บทที่ 15
ความทรงจำของหมีน้อย
คิทกำลังสับสน เมื่อพบว่าตนเองได้สติขึ้นมาท่ามกลางััประหลาด ดวงตาไม่อาจเปิดออกเพื่อมองสิ่งรอบข้างได้ แต่ขณะนี้เขารู้สึกได้ถึงความนุ่มนิ่มอันอบอุ่น และอะไรบางอย่างที่เปียกหยุ่นถูไถไปตามลำตัวและใบหน้าบ่อยครั้ง มันให้ความรู้สึกแสนสบายอย่างบอกไม่ถูก
(อ๊ะ จั๊กจี้ หยุดน้า...) เสียงประท้วงที่ออกมาจากลำคอเป็เพียงเสียงสั้น ๆ ขาดห้วงเท่านั้น
สักพักความหิวรุนแรงก็เข้าครอบงำ จนร่างที่ขยับไม่ได้ดั่งใจต้องขวนขวายหาอะไรมากินอย่างเร่งด่วน สัญชาตญาณของมนุษย์ที่เคยมีเริ่มเปลี่ยนไปเป็สัตว์ป่าเมื่อน้ำนมอุ่นเข้มข้นไหลผ่านลงคอของร่างนี้อย่างหิวโหย ดวงจิตที่ผ่านโลกมาถึงสองใบรับรู้ได้ทันทีว่าเขากลายสภาพไปเป็สัตว์ป่าไปเสียแล้ว จมูกน้อย ๆ เริ่มได้กลิ่นสาบสางและกลิ่นคาวของเืโชยมาตลอดเวลา รอบข้างยังมีความเคลื่อนไหวของร่างขนาดเล็กใกล้เคียงกันอีกสองร่าง
จิตใจพลันนึกถึงหมีั์ที่เพิ่งแล่เนื้อถลกหนังไปหมาด ๆ ดวงจิตของชายแก่ตระหนักทันทีว่าเขาอาจจะฝันถึงหมีตัวนั้นโดยไม่รู้ตัว ช่างเป็ภาพฝันและประสบการณ์ที่สมจริงนัก...
หรือทวยเทพในโลกใบนี้ ้าให้เขาได้ััชีวิตของเ้าหมีใหญ่ที่ตนเพิ่งจัดการไป
ความสับสนในใจเริ่มก่อตัว...
(ข้า...ข้าไม่ใช่คนสังหารเ้านี่เสียหน่อย ทำไมกันนะ...)
แม้จะเกิดความสงสัยมากมาย แต่ห้วงเวลาอันแสนสมจริงกลับผ่านไปอย่างเชื่องช้านัก ร่างกายของหมีน้อยเริ่มแข็งแรงขึ้นด้วยอิทธิพลจากน้ำนมอันทรงคุณค่า จากนั้นการเรียนรู้วิธีใช้ชีวิตในป่าฉบับหมีใหญ่ก็เริ่มต้นขึ้นตลอดปี ใบหญ้าและดินส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ว่างกลางป่าใหญ่ทำให้ร่างเล็กวิ่งเล่นได้อย่างผ่อนคลาย แต่่เวลาสนุกสนานช่างสั้นนัก
ก่อนฤดูหนาวปีแรกจิติญญาประหลาดในร่างหมีก็ได้รับทราบความโหดร้ายของธรรมชาติและสิ่งที่สัตว์ในป่าต้องเผชิญ
เขาเสียพี่น้องท้องเดียวกันไปหนึ่งตัวให้กับฝูงหมาป่าขนขาวเป็ประกายระยับสะท้อนแสงแดด พวกมันมีคมเขี้ยวแหลมคมวาววับและโชกเื แม่หมีต่อสู้อย่างห้าวหาญและสังหารพวกมันไปได้สามตัวจนต้องล่าถอยไป วันนั้น... ครอบครัวหมีจึงได้กัดกินซากหมาป่าด้วยความแค้นและหิวกระหาย
ปีถัดมาเขาเสียน้องไปอีกตัวกับศัตรูเ้าแค้นที่เรียกได้เต็มปากว่าเป็คู่อาฆาตของหมีจันทร์เสี้ยว คิทไม่เคยเกลียดสัตว์หน้าขนพวกนี้มาก่อน แต่สัญชาตญาณหมีก็ยากจะควบคุม ฝีมือการใช้กรงเล็บและคมเขี้ยวรุดหน้าขึ้นเมื่อต้องเผชิญหน้าศัตรูบ่อยครั้ง แม้จะได้าแติดตัวมาเป็ของแถม แต่เ้าหมีวัยเด็กที่ใกล้โตเป็ผู้ใหญ่ก็ไม่รู้สึกเจ็บแค้นอะไร
มันเป็วิถีของธรรมชาติ มีเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้นที่จะทำให้อยู่รอด
ก่อนเข้าหน้าหนาวปีที่สาม คุณแม่หมีตัวใหญ่ผู้เคยใจดีคอยถ่ายทอดความรู้ด้านการหาอาหารดำรงชีพ ตัดสินใจไล่เขาออกจากถ้ำ เ้าตัวเล็กไม่เข้าใจภาษาหมี แต่ความหมายที่คุณแม่ตัวใหญ่้าสื่อก็ชัดเจนยิ่ง
“ออกไปหากินเองได้แล้ว ไอ้ลูกชาย ชิ่ว ๆ” อา... เธอคงเบื่อการดูแลเด็กโข่งหน้าขนเต็มที
เ้าหมีหนุ่มจึงออกไล่ล่าหาของกินประทังชีพและกักตุนไขมัน่หน้าหนาวอย่างยากลำบากเป็เวลาหลายปี ทุกครั้งที่รอดชีวิตผ่านลมหนาวอันทรหดมาได้ ความแข็งแกร่งก็จะเพิ่มสูงขึ้น การโจมตีไล่ล่าเฉียบขาดขึ้น ประสาทััและความจำเกี่ยวกับแหล่งอาหารแม่นยำขึ้น
สิบปีที่ใช้ชีวิตเป็หมีจันทร์เสี้ยวทำให้อาณาเขตหากินในป่าของเขากว้างใหญ่ไพศาล ร่างกายใหญ่โตที่ไม่เคยพ่ายแพ้ทำให้สัตว์ป่าโดยรอบจดจำกลิ่นเฉพาะตัวของหมีโหดตัวนี้ได้ดี การสังหารหมู่หมาป่าขนเงินก่อนฤดูหนาวครั้งที่สิบสาม ทำให้ไม่มีสัตว์นักล่าตัวใดอาจหาญมาต่อกรหมีตัวนี้ในเขตของมันอีก
ชีวิตของหมีตัวผู้ค่อนข้างโดดเดี่ยว มีเพียง่สั้น ๆ ของปีที่มีตัวเมียแวะเวียนมาผสมพันธุ์บ้างเท่านั้น กลไกธรรมชาติทำให้แม่หมีทุกตัวหวงลูกตัวเองยิ่งกว่าไข่ในหิน พ่อพันธุ์ที่เป็เชื้อให้กับหมีในป่ามาหลายสิบปีจึงไม่เคยเจอลูกชายลูกสาวตัวเองแม้แต่ครั้งเดียว ช่างเป็ชีวิตที่เงียบเหงานัก
ดวงจิตของคิทยังคงเฝ้ามองด้วยััและความนึกคิดประหนึ่งเ้าของร่าง เวลาผ่านเลยไปถึงฤดูหนาวปีที่สามสิบ เขาก็เลิกนับเวลาเพราะความเบื่อหน่าย หากเทียบกับเวลาที่ใช้ชีวิตมาโดยตลอดแล้วเขาคงเป็ิญญาแก่วัยแปดสิบห้าปีที่วนเวียนไปยังร่างโน้นร่างนี้มั่วไปหมด
แล้วร่างไหนกันแน่ที่เป็ความจริง? หรือมันเป็ความจริงทั้งหมด? หรือไม่ทุกอย่างที่ทำมาอาจเป็เพียงฝัน แล้วทำไมฝันครั้งนี้ถึงยาวนานนัก... สติขณะนี้เป็ของิญญาดวงไหนกันแน่ ของกล้วยไข่ ของคิท หรือของเ้าหมี... จิตใจที่เริ่มฟุ้งซ่านประกอบกับร่างกายของหมีใหญ่ที่เริ่มแก่ตัวทำให้อารมณ์ของเขาค่อนข้างฉุนเฉียวบ่อยครั้ง
แล้วเหตุการณ์เผชิญหน้ากับมนุษย์อันตื่นเต้นก็เกิดขึ้นอีกสองครั้ง ครั้งแรกเขาชนะและรอดมาได้ ส่วนครั้งที่สองเป็ครั้งสุดท้ายที่เขาได้พบเจอคนคุ้นเคย... พี่เจสัน
มันเป็เครื่องยืนยันว่านี้เป็เพียงภาพฝัน เป็ประสบการณ์จากเ้าหมีใหญ่ที่ถ่ายทอดมาสู่ตัวเขาด้วยวิธีการอันน่าเหลือเชื่อนัก ทันทีที่สติของหมีใหญ่ดับวูบ ดวงจิตของคิทก็หลับลึกเหมือนพยายามผ่อนคลายหลังใช้ชีวิตมายาวนาน
เด็กน้อยไม่รู้ตัวเลยว่า ตนเองสร้างความวุ่นวายให้กับคนรอบข้างมากขนาดไหน
เสียงดุของซิสเตอร์แอนดังแว่วมาให้ได้ยินจนเขาปวดหู ร่างเล็กจึงพยายามมุดเข้าไปในซอกเบาะที่นอนที่เด็ก ๆ ใช้นอนรวมกันอย่างเชื่องช้า ความนุ่มนิ่มของขนกระต่ายทำให้เ้าเด็กน้อยเริ่มถูไถใบหน้าตนเองบนนั้นอย่างเป็สุข แต่ก่อนที่คิทจะหายตัวมุดลงไปในซอกอับสายตาได้สำเร็จ เขาก็ถูกจับได้เสียก่อน
“พี่คิท! พี่คิทรู้สึกตัวแล้วคุณแม่”
(เสียงนี้...เ้า...เ้าอีธานตัวแสบ!) หนุ่มน้อยสบถในใจ แต่ร่างกายยังคงพยายามมุดหาไออุ่นจากเบาะใหญ่ ไม่นานนักมือโตของพี่ชายก็คว้าไว้ได้ จากนั้นเขาก็ถูกดึงออกมาจากที่นอนอย่างเบามือ ดวงตาสะลึมสะลือของคนที่นอนเกือบเต็มอิ่มจึงต้องเปิดออก
“อรุณ...สวัสดิ์ค้าบบบ” โคร่กกก... เสียงท้องร้องดังขึ้นหลังจากเอ่ยทักทายได้เพียงครู่เดียว
“คิท! เ้าทำให้พวกเราเป็ห่วง ทำไมถึงทำอะไรไม่ไตร่ตรองแบบนี้” เสียงดุของซิสเตอร์แอนดังกระหึ่มอย่างต่อเนื่อง “ข้าบอกให้ไปจัดการซากหมีให้เรียบร้อย ไม่ได้หมายความว่าจะให้เ้า...ที่เป็เด็กตัวนิดเดียวแล่มันออกเป็ชิ้น ๆ แบบนั้น”
“ก็...ก็ซิสเตอร์บอกให้เอาพี่เจมส์ไปด้วย...ข้า...ข้าก็เลยนึกว่า...” เ้าหนูพูดติดขัดเหมือนพยายามแก้ตัว ตอนนั้นเขาคิดว่าซิสเตอร์เป็คนสั่งเช่นนั้นนี่นา
“เืของหมีจันทร์เสี้ยวหรือสัตว์ใหญ่ในป่าเป็ยาบำรุงสำหรับผู้ใหญ่ แต่สำหรับเด็กอย่างเ้ามันก็อีกเื่...” ซิสเตอร์ลิซ่าเปิดหนังสือเล่มเก่าที่เขายังไม่เคยอ่านให้ได้เห็น “เ้าหลับไปสามวันเต็ม!”
เด็กน้อยได้แต่ก้มหัวขอโทษจนคนแก่ทั้งสองผ่อนความฉุนเฉียวลง ซิสเตอร์ยังคงเทศนาต่อเนื่องอยู่พักใหญ่จนกระทั่งท้องน้อย ๆ ของคิททนไม่ไหว เมื่อมันส่งเสียงประท้วงเป็ครั้งที่สาม ซิสเตอร์แอนจึงออกไปยกอาหารที่ทำเผื่อไว้มาให้คิทได้ทาน
จมูกน้อย ๆ ของเขาได้กลิ่นโจ๊กธัญพืชต้มกระเทียมและเห็ดั้แ่มันยังไม่เข้าห้องนอนด้วยซ้ำ ยังคงมีกลิ่นปัสสาวะของเด็กหลายคนปนกับอุจจาระที่เขาค่อนข้างชินชา กลิ่นฟาง กลิ่นหญ้าแห้งข้างนอก กลิ่นสนป่าโชยมาตามลมหนาว กลิ่นของพี่น้องและนางชีทั้งสอง กลิ่นตุ ๆ ของตัวเขาเองและที่สำคัญ... กลิ่นของเจสันที่กำลังสับท่อนสนเพื่อใช้ทำฟืนอยู่ข้างนอก
ทุกครั้งที่คิทสูดหายใจ เด็กน้อยก็จะอ้าปากค้าง ััทางจมูกดีเยี่ยมเช่นนี้ ช่างคล้ายคลึงกับ่ชีวิตยาวนานในฝันเกือบสามสิบกว่าปีที่เพิ่งมีมาหมาด ๆ ในใจรู้สึกยินดีและตื่นเต้นจนหัวใจเต้นระรัว
พลังพิเศษ! สิ่งที่เขาอยากััมาตลอดั้แ่ตื่นขึ้นมาบนโลกใบที่สองแห่งนี้ ตอนนี้เขามีมันแล้ว พลังจมูกทิพย์ที่เอาไว้ดมกลิ่นสาบสางของพี่น้อง เอาไว้ดมหาอาหาร ดมกลิ่นป่าและธรรมชาติอันร่มเย็น รวมไปถึง...กลิ่นของสิ่งปฏิกูล ขยะและของเสียต่าง ๆ ...นี่เป็ตลกร้ายหรืออย่างไร?
ใบหน้ายิ้มยินดีเปลี่ยนเป็บูดบึ้งอย่างรวดเร็วเมื่อจินตนาการในหัวเปลี่ยนจากความสนุกสนานกลายเป็ดำดิ่งลงเหวด้วยความหดหู่ กลิ่นเน่าเหม็นในโลกใบนี้เป็เื่พื้น ๆ อันแสนธรรมดาที่ไม่มีใครสนใจ
ดูท่าแล้ว...เป้าหมายชีวิตของเขาคงต้องเพิ่มหัวข้อ ‘ทำให้บ้านเมืองสะอาด’ เข้าไปอีกอัน
เขาจะต้องเป็ชาวสวน ที่ช่วยทำให้บ้านเมืองน่าอยู่มากขึ้นให้ได้
ระหว่างทานอาหารอย่างหิวโหย แผนการในใจก็เริ่มแตกยอดแผ่กิ่งก้านสาขาออกไป เกษตรกรรมและการปศุสัตว์เป็ของคู่กันมาช้านาน ถ้าหากต้นไม้ใช้ของเสียเ่าั้เป็ปุ๋ยได้ ทำไมอุจจาระจากคนจะเอามาทำเช่นเดียวกันไม่ได้ ภาพสวนขนาดใหญ่ที่มีต้นไม้นานาพรรณถูกจัดสัดส่วนลงดินอย่างเป็ระเบียบเริ่มแทงยอดออกใบงดงามให้เห็นหลังจากได้รับปุ๋ยหมักสูตรพิเศษ ปรากฏอยู่ในหัวของเด็กน้อยอย่างชัดเจน
ทีนี้บ้านเมืองก็จะสะอาดน่าอยู่ หอมอบอวลไปด้วยกลิ่นดอกไม้ใบหญ้าแทนที่จะเป็กลิ่นอุจจาระ สุขภาพอนามัยของคนในท้องถิ่นเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ผลผลิตอุดมสมบูรณ์ไม่ทำให้พวกเขาหิวโหยอีกต่อไป แค่แผนที่วางเอาไว้ยังสวยหรูจนคิทต้องอมยิ้ม ถ้าหากมันเป็จริงจะสุดยอดขนาดไหนกันหนอ
จินตนาการที่ล่องลอยไปไกลอยู่พักใหญ่ต้องหยุดลงเมื่ออาหารข้นเหลวในถ้วยหายเข้าไปในท้องจนเขาอิ่ม ในใจนึกถึงพี่ชายอย่างไม่เป็ทางการอีกคนที่ผ่าฟืนจนเหงื่อชุ่ม กลิ่นตัวที่ลอยมาตามสายลมทำให้เ้าเด็กน้อยต้องย่นจมูกส่งเสียงฟุดฟิดด้วยความไม่ชอบใจ
เมื่อคิดถึงเจสัน เขาก็นึกขึ้นได้ว่าตนเองทำอะไรวู่วามกับเหยื่อตัวใหญ่ที่นักล่าหนุ่มเกือบต้องแลกชีวิตมา คิทจึงหน้าซีดชั่วขณะ จากนั้นเ้าตัวเล็กจึงหันไปถามพี่สาวแอนนาอย่างรีบร้อน
“แอนนา พี่เจสันโกรธหรือเปล่าที่ข้าแล่หมีของเขาโดยพลการเช่นนั้น? ข้า... ข้าจะทำอย่างไรดี”
“ใจเย็น ๆ น้องชาย ฮิ ๆ ๆ” เธอเอื้อมมือมาเช็ดปากเลอะอาหารของเด็กน้อยโดยอัตโนมัติ ซึ่งเ้าตัวก็ออกอาการขัดขืนเล็กน้อยเหมือนเคย “พี่เขาเอ่ยปากชมเ้าไม่หยุดเลยล่ะ หนังผืนนั้นถูกถลกออกมาได้สวยงามจนไร้ที่ติ เหลือแค่นำไปฟอกให้นิ่มพี่เจสันก็จะเอาไปทำชุดคลุมใหม่เพื่อใช้งานแล้ว...”
“พี่เขายังยกเนื้อและเครื่องในให้พวกเราทั้งหมดเลยนะ ของสำคัญอย่างเขี้ยวและเล็บหมีเขาก็เอาไปแค่ชิ้นเดียว เห็นว่าที่เหลือจะยกให้เ้าและเจมส์ ทำให้น้อง ๆ ดีใจกันใหญ่เชียวล่ะ”
“เขี้ยวกับเล็บอย่างนั้นหรือ...” คิทไม่เข้าใจ ของมีค่าของหมีตัวนั้นควรจะเป็ชั้นไขมัน เนื้อ และเครื่องในที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการต่างหาก แอนนาเห็นท่าทางสงสัยที่คุ้นตาจึงต้องอธิบายต่อด้วยความเคยชิน
“ใช่แล้ว ของพวกนั้นมีประโยชน์มากเลยนะ แข็งและเหนียวเหมือนโลหะ คุณแม่แอนนาเก็บความยินดีแทบไม่อยู่เลยล่ะ เห็นว่าพรของเทพแห่งการช่างให้นิมิตเกี่ยวกับการทำเครื่องมือมีประโยชน์จากพวกมันมาเยอะทีเดียว...”
ไม่น่าเชื่อว่าพรของเทพแห่งการช่างมีประโยชน์ต่อชีวิตของคนในสมัยนี้มากกว่าที่พวกเขาคิดไว้
หลังจากนี้ไม่นาน... โบสถ์แห่งหมู่บ้านเรดวู้ดคงจะมีเครื่องใช้สะดวกสบายออกมาให้ชื่นชมหลายชิ้น
เ้าหนูคิทแทบจะรอไม่ไหว เขาไม่ลืมที่จะบอกซิสเตอร์ว่าอยากได้มีดที่ใช้สะดวกมือสักเล่ม เพื่อให้การทำอาหารและออกเก็บของป่าราบรื่นมากขึ้นกว่าเดิม