ณ พระตำหนักฉางชุนฮวา พระตำหนักฤดูร้อน ตกแต่งด้วยภาพเขียนลายปักษา์ ท่ามกลางสวนกุหลาบ์งดงาม รอบพระตำหนักจัดเป็อุทยานกุหลาบนานาพันธุ์ ดูราวกับยกเอาสวน์มาไว้บนดินก็ไม่ปาน
เหนือแท่นปิดทองคำ “ฮ่องเต้ไท่จือ” จักรพรรตืองค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์ต้าเถียน ราชอาณาจักรทางตะวันออกของแผ่นดินใหญ่ทรงประทับอยู่ พระพักตร์งดงามราวรูปสลัก พระโอษฐ์แย้มสรวลน้อยๆ เมื่อเห็นว่า “ท่านเสนาหลินจื้อกง” พร้อมด้วย “เฉินลู่ซี” เ้าเมืองซื่อเหอเดินเข้ามาถวายบังคม พร้อมกล่าวถวายพระพรให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
แต่จะว่าไป ชีวิตคนเรานั้น จะมีอายุยืนยาวสักเท่าไรนั้น ก็สุดแล้วแต่ฟ้าจะลิขิตนั่นละ
“ท่านเสนาหลิน ขุนนางเฉิน เชิญนั่ง”
“ขอบพระทัย” ขุนนางทั้งสองกล่าวพร้อมกัน
“ท่านเฉิน ที่ข้าเรียกท่านมาในวันนี้ ก็เพื่อจะให้ท่านเป็ผู้แทนพระองค์แทนข้าสักหน่อย ข้าจะให้ท่านนำของขวัญวันเกิดไปถวายท่านอาเก้า ที่เมืองฉางโจว ท่านคงไม่ขัดข้องใช่มั้ย”
“ทูลฝ่าา กระหม่อมคิดว่า ฝ่าาควรจะให้ขุนนางท่านอื่นไปพะยะค่ะ”
“ท่านกำลังจะบอกข้าว่า ท่านเป็ห่วงราษฎรเมืองซื่อเหอล่ะสิ เื่นั้น ท่านไม่ต้องเป็ห่วงหรอก ข้าไม่ได้ให้ท่านไปเป็แรมปีสักหน่อย อย่างมากก็แค่ชั่วสามเดือนเท่านั้น”
“แต่กระหม่อม…” เฉินลู่ซีอ้ำอึ้ง ด้วยไม่รู้จะทูลอย่างไรให้ตนเองไม่ต้องไปราชการต่างเมืองดี
“ที่ข้าให้ท่านไป ก็เพราะท่านนั้น ได้ชื่อว่าเป็ขุนนางที่ท่านอาทรงโปรดปรานเป็พิเศษ ด้วยความที่ท่านเป็คนตงฉิน ตรงไปตรงมา ตัดสินคดีแบบไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น ท่านอาเห็นท่านเดินทางไปด้วยตนเองเช่นนี้ คงดีพระทัยไม่น้อย ท่านไปเถอะนะ ข้าไม่ได้หวังจะให้ท่านไปรื่นเริงสังสรรค์หรอก เพราะข้าเองก็รู้ว่าท่านไม่ชอบ จริงมั้ย”
“พะยะค่ะ”
“อ้อ อีกเื่ที่ข้าจะไหว้วานท่าน ท่านจำท่านหญิงเจี้ยนฟาง ลูกสาวคนเล็กของท่านอา ที่เข้ามาฝึกการเรือน การดนตรีในวังั้แ่ยังเยาว์ได้มั้ย”
เฉินลู่ซีค้อมศีรษะรับแทนคำตอบ
“ข้าจะให้นางติดตามไปกับท่านด้วย นางจากบ้านเกิดมาหลายปี ได้กลับไปอยู่กับท่านอาสักที คงดีใจไม่น้อย เื่นี้คงต้องรบกวนท่านแล้วล่ะนะ”
ลองไท่จือฮ่องเต้มอบหมายงานให้เขาถึงสองงานซ้อนแบบนี้ เฉินลู่ซีก็ไม่เห็นประโยชน์อะไรในการขอหลบเลี่ยงอีก แม้จะห่วงงานราชการ ห่วงชาวเมืองซื่อเหอสักปานใด แต่ก็จำต้องทำตามรับสั่งอย่างมิอาจขัดได้