"เมื่อเ้าเตรียมใจพร้อมแล้ว ข้าก็จะบอกเ้าอย่างไม่ปิดบัง"
แววตาของหลิวหรูเซิ่งจริงจังขึ้นมาอีกครั้ง บรรยากาศโดยรอบเริ่มจริงจังมากยิ่งขึ้น
"เอาล่ะ เมื่อข้าถ่ายทอดเคล็ดวิชาถ่ายทอดพลังปราณให้เ้าแล้วเ้าจะสามารถเข้าถึงเคล็ดวิชาขั้นสูงสุด แต่มีเงื่อนไขอยู่ว่าเมื่อเ้าใช้เคล็ดวิชาเสร็จสิ้นแล้วเพียงครั้งเดียว เ้าจะสูญเสียพลังปราณทั้งหมดในร่างกายเ้าและจะฝึกฝนเป็ผู้ฝึกตนไม่ได้อีก ข้าหวังให้เ้าตระหนักให้ดี"
มู่ชีหยางกลืนน้ำลาย คำพูดของคนตรงหน้าทำเอาเขาใจสั่นเล็กน้อย แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขาเปลี่ยนจุดประสงค์ของเขา
ณ ตอนนี้ใจของเขามั่นคงดุจหินผาไม่มีสิ่งใดมาเปลี่ยนใจได้ ภรรยาของเขา ลูกของเขา เขาจะต้องไม่ทำให้คนเหล่านี้ผิดหวัง เค้าสูดหายใจเข้าลึกและหลับตา ปอดของเขาใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาถอนหายใจออกมาแล้วพูดว่า ". . .เอาล่ะข้าพร้อมแล้ว"
เมื่อหลิวหรูเซิ่งเห็นดังนั้น เขาจึงยิ้มมุมปากจากนั้นจึงมองขึ้นไปบนฟ้าพร้อมกล่าวลอยๆว่า "ฮ่า ฮ่า ์ท่านช่างสรรหาคนได้ดียิ่งนัก! ข้าชอบ"
เขาหันกลับมามองมู่ชีหยางที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาจริงจังและกล่าวว่า "เ้าจงเดินมาใกล้ข้าแล้วหลับตาเสีย"
มู่ชีหยางรีบลุกขึ้นและเดินไปอยู่ตรงหน้าเศษเสี้ยวิญญาของหลิวหรูเซิ่ง
หลิวหรูเซิ่งใช้มือแตะหน้าผากของเขา พลังปราณเอ่อล้นออกมาจากเศษเสี้ยวิญญาของหลิวหรูเซิ่ง "ณ ตอนนี้ข้าเป็เพียงเศษเสี้ยวิญญาจึงใช้เวลานานกว่าเดิมเพียงเล็กน้อย เมื่อข้ามอบเคล็ดวิชาให้เ้าเสร็จสิ้น เศษเสี้ยวจิติญญาของข้าจะสลายหายไป"
"ข้าขอขอบคุณท่านมากหากมีโอกาสข้าจะขอตอบแทนท่านด้วยชีวิต!" มู่ชีหยางพูดเสียงแข็งเค้าเป็คนยึดมั่นในสัจวาจามาก
หลิวหรูเซิ่งกระตุกยิ้ม ". . .เ้าจะได้ตอบแทนข้าในเร็วๆนี้"
มู่ชีหยางไม่เข้าใจสิ่งที่หลิวหรูเซิ่งกล่าว เขาได้แต่พยักหน้าและกล่าว "ตกลง!"
ขณะนั้นเอง ท้องฟ้าได้เปลี่ยนสีจากสีฟ้าเป็สีนํ้าเงิน จากนํ้าเงินเป็สีดำ เหล่ามวลเมฆจากทั่วทวีปต่างมารวมตัวกันที่สุสานของหลิวหรูเซิ่ง ราวกับกำลังร้องไห้ให้แก่การจากไปของเขา ฟ้าร้องเสียงดังกระหึ่ม ใต้ฝุ่นพัดจากทั้งสี่ทิศมารวมกันที่ใจกลางสุสาน บรรยากาศราวกับเทพเ้าสายฟ้ากำลังฟาดฟันกับเทพแห่งท้องทะเล
แน่นอนว่ามู่ลิ่วหยางที่อยู่ข้างนอกสุสานนั้นกำลังวิ่งหาที่กำบังอยู่ แรงกดดันนี้เป็ไปไม่ได้เลยที่ผู้ฝึกตนระดับเขาจะรับมือไหว ทุกสิ่งทุกอย่างบนพื้นดินกำลังลอยขึ้น แม้ตัวตัวของเขาก็กำลังลอยขึ้นอย่างช้าๆ เขาใช้มือตะกุยพื้นดินราวกับสุนัขกำลังขุดกระดูก นี่เป็ท่าที่น่ารังเกียจมาก เขาจะไม่ยอมให้ใครมาเห็นภาพเขาในท่าเช่นนี้เป็อันขาด
"ไอเวรเอ้ย! ข้าไม่เคยรู้สึกอับอายเช่นนี้มาก่อน ไม่! ไม่! รองเท้าข้าาา" นั่นเป็รองเท้าตัวโปรดของมู่ลิ่วหยาง เป็รองเท้าที่ภรรยาของเขาทำให้ในวันครบรอบวันแต่งงานของเขากับภรรยา แน่นอนว่าภรรยาของเขาจากไปแล้ว นี่แทบจะเป็ของดูต่างหน้าที่สำคัญมากของเขา มู่ลิ่วหยางเลิกตะกุยพื้นแล้วปล่อยตัวลอยไปตามลม นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้โบยบิน แม้จุดประสงค์ของเขาจะไม่ได้โบยบินเพื่อชมทิวทัศน์แต่เป็การบินเพื่อเก็บรองเท้า แต่มันก็คือการโบยบิน เขาสามารถนำเื่นี้ไปอวดคนอื่นได้โดยซ่อนจุดประสงค์ของเื่นี้ไว้. . .มันช่างดูเท่ห์เสียเหลือเกิน
บรรยากาศภายในสุสานมีลมเพียงน้อยนิดต่างจากบรรยากาศภายนอกลิบลับ ทั้งสองภายในสุสานกำลังถ่ายทอดเคล็ดวิชากันอย่างตั้งใจ เวลาล่วงเลยผ่านไป บรรยากาศภายนอกเริ่มสงบ ใต้ฝุ่นเริ่มสลายตัว ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีกลับมาดังเก่า
"เอาละหลังจากนี้เ้าจะได้ใช้เคล็ดวิชาถ่ายทอดพลังปราณขั้นสูงสุด ข้าหวังว่าเ้าจะสามารถสานต่อเจตนารมณ์ของภรรยาเ้าได้" หลังสิ้นเสียง จิติญญาของหลิวหรูเซิ่งก็ได้สลายหายไปในอากาศ เหลือเพียงสุสานตรงหน้าและดอกบัวที่เบ่งบานข้างๆ ทิ้งบรรยากาศเศร้าหมองไว้ตรงหน้า
มู่ชีหยางเห็นดังนี้จึงได้ยืนสวดภาวนาให้หลิวหรูเซิ่งโดยเร็ว จากนั้นจึงมุ่งหน้าออกจากสุสานสุดกำลังขา เขาเห็นพ่อของเขากำลังใส่รองเท้าตัวโปรด เขาค่อนข้างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นภายนอก เหตุใดอยู่ดีๆพ่อของเขาจึงใส่รองเท้าอีกรอบ นั่นอาจจะเป็เพราะพ่อของเขาเป็ตะคริว เขาสลัดความคิดภายในหัวพร้อมกับเดินตรงไปที่พ่อของเขา
"เ้าเป็อะไรหรือไม่ลูกพ่อ" มู่ลิ่วหยางถามด้วยความเป็ห่วงแววตาของเขาแสดงได้ถึงความกังวล เขาปัดฝุ่นบนร่างกายของลูกชายของตนเองแม้บนสิ่งสกปรกบนร่างกายของเขาจะเรียกได้ว่าไปตะลุย 3 โลกภายในก้านธูปเดียว
"สำเร็จแล้วท่านพ่อ! ข้าได้เคล็ดวิชาถ่ายทอดพลังปราณของตระกูลหลิวมาแล้ว ท่านพ่ออย่าห่วงเลยตอนนี้เราต้องรีบกลับจวนเ้าเมืองชั่วคราวโดยเร็ว"
ระหว่างทางกลับจวนเ้าเมืองชั่วคราวมู่ลิ่วหยางได้มองลูกชายของตนเป็บางครั้งบางคราว เขาคิดในใจว่า ลูกของเขาช่างกล้าหาญและเก่งกาจยิ่งนัก. . . เขาช่างภูมิใจในตัวลูกของเขาเสียจริง ขนาดตัวเขาที่อยู่ภายนอกสุสานยังเอาตัวรอดยากลำบากขนาดนี้ ภายในสุสานจะยากลำบากขนาดไหน
มู่ชีหยางกล่าวขึ้นอย่างมีความหวัง "มู่หรูเซิ่งลูกพ่อ ข้ากำลังไปหาเ้า การตายของแม่เ้าจะต้องไม่สูญเปล่า" มู่ชีหยาง เร่งฝีเท้าเต็มพิกัด
เมื่อทั้งสองมาถึงจวนเ้าเมืองชั่วคราว ทั้งสองจึงได้นำตัวของมู่หรูเซิ่ง หลิวชินเว่ยและฉี่เฉี่ยวหัวมาวางเรียงกัน ท่านพ่อท่านโปรดออกไปรอข้างนอกก่อน ข้า้าสมาธิอย่างยิ่ง การใช้เคล็ดวิชาถ่ายทอดพลังปราณในครั้งนี้เป็ครั้งแรกในชีวิตข้าและจะเป็ครั้งสุดท้ายในชีวิตข้า ข้าจะต้องไม่ผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว
ทันใดนั้นทหารชุดเกราะสีแดงเข้มเช่นเดียวกับทหารคนอื่นๆแต่ที่หน้าอกของเค้ามีรูปดาวสีทองอยู่หนึ่งดวง เห็นได้ชัดว่าเขาเป็แม่ทัพของทหารทั้งหมดนี้ เขาเดินผ่ากลางฝูงทหารมายืนอยู่ตรงหน้ามู่ลิ่วหยาง มู่ลิ่วหยางยกคิ้วของเขาราวกับกำลังพบความหวัง เพราะว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาเป็เพื่อนเก่าของเขาเอง
"เ้าคือแม่ทัพเสี่ยว ข้ามู่ลิ่วหยางเพื่อนเก่าของเ้า เ้าจำข้าได้หรือไม่?" เขายิ้มให้กับแม่ทัพเสี่ยว
"เื่มิตรภาพระหว่างเราข้าย่อมจำได้เสมอ" แม่ทัพเสี่ยวยิ้มขึ้นแววตาช่างดูสดใสราวกับไม่ได้พบสหายมาเป็เวลานาน ทันใดนั้นรอยยิ้มของเขาก็ได้จางหายพลางกล่าวขึ้นว่า "ข้าขอพูดตามตรง ที่ข้ามาในวันนี้เพื่อมาจับกุมเ้า นี่เป็คำสั่งโดยตรงจากองค์าา!"
"ข้าถามเ้าได้หรือไม่ ข้าทำสิ่งใดผิดกัน" มู่ลิ่วหยางถามด้วยความสงสัย
แม่ทัพเสี่ยวถอนหายใจและมองตาคนตรงหน้าอย่างอาวรณ์และพูดว่า "จากที่ข้ารู้มา ท่านฉี่เฉี่ยวหัวได้ถูกสังหารที่จวนเ้าเมืองของเ้า พระาาจึงตั้งข้อสันนิษฐานว่าเ้าคือคนที่ฆ่าฉี่เชียวหัว ท่านก็รู้ว่าฉี่เฉี่ยวหัวเป็แขกกิตติมศักดิ์ของทวีปนี้แม้เขาจะเป็เพื่อนของเ้า แต่เมื่อเขาถูกเ้าสังหารนั่นก็หมายความว่านี่ไม่ใช่เื่ของพวกเ้าสองคนอีกต่อไป! นี่เป็เื่ของทั้งทวีป เ้า้าจะตัดความสัมพันธ์อันดีกับทวีปมิตรสหายของเราอย่างนั้นหรือ!"
ภายในใจของเขา แม้จะบอกว่าข้าไม่ได้ทำเป็ร้อยครั้ง แต่เมื่อััได้ถึงลูกและหลานของเขาภายในห้องข้างหลังเขานี้ เขาจึงจำใจก้มหน้าและยื่นมือออกไปทั้งสองมือพร้อมกับกล่าวว่า "เอาสิ! จับข้าเลย! ข้าเป็คนเดียวที่ทำการสังหารฉี่เฉี่ยวหัว"
"ทหาร! นำตัวไป!"