บทที่ 22 สวีหู่ทะลวงขีดจำกัด
หลี่เต้าใช้วิชาดาบวายุได้คล่องแคล่วขึ้น องครักษ์มากมายล้มตายภายใต้คมดาบของเขา รอบกายเต็มไปด้วยซากศพที่นอนเกลื่อนกลาด
ในที่สุดกลุ่มองครักษ์ที่เหลือก็ได้แต่ล้อมเขาเอาไว้ ไม่มีผู้ใดกล้าบุกเข้าไปโจมตี เกรงว่าตนจะต้องตายตามรอยองครักษ์ที่ล้มตายไปก่อนหน้า
เขาฉวยโอกาสรีบดูแผงสถานะทันที
[เ้านาย: หลี่เต้า]
[พละกำลัง: 9.38]
[คุณสมบัติที่ใช้ได้: 8.69]
แม้ในใจจะคาดเดาไว้แล้ว แต่เมื่อได้เห็นตัวเลขคุณสมบัติที่ใช้ได้จริง ๆ เขายังอดใไม่ได้
เพราะจำนวนคุณสมบัติที่ใช้ได้นั้นเกือบจะไล่ทันค่าพลังกายของเขาแล้ว นั่นหมายความว่าหลังจากเพิ่มคะแนน ค่าร่างกายของเขาจะเพิ่มขึ้นเกือบเป็สองเท่า
รอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของเขาด้วยความตื่นเต้น
ภาพที่เห็นทำให้บรรดาองครักษ์โดยรอบต่างใกลัว พวกเขาคิดว่าคนบ้าผู้นี้กำลังจะลงมือกับพวกเขาอีกครั้ง ถึงขนาดมีองครักษ์บางคนเริ่มถอยหลังหนี พวกเขาที่เป็เช่นนี้ก็เพราะว่าในการต่อสู้ที่ยาวนาน สูญเสียกำลังพลไปสี่สิบถึงห้าสิบคน
แต่กระนั้นพวกเขายังไม่เคยสามารถทำร้ายอีกฝ่ายได้แม้แต่น้อย แม้แต่รอยถลอกเล็ก ๆ ก็ยังไม่มี
ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ หลังจากการต่อสู้มาพักใหญ่ พวกเขาต่างเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ แต่คนตรงหน้ากลับไม่มีทีท่าหอบแม้แต่ครั้งเดียว แม้จะมีรูปร่างเหมือนมนุษย์ แต่กลับเหมือนอสูรที่ไม่รู้จักความเหน็ดเหนื่อย
การต่อสู้กับศัตรูเช่นนี้ ไม่เห็นความหวังใด ๆ เลย
"ตายซะ!" ทันใดนั้น เสียงะโก้องดังขึ้นจากที่ไกล ๆ ดังกังวานเป็พิเศษ
จากนั้นเสียงอึกทึกครึกโครมก็ดังมาจากที่ไม่ไกลนัก
"ใครกัน?"
สายตาของหลี่เต้าเหลือบมองไปตามทิศทางนั้นโดยไม่รู้ตัว
การที่มีเสียงดังสนั่นขนาดนี้ แสดงว่าต้องมีผู้แข็งแกร่งกำลังลงมือแน่ แต่เสียงที่ได้ยินก่อนหน้านี้ช่างแปลกประหลาดนัก เป็ไปได้ว่าในบรรดาองครักษ์เหล่านี้ต้องมียอดฝีมือซ่อนตัวอยู่
นั่นหมายความว่าในกลุ่มพวกเขามีคนที่ปะทะกับยอดฝีมือที่ซ่อนตัวอยู่ผู้นี้
หลี่เต้ากวาดตามององครักษ์รอบข้าง สะบัดเืบนดาบเหล็กทมิฬ แล้วเดินไปยังทิศทางที่มาของเสียง
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า บรรดาองครักษ์ที่ขวางทางอยู่ต่างใกลัวรีบหลบไปทั่วทุกทิศ เกรงว่าจะถูกปีศาจตรงหน้าผู้นี้ฆ่าทิ้ง
แม้หลี่เต้าจะรู้สึกเสียดายเนื้อสัตว์ที่อยู่รอบตัวที่ถูกส่งมาถึงปากแล้ว แต่เขาไม่ใจร้ายถึงขั้นที่จะไม่สนใจสหายของตน
แม้จะเป็เพียงการรวมกลุ่มชั่วคราวและล้วนเป็พวกแปลก ๆ แต่ในเมื่อเขาเป็หัวหน้า ก็ต้องพาพวกเขากลับไปให้ได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่เขามีพละกำลังรับมือได้เช่นนี้
…
"แม้เ้าจะมีพละกำลังมากมายแค่ไหน แต่หากไร้ซึ่งลมปราณ เ้าก็เป็เพียงสัตว์ป่าตัวหนึ่งเท่านั้น"
จินเซิ่งฟันดาบใส่สวีหู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า อาศัยลมปราณในร่างกดดันสวีหู่ผู้มีพร์พิเศษ ทุกครั้งที่ฟันดาบก็จะเอ่ยถ้อยคำเยาะเย้ย ราวกับ้าพิสูจน์บางสิ่ง
เด็กบ้าที่เกาะอยู่บนบ่าของสวีหู่เห็นาแบนร่างของสวีหู่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จู่ ๆ ก็ะโด้วยความคลุ้มคลั่ง พุ่งตรงเข้าใส่จินเซิ่ง
"เ้าก็เป็แค่สัตว์เดรัจฉานตัวน้อยเท่านั้น!"
จินเซิ่งเหวี่ยงดาบยาวออกไป แสงดาบกว้างสามชุ่นปกคลุมไปทั่วใบดาบ ฟันเข้าใส่ร่างของคนบ้าน้อยโดยตรง
เสียงร้องด้วยความเ็ปดังขึ้น เ้าบ้าตัวน้อยกระเด็นออกไปทันที
"ฮึ!" เมื่อเห็นภาพตรงหน้า มุมปากของจินเซิ่งก็ปรากฏรอยยิ้มเ็า
"หัวหน้าองครักษ์ช่างสง่างามนัก!"
ในตอนนั้นเหล่าองครักษ์ที่เคยถูกสวีหู่และเ้าบ้าตัวน้อยเล่นงาน ต่างพากันส่งเสียงดังลั่น
จินเซิ่งรู้สึกภาคภูมิใจขึ้นมา
องค์ชายสามลั่วอวิ๋นเห็นเช่นนั้นก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
จู่ ๆ เขาก็บิดเอวพลางขมวดคิ้ว ก่อนจะหันไปสั่งองครักษ์ที่อยู่ข้าง ๆ "ไปหากางเกงในมาให้ข้าสักตัว แล้วเอาเก้าอี้มาด้วย วันนี้ข้าจะดูว่ามือสังหารพวกนี้จะตายอย่างไร"
เมื่อเด็กบ้าคนนั้นกระเด็นออกไป สวีหู่ยืนตะลึงอยู่กับที่ ภาพบางอย่างผุดขึ้นมาในความคิดโดยไม่รู้ตัว
มารดาผู้เลี้ยงดูเขาเป็เสือตัวหนึ่งกำลังนอนจมกองเื รอบ ๆ ร่างของเสือมีมนุษย์มากมายหัวเราะเยาะเหมือนกับที่เกิดขึ้นในตอนนี้ สุดท้ายเขาเห็นใครบางคนลอกหนังเสือออกมาคลุมร่างแล้วหัวเราะร่า
ยิ่งความทรงจำลึกลงไปเท่าไร ดวงตาของสวีหู่ยิ่งแดงก่ำขึ้น กลิ่นอายความป่าเถื่อนที่แผ่ออกมาจากร่างยิ่งเข้มข้นขึ้นตามไปด้วย
หากในยามนี้มีผู้ใดสามารถมองเห็นภายในร่างของสวีหู่ได้ จะพบว่าพลังวิเศษไร้นามในร่างของเขาเริ่มหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง
ตู้ม!
ทันใดนั้นพลังงานมหาศาลก็ปะทุขึ้นจากร่างของสวีหู่ ทำให้ดินบนพื้นฟุ้งกระจายขึ้นมา
ภาพเหตุการณ์นี้ดึงดูดความสนใจของจินเซิ่งในทันที
นี่มัน... ทะลวงขีดจำกัดแล้วกระมัง?
อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างยังไม่จบสิ้น
สวีหู่ยืนอยู่กับที่ จู่ ๆ พลังอันน่าเกรงขามก็ปะทุออกมาอีกครั้ง กลิ่นอายความดุดันป่าเถื่อนที่แผ่ออกมาจากร่างของเขายิ่งเข้มข้นขึ้น
ในยามนี้หากผู้ใดสังเกตให้ดี จะพบว่าร่างกายที่แต่เดิมก็สูงใหญ่อยู่แล้ว กำลังขยายขนาดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ
ด้วยเหตุนี้ พลังที่แผ่ออกมาจากร่างของสวีหู่จึงะเิออกมาถึงสามครั้งติดต่อกัน ก่อนจะค่อย ๆ สงบลง
สีหน้าที่เคยเปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจของจินเซิ่งได้หายไปสิ้น แทนที่ด้วยความตกตะลึง เขาไม่เคยพบเห็นผู้ใดสามารถทะลวงขีดจำกัดติดต่อกันได้ถึงสามครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่เข้าใจว่าทำไมคนผู้หนึ่งที่มีพลังวิเศษอยู่ในตัว แต่กลับไม่ยอมใช้มัน
ในที่สุดสวีหู่ก็มาถึงขีดจำกัด เมื่อพลังถึงจุดสูงสุด ร่างของเขาก็ขยับ
"ฆ่า!" เสียงคำรามดังก้อง สวีหู่ไม่สนใจาแบนร่างกาย พุ่งตรงเข้าหาจินเซิ่งทันที
"แม้เ้าจะทะลวงขีดจำกัดแล้วอย่างไร วันนี้เ้าต้องตายแน่นอน!"
ในตอนนี้จินเซิ่งมีกลิ่นอายสังหารเพิ่มมากขึ้น เพราะเขาริษยาพร์ของคนตรงหน้า หากเขามีพร์เช่นเดียวกับอีกฝ่าย คงไม่ต้องติดอยู่ในขั้นผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนหลายปีเช่นนี้
แม้ว่าจะไม่สามารถก้าวขึ้นเป็ผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนได้ แต่หากสามารถสังหารอัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่ได้สักคนก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว
"วิชาดาบอหังการซานเจวี๋ย!" จินเซิ่งปล่อยพลังออกมาอย่างรุนแรง แสงดาบสีดำพุ่งใส่สวีหู่ สถานการณ์เช่นนี้สวีหู่ไม่หวั่นเกรงแม้แต่น้อย เขาซัดหมัดออกไปตรง ๆ
ในชั่วขณะนั้นเอง เงาอุ้งเท้าเสือปรากฏขึ้นบนหมัดขวาของเขา
ตู้ม!
เมื่อดาบและหมัดปะทะกัน ก่อให้เกิดคลื่นพลังอันรุนแรง เมื่อฝุ่นควันจางหาย สวีหู่ก็รับดาบนั้นไว้ได้
จินเซิ่งเห็นแล้วแววตาเย็นเยียบยิ่งกว่าเดิม ยกดาบขึ้นอีกครั้งอย่างไม่ลังเล
"วิชาดาบอหังการซานเจวี๋ย ท่าที่สอง!"
เมื่อเผชิญกับดาบนี้ สวีหู่ไม่ลังเลที่จะเลือกรับมือด้วยการปะทะโดยตรง
หลังจากการปะทะกันครั้งหนึ่ง เขาก็ต้านทานมันไว้ได้อีกครั้ง ขณะที่ต้านทานการโจมตีด้วยดาบครั้งนี้ าแที่ถูกฟันก่อนหน้าพลันมีเืสดไหลทะลักออกมาราวกับน้ำพุ
เมื่อเห็นภาพนั้นจินเซิ่งก็หัวเราะเยาะ "เ้าคิดว่าาแจากดาบที่มีพลังแฝงอยู่นั้นเป็เื่ง่ายหรือ ตอนนี้เส้นเืใต้าแของเ้าถูกพลังดาบทำลายหมดแล้ว ไม่ช้าก็เร็วเ้าคงต้องตายเพราะเสียเืมากเกินไป"
เขามองดาบในมือแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มเ็า "ขอบใจข้าเถอะ ข้าจะส่งเ้าไปด้วยกระบวนท่าที่สามเอง!"
กล่าวจบ จินเซิ่งก็สะบัดดาบยาว เขาพุ่งเข้าใส่ใบหน้าของสวีหู่ "วิชาดาบอหังการซานเจวี๋ย ท่าที่สาม!"
ดาบเล่มนี้มีพลังมากกว่าสองดาบแรก หากฟันโดนเข้า ต่อให้สวีหู่แข็งแกร่งเพียงใดก็ไร้ประโยชน์
แต่เพราะเสียเืมากเกินไป แม้สวีหู่จะร่างกำยำดั่งเสือ ตอนนี้ก็ตกอยู่ในสภาพอ่อนแรง ได้แต่ยืนนิ่งรอความตาย "ตายซะ!"
จินเซิ่งะโลั่น ในใจรู้สึกยินดียิ่ง เมื่อเห็นว่าอัจฉริยะผู้หนึ่งกำลังจะล้มตายภายใต้คมดาบของตน
"คนแล้วคนเล่า ไม่มีใครทำให้ข้าสบายใจได้เลย" ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างกายจินเซิ่งและสวีหู่
ชั่วขณะถัดมาสายตาของจินเซิ่งพร่าเลือน เมื่อมองอีกครั้งก็พบว่าสวีหู่หายตัวไปแล้ว
ดาบที่สามของเขาฟันเข้ากับอากาศว่างเปล่าก่อนจะตกลงบนพื้น ทิ้งรอยบางเป็ทางยาวไว้บนพื้น
"ใครกัน!" จินเซิ่งโกรธจัดจนต้องเงยหน้าขึ้นมอง