กล่าวได้ว่าองค์ชายผู้นี้ ดื่มน้ำอย่างกับควาย ดื่มเยอะแล้วยังส่งเสียงดังอีก
ในเวลานี้ หลี่ซื่อหมินขมวดคิ้วมองไปที่เว่ยเจิง ก่อนจะเอ่ยว่า “เจิ้งกว๋อกง เ้าคิดอย่างไรกับคำแนะนำที่เราให้จ้าวกว๋อกงไปเมื่อครู่?”
“เอ่อ? นี่ นี่… ฝ่าา กระหม่อม…”
เว่ยเจิงตื่นตระหนกในทันใด
เพราะเมื่อครู่เขามัวแต่คุยกับหลี่เฉิงเฟิง จึงไม่ได้ยินการสนทนาระหว่างจ่างซุนอู๋จี้กับหลี่ซื่อหมินเลยแม้แต่น้อย
หลี่ซื่อหมินขุ่นเคืองในทันที มือหนาตบเก้าอี้ัหนึ่งฉาด ก่อนจะตวาดว่า “เจิ้งกว๋อกง เ้าเห็นการว่าราชกิจเป็เื่เด็กเล่นรึ เราหารือเื่ใหญ่กับจ้าวกว๋อกง ส่วนเ้าเลื่อนลอยอยู่ด้านข้าง เจิ้งกว๋อกง เ้ารู้ผิดหรือไม่?”
หลี่ซื่อหมินโกรธเสียแล้ว? เว่ยเจิงตื่นตระหนกในทันที คุกเข่าลงเอ่ยว่า “ฝ่าาโปรดประทานอภัย! เป็ เพราะองค์ชายแปดส่งเสียงแปลก ๆ ดังเข้ามาในหูกระหม่อมเสมอ กระหม่อมจึงไม่ได้ยินคำศักดิ์สิทธิ์ของฝ่าาพ่ะย่ะค่ะ!”
“เฟิงเอ๋อร์… ”
หลี่ซื่อหมินมองไปที่หลี่เฉิงเฟิงพร้อมคิ้วที่ขมวดย่น
หลี่เฉิงเฟิงตาเบิกกว้างพลางพูดว่า “เว่ยเจิงโกหก ข้าไม่เคยพูดกับเขา เป็เขาที่รบกวนข้า ถ้าท่านไม่เชื่อ หวูกงกงสามารถเป็พยานได้!”
“ใช่แล้วฝ่าา องค์ชายแปดของบ่าว ไม่เคยส่งเสียงรบกวนใคร เป็เจิ้งกว๋อกงที่พูดคุยกับองค์ชายแปดพ่ะย่ะค่ะ!”
ในฐานะข้าหลวงของหลี่เฉิงเฟิง หวูกงกวต้องเข้าข้างหลี่เฉิงเฟิงอยู่แล้ว
หลี่ซื่อหมินจ้องมองเว่ยเจิงอย่างเ็า
หลอกลวงฮ่องเต้ ต้องโทษปะาชีวิต!
ยิ่งไปกว่านั้น เว่ยเจิงยังพูดให้ร้ายว่าเป็องค์ชายแปดที่รบกวนตน สิ่งนี้ไม่เท่ากับการตบหน้าหลี่ซื่อหมินหรอกหรือ?
หลี่ซื่อหมินเอ่ยว่า “เว่ยเจิง วันนี้เ้าต้องให้คำอธิบายกับเรา!”
เว่ยเจิงคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวแล้วเอ่ยว่า “ฝ่าา กระหม่อมผิดไปแล้ว กระหม่อมสมควรได้รับโทษ!”
“ฮึ เป็อัครมหาเสนาบดีแท้ ๆ แต่กลับเลื่อนลอยไม่ฟังกิจบ้านการเมือง ทหาร นำตัวเว่ยเจิงออกไป ทุบสามสิบครั้ง!”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าา!”
ด้วยเหตุนี้ เว่ยเจิงจึงถูกลากออกไปทุบตามคำสั่งของหลี่ซื่อหมิน
ในเวลานี้ ฝางเสวียนหลิงกับตู้หรูฮุ่ยมีเหงื่อเย็นไหลซึม
พวกเขาตระหนักได้ว่า แม้ว่าหลี่เฉิงเฟิงจะเป็แค่เด็กอายุหกขวบ
แต่เด็กน้อยคนหนี้ก็มีเล่ห์เหลี่ยมมากมาย
ทั้งสองคนคิดว่า ถ้าต้องทำให้ใครขุ่นเคือง พวกเขาจะไม่ทำให้องค์ชายแปดขุ่นเคือง
มิเช่นนั้นหากพูดอย่างจริงจัง พวกเขาอาจไม่ได้พบเื่ง่าย ๆ เช่นการโดนทุบ บางทีพวกเขาอาจเสียหมวกขุนนางบนศีรษะไป!
ในกรณีร้ายแรง พวกเขาอาจถูกปะาชีวิตเลยก็เป็ได้
แน่นอนหลี่ซื่อหมินรู้ว่หลี่เฉิงเฟิงทำเสียงรบกวนเว่ยเจิง
แต่ราชวงศ์ก็มิอาจสูญเสียศักดิ์ศรีได้
้าสอนบทเรียนให้หลี่เฉิงเฟิง เขาต้องเป็คนสั่งสอนเอง มิใช่เว่ยเจิง!
ดังนั้นหลี่ซื่อหมินจึงมองไปที่หลี่เฉิงเฟิงด้วยรอยยิ้มแล้วถามว่า “องค์ชายแปด แล้วเ้าคิดอย่างไรกับความเห็นที่เราให้จ้าวกว๋อกงไปเมื่อครู่นี้?”
หลี่ซื่อหมินคิดว่าหลี่เฉิงเฟิงคงตอบคำถามไม่ได้
ไม่ว่าเขาฟังหรือไม่ฟัง ถึงแม้เขาจะฟัง เขาก็เป็แค่เด็กอายุหกขวบ นอกจากส่งเสียงปรบมือ เขาจะพูดอะไรได้อีก?
อย่างไรก็ตามหลี่เฉิงเฟิงส่ายศีรษะแล้วเอ่ยว่า “ใช่ไม่ได้ ข้าไม่คิดเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ!”
“ใช่ไม่ได้รึ?”
“อันใด? องค์ชายแปด ได้โปรดอย่าก่อความวุ่นวายเลยพ่ะย่ะค่ะ”
“ใช่แล้วองค์ชายแปด ท่านรู้หรือว่าเื่บ้านเมืองคือสิ่งใด? ท่านไม่เข้าใจ ก็อย่ายุ่งเกี่ยว อย่าทำให้ฝ่าาต้องขุ่นเคืองเลยพ่ะย่ะค่ะ!”
หลี่เฉิงเฟิงกล้าบอกว่าใช้ไม่ได้ต่อหน้าหลี่ซื่อหมินเลยหรือนี่?
เป็ไปได้ไหมว่าพ่อลูกกำลังจะตบหน้ากันอีกแล้ว?
ฝางเสวียนหลิงกับตู้หรูฮุ่ย ทั้งสองต่างขอร้องให้หลี่เฉิงเฟิงหยุดพูด
อย่างไรก็ตาม หลี่เฉิงเฟิงเอ่ยว่า “เสด็จพ่อ วิธีการของท่าน แม้จะแก้ปัญหาภัยพิบัติได้ชั่วคราว แต่คงอยู่ได้ไม่นาน! เป็การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุมิใช่ต้นเหตุ!”
“โอ้? เช่นนั้นเราอยากฟังว่าอ๋องน้อยจะใช้วิธีการใดจึงจะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้?”
หลี่ซื่อหมินตกตะลึงเล็กน้อย
เมื่อเห็นหลี่เฉิงเฟิงกล่าวถึงข้อบกพร่องของตน หลี่ซื่อหมินก็ไม่ได้ขุ่นเคืองอะไร
เนื่องจากหลี่เฉิงเฟิงกล่าวว่าวิธีการของเขาเป็การแก้ที่ปลายเหตุ แล้วต้องทำอย่างไรจึงจะแก้ที่ต้นเหตุ?
ได้ยินเพียงหลี่เฉิงเฟิงพูดจาอย่างฉะฉานว่า “เสด็จพ่อ ตามที่จ้าวกว๋อกงพูดก่อนหน้านี้ว่าปีนี้เกิดภัยแล้งรุนแรง ราษฎรขาดแคลนน้ำ เก็บเกี่ยวพืชผลได้น้อยลง สามัญชนมิอาจใช้ชีวิตอยู่ได้!”
“ซึ่งวิธีจัดการของเสด็จพ่อคือ เปิดคลังหลวง แจกจ่ายอาหาร บรรเทาทุกข์ของเหล่าราษฎรจนผ่านพ้นปีแห่งภัยแล้ง!”
“ใช่แล้วอ๋องน้อย เ้าคิดว่าวิธีนี้ มีสิ่งใดไม่เหมาะสมหรือ?”
หลี่ซื่อหมินลูบเครา มองมายังหลี่เฉิงเฟิงด้วยความสนอกสนใจ
หลายปีที่ผ่านมา ทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม ฝูงตั๊กแตนระบาด ราษฎรขาดแคลนอาหาร ล้วนแล้วแต่ต้องเปิดคลังหลวง แจกจ่ายอาหารเพื่อแก้ปัญหามิใช่หรือ?
เป็ไปได้ไหมว่าเฟิงเอ๋อร์มีวิธีที่ดีกว่า?
หลี่เฉิงเฟิงกระแอมไอแล้วเอ่ยต่อว่า “เสด็จพ่อ ลูกคิดว่าทุกภัยพิบัติ การเปิดคลังหลวงช่วยเหลือราษฎรนั้นไม่มีสิ่งใดไม่เหมาะสม เพียงแต่ในไม่ช้าก็เร็ว เสบียงอาหารในคลังหลวงอาจหมดลงได้!”
“ใช่ แต่ถ้าไม่แจกจ่ายอาหาร บรรเทาทุกข์ประชาชนใต้หล้า แล้วเราจะทนได้อย่างไร?”
“เช่นนั้นก็จะมีปัญหาตามมา!”
หลี่เฉิงเฟิงยิ้มแล้วเอ่ยว่า “เสด็จพ่อ ภายในแคว้นต้าถังเรา ตอนใต้น้ำมาก ตอนเหนือแห้งแล้งมานาน! ทุกฤดูร้อน ตอนเหนือประสบภัยแล้ง ทุกฤดูฝน ตอนใต้น้ำท่วม…”
“ทำไม…”
เมื่อพูดถึงเื่นี้ ดวงตาของหลี่ซื่อหมินก็เบิกกว้าง หรือว่าเฟิงเอ๋อร์จะมีวิธีอื่นจริง ๆ ?
หลี่เฉิงเฟิงยังคงพูดต่อไป “ทำไมเสด็จพ่อไม่สร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ไว้กักเก็บน้ำทางตอนใต้ ทุกฤดูฝน ใช้กักเก็บน้ำ ชาวใต้ก็จะอยู่รอดปลอดภัยจากน้ำท่วม! จากนั้นเสด็จพ่อสร้างคลองขนาดใหญ่จากเหนือจรดใต้ ใน่ฤดูร้อน เปิดประตูระบายน้ำ ถ่ายน้ำจากอ่างเก็บน้ำตอนใต้สู่ตอนเหนือ! ด้วยวิธีเช่นนี้ จะไม่เป็การดีที่สุดต่อทั้งสองฝั่งหรือ?”
“ตึงตึงตึง…”
หลังจากหลี่ซื่อหมินได้ฟังคำพูดของหลี่เฉิงเฟิง ความคิดที่ราวกับจะะเิก็เบิกบานในทันใด
ขุนนางบู๊บุ๋นภายในท้องพระโรงล้วนแปลกใจ พวกเขามองไปที่หลี่เฉิงเฟิงด้วยแววตาเหลือเชื่อ
ความคิดนี้ดูเรียบง่าย แต่กลับไม่มีฮ่องเต้หรือขุนนางคนไหนคิดได้เช่นนี้เลย!
มิหนำซ้ำยังออกมาจากปากของเด็กน้อยวัยหกขวบ แล้วเื่นี้จะไม่ทำให้หลี่ซื่อหมินกับคนอื่น ๆ ประหลาดใจได้อย่างไร?
อีกทั้งความคิดนี้ยังแปลกใหม่เกินไปด้วย
หลี่ซื่อหมินไม่เคยนึกถึงเื่นี้เลย หลี่เฉิงเฟิงอาศัยคำพูดของเขา กลับดูเป็ใช้พลังของมนุษย์ ต่อต้านประสงค์ของ์
หรือว่านี่จะเป็ตำนานคนลิขิตเหนือฟ้า?
ความคิดนี่ไม่เลว ทั้งยังเป็ไปได้อีกด้วย!
ตราบใดที่สร้างอ่างเก็บน้ำกับคูคลองขนาดใหญ่แล้วเสร็จ ความทุกข์ยากของประชาชนในปีแห่งภัยธรรมชาติที่รบกวนฮ่องเต้ทั้งหมด ยอมได้รับการแก้ไขได้ไม่ใช่หรอกหรือ?
“เสด็จพ่อ ท่านคิดอย่างไรกับวิธีการของลูก?”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ดี เฟิงเอ๋อร์ เ้าช่วยบ้านเมืองได้มากจริง ๆ !”
หลี่ซื่อหมินหัวเราะอย่างตื่นเต้นจนมือสั่น
หลี่เฉิงเฟิงถูจมูกของเขาอย่างซุกซน
แน่นอนว่าโครงการผันน้ำจากใต้สู่เหนือเป็แิในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ทว่าในยุคราชวงศ์ถัง ใครก็ตามที่คิดได้ ก็ถือว่าเป็อัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะอยู่แล้ว!
หลังจากหลี่ซื่อหมินรู้สึกพึงพอใจ เขาก็เม้มปากอีกครั้ง
ต้องบอกว่าครั้งนี้หลี่เฉิงเฟิงช่วยบ้านเมืองได้มากจริง ๆ
หลี่ซื่อหมินยอมรับว่าหลี่เฉิงเฟิงเป็อัจฉริยะในการจัดการภัยพิบัติอย่างแท้จริง
หากหลี่เฉิงเฟิงได้ปกครองดินแดน ต้าถังในอนาคตจะต้องเจริญรุ่งเรืองแน่นอน!