“พี่เจย์ลืมหนูจริงๆหรอคะ?”
“จริง”
“ถ้าลืมหนูจริงๆแล้วทำไมพี่เจย์ถึงยังเก็บเหรียญโปรยทานที่หนูเคยให้ ใส่ไว้ในกระเป๋าตังค์อยู่หล่ะคะ? ลืมหนูจริงๆมั้ยน๊า~?”
เพราะกระเป๋าตังค์ที่มันกางออกเผยให้เห็นเหรียญโปรยทานริบบิ้นดอกนาเดียร์ลายเบสิคสีขาวที่เหน็บอยู่ในนั้น คนตัวเล็กเลยหยิบกระเป๋าตังค์เขาขึ้นมาแล้วล้อเขาด้วยท่าทางทะเล้นน่าหมั่นเขี้ยว ก่อนจะยื่นกระเป๋าตังค์คืนให้เขา..
คนที่โดนน้องรู้ความลับถึงกับเขินอายทำตัวไม่ถูกแล้วรีบเก็บกระเป๋าตังค์ไว้อย่างไว เขาอายจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี เขาไม่น่าเลย.. เขาไม่น่าล้วงกระเป๋าตังค์ตัวเองออกมาเลยจริงๆ เขาลืมไปว่าเก็บของที่น้องเป็คนเอาให้พกติดตัวตลอดแม้จะเปลี่ยนกระเป๋าตังค์ออกไปหลายใบแล้ว แต่เขาก็จะเอาเ้าริบบิ้นลายดอกไม้สีขาวนี่ไปใส่ไว้ในกระเป๋าใบใหม่ไปด้วยทุกครั้งเสมอ
“หนูให้ค่ะ เป็ที่ระลึก.. เป็ขวัญถุงก็ได้นะคะ พี่จะได้เฮงๆรวยๆค่ะ”
‘ก็ดูสรรพคุณที่เธอโฆษณามาสิครับ ผมจะกล้าเอามันทิ้งไปได้ยังไงกัน’
ทั้งคู่สบตากันนิ่งสักพักก่อนคนที่พ่ายแพ้ให้กับสายตาของอีกฝ่ายจะเป็ตัวของจีรภัทร์เอง เขาแสร้งมองไปทางอื่นพร้อมกับเขยิบตัวออกห่างจากมนธิชาไปด้วย พยามยามจะดึงมือตัวเองที่มันโดนเธอพันธนาการเอาไว้กลับมา แต่ยัยตัวเล็กก็ยังคงไม่ยอมปล่อยมือออกจากกัน พร้อมกับกุมมือของเขาเอาไว้แน่นแล้วขยับเข้าไปใกล้เขาไม่ยอมหยุด จนคนที่พยายามวางตัวให้ดูเหมาะสมกับน้องตอนนี้นั่งอยู่ริมสุดๆของม้านั่งแล้ว
“หนูจะเกยขึ้นมานั่งบนตักพี่อยู่แล้วนะน้องมินนี่.. ขยับออกไปเร็วครับ คนมองกันใหญ่แล้วเห็นมั้ยฮึ~?”
“ก็หนูอยากอยู่ใกล้พี่เจย์นี่นา~”
“ใกล้กว่านี้ก็สิงพี่แล้วครับ.. อย่าพูดไม่รู้เื่.. ขยับออกไปเดี๋ยวนี้เร็วๆ” พอเห็นเขาเริ่มดุจริงจัง เด็กตัวเล็กถึงยอมหยุดจู่โจมแล้วกลับไปนั่งตัวตรงดีๆพร้อมกับคืนอิสระให้แก่มือของเขา
“ทำไมหนูมารอพี่สาวในที่แบบนี้คนเดียว รู้มั้ยว่ามันอันตรายหน่ะฮึ?”
“ก็พี่สาวหนูเลิกงานตั้งตีสองหนิคะ หนูเป็ห่วงพี่สาว ไม่อยากให้กลับบ้านคนเดียวดึกๆค่ะเดี๋ยวโดนฉุดเอา.. พี่หนูยิ่งสวยมากๆอยู่ หนูต้องดูแลและปกป้องพี่ตัวเองให้ดีที่สุดค่ะ”
“แต่หนูก็ยังเป็แค่เด็กตัวเล็กๆ หนูจะมานั่งแบบนี้คนเดียวอย่างนี้ไม่ได้ โดนอุ้มขึ้นรถไปขายมานี่จะทำยังไงฮึ? มันอันตรายมากนะครับ”
“ถ้าพี่เจย์จะบ่นหนูขนาดนี้ ก็จีบหนูเป็แฟนแล้วดูแลหนูเองเห๊อะ~”
“หนูยังเป็แค่ผู้เยาว์อยู่เลยนะน้องมินนี่ ยังไม่ทันได้โตเลย.. จะให้พี่จีบแล้วหรอฮึ?” คนตัวสูงขมวดคิ้วถามพร้อมยิ้มบางให้กับเด็กน้อยที่กำลังส่งสายตาแพรวพราวมาให้เขาอยู่ข้างๆ
“ทำไมอ่ะคะ~? จีบตอนนี้แถมฟรีตอนโตนะ”
“ไม่โตละมั้งพี่ว่า.. สามปีแล้วหนูก็ยังตัวกะเปี๊ยกเท่าเดิม”
“หนูโตขึ้นอยู่นะคะ”
“โตขึ้นตรงไหนกัน? พี่ก็เห็นหนูตัวเล็กเหมือนเดิม”
“มือหนูไงคะ”
“มือเขาเรียกใหญ่ขึ้น.. ไม่ใช่โตขึ้น และมือหนูมันก็ไม่ได้ใหญ่ขึ้น มือยังเล็กนิดเดียวอยู่เหมือนเดิมครับ”
“อ้าวหรอคะ แฮะๆ~ แต่มือพี่เจย์ดูใหญ่ขึ้นและอบอุ่นมากขึ้นกว่าเดิมด้วยนะคะ หนูชอบจังเลยค่ะ” เธอหยอดคำพูดที่ชวนคิดไปไกลเข้าไปกระแทกใจเขาเรื่อยๆ จนคนฟังหรี่ตามองพร้อมขมวดคิ้วก่อนจะส่ายหัวเบาๆให้กับความกะล่อนแสนแสบของเธอ
“หนูกินข้าวหรือยัง? หิวมั้ยครับ?”
“ไม่หิวค่ะ หนูกินข้าวมาแล้ว”
“ครับ.. แล้ววันนั้นที่หนูทำ CPR หน่ะ ทำไมเก่งจังเลยฮึ? หนูคล่องแคล่วมากเลย คุณครูที่โรงเรียนสอนหรอครับ?”
“ที่โรงเรียนสอนนิดหน่อยค่ะ พอดีพ่อของเพื่อนหนูเป็อาสากู้ภัยค่ะ ลุงเบิ้มเค้าสอนหนูบ่อย หนูเลยทำเป็..”
“อือฮึ.. เก่งมากครับเด็กดี~” เขาชมพร้อมยิ้มกว้างส่งไปให้
“ขอบคุณค่ะ” เธอขอบคุณพร้อมกับยิ้มน่ารักตอบเช่นเดียวกัน
“แล้วหนูมาทำอะไรที่กรุงเทพฯครับ.. หรือว่าบ้านอยู่กรุงเทพฯอยู่แล้ว?”
“หนูไม่ใช่คนกรุงเทพฯค่ะ.. เคยมีบ้านอยู่ต่างจังหวัดที่พี่เจย์ไปตอนนั้นแหละค่ะ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว.. พี่มาเบลล์พาหนูขึ้นมาจากต่างจังหวัดเพื่อมาหางานทำและเก็บเงินเรียนหนังสือต่อกันค่ะ”
“หืม..? หมายถึง.. มากันสองคนหรอครับ?”
“ค่ะ..”แววตามนธิชากระตุกวูบพลันก้มลงไปมองพื้นด้วยท่าทางที่ดูเศร้ามาก จนคนถามถึงกับรู้สึกใจวูบไหวขึ้นมาตามไปด้วย
‘เด็กคนนี้กำลังเจอปัญหาอะไรอยู่อย่างงั้นหรอ?’
“แล้วหนูมากรุงเทพนานยัง.. ตอนนี้พักอยู่กับใครครับ?”
“มาได้อาทิตย์นึงแล้วค่ะ ตอนนี้พักอยู่กับพี่มาเบลล์สองคน”
“สองคน?” จีรภัทร์ขมวดคิ้วขึ้นสูง.. ไม่รู้ว่าเด็กคนนี้มีเหตุอะไรให้ต้องจากบ้านมา และเพราะความเป็ห่วงเธอ มันจึงทำให้เขาเริ่มจะกลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ เขากำลังรู้สึกใจหายเพราะรับรู้ถึงความรู้สึกที่ว่าชีวิตเธออาจจะกำลังขมขื่นกับอะไรบางอย่างอยู่ในตอนนี้
“ค่ะ.. หนูอยู่กันสองคน” เด็กตัวเล็กตอบเสียงเบาระคนแววตาเศร้าไปด้วย
“หนูลำบากมั้ยครับ?” จีรภัทร์ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง คนตัวสูงอยากจะถามว่าเธอพักอยู่ที่ไหน แต่มันคงจะดูไม่ดีที่ไปถามเด็กผู้หญิงแบบนี้ ณ เวลานี้ เขาเลยข้ามคำถามนั้นไปก่อน
“หนูไม่ได้ลำบากค่ะ ตอนนี้หนูแค่อ่านหนังสือเรียนอยู่ในห้องเฉยๆ.. พี่มาเบลล์ต่างหากที่ลำบาก เพราะพี่มาเบลล์ต้องออกมาทำงานหาตังค์เพื่อส่งหนูเรียนต่อมอสี่ค่ะ”
ได้ฟังแบบนั้นคนตัวสูงก็ถึงกับสะอึกนิ่งค้างไป อดไม่ได้ที่ยื่นมือหนาไปวางไว้บนหัวทุยน้อยๆของเธอแล้วลูบเบาๆสองสามทีอย่างอ่อนโยนเพื่อปลอบประโลมใจเด็กน้อยคนนี้ ก่อนเขาจะค่อยๆดึงมือตัวเองกลับ
“ให้พี่ช่วยส่งหนูเรียนนะครับ.. พี่มาเบลล์เค้าจะได้ไม่ลำบาก” เขาพูดพร้อมกับจ้องั์ตาเธอด้วยแววตาอบอุ่นที่มันฉายวับในดวงตาดำขลับทั้งสองข้างของเขา มนธิชาอึ้งกับคำพูดของจีรภัทร์เล็กน้อย เธอขมวดคิ้วแล้วมองหน้าเขาด้วยดวงตาสุกใส
“ทำไมพี่เจย์อยากส่งหนูเรียนอ่ะ สงสารหนูหรอคะ..หรือชอบหนู?” คนตัวเล็กยื่นปากถามใน่ท้ายของประโยค
“พี่อยากส่งหนูเรียนเพราะหนูเป็คนดีเป็เด็กดี อีกอย่าง.. พี่ก็ไม่อยากให้หนูออกมาคนเดียวดึกๆแบบนี้อีก มันอันตรายครับ”
“แต่พี่เจย์จะส่งหนูเรียนได้ยังไงคะ? เพราะวันนี้เราแค่บังเอิญผ่านมาเจอกันอีกรอบเฉยๆ เดี๋ยวพอเรากลับไป เราก็หายไปจากกันอีกอยู่ดี”
“ก็โทรศัพท์คุยกันไงครับน้องมินนี่ เบอร์ของพี่หนูก็จำได้อยู่หนูกังวลอะไรฮึ? บอกเบอร์หนูกับพี่มาเลยรอบนี้พี่จะบันทึกไว้แล้วโทรไปหาหนูเอง”
จีรภัทร์พูดพร้อมกับรีบล้วงโทรศัพท์ตัวเองออกมาเพื่อรอกดบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของมนธิชาเอาไว้
“หนูไม่มีโทรศัพท์ใช้หรอกค่ะ หนูให้เบอร์พี่มาเบลล์แทนก่อนได้มั้ยคะ?”
“หืม? ไม่มีโทรศัพท์ใช้?”เขาประหลาดใจที่เด็กน้อยข้างตัวที่ไม่มีโทรศัพท์ใช้ มันไม่ปกติเลยนะกับเด็กในยุคสมัยนี้ นี่เธอต้องลำบากมากมายขนาดไหนกันเนี่ย
“ได้ครับ..”
มนธิชาบอกเบอร์โทรศัพท์ของเมลดาให้กับจีรภัทร์ไป ทั้งสองจึงนั่งคุยกันไปเรื่อยอยู่พักใหญ่ก่อนเสียงเมลดาเรียกมนธิชาจะดังขึ้น จึงทำให้คนทั้งคู่รีบผละตัวออกห่างกันทันที
“น้องมินนี่!!” เมลดาที่เดินออกมาจากในผับ ใเล็กน้อยที่เห็นน้องสาวนั่งอยู่ใกล้ทางเข้าผับตรงนี้ เพราะไม่คิดว่าน้องจะกล้าขึ้นรถเมล์คนเดียวแล้วมาหาตัวเองถึงที่นี่ทั้งๆที่มันดึกมากๆแล้ว และตรงนี้ก็เป็สถานที่ที่ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้ามาอีกต่างหาก
“พี่มาเบลล์จ๋า~”มนธิชารีบลุกขึ้นวิ่งตรงไปหาพี่สาวก่อนจะเอาแก้มนวลเนียนถูแขนพี่สาวอ้อนๆด้วยความคิดถึง พลันสายตาคนตัวเล็กก็เหลือบไปเห็นหนุ่มหล่อคนนึงที่ยืนอยู่ข้างกันกับเมลดา เธอจึงเอียงคอมองเขาอย่างงงๆ ไม่รู้ว่าเขาคือใคร แต่รู้แค่ว่าเขามากับพี่สาวเธออย่างแน่นอน
กีรติยกมือขึ้นมาทักทายสาวน้อยตรงหน้าอย่างเป็มิตร
‘ไกด์ กีรติ หนุ่มนักธุรกิจปริญญาโท อายุ 24 ปี เ้าของใบหน้าหล่อเหลา รูปร่างสมส่วน ลูกครึ่งไทย-เกาหลี
กีรติเป็ลูกชายคนเล็กของเ้าของธุรกิจส่งออกเครื่องประดับ และพี่ชายแท้ๆเพียงคนเดียวของเขาก็เป็เ้าของผับหรูแห่งนี้อีกด้วย
กีรติกำลังตามจีบสาวรักแรกพบของเขาอยู่ และถือว่าแค่เริ่มจีบก็เหมือนจะติดแล้ว เพราะเธอยอมให้เขาไปส่งที่ห้องพักแล้วหลังจากที่เขาตามตื๊อเธอมาสามชั่วโมงเต็ม
“สวัสดีครับน้องมินนี่.. พี่ชื่อไกด์นะครับ พี่เป็ว่าที่พี่เขยของหนูในอนาคตครับผม”
“คะ? เอ่อ.. สวัสดีค่ะพี่ไกด์..” มนธิชายกมือไหว้พร้อมกับเอียงคอมองกีรติงงๆ สลับกับมองหน้าพี่สาวของตัวเองไปด้วย
“พี่ไกด์คะ!” เมลดาเขินจนแก้มแดงระเรื่อก่อนจะหันไปเอ็ดใส่กีรติ
“ฮ่ะๆๆๆ~ ก็พี่จีบหนูอยู่นี่ครับน้องมาเบลล์~ อีกหน่อยพอพี่จีบติด.. หนูก็ต้องเลื่อนสถานะกับพี่หนิครับ พี่เลยแนะนำตัวกับน้องสาวหนูเผื่อไว้เลย”
“แต่มาเบลล์ยังไม่ได้ตอบตกลงคบกับพี่ไกด์นะคะ”
“พี่ก็จะตามจีบมาเบลล์ไปแบบนี้แหละ.. จนกว่าหนูจะยอมคบกับพี่ครับ ใจดีกับพี่หน่อยน๊า~”
“พี่ไกด์อ่ะ”
“ฮ่ะๆๆๆ~ ”
มนธิชามองพี่สาวที่เขินจนหน้าแดงก่ำกับว่าที่พี่เขย(ที่เขาสถาปนาตัวเอง)สลับกันไปมา ใครพูดขึ้นเธอก็หันไปมองคนนั้น ไม่ได้มองเพราะรู้สึกงุนงงแล้วแต่มองว่าทั้งคู่ดูน่ารักกันดี เธอไม่ติดถ้าพี่สาวจะคบกับคนตรงหน้านี้ เพราะพี่เขาหล่อละมุนมาก ยิ่งยืนใกล้กับพี่สาวเธอคนทั้งคู่ยิ่งดูเหมาะสมกันที่สุด ผู้ชายก็หล่อ.. ผู้หญิงก็สวย..
“อ้าว!! ไอ้เหี้ยเจย์!! มึงมาทำอะไรตรงนี้ว่ะ!?”
กีรติทำหน้าใขึ้นมาหลังจากที่เพิ่งจะทันได้มองเห็นว่าเพื่อนสนิทตัวเองนั่งอยู่ม้านั่งใกล้ๆกันอยู่ ซึ่งมันกำลังนั่งส่งยิ้มมุมปากมาให้เขา คงจะกำลังตลกท่าทางอ้อนสาวของเขาเมื่อกี้หล่ะสิท่า เพราะปกติเขาจะเป็คนที่ไม่ค่อยสนใจผู้หญิงคนไหนสักเท่าไหร่ ต่างกันกับมันที่เื่ผู้หญิงมันจะค่อนข้างช่ำชองและเ้าชู้ที่สุดในกลุ่มเพื่อนเลย
“ทำไม? เห็นหน้ากูแล้วจำเป็ต้องทำท่าใยังกับเห็นผีขนาดนั้น~?”
จีรภัทร์ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงกวนๆก่อนจะลุกขึ้นจากม้านั่ง เดินตรงมาหยุดยืนข้างกันกับมนธิชาพร้อมกับส่งสายตาล้อเลียนระคนขำไปให้กีรติ
“มึงมาทำไรตรงนี้เจย์? ไม่ได้ไปแดกเหล้ากับพวกมันหรอ?” คนถูกถามไม่ตอบ แค่ยักคิ้วขึ้นข้างนึงให้เพื่อนเด็กน้อยข้างตัวเขาเลยตอบกีรติให้แทนฃ
“พี่เจย์มานั่งเป็เพื่อนหนูค่ะพี่ไกด์ พี่มาเบลล์คะ.. นี่พี่เจย์ค่ะ หนูเคยเจอกับพี่เจย์เมื่อสามปีที่แล้ว พี่สุดหล่อที่หนูเล่าให้มาเบลล์ฟังจำได้มั้ยคะ..เป็ยังไงบ้างคะ..หล่อเหมือนที่หนูบอกพี่มาเบลล์เลยใช่มั้ยล๊า~? คิๆๆ~”
เมลดายิ้มบางพร้อมกับพยักหน้าให้มนธิชา จีรภัทร์จึงหรี่ตาลงไปมองเด็กเสียงเจี๊ยวจ๊าวข้างตัวเขา ในขณะที่เธอเองก็กำลังยื่นนิ้วชี้ขึ้นมาแตะสันจมูกโด่งของเขาไปหนึ่งที ก่อนจะะโโหยงๆด้วยท่าทางเขินอายจนแก้มแดง กีรติหัวเราะชอบใจออกมากับท่าทางชอบเพื่อนสนิทเขาแบบไม่ปกปิดเลยสักนิดของเด็กน้อยคนนี้
“สวัสดีค่ะพี่เจย์” เมลดายกมือไหว้จีรภัทร์ด้วยกิริยาอ่อนช้อยและรอยยิ้มอ่อนหวาน ก่อนเธอจะจับน้องสาวแสนซนให้ยืนสำรวมนิ่งๆดีๆ
“สวัสดีครับ.. น้องมาเบลล์" จีรภัทร์รับไหว้พร้อมยิ้มตอบกลับ’
ทั้งสี่คนยืนคุยกันต่อสักพักก่อนกีรติจะเป็คนขับรถไปส่งสองพี่น้องที่ห้องพัก ส่วนจีรภัทร์ก็แยกตัวกลับบ้านตัวเอง ไม่ได้ติดตามคนทั้งสามไปด้วย