ฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 101 ข้าไม่ให้ไป

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นคิ้วของฟู่ถิงเย่ก็ขมวดเข้าหากัน แต่ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา

            ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่รู้ดีว่าฟู่ถิงเย่ในตอนนี้ไม่ใช่เด็กน้อยที่เคยนั่งบนตักนางอีกต่อไปแล้ว และไม่ใช่คนที่สามารถหลอกล่อได้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ

            นางยิ้มบางๆ กล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยนดั่งมารดาที่รักลูก“เจ้าเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ของแคว้นต้าฉี ต้องออกรบอยู่ภายนอกมาหลายปี มีวิญญาณผู้คนมากมายต้องสังเวยชีวิตใต้คมดาบดวงชะตาเต็มไปด้วยเคราะห์ร้าย แม่ได้แต่กินเจสวดมนต์อยู่ที่บ้านเพื่อขอพรให้เจ้าปลอดภัยส่วนภรรยาของเจ้า แม่ไม่ได้คาดหวังว่านางจะต้องมาจากตระกูลสูงศักดิ์ แค่อยากให้นางเป็นคนที่เพียบพร้อมด้วยบุญวาสนาช่วยคลายความพยาบาทที่มีต่อเจ้าได้ ครอบครัวจะได้สงบสุขและราบรื่น…”

            ฟู่ถิงเย่เงียบไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า“ทำให้ท่านแม่ต้องเป็นห่วงแล้ว”

            เป็นการแสดงความขอบคุณแต่ไม่ได้ตอบรับเรื่องใดๆ

            ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่กล่าวหยั่งเชิง“หากเจ้ารักนางมากจริงๆ ลองเอาวันเดือนปีเกิดของนางมา แม่จะได้หาพระอาจารย์มาดูให้ขอแค่ไม่ร้ายแรงมากเกินไป เราก็พอจะจ่ายเงินทำพิธีสะเดาะเคราะห์แก้ไขดวงชะตาได้…”

            คำพูดเหล่านั้นทุกถ้อยคำล้วนแสดงความเป็นห่วงเป็นใยฟู่ถิงเย่

            ความจริงแล้ว นางแค่ให้คนพูดว่าดวงชะตาของหวาชิงเสวี่ยร้ายแรงมีดวงชะตานำพาโชคร้ายมาสู่สามีและบุตร นำเคราะห์มาสู่ผู้อื่น นางไม่เชื่อหรอกว่าฟู่ถิงเย่จะกล้าแต่งนางเข้ามา!

            แต่ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่หารู้ไม่ว่าหวาชิงเสวี่ยความจำเสื่อมไปแล้ว นางไม่รู้แม้แต่วันเดือนปีเกิดของตนเอง…

            “...ยังไม่ต้องรีบร้อน”ฟู่ถิงเย่ตอบ “ตอนนี้แคว้นเราอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ วันหน้าค่อยว่ากันเถิด”

            ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ตอนนี้เจ้าก็อายุไม่น้อยแล้ว ถึงแม้จะอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ ก็ควรคิดเรื่องการมีทายาทของตระกูลฟู่ไว้ก่อนแต่เนิ่นๆ…”

            ฟู่ถิงเย่เงยหน้าขึ้นมองฮูหยินผู้เฒ่าฟู่ดวงตาสงบนิ่งและเก็บซ่อนความรู้สึก “ทำให้ท่านแม่ต้องเป็นห่วงแล้ว ลูกจะจำไว้”

            ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่ยิ้มน้อยๆ“วันนี้ญาติผู้น้องของเจ้าคงตกใจไม่น้อย เจ้าไปเยี่ยมนางบ้างเถอะ หลายปีมานี้พวกเจ้าแทบไม่ได้เจอกันอย่าห่างเกินกันไปเลยนะ”

            คิ้วยาวของฟู่ถิงเย่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยจนแทบไม่ทันสังเกตก่อนที่จะตอบ “อืม” อย่างขอไปที

            หลังจากพูดคุยกันเสร็จฟู่ถิงเย่ก็ไปยังห้องหนังสือที่เรือนพักชั้นนอก

            เมื่อเดินผ่านเรือนของเฉิงหว่านเมี่ยวเขาก็ไม่ได้ชะลอฝีเท้าลงแม้แต่น้อย และเดินผ่านไปเลย

            เมื่อเขาไปถึงห้องหนังสือแล้วถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนได้ตอบรับว่าจะไปเยี่ยมเฉิงหว่านเมี่ยวตามคำขอของฮูหยินผู้เฒ่าฟู่

            แต่เด็กสาวตัวเล็กๆที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนหนึ่ง ไม่เจ็บไม่ป่วยตรงไหน มีอะไรให้ต้องไปเยี่ยมกัน?ฟู่ถิงเย่ไม่มีอารมณ์ไปโอ๋เด็ก จึงลืมเรื่องของเฉิงหว่านเมี่ยวไป แล้วเริ่มอ่านรายงานข่าวกรองเกี่ยวกับทูตแคว้นต้าเหลียวที่หน่วยสอดแนมสืบได้มาในช่วงนี้

            ในคืนนั้น เฉิงหว่านเมี่ยวก็มีไข้ขึ้นสูงไม่ลดลงอย่างที่ท่านหมอกล่าว

            นางนอนอยู่บนเตียง ร่างกายหนาวๆร้อนๆ สลับกันไป พร้อมๆ กับรู้สึกเวียนหัว ช่างทรมานเหลือเกิน

            ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นนางรู้สึกได้ว่ามีสาวใช้ช่วยเช็ดเหงื่อและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ บางครั้งก็ป้อนน้ำ บางครั้งก็ป้อนยานางยังได้ยินเสียงตำหนิของฮูหยินผู้เฒ่าฟู่ กำลังติเตียนสาวใช้ที่ไม่ได้ดูแลนางให้ดี

            เฉิงหว่านเมี่ยวคิดในใจอย่างมึนงงโชคดีที่ยังทัน...ฮูหยินผู้เฒ่ายังคงเอ็นดูนาง เรื่องการแต่งงานกับตระกูลสวีท่านก็ยังไม่ได้ตอบรับทุกอย่างยังทันเวลา…

            หลังจากที่นางนอนหลับไปตื่นหนึ่งไข้ก็ลดลงเล็กน้อย แต่ยังมีไข้ต่ำๆ อยู่

            นางรู้สึกคอแห้ง อยากเรียกสาวใช้แต่ในขณะนั้นก็ที่ได้ยินเสียงสาวใช้หลายคนในห้องกำลังพูดคุยกัน

            “...ไม่นึกเลยว่า พอท่านแม่ทัพฟู่โกนหนวดแล้วจะหล่อเหลาขนาดนี้”

            “ใช่แล้ว เมื่อก่อนขนาดมองจากที่ไกลๆก็ยังดูน่ากลัว…”

            “ในงานเลี้ยงชมบุปผาเมื่อวานมีคุณหนูหลายคนแอบมองท่านแม่ทัพด้วยนะ บางคนถึงกับหน้าแดงเลย คิกคิกคิก…”

            “เฮ้อ เจ้าว่าคุณหนูของพวกเราทำไมนางถึงไม่อยากแต่งงานกับท่านแม่ทัพฟู่กันนะ? ถ้าเป็นข้านะข้าว่าท่านแม่ทัพมีทั้งเงินและมีอำนาจ แถมยังหน้าตาดี ไม่มีใครจะดีไปกว่าท่านแม่ทัพแล้ว”

            “อาจจะกลัวว่าท่านแม่ทัพจะโหดร้ายเกินไปกระมัง?...คงรู้สึกว่าชายที่เคยออกรบมาก่อนนั้นดูป่าเถื่อน ไม่รู้ว่าหลังจากแต่งงานแล้วจะทุบตีคุณหนูหรือไม่…”

            “ใช่แล้วๆ! หลังจากลูกชายของท่านป้าหวังที่เป็นแม่ครัวแต่งเสี่ยวฮุ่ยมาเป็นภรรยาก็ทุบตีเสี่ยวฮุ่ยทุกครั้งที่ไม่พอใจ!”

            “พวกเจ้าพูดเหลวไหล!แม่ข้าบอกว่า ท่านแม่ทัพเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ ตีแต่ศัตรูเท่านั้น! ไม่ตีเมียหรอก!”

            “...นั่นสินะ เมื่อวานข้าเห็นท่านแม่ทัพอ่อนโยนกับแม่นางหวาที่อยู่ข้างๆเขามากเลย…”

            เมื่อพูดถึงหวาชิงเสวี่ยพวกสาวใช้ก็ยิ่งมีเรื่องให้คุยกันมากขึ้น นางก็คือซือปิงฟูเหรินในตำนานนี่นา!

            ผู้หญิงคนหนึ่งกลับสามารถประดิษฐ์อาวุธที่ทำให้แคว้นต้าเหลียวหวาดกลัวได้เหมือนเรื่องในเทพนิยายไม่มีผิด

            สาวใช้คุยกันไม่หยุดเฉิงหว่านเมี่ยวได้ยินแล้วก็รู้สึกกลัวขึ้นมา

            เมื่อวานหลังจากที่นางได้เห็นฟู่ถิงเย่สติก็หลุดลอยไปจะยังมีอารมณ์ไปสนใจสตรีที่อยู่ข้างกายเขาได้เช่นไร?

            เขาอ่อนโยนกับซือปิงฟูเหรินมากงั้นหรือ?พวกเขาเป็นอะไรกัน? ทำอย่างไรดี…นางควรจะทำอย่างไรดี…

            เฉิงหว่านเมี่ยวรู้สึกร้อนรนแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะอาการหวัดครั้งนี้ทำให้นางนอนซมเกือบครึ่งเดือน กว่าจะหายดีก็ทำให้นางไม่ได้คิดถึงเรื่องพวกนี้อีก

            …

            หลังจากงานเลี้ยงชมบุปผาหวาชิงเสวี่ยก็ได้รับเทียบเชิญมากมาย

            มีทั้งงานชุมนุมกวีที่บ้านนั้นงานจิบน้ำชาที่บ้านนี้ ในช่วงไว้ทุกข์ของแคว้นไม่มีงานเลี้ยงรื่นเริง ผู้คนก็ต้องหาความสุขเล็กๆน้อยๆ กันบ้าง จึงมีงานเลี้ยงเล็กๆ จัดขึ้นเป็นครั้งคราว

            แต่เทียบเชิญนั้นมากเกินไปแถมยังมีแต่คนที่นางไม่รู้จักทั้งนั้น หวาชิงเสวี่ยจึงไม่อยากไป

            นางไม่เคยจัดการกับสถานการณ์เช่นนี้มาก่อนนางจึงไปขอความช่วยเหลือจากฟู่ถิงเย่โดยไม่รู้ตัว

            “ถ้าไม่ไป จะเป็นการล่วงเกินคนพวกนั้นหรือไม่เจ้าคะ?”หวาชิงเสวี่ยถามเขาอย่างระมัดระวัง

            ฟู่ถิงเย่กวาดตามองแล้วโยนทิ้งไปด้านข้าง“ถ้าไปสิถึงจะเป็นการล่วงเกินคนอื่น นอกจากเจ้าจะสามารถไปตามเทียบเชิญให้ครบทุกคนได้”

            หวาชิงเสวี่ยหน้าซีดรีบส่ายหน้า “จะไปให้ครบทุกงานได้อย่างไรเจ้าคะ” อาจจะเหนื่อยตายได้เลยนะ!

            “ไม่ต้องสนใจ คนพวกนั้นก็แค่อยากตีสนิทหรือไม่ก็แค่อยากลองหยั่งเชิงเจ้าดูก็เท่านั้น” ฟู่ถิงเย่กล่าว “แต่การอยู่แต่บ้านทุกวันก็คงน่าเบื่อช่วงนี้ใบไม้บนเขาอวี้เซียงในเซิ่งจิงเริ่มแดงแล้ว ข้าจะพาเจ้าไปดู”

            “เอ๊ะ?วันนี้หรือเจ้าคะ?” หวาชิงเสวี่ยชะงักไป “แต่ว่าอีกเดี๋ยวข้าต้องออกไปข้างนอก…”

            ฟู่ถิงเย่ก็ชะงักไปด้วย“เจ้าจะไปที่ใด?”

            หวาชิงเสวี่ยยิ้มอย่างเขินๆหยิบเทียบเชิญฉบับหนึ่งขึ้นมาจากกอง “ฮูหยินหลูเชิญข้าไปเยือนบ้านเจ้าค่ะ...”

            “ฮูหยินหลู?”ฟู่ถิงเย่ขมวดคิ้ว “ฮูหยินหลูคนไหน? เจ้าไม่คุ้นเคยกับคนในเมืองหลวงหากไม่มีธุระก็อย่าไปบ้านคนอื่นโดยไม่ไตร่ตรองให้ดี คนในเมืองหลวงมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวตอนไหนถูกล่อลวงจนเสียท่าไปแล้วเกรงว่าอาจจะยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ”

            “ไม่ใช่แบบนั้น” หวาชิงเสวี่ยอธิบายเสียงเบา“คือหลูเจิ้งชิง...ฮูหยินของหมอหลวงหลู นางเชิญข้าไปนั่งเล่น...”

            ดังนั้น ความจริงแล้วคนที่เชิญนางไม่ใช่ฮูหยินหลู แต่เป็นหลูเจิ้งชิง

            แต่ถ้าหากหลูเจิ้งชิงเป็นคนเชิญเองก็อาจจะสะดุดตาเกินไป การไปพบปะกันระหว่างสตรีจึงไม่เด่นเท่า

            ฟู่ถิงเย่จับประเด็นได้ในทันทีเขาขมวดคิ้วแล้วถาม “หลูเจิ้งชิงเรียกเจ้าไปทำไม? ข้าไม่ให้ไป”

            หวาชิงเสวี่ย “...”

            นางอยากถามว่า ท่านไม่มีสิทธิ์อะไรมาห้ามไม่ให้ข้าไป?

            แต่นางก็เหลือบไปมองบ่าวรับใช้และองครักษ์ที่ฟู่ถิงเย่หามาให้แล้วเหลือบมองสีหน้าไม่สบอารมณ์ของฟู่ถิงเย่ จึงคิดว่าเอาใจเขาไว้ก่อนน่าจะดีกว่า…

            ผู้หญิงนี่จำเป็นต้องมีฐานะทางการเงินที่มั่นคงจริงๆนะ นอกจากบ้านหลังนี้ที่หลี่จิ่งหนานมอบให้ ทุกอย่างที่นางกินที่นางใช้ตอนนี้ล้วนแต่มาจากเขาทำให้ยามที่อยู่ต่อหน้าเขานางไม่มีความมั่นใจเลย…

            ความจริงแล้วนางก็มีเงินนะ

            แต่ฟู่ถิงเย่ไม่เคยให้โอกาสนางใช้เงินของตัวเองเลย

            น่าอึดอัดจริงๆ

            “หมอหลวงหลูมีฝีมือดีครั้งก่อนที่เขาช่วยรักษาอาการป่วย ข้ายังไม่ได้แสดงความขอบคุณต่อเขาเลย…” หวาชิงเสวี่ยใคร่ครวญคำพูดแล้วค่อยๆกล่าว “ข้าก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นจะให้ นอกเสียจากพวกกระจก ข้าก็เลยอยากมอบมันให้ฮูหยินหลูสักบานแล้วก็ถือโอกาส...ให้หมอหลวงหลูช่วยตรวจอาการข้าซ้ำ…”

            ฟู่ถิงเย่ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า“ข้าจะไปกับเจ้า”

            หวาชิงเสวี่ย “หา?”

            ทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ?แต่ดูเหมือนทางนั้นจะไม่ได้เชิญท่านไปนะ ท่านแม่ทัพ!

            ฟู่ถิงเย่สั่งการอย่างเด็ดขาด“เด็กๆ เตรียมรถม้า!”

            หวาชิงเสวี่ย “...”

            ฟู่ถิงเย่หันกลับมามองนาง“มัวแต่ยืนอึ้งอยู่ทำไม? ไปสิ ในเมื่อจะไปตรวจอาการซ้ำก็รีบไปรีบกลับ”

            …

            หวาชิงเสวี่ยตามฟู่ถิงเย่ไปบ้านตระกูลหลูด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน

            หมอหลวงเป็นอาชีพที่ดูดีมีหน้ามีตาแต่ต่อให้จะมีหน้ามีตาแค่ไหน เมื่อเอาไปเทียบกับขุนนางผู้สูงศักดิ์มากมายในเมืองหลวงแล้วก็ดูธรรมดาไปในทันที

            ตระกูลหลูอาศัยอยู่ในบ้านพักสามชั้นไม่ได้มีคนรับใช้มากนัก พื้นที่ก็ไม่ใหญ่ แต่กลับตกแต่งไว้อย่างมีชีวิตชีวา

            ตอนที่ผู้เฝ้าประตูนำคนทั้งสองเข้าไปหวาชิงเสวี่ยก็เห็นราวเหล็กคู่สำหรับออกกำลังกายตั้งอยู่ในลาน เห็นได้ชัดว่าหลูเจิ้งชิงสั่งให้คนทำตามอุปกรณ์กีฬาในยุคปัจจุบัน

            เขาทำสิ่งนี้เอาไว้ทำอะไรกัน?หรือว่าทุกเช้าจะต้องมาดึงข้อในลานนี้สักหน่อย?

            หวาชิงเสวี่ยนึกถึงภาพนั้นแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้

            ฟู่ถิงเย่เหลือบมองนางไม่รู้ว่านางหัวเราะอะไร

            ฮูหยินหลูเดินออกมาจากห้องด้านในเมื่อเห็นชายหญิงคู่หนึ่งในสวนก็รู้สึกแปลกใจ นางรู้ว่าสามีขอให้ต้อนรับซือปิงฟูเหรินแต่ไม่รู้ว่าซือปิงฟูเหรินจะพาคนมาด้วย…

            แถมผู้ชายคนนี้…สูงใหญ่กำยำดูโดดเด่นมากชนิดที่ไม่มีใครกล้าละเลยเขา

            หวาชิงเสวี่ยแนะนำอย่างเขินอาย“ท่านนี้คือท่านแม่ทัพฟู่ ฟู่ถิงเย่”

            ฮูหยินหลูเบิกตากว้างด้วยความตกใจ!

            จะอย่างไรนางก็เป็นเพียงแค่สตรีในเรือนหลังบุคคลอย่างฟู่ถิงเย่สำหรับนางแล้วเป็นบุคคลที่อยู่ในตำนาน วันนี้กลับปรากฏตัวอยู่ในลานบ้านของนางเองเลยหรือนี่?!!

            ท่านพี่รีบออกมาเร็วสิเจ้าคะ!ท่านแม่ทัพใหญ่มาบ้านเรา! ช่างน่ากลัวจริงๆ!

            ฟู่ถิงเย่ผงกศีรษะเล็กน้อยถือว่าเป็นการแสดงมารยาทสำหรับการพบกันครั้งแรก

            หวาชิงเสวี่ยยื่นกล่องของขวัญที่เตรียมไว้ให้กับฮูหยินหลู“นี่เป็นของขวัญเล็กๆ น้อยๆ เจ้าค่ะ…”

            ฮูหยินหลูถึงได้สติกลับมารีบรับกล่องของขวัญนั้นมาแล้วย่อกายลงเล็กน้อย กล่าวว่า “เสียมารยาทแล้ว เชิญข้างในก่อนเถิดท่านพี่กำลังเตรียมอาหารอยู่ในครัว เดี๋ยวก็คงจะมาแล้ว”

            ทั้งหวาชิงเสวี่ยและฟู่ถิงเย่ต่างก็แสดงสีหน้าตกใจออกมา

            “หมอหลวงหลูอยู่ในครัวหรือ?!”

            ฮูหยินหลูคาดเดาไว้แล้วว่าจะมีคำถามเช่นนี้จึงอมยิ้มแล้วพยักหน้า “เขากล่าวว่าจะให้แม่นางหวาลองชิมรสชาติบ้านเกิด จึงเข้าไปเตรียมอาหารในครัวตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว”

            ฟู่ถิงเย่ถามอย่างเคลือบแคลง“หลูเจิ้งชิงรู้หรือว่าบ้านเกิดของแม่นางหวาอยู่ที่ไหน?”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของฮูหยินหลูก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย นางพบว่าตนเผลอพูดบางอย่างที่ไม่ควรพูดออกไปแล้ว!

            “ท่านเข้าใจผิดแล้วฮูหยินหลูหมายความว่าอยาก...อยากให้ข้าได้ชิมอาหารบ้านเกิดของหมอหลวงหลูต่างหาก” หวาชิงเสวี่ยรีบอธิบายพร้อมกับส่งสายตาให้ฮูหยินหลู

            “อ่า...ใช่ เป็นเช่นนั้นทุกครั้งที่มีแขกมาที่บ้าน สามีของข้าก็จะให้แขกได้ลองชิมอาหารบ้านเกิดของเขา…” ฮูหยินหลูรับช่วงต่อพูดตามน้ำไปทันที

            ฟู่ถิงเย่ขมวดคิ้ว มองฮูหยินหลูอย่างพินิจพิจารณามองหวาชิงเสวี่ยอีกที เขายังคงรู้สึกแปลกๆ อยู่ แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงต่อไป

            หวาชิงเสวี่ยหัวเราะแห้งๆสองครั้ง แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไร “ฮูหยินหลู ท่านไปช่วยหมอหลวงหลูในครัวเถอะ ไม่ต้องสนใจพวกเราพวกเราจะนั่งรออยู่ตรงนี้”

            ฮูหยินหลูก็กังวลว่าตนจะพูดอะไรผิดพลาดไปอีกจึงพยักหน้า “เช่นนั้นก็ได้ ข้าจะไปดูเสียหน่อย...ทั้งสองท่านดื่มชาก่อนนะ เสียมารยาทแล้วขออภัยด้วย”

            เมื่อฮูหยินหลูรีบร้อนเดินจากไปหวาชิงเสวี่ยก็เอื้อมมือไปจิกแขนของฟู่ถิงเย่ แล้วต่อว่า “ท่านแม่ทัพ พวกเรามาเป็นแขกนะท่านทำให้คนอื่นตกใจหมดแล้ว!”

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405