บทที่ 2
“พี่ใหญ่รีบเข้ามาเถิด เกิดเื่แล้ว”
“มีสิ่งใดอาซวน”
ท่าทางร้อนรนของน้องชายคนรองทำให้โจวอี้ถังแทบจะลืมความเหน็ดเหนื่อยและเื่ชวนหงุดหงิดจากวังตะวันออกโดยทันที
“องค์ชายสามเสด็จมาเจรจาขอน้องเล็กจากท่านพ่อ”
“ตอนนี้องค์ชายสามอยู่ที่ไหน”
“อยู่กับท่านพ่อที่โถงกลาง”
แทบจะทันทีที่รับรู้สถานที่โจวอี้ถังก็ตรงไปหาแขกผู้สูงศักดิ์ที่มาเยือนโดยไม่ได้รับเชิญในทันที
โจวอี้หรง... ดูเหมือนชีวิตของเ้าจะวุ่นวายยิ่ง
รสสุคนธ์เอาิญญาที่แทบจะหมดพลังเดินตามหลังว่าที่พี่ชายเืร้อนของนางไปที่ห้องโถงกลางของจวน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าบุรุษร่างสูงสง่านี่ต้องเป็องค์ชายสามที่โจวอี้ซวนกล่าวถึงเมื่อครู่อย่างแน่นอน ด้วยดวงหน้าคล้ายองค์รัชทายาทเสียเจ็ดส่วนแตกต่างเพียงดวงตาคมที่มิได้อบอุ่นเช่นองค์รัชทายาท หากแต่กลับแฝงความเ้าเล่ห์คล้ายจิ้งจอก ริมฝีปากบางที่ยกยิ้มตลอดเวลาหากแต่กลับเป็รอยยิ้มที่น่ากลัวมากกว่าอบอุ่น ดังนั้นแม้บุรุษเบื้องหน้าจะหล่อเหลาเพียงใด แต่สัญชาตญาณบางอย่างร้องเตือนรสสุคนธ์ถึงอันตรายจากคนผู้นี้
“ท่านรองแม่ทัพโจวมาก็ดีแล้ว เปิ่นหวางจะได้พูดทีเดียว ไม่ต้องเสียเวลาหลายรอบ”
“หากเื่ที่องค์ชายสาม้าจะตรัสคือเื่ของน้องเล็กแล้วละก็ กระหม่อมคงต้องขอประทานอภัยเป็อย่างยิ่ง เนื่องจากว่าองค์รัชทายาทได้มาเจรจาไว้ก่อนหน้าองค์ชายสามแล้ว กระหม่อมเองก็ลำบากใจเช่นกัน”
รสสุคนธ์มองว่าที่พี่ใหญ่ของตนอย่างตกตะลึง ริมฝีปากบางยิ้มกว้าง ที่แท้พี่ชายของโจวอี้หรงผู้นี้ไม่เพียงแต่ขี้โมโหและเืร้อน เขายังมีสติปัญญาที่หลักแหลม ในสถานการณ์ย่ำแย่ของสกุลโจวยามต้องเผชิญกับการตัดสินใจเื่ฝักฝ่ายเช่นนี้ เขากลับสามารถสร้างคลื่นกระทบกลับไปโดยที่สกุลโจวไม่เจ็บตัว
สีหน้าองค์ชายสามเวลานี้ช่างดูตลกด้วยเดี๋ยวดำเดี๋ยวแดงจนน่าหวาดกลัว หากแต่โจวอี้ถัง ยังคงสงบนิ่งไม่สะทกสะท้านกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเบื้องหน้า ช่างสมเป็รองแม่ทัพแห่งสังกัดม้าทมิฬจริง ๆ
“เ้ากำลังหมายความว่า รัชทายาทตัดหน้าเปิ่นหวางสู่ขอโจวอี้หรงไปแล้วอย่างนั้นหรือ”
“จะกล่าวเช่นนั้นก็ย่อมได้ เพียงแต่ตอนนี้กระหม่อมกับท่านพ่อกำลังปรึกษากันว่าจะตอบตกลงองค์รัชทายาทดีหรือไม่”
ช่างเป็แผนการที่แยบยลยิ่งนัก แม้แต่รสสุคนธ์ที่มาจากโลกอนาคตยังต้องกล่าวว่า
นับถือนับถือ!!
รสสุคนธ์ยกยิ้มอย่างปลื้มใจ ว่าที่พี่ชายคนนี้นอกจากจะหน้าตาดีที่หนึ่งแล้ว ความฉลาดก็ไม่น้อยไปกว่าใบหน้านั้นเลย
“เปิ่นหวางจะทำให้ท่านเสนาบดีโจวเห็นว่าใครที่คู่ควรกับคุณหนูของท่าน”
องค์ชายสามผู้นี้ช่างจูงจมูกง่ายเสียจริง ไม่แปลกใจเลยที่เขาไม่ได้รับตำแหน่งรัชทายาท คนที่ความคิดตื้นเขินจะพัฒนาบ้านเมืองได้อย่างไรกัน รสสุคนธ์นึกค่อนขอดในใจ
หลังจากเจรจากับเสนาบดีโจวเสร็จแล้วองค์ชายสามเมิ่งจงอีก็ขึ้นรถม้ากลับตำหนักตนในทันที มือหนากำหมัดแน่นเผลอตัวปล่อยพลังภายในออกมา รัศมีสีฟ้าเปล่งประกายรอบตัวองค์ชายสามเมิ่งจงอี บ่งบอกว่าเขามีพลังปราณสายพละกำลังอยู่ในระดับหก แรงกดดันที่เปล่งออกมาทำให้เหล่าข้ารับใช้ที่มีขั้นพลังต่ำกว่ารู้สึกอึดอัดราวร่างจะะเิออกมา บางคนถึงกับกระอักเืกองโต ราชองครักษ์คนสนิท ลู่เจ๋อ ลู่คง ลู่เมิ่ง จึงเป็ผู้เสี่ยงตายในการทูลเตือน ด้วยระดับขั้นเพียงสี่กลาง เมื่อต้องเผชิญแรงพลังของผู้ที่อยู่ในขั้นหก แม้จะในระดับต่ำสุดแต่ก็ทำให้อวัยวะภายในของเขาทั้งสามบอบช้ำอย่างหนัก และเหมือนคนด้านในรถม้าจะรู้เช่นกันว่าตนเผลอทำร้ายคนสนิททั้งสามอย่างไม่ตั้งใจ จึงได้โยนขวดยาออกมาทางหน้าต่าง
“ขอบพระทัยองค์ชาย”
สามคนสนิทเอ่ยพร้อมกัน องค์ชายสามเมิ่งจงอีพยายามปรับอารมณ์ตนเองอยู่พักใหญ่กว่าจะสงบลงและควบคุมพลังในร่างกายได้ดังเดิม เ้ารัชทายาทหน้าเหม็น มันเกิดมาเพื่อทำลายและแย่งของทุกสิ่งไปจากเขาจริง ๆ เช่นนั้น ก็อย่าหาว่าเขาใจร้ายกับพี่น้องก็แล้วกัน
ในที่สุดวันเพ็ญที่รสสุคนธ์รอคอยก็มาถึง ดวงิญญาของรสสุคนธ์ยืนอยู่ใกล้เตียงนอน เบื้องหน้าคือร่างของโจวอี้หรงเด็กสาววัยย่างเข้าสิบห้าปี ใบหน้างดงามจิ้มลิ้มนอนหลับสนิทไม่รับรู้ถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นรอบตัว ท่านผู้นำดวงิญญายืนอยู่ข้าง ๆ พยักหน้าส่งสัญญาณให้รสสุคนธ์
“ตั้งจิตของเ้าให้มั่น”
รสสุคนธ์กำหนดจิตให้นิ่ง ฉับพลันร่างกายที่เป็จิติญญาของรสสุคนธ์ก็ค่อย ๆ รวมตัวกันเป็ก้อนกลมสีขาว ส่องประกายงดงาม ดวงจิตของรสสุคนธ์ตรงเข้าไปที่ร่างของโจวอี้หรง ร่างของเด็กสาวปรากฏเป็แสงขาวเรืองรอง ไม่นานใบหน้างดงามที่หลับสนิทั้แ่แรกก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา
เทพผู้นำดวงิญญาไป๋หย่งเฮ่ามองดวงิญญาของรสสุคนธ์ที่ค่อย ๆ ผสานรวมเป็หนึ่งกับร่างของโจวอี้หรงแล้วถอนหายใจยาว
คราวนี้คงไม่มีสิ่งใดผิดพลาดอีกนะ
ด้วยเพราะครั้งหนึ่งเทพผู้นำดวงิญญาไป๋หย่งเฮ่า เคยนำดวงิญญาเข้าสลับร่างจนเกิดเป็เื่วุ่นวายไปทั่ว ชะตาชีวิตของผู้คนหลายคนต้องเปลี่ยนแปลง เขาจำได้ดีว่าตอนนั้นเทพชะตาบ่นเขาจนหูชาด้านเสียหลายปี ส่วนตัวเขาก็ถูกลงทัณฑ์ต่ออีกหลายร้อยปี นับว่าเข็ดขยาดยาวนานเลยทีเดียว
รสสุคนธ์กะพริบตาถี่ ภาพความทรงจำต่าง ๆ ั้แ่่วัยจดจำความได้จนกระทั่งถึงบัดนี้ของโจวอี้หรงค่อย ๆ ถ่ายทอดเข้าสู่ความทรงจำของรสสุคนธ์ ใบหน้างดงามพลันบิดเบี้ยวด้วยรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้า คล้ายจะคลื่นไส้อาเจียนจากการที่ข้อมูลจำนวนมากมายทยอยอัดเข้ามาในระบบความคิดของเธอ ท่านผู้นำดวงิญญาไป๋หย่งเฮ่ายิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับรสสุคนธ์อีกครั้ง
“เพื่อเป็การชดเชยในความผิดพลาดที่เกิดกับเ้า ข้าจะไม่ลบความทรงจำในอดีตชาติของเ้า นับจากนี้ไปจงใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังและมั่นคงในความดี”
รสสุคนธ์กะพริบตาถี่ ๆ ยังไม่ทันที่จะเอ่ยปากขอบคุณ ท่านผู้นำดวงิญญาก็หายไปเสียก่อน รสสุคนธ์ค่อย ๆ ลุกขึ้นปรับตัวให้เข้ากับร่างใหม่นี้อย่างช้า ๆ เสื้อผ้ารุ่มร่ามที่สวมใส่อยู่ดูไม่ค่อยถนัดนักในการที่จะทรงตัว บรรดาหญิงรับใช้ที่นอนหลับอยู่รอบ ๆ ทั้งสี่คนต่างหลับสนิทไม่รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างบางผู้เป็นาย รสสุคนธ์ที่ผสานดวงจิตเข้ากับร่างของโจวอี้หรงค่อย ๆ เดินไปรับลมที่ริมหน้าต่าง สายตาหวานทอดมองไปที่ท้องนภา แสงจันทร์ฉายแสงสว่างไสว นับจากนี้รสสุคนธ์จะไม่มีตัวตนอีก จะมีเพียงโจวอี้หรงบุตรของเสนาบดีโจวเพียงเท่านั้น พลันคิ้วเรียวสวยได้รูปก็ขมวดเป็ปมเมื่อตระหนักได้ถึงปัญหาใหญ่ตรงหน้า อดีตโจวอี้หรงคือผู้ที่มีสติไม่สมประกอบหากอยู่ดี ๆ เด็กสาวกลายมาเป็หญิงสาวที่งามพร้อมทั้งรูปร่างและสติปัญญาที่ปกติ แน่นอนว่าปัญหาที่วุ่นวายอยู่ในตอนนี้จะต้องทบทวีขึ้นไปอีก รสสุคนธ์ถอนหายใจยาว เพียงแค่เข้ามาในร่างของเด็กสาวผู้นี้ปัญหาก็ดาหน้ามาให้ขบคิดราวกับน้ำหลาก ร่างบางค่อย ๆ นั่งลงที่เก้าอี้กลมริมหน้าต่างทบทวนกับตนเองเพื่อวางแผนชีวิตในอนาคตต่อไป
..........................................................................................................................................................
เมื่อเ้าตัวเล็กไม่กวน มนุษย์แม่ลูกน้อยก็มีเวลามานั่งรีีไรท์นิยายต่อ
วันนี้จึงมาเสริฟได้สองตอนรัวๆ
"เมื่อสาวแสบนิยมคนหล่อมาอยู่ในร่างสาวสวยที่รายล้อมไปด้วยผู้ชายงานดี
เื่วุ่นวายจึงกำลังจะเกิดขึ้น"
ปล.อยากให้เ้าตัวเล็กเลี้ยงง่ายแบบนี้ทุกวันจังเลย
\\o// \\o// \\o// \\o// \\o// \\o// \\o// \\o//