เื่ภายในโรงย้อมสกุลฉวนไม่เป็ความลับอีกต่อไปเมื่อคนงานหลายคนสนุกปากเปิดเผยสู่ภายนอก สร้างความเดือดดาลให้ฉวนเจ๋อจนเขาขับไล่ไสส่งคนพวกนั้นพ้นโรงย้อมอีกทั้งการถามไถ่เอาความกับหมอชราก็ไม่ใช่เื่ยาก
ชีวิตผู้คนในเมืองซานเทียนนั้นน่าเบื่อเกินไปกระมังพวกปากหอยปากปูจึงได้หยิบยกเื่ราวในบ้านผู้อื่นมาเป็หัวข้อสนทนาและทับถม คนบางคนถึงขั้นคอยจับจ้องรอเหยียบย่ำในวันที่อีกฝ่ายก้าวพลั้งพลาดบนเวทีชีวิตราวกับว่าพูดคุยเื่คนอื่นนั้นจะช่วยลดทอนความน้อยเนื้อต่ำใจและปกปิดปมด้อยในชะตาชีวิตของตนเองได้กระนั้น
บ่ายของวันอากาศร้อนอบอ้าวฉวนลี่ถิงรับหน้าที่ไปส่งผ้าในตัวเมืองแทนบิดาพร้อมกับหลิ่วเกิงสายตาหลายคู่มองพวกนางเป็จุดเดียวอีกทั้งถ้อยคำซุบซิบนินทาแว่วเข้าหูยามนางช่วยท่านอาหลิ่วหอบผ้าแต่ละพับเข้าไปในร้านขณะรอร้านรับซื้อคิดบัญชีชำระค่าของหญิงสาวจึงหลบฉากยืนรอในที่ลับตาก่อนลอบถอนหายใจยาวเหยียด
‘ลูกสาวบ้านฉวนอุ้มท้องซ่อนอายอยู่ในบ้าน’
‘พี่สาวเป็อย่างไรน้องสาวก็คงไม่ต่างกัน’
‘สมน้ำหน้าสองผัวเมียสกุลฉวนนักคุยโอ่ไว้มาก บุตรสาวเลอเลิศดั่งนางฟ้านาง์มาเกิดแล้วอย่างไร นั่นก็ไม่เลือกนี่ก็ไม่คู่ควร คนไหนก็ไม่ดีเท่า สุดท้ายข้าวสารกลายเป็ข้าวสุกใครทำให้สุกก็ยังไม่รู้เลย’
สกุลฉวนดำรงชีพด้วยกิจการโรงย้อมรวมถึงการทอและปักผ้าตามความ้าของลูกค้าผู้เป็หัวหน้าครอบครัวดูแลโรงย้อมผ้าโดยมีฉวนลี่ถิงกับคนงานชายอีกสองคนเป็ผู้ช่วยส่วนงานทอและปักผ้านั้นคือความรับผิดชอบของนางจ้าวหว่านเหนียงกับฉวนเหลียนเจวียนร่วมด้วยคนงานหญิงสองนาง แต่มาบัดนี้คนงานถูกไล่ออกไปถึงสามเพราะความปากพล่อยนำความในไปเล่าสู่คนนอก
ฉวนลี่ถิงนั้นสามารถทำงานได้ทุกอย่างไม่ขาดตกบกพร่องเพียงแต่พร์ด้านทอผ้าปักผ้าไม่ประณีตเท่าพี่สาว ฉวนเหลียนเจวียนงามทั้งรูปกิริยาวาจาเรียบร้อย ทั้งมีชื่อเสียงเื่งานฝีมือราคาค่าทอต่อพับสามารถเรียกได้สูงดั่งใจผ้าจากโรงย้อมสกุลฉวนเป็ที่้าทั้งในหลายอำเภอของเมืองซานเทียนและเมืองข้างเคียง
ทว่าหลังข่าวสาวงามผู้มีชาติกำเนิดสูงส่งดั่งคำทำนายตั้งท้องไร้ชายรับผิดชอบแพร่ออกไปทำให้ไม่มีบ้านผู้ดีหรือร้านขายผ้าอยากซื้อผ้าจากสกุลฉวนมากดังเก่าก่อนต่างกล่าวหาว่าผ้านั้นสร้างจากมือสตรีไม่รักนวลสงวนตน ผ้าผืนงามกลายเป็ของมีตำหนิไม่เป็มงคล งานที่เหลือในความรับผิดชอบส่วนใหญ่จึงเป็งานสั่งย้อม
ขนาดฉวนลี่ถิงที่ออกมาทำการค้านอกบ้านจนเจนโลกยังแทบทานทนคำติฉินไม่ไหวหากเป็ฉวนเหลียนเจวียนออกมาพบเจอด้วยตัวเองแน่นอนว่าคงน้ำตาตกจนมิอาจก้าวเดินได้ต่อไป
“กลับกันเลยไหมขอรับคุณหนูรอง” หลิ่วเกิงยื่นถุงเงินให้หญิงสาวชายหนุ่มวัยสามสิบมองซ้ายมองขวา เขาเป็อีกคนที่รู้สึกอึดอัดกับสายตาคนนอก
ฉวนลี่ถิงเปิดถุงเงินเพื่อตรวจนับก่อนพยักหน้าแล้วเดินออกไปขึ้นรถม้าให้เขาพากลับครั้นพอรถม้าเคลื่อนเข้าสู่ลานกว้างหน้าเรือนหูก็แว่วได้ยินเสียงข้าวของตกกระทบพื้น หญิงสาวลงจากรถม้าหลิ่วเกิงรู้หลบหลีกในเื่ส่วนตัวของนายจึงบังคับรถม้าไปเก็บยังโรงเลี้ยงด้านหลัง
หญิงสาวก้าวเข้าไปในตัวเรือนเมื่อพบหน้ามารดา นางจ้าวหว่านเหนียงก็ชิงพูดขึ้นมาก่อนว่า
“รู้หรือไม่ร้านหย่งจินขึ้นราคาเส้นไหมอีกมัดละสามตำลึงแล้ว”
“ก็ไหนพวกเขาเคยบอกว่าจะตรึงราคาไปจนหลังวันปีใหม่”แม้เส้นไหมจะขึ้นราคา ก็ขึ้นเพียงมัดละหนึ่งตำลึง ไฉนที่เพิ่งได้ยินจากปากมารดาถึงมากกว่าเดิมเกินหนึ่งเท่าตัวไปได้
“ก็เพราะทางนั้นรู้ว่าเราจำเป็ต้องใช้เส้นไหมจากร้านหย่งจินเท่านั้นสำหรับงานที่รับไว้ก่อนหน้าเพราะพี่สาวไม่รักดีของเ้านั่นแหละ เื่ควรง่ายกลับต้องยาก”
ฟังคำบิดากราดเกรี้ยวใส่อารมณ์แล้วฉวนลี่ถิงก็ทอดถอนใจ รู้ดีว่าเพราะเหตุใดท่านจึงกล่าวเช่นนั้นลูกชายร้านค้าเส้นไหมหย่งจินของเมือง ตี้เล่อชอบพอพี่สาวนางั้แ่อายุได้เพียงสิบห้าปี ผู้ใหญ่ทางนั้นเคยเลียบเคียงแล้วแต่พี่สาวนางไม่มีใจให้ จึงบ่ายเบี่ยงผัดเวลาเรื่อยมา ด้วยมีหวังอยู่บ้างทางนั้นจึงขายเส้นไหมราคาพิเศษให้ แต่ตอนนี้ชื่อเสียงของบ้านนางไม่สู้ดีนักเมื่อไร้ประโยชน์ให้เก็บเกี่ยว ร้านหย่งจินจึงเปลี่ยนมาคิดเงินแบบเต็มอัตรา
“หมดกันต่อไปนี้แม้แต่จะทำมาหากินก็ยังยาก” ฉวนเจ๋อเอ่ยเสียงทดท้อ สีหน้ากลัดกลุ้มจนต้องยกมือกุมศีรษะ
“เื่นี้ท่านพ่อไม่ควรโทษพี่เจวียนเอ๋อร์ทั้งหมดนะเ้าคะ เอาเถอะ...เป็อย่างนี้ก็ดี เราจะได้รู้ว่ายามมีปัญหา ใครพาล ใครหวังดีมีไมตรีกับเราแท้จริงบ้าง”
ช่างปะไรนางจะพยายามเสาะหาร้านขายเส้นฝ้ายเส้นไหมคุณภาพดี ราคาเหมาะสมมาทำงานส่งจนเสร็จทันเวลาให้จงได้ บนแผ่นดินิอานใช่มีร้านหย่งจินเพียงร้านเดียวเสียเมื่อไร
“นี่เ้าจะเป็อีกคนที่ไม่เชื่อฟังข้ารึ”บิดาชี้หน้าถามอย่างเหลืออด เพราะผิดหวังจากคนหนึ่งจึงหันมาคาดหวังกับอีกคน และความคาดหวังก็มาพร้อมคำสั่งที่ลูกสาวต้องทำตามไม่ควรบิดพลิ้ว
“ในเมื่อจินกู้ไม่ได้แต่งกับพี่เจวียนเอ๋อร์แล้วพาลเราจะมัวเสียเวลาคร่ำครวญให้เขาเย้ยหยันอีกทำไมเล่าเ้าคะ ท่านพ่อท่านแม่” นางเอ่ยถึงบุตรชายร้านหย่งจิน
ตอนนี้งานทอผ้าในมือลดลงคิดแง่ดีอีกด้าน นางก็มีเวลาหาคู่ค้าใหม่ๆต้องมีร้านขายเส้นไหมหรือรับซื้อผ้าทออยากทำการค้ากับสกุลฉวนของนางบ้างสิเื่ในบ้านส่วนตัวคงไม่มีใครเอามาเกี่ยวพันกับเื่ค้าขายไปเสียหมดพี่สาวนางแต่งไม่แต่งกับใคร หรือท้องไม่ท้องกับใคร ไม่ใช่เื่ของคนนอกเสียหน่อย
“วันมะรืนหลังจากไปส่งผ้าที่เมืองจิ่งหรงข้าจะลองถามร้านค้าเส้นไหมอื่นดู คงจะพอแก้ขัดได้พลางๆ ราคาทอต่อพับลดลงบ้าง ก็ไม่เห็นจะเป็ไร”
“เ้าคิดง่ายเกินไปแล้วอย่าลืมนะว่าข้าทำการค้ามาก่อนเ้าเกิด” บิดาแย้งล้วนไม่เห็นหนทางว่าลูกสาววัยเยาว์จะฉุดสถานการณ์ของโรงย้อมให้ดีขึ้นได้อย่างไร
“เส้นทางชีวิตใช่มีเพียงเส้นเดียวที่จำเจนะเ้าคะข้าเพียงขอให้ท่านพ่อกับท่านแม่วางใจให้ข้าลองเปิดเส้นทางใหม่ดูบ้างก็เท่านั้น ไม่แน่คนใหม่ๆที่ข้าพบอาจจะเป็มิตรแท้สำหรับพวกเราก็เป็ได้ข้าสัญญาว่าจะทำทุกอย่างเพื่อโรงย้อมสกุลฉวนของเราจะไม่ทำให้พวกท่านผิดหวังเป็อันขาด”
บุพการีทั้งสองมองหน้าลูกสาวหยั่งความคิดว่าควรเชื่อคำพูดนางหรือไม่ ครู่หนึ่งฉวนเจ๋อก็ถอนหายใจเอ่ยประโยคหนึ่งก่อนเดินออกจากห้อง
“หัวรั้นไม่มีใครเกิน”
โรงย้อมสกุลฉวนแห่งเมืองซานเทียนมีแต่ลูกสาวไม่มีลูกชายไว้สืบสกุลและรับ่ดูแลกิจการฉวนเจ๋อผู้ผิดหวังเื่ลูกสาวคนโตจึงไม่มีใจไว้เผื่อความทะเยอทะยานใดอีกแล้วในชีวิตนี้ในสมองคิดเกรงกลัวไปเสียหมดกับอุปสรรคขวากหนามข้างหน้าเพราะหากสิ่งที่คิดที่ทำพบความล้มเหลวอีกครั้ง นั่นมิเท่ากับเกิดาแใหม่กลายเป็ขี้ปากผู้คนหรอกหรือ
“ไยชอบทำเื่ขัดใจพ่อเ้านักอย่าริเป็เหมือนพี่สาวเ้าเลยถิงเอ๋อร์” มารดาสำทับแล้วเดินจากไปด้วยอีกคน
ฉวนลี่ถิงถอนหายใจระบายความหน่วงหนักภายในนางแค่พยายามจะทำทุกเื่ให้ออกมาดีที่สุด ลูกสาวแล้วอย่างไรเกิดเป็หญิงแล้วอย่างไร นางจะพิสูจน์ให้บิดามารดาเห็นว่าตัวนางสามารถสืบต่อกิจการโรงย้อมได้แน่นอน!
หนึ่งเดือนต่อมาฉวนลี่ถิงสามารถหาเส้นไหมคุณภาพสูสีมาใช้ทอผ้าได้นางลดราคาสินค้าลงตามคุณภาพของวัตถุดิบที่ใช้ คนซื้อรับได้ก็ค้าขายกันได้เป็ปรกติ
เวลาผ่านเื่ฉาวโฉ่รางเลือนไปตามกาลมีเพียงบิดามารดาเท่านั้นที่ย้ำคิดย้ำด่าลูกสาวในเื่ที่ผ่านไปแล้วฉวนเหลียนเจวียนผู้ทุกข์ตรมจึงเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง เพราะไม่อยากให้บุพการีเห็นหน้าจนสะกิดใจให้คิดถึงเื่น่าอับอายที่นางก่อ
เนื่องด้วยเป็ห่วงสุขภาพใจกายของพี่สาวฉวนลี่ถิงจึงย้ายเตียงเข้าไปนอนเป็เพื่อน หลายต่อหลายคืนนางมักได้ยินเสียงร้องไห้ดังมาจากเตียงอีกฝั่ง นางอยากช่วย แต่ช่วยอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้จึงได้แต่ทอดถอนใจอยู่บนเตียงของตน