การปรับเปลี่ยนตำแหน่งงานชั่วคราวมีผลบังคับใช้ทันทีจนกว่าคดีที่ได้รับมอบหมายจะคลี่คลายหรือกว่าจะเห็นสมควร
คุณชายปานต้องย้ายไปเมืองพริบพรี (เพชรบุรี) รับคดีใหญ่อย่างคดีฆาตกรรมชายไพร่เพื่อสอบสวนตามเบาะแสที่ได้รับจากจุดเริ่มต้นของคดีที่เวียงชัยนารายณ์ (เชียงราย) ส่วนโสสะย้ายไปประจำทิศบูรพา เมืองศรีมโหสถ (ปราจีนบุรี) รับคดีสืบหาตัวฆาตกรที่สังหารคุณจร เริ่มจากเบาะแสที่พบศพคุณจรแถวแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) พอรุ่งเช้าโสสะก็ออกเดินทางไปคนแรก
การสูญเสียคุณจรไปทำให้โสสะดูเปลี่ยนไปราวกับพลิกหลังมือ เขาคงจะไม่หยุดจนกว่าจะตามหาตัวฆาตกรพบ
ทุกคนในหน่วยมีงานค่อนข้างรัดตัว แม้จะอยู่ในสถานการณ์โศกเศร้าหรือไม่พร้อมแค่ไหนก็ต้องทำงานต่อไป
ดังนั้นหลังจากพิธีเผาศพคุณจรที่วัดเรียบร้อย ทั้งหมดก็เดินทางกลับเพื่อสะสางคดีของตัวเอง จะมีก็แต่คุณชายปานที่ยังอ้อยอิ่งรั้งรออยู่ในพระนครเพราะ้ารอพบใครบางคนในค่ำคืนนี้ ซึ่งก็ดีเหมือนกันที่คุณชายปานยังไม่ขึ้นเหนือ เพราะจะได้อาศัยอนิสงค์รถเหล็กของคุณชายช่วยพาออกนอกเขตพระนครไปที่ชานเมืองทำงานชิ้นแรกที่ได้รับจากการย้ายตำแหน่งชั่วคราวแทนคุณ ณ.คือ เก็บใบคำร้องจากตู้ ซึ่งจะต่างที่อื่นเพราะที่เมืองศรีมโหสภหรือที่แปดริ้ว มีเื่มีคดีให้ทำเสมอไม่ต้องมีใบคำร้องอะไร
สาเหตุที่พระนครมีตู้คำร้องเป็พิเศษนั้นก็เพื่อให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนจากผู้มีอำนาจหรือมีเื่ที่้าแจ้งทางการแต่ไม่อยากเผยตัวเป็ช่องทางในการติดต่อ หรืออย่างคดีที่เคยเกิดขึ้นบ่อยๆ อย่างทาสหรือไพร่ที่ถูกนายเงินจำตรวนลงแส้หนักก็ต้องอาศัยทางหน่วยให้ช่วยเหลือเพราะว่ากันตามตรง เื่ทาสกับนายเงินเป็เื่ละเอียดอ่อน ทุกครั้งที่เกิดเื่ทำนองนี้ คนที่ถูกมองว่าผิดก็คือทาสเท่านั้น ส่วนนายเงินไม่ต้องรับโทษใดๆ
ตู้คำร้องมีอยู่ในจุดเดียว คือเนินบนวัดเล็กๆ นอกเมือง คำร้องส่วนใหญ่จะเป็เื่ทั่วไปที่ทางหน่วยจัดการให้ได้ภายในวันสองวันหลังได้รับคำร้อง
บางเื่ทางหน่วยก็เป็ตัวเชื่อม ส่งเื่ไปยังโปลิศและพลตระเวนเมืองให้คอยดูแลรักษาความปลอดภัยหรือให้การช่วยเหลือ จึงไม่ค่อยมีเื่ใหญ่ให้ทางหน่วยทำนัก หากว่าเกิดเป็เื่ใหญ่มากจริงๆ อย่างเมื่อหลายปีก่อนที่เคยมี ก็จะเรียกตัวคนในหน่วยที่พอปลีกตัวมาได้เพื่อช่วยงาน หรือหากทางไหนที่มีเื่จำเป็้าความช่วยเหลือก็สามารถร้องขอกำลังเสริมได้เช่นกัน
ทว่ามีกฎอยู่ข้อหนึ่งที่ทุกคนควรรู้ คือคดีของใครก็คือคดีของคนนั้น แม้ศรณ์จะอยากทำคดีคุณจรร่วมกับโสสะมากแค่ไหน แต่เมื่อเธออยู่ในเขตพระนคร ตราบใดที่โสสะไม่เอ่ยปากขอกำลังเสริม เธอจะเข้าไปยุ่มย่ามกับคดีของคนอื่นไม่ได้
ตอนนี้ศรณ์และคุณชายปานรวมทั้ง ‘จ้อย’ เด็กรับคำร้องของหน่วยกำลังเดินไปที่ตู้คำร้องของหน่วยที่ศาลเ้าข้างวัด
ในทุกๆ เดือนจะเดินทางมาดูครั้งหนึ่งเพื่อรับทำคดีหรือช่วยเหลือชาวบ้านที่นำเื่เดือดร้อนมาหย่อนไว้ในตู้ แน่นอนว่าด้วยกำลังคนแล้วคงทำไม่ได้ทุกเื่ และไม่ใช่ทุกเื่ที่ทางหน่วยจะทำได้ ดังนั้นเมื่อได้ใบคำร้องมาแล้ว จึงต้องนำกลับมาร้านย่ำรุ่ง แล้วคอยลงมติว่าจะทำเื่ไหนหรือเื่ใดก่อน บางทีบางเื่ก็ทำได้แค่เขียนจดหมายตอบกลับหรือประสานงานช่วยเหลือกับทางกรมตำรวจนครบาล
ใบคำร้องส่วนใหญ่จะมีั้แ่เื่ฟ้าฝนไปจนถึงเื่ทะเลาะเบาะแว้งหรือไม่พอใจกันของคนบ้านใกล้เรือนเคียง บางครั้งบางคราวก็มีคำร้องแปลกๆ หรือคำร้องเพื่อกลั่นแกล้งสนุกๆ ดังนั้นหน้าที่ในการอ่านเพื่อรับทำคดีจึงเป็สิ่งที่สำคัญมากแล้วก็น่าเบื่อมากด้วย ถึงอย่างนั้นบางครั้งการอ่านคำร้องจากตู้ก็ทำให้ได้เบาะแสสำคัญของคดีหรือเื่น่าประหลาดใจเช่นกัน เหมือนเช่นวันนี้
“ขโมยขาหมูอีกแล้ว” คุณชายปานบ่น วางใบคำร้องลงไปทับใบคำร้องกองเดียวกัน
เด็กจ้อยยื่นคำร้องอีกใบให้ “คุณชาย ใบนี้ก็ใช่ครับ”
“ขโมยขาหมูๆ” วางทับลงไปอีกใบ แล้วก็อีกใบ “คดีในพระนครมีแต่คนขโมยขาหมูงั้นรึ ไม่มีคดีน่าสนใจเลยสักนิด เื่ง่ายๆ แค่นี้เอาไปแจ้งทางการก็ได้ ทำไมต้องมาหย่อนใส่ตู้คำร้องของหน่วยเราด้วย”
“ความจริงเฒ่าแก่ไปแจ้งแล้วครับ แต่ทางการให้คำตอบว่ามันเป็คดีเล็กๆ เท่าขี้ปะติ๋ว จึงไม่สนใจจะไปดู อย่างไรตอนนี้คดีที่ผู้คนกำลังจับตากันก็คือคดีฆาตกรรมชายไพร่ อย่างนั้นแล้วใครจะไปสนคนขโมยขาหมูสี่ข้างกัน”
“แกพูดถูกจ้อย คดีนี่มันเล็กน้อยมากจริงๆ เสียดายกระดาษแทนเลย”
ส่วนมากแล้ว คดีที่นำมาหย่อนใส่ตู้จะเป็คดีระดับกลางๆ ถึงใหญ่ แต่นี้อะไร คดีขโมยขาหมูสี่ข้างจากโรงเชือด เป็คดีใหญ่เสียเหลือเกิน
ทว่าศรณ์ไม่คิดอย่างนั้น เธอลองอ่านคำร้องคนขโมยขาหมูแล้ว พบว่าก่อนหน้านี่เฒ่าแก่ส่งคำร้องมาสม่ำเสมอในทุกๆ วันเพื่อให้ช่วยตามจับตัวหัวขโมยผู้นี้ จุดประสงค์ของเฒ่าแก่ไม่ใช่เื่ขาหมูที่หายไปอย่างเดียว แต่เฒ่าแก่เขียนเอาไว้ว่าพฤติกรรมของหัวขโมยค่อนข้างน่ากลัว ขนาดว่าวางกำลังคนปิดล้อมไว้มิดชิด หัวขโมยยังเล็ดลอดเข้าไปในโรงเชือดได้
“น่าแปลกที่คดีนี้เกิดขึ้นในทุกๆ สามวัน คุณชาย ลองคิดดูนะ ทุกๆ สามวันท่านจะต้องสูญเงินไปประมาณครึ่งสลึง แล้วก็โดนแบบนี้มาร่วมหลายเดือน เป็ท่าน ท่านจะทนได้หรือ คนส่งคงจะอัดอั้นมากพอสมควรที่แม้แต่ทางการก็มองว่าเป็เื่เล็กนิดเดียวจนไม่ลงมาดูสักหน”
คำร้องของเฒ่าแก่เขียนได้ละเอียดและชัดเจน ลงรายละเอียดทุกอย่างั้แ่วันที่โดนครั้งแรกจนหนล่าสุด ศรณ์พบว่าจะมีการขโมยขาหมูทุกสามวันและเช้ามืดพรุ่งนี้ก็เป็วันที่คนร้ายจะลงมือพอดี
“คุณชาย พวกเราไปลองตรวจดูหน่อยได้ไหมว่าเื่พวกนี้จริงเท็จแค่ไหน”
บ่ายวันนั้นศรณ์ตามสืบข่าวของเื่ที่เห็นว่าเร่งด่วน พบว่ามีข้อเท็จจริงและไม่ใช่เื่ล้อเล่นหรือกลั่นแกล้งจึงรวบรวมหลักฐานมาเสนอต่อท่านหญิงและคุณ ณ.ที่หน่วย ซึ่งศรณ์ให้ความสนใจคดีขโมยขาหมูมากเป็พิเศษ อาจจะเพราะเธอรู้สึกว่าคดีนี้ไม่ได้เล็กน้อยอย่างที่เห็นนัก อาชญากรรมที่มีระยะเวลานานหลายเดือนเช่นนี้ ทำเธอรู้สึกแปลกใจ
“เธอคงไม่คิดจะทำหรอกใช่หรือไม่ นี่เป็คดีที่แม้แต่ทางการยังเมินใส่ มีอะไรให้น่าสนใจ”
“ในเมื่อส่งคำร้องมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็เื่ใด ศรณ์ก็จะทำ จะมองว่าคดีเล็กน้อยไม่ได้ คดีก็คือคดี”
คุณชายปานจะพูดคัดค้านให้ทำคดีอื่นเช่น คดีฉ้อโกงของร้านผ้า หรือคดีหมู่บ้านประหลาดที่มีคนป่วยและตายในเวลาครึ่งปี คดีพวกนี้น่าจะสำคัญและเร่งด่วนกว่า แต่พอจะอ้าปาก คุณ ณ.ก็มาถึงห้องแล้วพร้อมท่านหญิงมลิกาแล้ว
“เลือกคดีกันได้แล้วฤๅ”
“ในคำร้องที่ส่งเข้ามามีสามคดีที่น่าสนใจ เช่น คดีฉ้อโกงร้านผ้า คดีแปลกๆ ที่ไม่น่าสนใจอย่างคดีโรคประหลาดที่ผู้ส่งกล่าวอ้าง ยังมีคำร้องของเฒ่าแก่โรงเชือดหมูที่บอกว่ามีหัวขโมยมาขโมยหัวหมูไปทุกๆ สามวัน” คุณชายปานมองศรณ์ “เนื่องจากคำร้องถูกส่งมาสิบกว่าฉบับ ศรณ์เลยตัดสินใจจะลองทำคดีคนขโมยขาหมูก่อน ทว่าคุณ ณ.ท่านคงไม่ให้ศรณ์แก้วทำคดีเล็กน้อยนี่หรอกใช่หรือไม่”
“ฉันก็เคยอ่านคำร้องมาก่อน คดีนี้น่าสนใจจริงๆ”
“คุณ ณ.สนใจหรือ?” คุณชายปานคาดไม่ถึง
“ศรณ์ก็สนใจ คดีนี้มีจุดที่น่าสนใจมาก” ศรณ์เริ่มเข้าใจแล้วว่าคุณ ณ.อยากให้เธอย้ายมาเมืองหลวงทำไม คุณ ณ.อยากให้เธอไขคดีคนขโมยขาหมูแน่ นี่แสดงว่าเื่นี้ไม่ใช้เื่เล็กน้อยอย่างที่ใครๆ คิด
“ขอดูใบคำร้องหน่อย” จ้อยรีบยื่นส่งให้คุณชายปาน ก่อนที่คุณชายปานจะส่งต่อให้ท่านหญิงมลิกา
“ศรณ์จะทำคดีขโมยขาหมูนี่หรือ” ท่านหญิงมลิกาถาม หลังกวาดตาดู “ไม่ได้จะแบ่งแยกคดีเล็กใหญ่หรอกหน่า แต่คดีขโมยขาหมูให้จ้อยแจ้งเบาะแสต่อทางการน่าจะดีกว่า”
“เฒ่าแก่แจ้งว่าเคยร้องเรียนไปหลายรอบกับทางการแล้วเ้าค่ะ แต่ไม่เคยมีใครมาดูเลย” ศรณ์เริ่มอธิบาย “นี่เป็คดีเล็กๆ ที่หากคิดตามมูลค่าแล้วก็ไม่นับว่าเสียหายเท่าคดีฉ้อโกงร้านผ้า หรือไม่ได้มีความน่าสนใจเท่าคดีโรคประหลาดทั้งหมู่บ้าน ทว่าคดีฉ้อโกงให้ทางการช่วยเหลือน่าจะเหมาะสมกว่า ส่วนคดีโรคประหลาดศรณ์คิดว่าให้ ‘คุณสิ’ ที่เชี่ยวชาญเื่ยาสมุนไพรจัดการน่าจะดีกว่า ดังนั้นจึงเหลือแค่คดีขโมยขาหมูที่ศรณ์มองว่าอาจจะมีเื่ราวเื้ัมากกว่านี้ค่ะ”
“เพราะเหตุใด”
“ท่านหญิงท่านดูสิ่งที่เฒ่าแก่เขียนมา เขาเคยพยายามลองจับตัวหัวขโมยดูแล้ว ทว่าไม่เคยจับได้เลย ทั้งๆ ที่หัวขโมยคนนี้มีระยะเวลาในกรลงมือชัดเจน ศรณ์คิดว่าหัวขโมยคนนี้ต้องไม่ใช่คนทั่วไป เขาสามารถลอบเข้าโรงเชือดได้อย่างง่ายดายแล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แต่ทว่า ทำไมจึงเจาะจงขโมยแค่ขาหมูสี่ข้าง อย่างอื่นทำไมไม่แตะต้องเลย”
คุณ ณ.พยักหน้าเห็นด้วย พฤติกรรมที่มีวินัยแบบแผนเช่นนี้ น่าสงสัย...
“คดีเกิดขึ้นครั้งแรกในวันที่สิบ เดือนมิถุนายน จากฉบับล่าสุดก็เมื่อสามวันก่อน แสดงว่าหัวขโมยยังคงทำความผิดเดิมซ้ำแล้วซ้ำแล้ว ทั้งจำนวนที่ถูกขโมยั้แ่แรกถึงตอนนี้ยังเท่าเดิม นี่ไม่ใช่วิสัยของหัวขโมยทั่วไป เขามีแบบแผนและการคิดวิเคราะห์ก่อนลงมือทุกครั้ง” คุณ ณ.อนุญาต “ในเมื่อทางการไม่ทำ งั้นก็ต้องเป็พวกเราทำแล้ว ท่านหญิง ท่านคิดว่าอย่างไร”
“ท่านหญิง ศรณ์อยากลองทำคดีนี้ค่ะ ถ้าท่านหญิงอนุญาต”
ท่านหญิงมลิกาพยักหน้าช้าๆ
“เราให้เวลาสามวัน ถ้าสามวันยังหาตัวหัวขโมยไม่ได้ก็ปล่อยคดีนี้เสีย ตอนนี้หน่วยเรายังมีเื่ให้ต้องทำอีกมาก”
“รับทราบเ้าค่ะ”
“หลังจากนี้รวบรวมหลักฐานคำร้องเื่ฉ้อโกงร้านผ้าให้ทางการตรวจสอบช่วยเหลือ ส่วนโรคประหลาดที่หมู่บ้านให้คุณสิไปดูหน่อย บอกว่าเป็เื่เร่งด่วนให้ดำเนินการทันที”