั้นอย่างรวดเร็ว
เปลือกตากะพริบขึ้น พลันให้ดวงตาสีน้ำตาลเข้มต้องจ้องเบือนสบเข้ากับชายหนุ่มตรงหน้าอย่างนึกแปลกใจมากขึ้นไปอีก“ทำไมล่ะ ฉันนึกว่านาย้าแบบนั้นเสียอีก” แต่ชายหนุ่ม เมื่อเข้าใจในคำถามนั้นก็พลันส่ายศีรษะตนอย่างเนิบช้าเป็การปฏิเสธ “อย่างนั้นเหรอนายไม่ได้้าชีวิตของฉันอย่างนั้นเหรอ ฮึ” ว่าขึ้นอย่างงึมงำ ก่อนจะหลุบสายตาของตนลงต่ำอย่างไม่เข้าใจและพลันเหลือบเบือนสบปลาบกลับไปอีกครั้งจนได้ “ถ้าอย่างนั้น ก็้าเงินทองสินะแต่ว่า..ฉันไม่มีมากมายขนาดนั้นหรอก” เบือนใบหน้าของตนหลบออกไปอีกครั้ง พร้อมกับมือข้างหนึ่งที่ยกขึ้นลูบท่อนแขนอีกข้างอย่างไม่สบายใจ
แต่พอเมื่อครั้นบุคคลที่ยืนทื่องุนงงอยู่ตรงหน้านั้นได้ทำความเข้าใจจึงได้ตรงปรี่ พุ่งตัวเข้าไปใกล้ ก่อนจะคว้ามือบีบจับไหล่เล็กของหญิงสาวตรงหน้าโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
“เฮือก!!” แดนดี้สะดุ้งสุดตัวทันที ก่อนจะรีบผละตัวก้าวถอยออกมาและรีบเบือนหันมองหา คว้าหยิบสิ่งของรอบกายสักอย่างขึ้นมาเพื่อหวังให้มันเป็อาวุธป้องกันตัว “หรือว่า...” ชี้ปลายด้ามไม้กวาดที่คว้าหยิบได้ไปด้านหน้า“สิ่งที่นาย้าคือร่างกายของฉัน แต่..หน้าตาของฉันมันก็ไม่ได้ดีขนาดนั้นนี่”
ซึ่งพอเมื่อเห็นทีท่าของหญิงสาวตรงหน้าเป็เช่นนั้น ก็พลันให้ฮาลน์ผู้ที่ตกเป็บุคคลต้องสงสัยในขณะนี้รีบโบกมือทั้งสองของตนขึ้นปฏิเสธเป็พลันวันทำให้สีหน้าที่ระแวดระวังของแดนดี้ที่เป็อยู่แล้วนั้นต้องยับยู่ฉงนใจไปมากกว่าเดิม
“ไม่ใช่อย่างนั้นเหรอ” ฮาลน์พยักใบหน้าตอบรับ “แล้วถ้าอย่างนั้นนาย้าอะไรจากฉันกันแน่ล่ะ”ยังคงชี้ปลายด้ามไม้กวาดไปด้านหน้าอย่างระวังตัวเช่นเดิม “ถ้าไม่ใช่เงินทองข้าวของ ชีวิตหรือร่างกายของฉัน บอกมา..ว่านาย้าอะไรกันแน่”
เมื่อได้รับคำถามกลับมาเช่นนั้น ก็พลันให้ฮาลน์ชายหนุ่มผู้มีเรือนผมสีเงินกับั์ตาสีฟ้าใสจ้องมองตอบกลับไปยังั์ตาสีน้ำตาลเข้มของบุคคลตรงหน้า ก่อนที่จะได้ พยายามเค้นเสียงเอ่ยน้ำคำภาษาที่ตนนั้นไม่คุ้นเคยออกมาเป็ครั้งแรก
“ผะ..ผะ..ผะ..”
“เฮือก!! อะไรนะ ผัว!!” แต่ยังไม่ทันได้ฟังจนจบประโยคแดนดี้ที่เข้าใจไปกับคำตอบที่พยายามเปล่งเสียงออกมาต่อหน้านั้นก็กระชับจับด้ามไม้กวาดในมือแน่นยิ่งขึ้น
แตกต่างกับบุคคลตรงหน้าที่พยายามโบกมือทั้งสองผล็อยๆปฏิเสธเป็พลันวันอีกครั้งและในจังหวะที่กลัวว่าหญิงสาวตรงหน้าจะเข้าใจผิดไปมากกว่าที่เป็อยู่นั่นก็รีบเปล่งเสียงเค้นคำพูดออกมาอย่างรวดเร็ว “ผะ..ผู้ปกครอง”
“ห๊ะ!!” โพล่งร้องขึ้นอย่างใมากขึ้นไปอีก “อะไรนะนายบอกว่าอะไรนะ”
“ผู้ปกครอง”
“อึก..” ดวงตาเปิดโพลงอย่างไม่เข้าใจด้ามไม้กวาดในมือถูกลดลงอย่างไม่เข้าใจในคำตอบกลับมานั้นด้วยเช่นกัน “ผู้ปกครอง..”เค้นเสียงกับประโยคที่ว่านั้นอย่างระแวดระวัง “ที่หมายถึงผู้ดูแลอะไรแบบนั้นน่ะนะ”
หงึก
เมื่อศีรษะของบุคคลตรงหน้าพยักตอบรับก็พลันให้ขาทั้งสองข้างของแดนดี้ถึงกับเซถลาไปด้านหลัง งุดเบือนใบหน้าก้มต่ำทบทวนน้ำคำที่ได้ยินในใจนั้นซ้ำไปมา ก่อนที่จะได้เงยง้างใบหน้ากลับขึ้นมาสบเปลยสายคมปลาบตอบกลับไปอีกครั้ง
“นายจะบ้าหรือไง” ส่งเสียงแว้ดขึ้น “แล้วทำไมฉันจะต้องไปเป็ผู้ปกครองของนายด้วยกันเล่าห๊า..”
“แต่พยาบาลบอกกับผมว่าคุณคือผู้ปกครอง” ชี้นิ้วของตนเข้าใส่หญิงสาวตรงหน้า
“จะบ้าเหรอ..ฉันไม่ใช่ผู้ปกครองของนายสักหน่อย อึก”ยกมือข้างหนึ่งขึ้นกุมขมับแน่นเมื่อััได้ถึงความเจ็บจี๊ดที่ศีรษะอย่างเลี่ยงไม่ได้ “ให้ตายเถอะโยนความรับผิดชอบมาให้ฉันกันหมดเลยสินะ” เบือนั์ตาคมปลาบกลับเข้าไปสบกับบุคคลตรงหน้าอีกครั้ง“บอกมา..ว่าทั้งหมดนี้ มันเป็แผนที่พวกนายใช้ต้มตุ๋นประชาชนใช่ไหม”
“หมายความว่าอย่างไร ผมไม่เข้าใจ”
“จะไม่เข้าใจได้อย่างไรก็นายทำทีเป็ผู้ประสบเหตุแล้วก็นอนนิ่งอยู่ตรงชายหาดสร้างเหตุการณ์รอให้คนที่โง่ผ่านมาเข้าไปช่วยเหลือ แล้วก็ทำให้คนผู้นั้นติดกับกับเื่ที่พวกนายสร้างขึ้นมาน่ะ”
“ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี เพราะผมไม่ได้สร้างเื่อะไรขึ้นมาทั้งนั้น”ยกฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งแตะเข้าที่หน้าอก เสริมสร้างความเชื่อมั่น“แต่เพราะเหตุการณ์ทั้งหมดนั่นเป็เื่จริงและผมก็ไม่รู้ตัวอะไรเลยด้วยซ้ำตอนที่มาโผล่ขึ้นที่นี่” อธิบายนิ่ง“ผมเข้าใจดีถึงความหวาดระแวงของคุณ แต่ว่า..ผมไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกนะที่จะสร้างเื่และหรอกให้คนอื่นหลงกลน่ะ แต่เพราะที่ผมทำอย่างนี้ก็เพราะผม้าคุณจริงๆและแน่นอนว่าผมไม่ได้้าในเชิงชู้สาวอะไรหรอกนะ เพียงแต่ว่า..ผมนั้น้าผู้ปกครองก็เท่านั้นเพราะผม..” เชิดใบหน้าของตนขึ้น “ยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับโลกใบนี้ดีพอ”
“ห๊ะ!!” ร้องขึ้นพร้อมกับสีหน้าฉงนสงสัยจนเด่นชัด“พูดบ้าอะไร ยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับโลกใบนี้ดีพอ ฮึ” กระตุกยิ้มเล็ก“จะให้ฉันเชื่อเื่ที่นายแต่งขึ้นมาทั้งหมดหรือไง ไม่มีทาง” กระชับด้ามไม้กวาดในมือแน่น
“เฮ้อ..” เสียงพ่นพรืดลมหายใจดังขึ้น “แล้วจะให้ผมทำอย่างไรล่ะเื่ทุกอย่างนั่นมันเป็เื่จริงนะ แล้วอีกอย่างถ้าผมไปจากคุณผมก็คงจะไม่มีที่ไหนให้ไปอีกแล้ว” ทรุดตัวลงนั่งอย่างเหนื่อยล้า “เพราะฉะนั้นได้โปรด...” เงยง้างใบหน้าของตนขึ้น “อนุญาตให้ผมอยู่กับคุณเถอะระ..หรือจะให้ผมเป็ผู้ดูแลทำความสะอาด หรือทำอะไรให้ก็ได้” ยกมือทั้งสองขึ้นมาผสานเม้มริมฝีปาก พร้อมกับสีหน้าออดอ้อนอย่างสุดกำลัง “ได้โปรด นะ นะ นะอย่างไรคุณก็รับผมเข้ามาในห้องด้วยแล้วนี่ถ้าคุณไม่เห็นใจผมก็คงจะไม่ใส่ใจหรือสนใจผมั้แ่แรก เพราะฉะนั้นได้โปรดอนุญาตให้ผมอยู่กับคุณด้วยคนเถอะนะ น้า......”
“อึก” เสียงกลืนน้ำลายหนืดดังขึ้นเมื่อเห็นถึงสีหน้าและสายตาปิ๊งๆที่ถูกส่งมาราวกับสีหน้าของน้องหมาที่กำลังออดอ้อนร้องขอขนม “เ้าบ้านี่”ยกมือขึ้นจับหมับที่ขมับของตนแน่นอีกครั้ง พร้อมกับทอดถอนลมหายใจพรืดต่อจากนั้นก่อนจะเบนหันมองสบกลับไปยังบุคคลที่ยังคงมีท่าทางขอร้องอย่างไม่น่าไว้ใจ
แต่สุดท้าย เพราะข้อเสียหนึ่งเดียวในความใจอ่อนของตนเองนั้นจึงทำให้ตอบรับอนุญาตบุคคลแปลกหน้านั้นในทันที “เฮ้อ..ก็ได้แล้วแต่นายเลยก็แล้วกัน แต่ว่า..อย่าคิดว่าฉันจะไว้ใจนายแล้วอย่างนั้นนะ เข้าใจไหม”
ซึ่งเมื่อเสียงแว้ดที่ดูเหมือนน้ำคำข่มขู่และคำสั่งดังออกไปก็พลันให้ชายหนุ่มเบื้องหน้านั้น รีบพยักศีรษะของตนตอบรับเป็พลันวันโดยทันที
“ว่าแต่...” สบเข้ากับั์ตาสีฟ้าครามเบื้องหน้านิ่ง “นายชื่ออะไร”
กระตุกยิ้มเล็ก “ฮาลน์ ฮาลน์ซัลเคย์เทล์ ไมลีย์ ครับ”