บทที่ 8 เลิกแสดงเถอะ (รีไรต์)
วันรุ่งขึ้น
หลินเนี่ยนนอนหลับไปนานจนตื่นขึ้นมาเอง เมื่อเปิดประตูออกไปก็พบว่าจางชุ่ยฟางและหวงเจี้ยนกั๋วยังอยู่ที่บ้าน
เธอหาวหวอดแล้วมองไปที่พวกเขา ก่อนจะเห็นจางชุ่ยฟางเดินเข้ามาหาเธอพร้อมฉีกยิ้มกว้าง จากนั้นเปิดผ้าเช็ดหน้าเผยให้เห็นเงินจำนวนหนึ่งอยู่ข้างใน “เนี่ยนเนี่ยน นี่คือเงินสองร้อยหยวนที่เหลือ แกเก็บเงินเอาไว้นะ อย่าให้หายล่ะ!”
“เมื่อก่อนแม่อาจจะเข้มงวดกับแกไปหน่อย แต่ที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อแกเอง แม่อุ้มท้องแกมาสิบเดือน แม่ต้องเป็ห่วงแกอยู่แล้ว”
“เนี่ยนเนี่ยนอย่าโทษแม่เลยนะ”
“ตอนนั้นแม่พาแกผ่านความยากลำบากมาลำพัง ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือจากอาหวง เราสองคนก็คงอยู่ไม่รอด…ลูกต้องเข้าใจแม่ด้วย”
หวงเจี้ยนกั๋วยืนขึ้นเอ่ยสำทับ “เนี่ยนเนี่ยน ฉันมัวแต่ยุ่งอยู่กับงานจนไม่มีเวลาสนใจเธอ ทำให้เธอได้รับความไม่ยุติธรรมในบ้านนี้ เธอ…”
“พวกคุณสองผัวเมียเลิกแสดงเถอะค่ะ พวกคุณอึดอัด ฉันเองก็รังเกียจ!” หลินเนี่ยนขัดจังหวะหวงเจี้ยนกั๋วและเอ่ยเยาะเย้ย “อาหวง แรก ๆ ก็เป็แค่พนักงานทั่วไปที่มีตำแหน่งเล็ก ๆ แต่เพราะแต่งงานกับจางชุ่ยฟางภรรยาของผู้สละชีพ ทางโรงงานเลยแต่งตั้งให้เป็หัวหน้าแผนก เงินเดือนเลยเพิ่มขึ้นสิบหยวนต่อเดือนทันที”
“แม่ก็เลยย้ายจากตำแหน่งคนงานทั่วไปเป็เ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน เงินเดือนเพิ่มขึ้นระดับหนึ่งด้วย”
“ทางโรงงานก็บอกพวกคุณั้แ่ตอนที่ว่าจ้างพวกคุณแล้วว่าเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นให้นำมาเป็ค่าขนมของฉัน”
“ต่อมาแม่พาฉันไปพบหัวหน้าโรงงาน บอกว่าฉันโตแล้วต้องใช้เงินมากขึ้น บอกว่าพ่อของฉันสละชีวิตเพื่อชาติ โรงงานควรดูแลภรรยาและลูก ๆ ของเขา”
“โรงงานจึงเลื่อนตำแหน่งให้อาหวงเป็รองผอ.”
“ฉันไม่ได้ติดค้างพวกคุณเลย! แต่พวกคุณต่างหากที่ติดค้างฉัน!”
หลินเนี่ยนไม่คิดจะประนีประนอม ซ้ำยังฉีกหน้าพวกเขาในทันใด ทำให้สีหน้าทั้งคู่ไม่สู้ดีนัก
“เธอ้าอะไร?” หวงเจี้ยนกั๋วไม่คิดว่าหลินเนี่ยนจะคิดเล็กคิดน้อยกับเื่เหล่านี้ เขารู้สึกว่าจางไห่หยางคงพูดและสอนอะไรบางอย่างให้เธออยู่เื้ัแน่ ๆ
เขาไม่สามารถเสแสร้งได้อีกต่อไป จึงพูดด้วยน้ำเสียงเ็าและจ้องมองหลินเนี่ยนด้วยสายตามาดร้ายราวกับอาบไปด้วยยาพิษ
หลินเนี่ยนหัวเราะเบา ๆ “เมื่อวาน ฉันบอกเงื่อนไขของฉันให้จางชุ่ยฟางไปแล้ว ทำไม? เธอไม่ได้บอกคุณหรอกเหรอ?”
“หลินเนี่ยน ฉันเป็แม่ของแกนะ!” จางชุ่ยฟางโกรธมากเมื่อหลินเนี่ยนเรียกเธอด้วยชื่อ
ลูกสาวที่เชื่อฟังเธอมาตลอดหลายปีกลายเป็คนควบคุมไม่ได้เหมือนเม่น ความโกรธของเธอลุกเป็ไฟคลุมฟ้าทันที
หลินเนี่ยนเลือกที่จะเมินเฉย และมองเพียงหวงเจี้ยนกั๋วเท่านั้น
หวงเจี้ยนกั๋วขมวดคิ้วและพูดว่า “แม่เธอให้เงินไปแล้ว แต่เื่ที่จะให้ลี่ลี่คุกเข่าให้เธอคงทำให้ไม่ได้”
หวงลี่ลี่บอกเมื่อคืนแล้วว่า ถ้ากล้าบังคับให้เธอคุกเข่า เธอจะไปโขกหัวตายที่ห้องทำงานของพ่อ
หวงเจี้ยนกั๋วรู้ว่าหวงลี่ลี่กำลังขู่ให้เขากลัว แต่ใน่เวลาสำคัญของการเลื่อนตำแหน่งนี้ เขาไม่อยากให้เกิดเื่ใด ๆ ขึ้น
หลินเนี่ยนยักไหล่ “ไม่คุกเข่าก็ได้ งั้นเอามาสามร้อยหยวน ห้ามต่อรองเด็ดขาด เงินมาเื่จบ!”
ดวงตาของจางชุ่ยฟางเบิกกว้าง เอ่ยอย่างมีน้ำโห “ฉันให้แกไปห้าร้อยแล้ว แกยังจะเอาอีกสามร้อย งั้นไม่มาปล้นเอาเลยล่ะ”
หลินเนี่ยนยิ้มและพูดว่า “สี่ร้อย!”
จางชุ่ยฟางยกมือขึ้นกำลังจะตี “นังเด็กเวรนี่…”
“พอแล้ว!” หวงเจี้ยนกั๋วตะคอกด้วยความโกรธ จางชุ่ยฟางทำอะไรไม่ได้เื่เลย ดีแต่เป็ตัวถ่วงอันดับหนึ่ง!
แค่เด็กคนหนึ่งยังจัดการไม่ได้ ไร้ประโยชน์จริง ๆ!
“เอาเงินสามร้อยหยวนให้ไปซะ!” หวงเจี้ยนกั๋วจ้องไปที่จางชุ่ยฟาง
จางชุ่ยฟางรู้สึกหงุดหงิดมาก “ฉันให้ไปห้าร้อยหยวนแล้วนะ!”
หลินเนี่ยนหันกลับไปหาอะไรกินที่ห้องครัว เธอเจอไข่ไก่จึงทอดไข่ดาวไปสองฟอง เมื่อเห็นว่ายังมีน้ำแกงไก่ตุ๋นอยู่ เธอจึงใช้น้ำแกงไก่ที่เหลือมาทำบะหมี่
หลังจากที่บะหมี่พร้อมแล้ว เธอก็ยกออกมากินข้างนอก กินไปด้วยดูสองผัวเมียทะเลาะกันไปด้วย น่าสนุกจริง ๆ
สุดท้ายก็เป็จางชุ่ยฟางที่แพ้ไป จึงหยิบสมุดบัญชีออกไปถอนเงิน
หลังจากที่จางชุ่ยฟางถอนเงินกลับมาให้หลินเนี่ยน หวงเจี้ยนกั๋วก็พูดด้วยความโกรธว่า “เราทำตามคำขอของเธอแล้ว เย็นนี้เธอต้องไปบ้านผอ.จางกับฉัน”
หลินเนี่ยนชี้ไปยังเสื้อผ้าที่เธอสวมอยู่ซึ่งเต็มไปด้วยรอยปะชุน และถามหวงเจี้ยนกั๋วว่า “อาหวงคะ อาแน่ใจเหรอว่าจะให้ฉันใส่เสื้อผ้าชุดนี้ไป”
จางชุ่ยฟางสูดลมหายใจ “นังเด็กเวร ฉันให้เงินไปแล้ว แกไม่รู้จักเอาไปซื้อหรือไง?”
หลินเนี่ยนส่ายหัว “ฉันไม่ซื้อหรอก ฉันคิดว่าเสื้อผ้าพวกนี้ก็ไม่แย่!”
หวงเจี้ยนกั๋วจ้องไปที่จางชุ่ยฟางอย่างดุเดือด “ยืนทำบื้ออะไร ไปเอาตั๋วผ้าและเงินพาเธอไปซื้อที่ห้างสิ!”
จางชุ่ยฟาง “...”
นี่เธอไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้กันแน่!
เมื่อพาหลินเนี่ยนมาถึงห้างสรรพสินค้า หลินเนี่ยนจึงสั่งสอนจางชุ่ยฟางอย่างสะใจ เธอซื้อเสื้อผ้า รองเท้า และถุงเท้าครบทั้งตัว
พอเปิดปากปุ๊บก็ ‘พี่คะ ขอรองเท้าคู่นี้สองคู่ คู่นั้นสองคู่ แล้วก็เสื้อตัวนี้ เอามาสองตัวค่ะ เสื้อตัวนั้นด้วยค่ะ’
จางชุ่ยฟางผู้ชำระเงินและตั๋วแทบจะกระอักเื!
หวงเจี้ยนกั๋วแค่พูดอย่างเดียว ไม่ได้ให้เงินเธอเลยสักแดงเดียว นี่เพิ่งจะผ่านไปสองวัน เธอก็ให้เงินหลินเนี่ยนไปแปดร้อยหยวนแล้ว ตอนนี้ยังใช้จ่ายไปอีกหนึ่งร้อยกว่าหยวน เงินหนึ่งพันหยวนจึงหมดไปในพริบตา!
หนึ่งพันหยวนเชียวนะ!
เท่ากับเงินเดือนสามปีของคนทำงานปกติเลยนะ!
ครอบครัวธรรมดาต้องใช้เวลากี่ปีถึงจะเก็บเงินหนึ่งพันหยวนได้
จางชุ่ยฟางอยากบีบคอหลินเนี่ยนให้ตายตกไปเสีย และเริ่มรู้สึกเสียใจที่ขอให้หลินเนี่ยนไปชนบทแทนหวงลี่ลี่ เงินจำนวนมากขนาดนี้ ขอแค่ครึ่งหนึ่งจากเงินจำนวนนั้น ก็มีพ่อแม่คนอื่นอีกมากมายที่ยอมขายลูกตัวเองไปชนบทแทนลี่ลี่แล้ว!
อีกอย่าง ถึงหลินเนี่ยนจะไม่ยอมไปชนบท เธอก็สามารถแต่งหลินเนี่ยนออกไปได้ แบบนี้สิ่งที่เธอ้าก็สามารถเอามาได้เช่นกัน
นังเด็กนี่ก็คงไม่กลายเป็คนใจร้าย หลอกเธอจนแทบหายใจไม่ออกแบบนี้ด้วย
ถึงจางชุ่ยฟางจะเสียใจ แต่จะโกรธตอนนี้ไปก็ไร้ประโยชน์
เธอทำได้เพียงปลอบใจตัวเองและอดทนจนกว่านังเด็กชั่วนี่จะไปชนบท
ถึงเวลานั้น เธอก็จะได้บ้านมา รวมถึงเงินจากหยางต้งเหลียง ชีวิตของเธอจะยังคงชื่นบานเหมือนเดิม
จางชุ่ยฟางคอยคิดถึงแต่เื่บ้านหลังนี้ โดยไม่รู้ว่าหลินเนี่ยนได้ขุดหลุมขนาดใหญ่รอให้เธอะโลงไปแล้ว
หลังจากซื้อเสื้อผ้าเสร็จ ตอนเย็นหลินเนี่ยนก็ไม่ได้ไปที่บ้านของผู้อำนวยการจางกับหวงเจี้ยนกั๋ว เหตุผลเพราะอาการาเ็บนใบหน้าของเธอยังไม่หายดี ต้องรออีกสักสองวัน
เหตุผลนี้ทำให้หวงเจี้ยนกั๋วไม่สามารถปฏิเสธได้
น่ารำคาญ!
หวงเจี้ยนกั๋วโกรธแต่ไม่มีที่ระบาย โมโหมากจนแทบจะะเิ
ยิ่งตระกูลหวงลำบากมากเท่าไหร่ หลินเนี่ยนก็ยิ่งมีความสุขมากเท่านั้น เธอกินดีกินอิ่มอยู่ในตระกูลหวง เมื่อมีเวลาว่างก็ไปหาหนังสือระดับมัธยมที่สถานีเก็บของเก่าจนครบ
จากนั้นก็ไปที่ร้านหนังสือซินหัว เพื่อดูว่ามีสื่อการเรียนที่เป็ประโยชน์หรือไม่ และยังซื้อหนังสือคำสอนจากผู้ยิ่งใหญ่เล่มใหม่มาสองเล่ม
ตอนนี้อยู่ในปี 1973 อีกสี่ปีก็จะถึงเวลาสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว
หลินเนี่ยนมีความชัดเจนเกี่ยวกับเส้นทางของเธอ เธอไม่เคยคิดเื่การทำธุรกิจในยุคนี้หรือในยุคแรก ๆ ของการปฏิรูปเปิดประเทศ ซึ่งยังไม่ต้องพูดถึงว่าเธอมีความสามารถในด้านนี้หรือไม่
การถูกจับได้ว่าทำธุรกิจในตลาดมืดในตอนนี้ไม่ใช่เื่เล่น ๆ!
เช่นเดียวกันกับในยุคแรก ๆ ของการปฏิรูปเปิดประเทศ โดยเฉพาะใน่ปีที่ยุวชนกลับเมือง มีคนหนุ่มสาวตกงานมากมาย ทั้งยังมีปัจจัยที่ไม่มั่นคงมากมายในสังคมด้วย
การทำธุรกิจต้องมีการขนย้ายสินค้าขึ้นเหนือลงใต้ซึ่งอันตรายมาก
โอกาสที่ผู้ชายจะถูกปล้นหรือขโมยนั้นมีสูงมาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผู้หญิงอย่างเธอเลย เธอไม่มีพื้นที่มิติเหมือนนางเอกในนิยายสักหน่อยที่วางของไว้ตรงนั้นแล้วก็สบายใจได้!
มีปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่งคือ เมื่อผู้หญิงอยู่บนถนนตามลำพังนั้นอันตรายมาก ทันทีที่ถูกอุ้มตัวเข้าไปในูเา ชีวิตนี้ของเธอคงจะจบสิ้นทันที
หลินเนี่ยนรู้สึกชาวาบไปทั้งตัวเมื่อนึกถึงชีวิตที่น่าสังเวชนั้น
การสอบเข้ามหาวิทยาลัยจึงเป็หนทางที่ปลอดภัยที่สุด