"โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง!" ซิวโก่วเห่าด้วยความร้อนใจ พยายามใช้หัวดุนมือของเจียงซินไม่หยุด
หลินเยี่ยนใจกระตุก "ศิษย์น้องเล็ก ซิวโก่วกลัวแล้ว"
[กลัวอะไรกัน หึ! ตัวประหลาดน่าเกลียดนี่มาจากไหนกัน?]
เจียงซินใแทบสิ้นสติเมื่อเห็นอสูรเมฆาขั้นหลอมความว่างเปล่าตัวนั้น นางเบิกตากว้างพิจารณามัน
[นี่มันตัวอะไรกัน? ทำไมรูปร่างหน้าตาประหลาดแบบนี้? เป็สัตว์ประหลาดที่เอาหลายอย่างมาเย็บรวมกันหรือไร? ไม่มีเอกลักษณ์ของตัวเองเลยสักนิด]
นางกำลังมองอสูรเมฆาขั้นหลอมความว่างเปล่า และอสูรเมฆาขั้นหลอมความว่างเปล่าก็กำลังมองนางเช่นกัน ทันใดนั้น อสูรเมฆาก็อ้าปากกว้างจนเห็นลำคอ ภายในปากเต็มไปด้วยพายุและสายฟ้าที่น่าสะพรึงกลัว มันพุ่งเข้าใส่เจียงซินทันทีที่อ้าปาก ส่วนซิวโก่วใจนร่างแทบจะสลายกลายเป็ควันดำ มันรีบมุดหัวเข้าไปในอ้อมกอดของเจียงซิน ราวกับนกกระจอกเทศในร่างสุนัข
มองไม่เห็นข้า มองไม่เห็นข้า มองไม่เห็นข้า...
บังอาจมาทำให้ซิวโก่วของนางใงั้นหรือ? ไม่รู้หรือไงว่าถ้าจะตีสุนัข ต้องดูเ้าของก่อน? เจียงซินโกรธจัด นางแยกเขี้ยวแล้วคำรามใส่อสูรเมฆาขั้นหลอมความว่างเปล่าด้วยเสียงที่ทรงพลังราวกับัชั่วร้ายว่า "โฮ่ง!"
หลินเยี่ยนที่กำลังเร่งสร้างค่ายกลป้องกันอย่างบ้าคลั่งถึงกับอึ้ง เขาไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือประโยคแรกที่ศิษย์น้องเล็กพูดออกมา หากเื่นี้รู้ถึงหูท่านอาจารย์และท่านอาจารย์หญิง พวกท่านคงฉีกอสูรเมฆาขั้นหลอมความว่างเปล่าตัวนี้เป็ชิ้น ๆ แน่
อ๊ะ ไม่สิ สถานการณ์ตอนนี้อาจจะเป็พวกเขาที่ถูกอสูรเมฆาฉีกเป็ชิ้น ๆ ก่อน
สมองของหลินเยี่ยนเริ่มสับสน เมื่อเขารู้สึกประหม่าก็อยากจะพยากรณ์ดวงชะตา แต่ทว่ามือข้างหนึ่งต้องอุ้มเจียงซิน อีกข้างหนึ่งต้องสร้างค่ายกลป้องกัน จึงไม่สามารถปลีกตัวได้
ในขณะที่เขากำลังคิดอย่างรวดเร็วว่าควรจะฝังศพไว้ที่ชัยภูมิใดจึงจะดีที่สุด อสูรเมฆาขั้นหลอมความว่างเปล่าที่แผ่แรงกดดันมหาศาลตัวนั้น กลับสั่นสะท้านอย่างรุนแรงเมื่อได้ยินเสียง "โฮ่ง" ของเจียงซิน ราวกับว่ามันถูกทำให้ใอย่างยิ่ง มันรีบถอยหลังกลับไป ร่างกายหายวับเข้าไปในขอบเขตเมฆาและหายตัวไปในพริบตา
[เหอะ! รู้แล้วใช่หรือไม่ว่าข้าน่ะเก่ง? ถ้ากล้ารังแกซิวโก่วของข้าอีก ข้าจะซัดหัวเ้าให้กระเด็นเลย!]
เจียงซินเดินเตาะแตะ เมื่อเห็นว่าฉู่หลินเฟิงกำลังต่อสู้อย่างยากลำบากกับผู้บำเพ็ญเพียรขั้นิญญาก่อกำเนิดสองคน นางจึงตบหัวซิวโก่วเบา ๆ เป็สัญญาณให้มันไปช่วย
ซิวโก่วไม่เข้าใจความหมายของนาง มันกำลังหาที่ระบายอารมณ์เพื่อกู้หน้าคืนหลังจากที่เพิ่งเสียหน้าไปเมื่อครู่ มันจึงเห่า "โฮ่ง โฮ่ง" แล้วพุ่งเข้าไปในฝูงอสูรเมฆาอย่างดุดัน ตบอสูรเมฆาเ่าั้ให้กระเด็นไปทีละตัว เมื่อไม่มีอสูรเมฆาขั้นหลอมความว่างเปล่าตัวนั้นแล้ว ตบะขั้นหลอมความว่างเปล่าของซิวโก่วก็เรียกได้ว่าไร้เทียมทาน
ตอนนี้ทุกคนอยู่ในเรือลำเดียวกัน หากเรือล่มก็ต้องตายด้วยกันหมด ผู้โดยสารบนเรือจึงพากันเข้าร่วมการต่อสู้เพื่อช่วยกันจัดการกับอสูรเมฆา ส่วนซิวโก่วเดินผ่านข้างกายเจียงซิน มันเดินวนรอบตัวเจียงซินอย่างภาคภูมิใจเพื่อแสดงความสามารถของตน
[ซิวโก่ว... เด็กดี...]
เจียงซินลูบหัวสุนัข ใบหน้าเล็ก ๆ เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ
ส้านหงเซียวอาศัย่ชุลมุนพยายามจะหนี เขาใช้โอกาสในการจัดการอสูรเมฆาค่อย ๆ ขยับตัวไปยังขอบเรือ แล้วมองซ้ายมองขวาอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครสังเกตเห็น จึงลุกขึ้นเตรียมจะบินขึ้นไป
ทิศทางในทะเลเมฆานั้นสับสนวุ่นวาย การบินลงไปข้างล่างไม่ได้หมายความว่าจะตกลงสู่พื้นดินโดยตรง มีความเป็ไปได้สูงว่าคนที่อยู่บนเรือเหาะิญญาจะรู้สึกว่ากำลังร่วงหล่น แต่ในความเป็จริงคือเรือเหาะิญญากำลังบินสะเปะสะปะอย่างไร้ทิศทางในทะเลเมฆา ดังนั้นหาก้ากลับสู่เส้นทางเมฆาที่ถูกต้อง ก็ต้องคลำหาทางด้วยตัวเอง ปลายเท้าของส้านหงเซียวพ้นพื้นและพุ่งทะยานขึ้นไป
ศิลาิญญาระดับสูงแปดหมื่นก้อน คิดจะหนีงั้นหรือ!
เจียงซินตาไวและมือเร็ว นางคว้าหัวสุนัขแล้วโยนซิวโก่วออกไปทันที ซิวโก่วทำหน้ามึนงง ยังไม่ทันได้ดิ้นรนก็พุ่งเข้าชนส้านหงเซียว หนึ่งคนหนึ่งสุนัขตกลงสู่พื้นเสียงดังโครม กระแทกเรือเหาะิญญาที่เพิ่งซ่อมเสร็จจนเป็หลุมใหญ่อีกครั้ง
"โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง!" ซิวโก่วคำรามใส่ส้านหงเซียวด้วยความโกรธ
ทั้งหมดเป็เพราะมนุษย์ผู้นี้! ถ้าเขาไม่คิดจะหนี มันก็คงไม่ถูกโยนออกมา! อยากจะกัดให้ตาย! แถมยังอยากกัดเจียงซินด้วย! ข้าผู้ยิ่งใหญ่มีไว้ให้เ้าใช้เป็ลูกหนังโยนเล่นหรืออย่างไร?
แต่มันสู้เจียงซินไม่ได้ จึงไม่กล้าลงมือ อีกทั้งมันเดาได้ว่าเจียงซิน้าให้จับเป็ ซิวโก่วจึงไม่เพียงแต่ไม่กล้าฉีกส้านหงเซียวเป็ชิ้น ๆ แต่ยังต้องช่วยเจียงซินทำงานด้วยความไม่เต็มใจอย่างยิ่ง
เ้าของสุนัขบ้า! รอให้ข้าแข็งแกร่งขึ้นเมื่อไหร่ ข้าจะฆ่าพวกเ้าให้หมด!
ซิวโก่วกวาดสายตามองทุกคนในที่นั้นด้วยจิตสังหาร พร้อมสาบานในใจว่าจะไม่ปล่อยใครรอดไปแม้แต่คนเดียว จากนั้นมันจึงก้มหัวอันสูงส่งลง และกัดเข้าที่แขนของส้านหงเซียวอย่างแรงด้วยความโมโห แล้วลากเขามาวางตรงหน้าเจียงซิน
[ว้าว ๆ ๆ ซิวโก่วช่างใส่ใจจริง ๆ ! ได้รับการดูแลจากซิวโก่วขนาดนี้ ข้าต้องเป็เด็กที่โชคดีที่สุดในโลกอย่างแน่นอน!]
เจียงซินดีใจจนอยากจะร้องรำทำเพลง นางลูบหัวสุนัขอย่างแรง แถมยังดึงหูแหลม ๆ ของซิวโก่วเล่น ทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยความร่าเริง ส่วนหลินเยี่ยนมองเห็นความเชื่อฟังที่แฝงไปด้วยความขัดขืนบนใบหน้าของสัตว์ประหลาดซิวโก่วที่ดูดุร้ายตัวนี้
เมื่อไม่มีอสูรเมฆาขั้นหลอมความว่างเปล่ามาข่มขวัญ ฉู่หลินเฟิงและผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่น ๆ ก็จัดการอสูรเมฆาที่โจมตีเรือเหาะิญญาจนเกือบหมดสิ้น อสูรเมฆาส่วนใหญ่ตายหรือาเ็ ส่วนที่เหลือต่างพากันหนีไป ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นิญญาก่อกำเนิดที่ดูแลเรือจึงรีบเรียกปรมาจารย์ค่ายกลมาซ่อมแซมค่ายกลใหญ่ เพื่อกางม่านพลังของเรือเหาะิญญาขึ้นมาใหม่
เสวียนจิ่วเซียนจวินอาศัยจังหวะนี้เข้ามาตีสนิทกับฉู่หลินเฟิง "คุณชายน้อยมีพลังบำเพ็ญล้ำลึกนัก ช่างน่าเลื่อมใสยิ่งนัก"
[ว้าว ๆ ๆ เ้าคนที่ขโมยเมียชาวบ้านมาแล้ว! เฮ้อ น่าเสียดายที่ไม่มีใครตั้งค่าหัวเขา หาศิลาิญญาไม่ได้ ถือว่าขาดทุน ซินซินผู้นี้ ขาดทุนย่อยยับเลย]
เสวียนจิ่วกำลังพิจารณาเจียงซิน แล้วก็เห็นว่าเด็กคนนี้คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ดวงตาที่เคยเป็ประกายเมื่อมองเขาพลันหม่นแสงลงทันที ราวกับว่าเพิ่งขาดทุนศิลาิญญาระดับสูงไปห้าล้านก้อน
ฉู่หลินเฟิงพยายามกลั้นหัวเราะ ไม่ยอมให้ตัวเองหลุดขำออกมาเพราะเสียงในใจของเจียงซิน "ข้าออกจากบ้านมาแล้ว ไม่ใช่คุณชายน้อยอะไรทั้งนั้น"
เสวียนจิ่วเซียนจวินเป็คนคล่องแคล่ว เขาให้คำมั่นสัญญาอย่างหนักแน่นกับฉู่หลินเฟิงว่า "ในใจของข้า ท่านจะเป็คุณชายน้อยของข้าตลอดไป!"
[ทำไมฟังดูเหมือนศิษย์พี่ห้าตายแล้วเลยล่ะ?]
หลินเยี่ยนนำนมแพะฉางหลิงออกมาหนึ่งขวด แล้วใช้มันอุดปากเจียงซินอย่างแเี พร้อมกับท่องในใจซ้ำ ๆ ว่าเด็กพูดอะไรก็ไม่ถือเป็เื่
ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นิญญาก่อกำเนิดที่ดูแลเรือรีบเดินเข้ามา กางค่ายกลกันเสียงแล้วลดเสียงต่ำลง ถามด้วยความร้อนใจว่า "คุณชายน้อย ท่านเซียนจิ่ว ศิลาิญญาที่ใช้หล่อเลี้ยงค่ายกลของเรือเหาะิญญาเหลือไม่มากแล้ว ค่ายกลป้องกันคงอยู่ได้อีกไม่นาน ตอนนี้เรือเหาะิญญาตกลงมาในทะเลเมฆา พวกเราควรทำอย่างไรต่อไปดีขอรับ?"
เสวียนจิ่วเซียนจวินหันไปมองหลินเยี่ยน "สหายตัวน้อยท่านนี้เป็นักพยากรณ์ของสำนักเทียนสุ่ยใช่หรือไม่? สามารถคำนวณหาเส้นทางที่ถูกต้องได้หรือไม่?"
หลินเยี่ยนค่อย ๆ ลูบกระดองเต่าในแขนเสื้ออย่างครุ่นคิด "ลองดูได้ขอรับ"
ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นิญญาก่อกำเนิดกล่าวอย่างลำบากใจว่า "ค่ายกลการบินทั้งหมดของเรือเหาะิญญาเสียหายหมดแล้ว บนเรือไม่มีทรัพยากรเพียงพอที่จะวางค่ายกลใหม่ ต่อให้หาทางเจอ เรือเหาะิญญาก็บินไม่ไหวขอรับ"
เสวียนจิ่วเซียนจวินสั่งการ "ขาดสิ่งใด ให้ลองถามจากแขกบนเรือดู หากพวกเขามี ให้ซื้อในราคาที่สูงขึ้นเล็กน้อย เมื่อออกจากที่นี่และติดต่อกับหอการค้าได้แล้วค่อยชำระเงินตามไป"
ชื่อเสียงของหอการค้าเค่อซื่ออวิ๋นไหลนั้นดีมาก ยิ่งในยามฉุกเฉินเช่นนี้ซึ่งเป็การช่วยชีวิตตนเองด้วย และยังยินดีซื้อในราคาที่สูงขึ้น หากแขกมีวัสดุเ่าั้ ก็น่าจะซื้อได้ ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นิญญาก่อกำเนิดนึกถึงจุดนี้เช่นกัน "ข้าน้อยได้ส่งคนไปจัดการเื่นี้แล้ว เพียงแต่วัสดุหายากบางอย่างนั้นพบเห็นได้ยาก ไม่แน่ว่าจะซื้อได้ขอรับ"
"สิ่งใดบ้าง?" ฉู่หลินเฟิงถามพลางลูบแหวนมิติ ในกระเป๋าของเขามีของดีอยู่ไม่น้อย
ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นิญญาก่อกำเนิดร่ายชื่อสิ่งของออกมาเป็ชุด "ดินวิเศษจื่อซวง ดอกเทียนเหิน กระดูกศักดิ์สิทธิ์จิ่วกง เืัเพลิง..."
ฉู่หลินเฟิงค่อย ๆ ละมือออกจากแหวนมิติอย่างเงียบ ๆ ของดีในกระเป๋าของเขายังมีไม่มากพอ วัสดุที่เ้าบอกมาเหล่านี้ ต่อให้เป็ในคลังสมบัติของสำนักเทียนสุ่ยก็ยังถือว่าล้ำค่ามาก จะไปหาซื้อได้จากผู้โดยสารที่มีพลังบำเพ็ญเฉลี่ยเพียงขั้นแก่นทองคำขั้นต้นได้อย่างไรกัน
ทุกคนตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะ ไม่มีใครรู้ว่าควรทำอย่างไร ส่วนเจียงซินดื่มนมจนหมดขวด แล้วชูขวดนมที่ว่างเปล่าให้หลินเยี่ยนดู
[ศิษย์พี่รอง ซินซินดื่มหมดแล้ว ซินซินดื่มอีกขวดเ้าค่ะ]
ก่อนออกเดินทาง ฉีหลานชิงได้เขียนรายการโดยละเอียดให้ศิษย์พี่ศิษย์น้องหลินเยี่ยน เพื่อสอนวิธีดูแลเจียงซิน หนึ่งในข้อที่เน้นย้ำซ้ำ ๆ คือ ห้ามให้เจียงซินดื่มนมแพะฉางหลิงสองขวดในคราวเดียว เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กคนนี้รับพลังปราณมากเกินไปในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งอาจเป็อันตรายต่อตัวนางเอง
หลินเยี่ยนทำได้เพียงแสร้งทำเป็ไม่ได้ยินเสียงในใจของเจียงซิน เขาเก็บขวดนมที่ว่างเปล่า แล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดเช็ดคราบนมที่มุมปากของนางอย่างเบามือ "ศิษย์น้องเล็ก... เด็กดีดื่มหมดเร็วขนาดนี้เลยหรือ"
[งั้นขออีกขวดนะเ้าคะ!]
ท่ามกลางสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความคาดหวังของศิษย์น้องเล็ก หลินเยี่ยนเบือนหน้าหนีด้วยความรู้สึกผิด เขาเปลี่ยนเื่อย่างแข็งทื่อ โดยกล่าวกับผู้บำเพ็ญเพียรขั้นิญญาก่อกำเนิดว่า "ลองดูว่าสามารถใช้สิ่งอื่นทดแทนวัสดุหายากเหล่านี้ได้หรือไม่"
ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นิญญาก่อกำเนิดรู้สึกว่ายาก "สิ่งที่สามารถทดแทนสิ่งของหายากได้ ย่อมต้องเป็วัสดุหายากเช่นกัน ซึ่งหาได้ยากพอ ๆ กัน หากเรือเหาะิญญาบินไม่ได้จะทำอย่างไรดีขอรับ?"
เจียงซินมองพวกเขาด้วยความสงสัย
[ปัญหาง่าย ๆ แค่นี้ พวกท่านจะกลุ้มใจกันไปทำไมเนี่ย?]