ตอนที่ 4: เสน่ห์ปลายจวัก
ปลายนิ้วเรียวบางของฉันจรดปากกาลงบนเอกสารสัญญาจ้างแผ่นหนา ฉันจับจ้องมองรายละเอียดเงื่อนไขพิเศษที่ประธานหนุ่มเดเมียนเพิ่มเข้ามาด้วยแววตากลมหงส์ฉ่ำปรือที่แฝงประกายเยาะหยันระคนท้าทาย เอกสารสัญญานี้มีใจความระบุอย่างชัดเจนว่าห้ามฉันไปปรุงอาหารหรือรับงานส่วนตัวให้แก่ตระกูลอื่นใดอีกเด็ดขาด โดยเฉพาะตระกูลชาญวิจิตรของอดีตสามี
หากเป็โอเมก้าทั่วไปคงรู้สึกหวาดกลัวหรือรู้สึกอึดอัดที่ถูกรุกล้ำอิสรภาพ ทว่าสำหรับฉันคนใหม่ที่มีิญญาของยอดเชฟผู้ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน ฉันรู้สึกว่าสัญญาข้อนี้คือหมากสำคัญชั้นดีที่จะช่วยล่อลวงเสือร้ายตัวนี้ให้ออกมาจากถ้ำ และเป็เกราะกำบังชั้นยอดที่จะปกป้องตระกูลจิรธนากุลของฉันจากตระกูลอดีตสามีจอมตื๊อ
ฉันตวัตรปากกาเซ็นยอมรับข้อตกลงอย่างง่ายดายและรวดเร็ว ก่อนจะเงยใบหน้าเรียวงดงามชวนฝันขึ้นสบสายตากับั์ตาเรียวสีรัตติกาลลึกล้ำของเดเมียนที่ยืนกอดอกมองอยู่ข้างกาย
"เซ็นเรียบร้อยแล้วครับท่านประธานเดเมียน..." ฉันยื่นเอกสารสัญญาคืนให้พลางส่งยิ้มพรายยั่วยวนชวนมอง ปลายนิ้วเรียวแกล้งขยับปัดปอยผมสีน้ำตาลอ่อนนุ่มสลวย เผยซอกคอขาวระหงที่ส่งกลิ่นหวานวานิลลาปนอบเชยป่าระดับ S โชยปะทะปลายจมูกประธานหนุ่มอย่างจงใจ "ในเมื่อผมยอมรับข้อตกลงในการกักขังล็อกตัวของท่านประธานแล้ว... หวังว่าเกราะกำบังของ S-Group จะแข็งแกร่งพอที่จะป้องกันสุนัขบ้าคอยรังควานผมนะครับ"
เดเมียนจับจ้องมองปลายนิ้วและริมฝีปากอิ่มสีเชอร์รีที่ฉันเผยอเอ่ยเจรจาด้วยความมั่นใจ สายตาคมดุจเหยี่ยวกวาดพินิจลงต่ำผ่านกระดุมเสื้อเชิ้ตไหมซาตินที่ฉันปลดออก เผยให้เห็นแผงอกขาวผุดผ่องดั่งหิมะและผิวเนื้อเนียนละเอียดลออสะท้อนประกายแสง
"ตราบใดที่เธอปรุงอาหารบำบัดรักษาคุณปู่ได้สำเร็จตามสัญญา... ฉันจะดูแลเธออย่างดีที่สุด และไม่มีสุนัขบ้าตัวไหนกล้าแตะต้องตัวเธอแม้แต่ปลายก้อย" เดเมียนเอ่ยเสียงทุ้มต่ำพร่า กลิ่นฟีโรโมนป่าสนเหล้ารัมแผ่ขยายปกคลุมจาง ๆ เพื่อแสดงความเป็เ้าของคนตรงหน้าโดยไม่รู้ตัว
---
วันแรกของการเริ่มต้นงานเชฟบำบัดสุขภาพ...
คฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลอัครเดชโภคินตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาชานเมืองหลวง บรรยากาศเงียบสงบและหรูหราดุจปราสาทราชวัง ฉันเดินทางมาถึงและได้รับการต้อนรับอย่างมีระเบียบวินัยจากพ่อบ้านและแม่บ้านของคฤหาสน์ ครัวสำหรับเชฟบำบัดสุขภาพมีความกว้างขวางและติดตั้งอุปกรณ์ระดับเชฟมิชลินครบครัน
ฉันจัดแจงสวมใส่ชุดผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดตา แนบไปกับเรียวร่างระหงเน้น่เอวคอดกิ่วสะโพกกลมกลึงผึ่งผายของโอเมก้า S-Class สะกดให้สายตาของคนใช้และพนักงานในครัวแอบลอบมองด้วยความชื่นชมระคนสั่นสะท้านทางสัญชาตญาณ
เมนูพิเศษที่ฉันจะปรุงเสิร์ฟเพื่อบำบัดสุขภาพของคุณปู่วรรณลพในมื้อนี้คือ 'ซุปสมุนไพรไข่มุกตุ๋นรังนกป่า' และ 'ทาร์ตครีมวานิลลาผสมอบเชยอุ่น' เพื่อฟื้นฟูประสาทััรับรสที่เสื่อมสภาพจากการป่วยเรื้อรัง
ขั้นตอนการปรุงอาหารหน้าเตาอบเริ่มต้นอย่างประณีตพิถีพิถัน ฉันขยับเรือนร่างเพรียวระหงอย่างคล่องแคล่วว่องไว ปลายนิ้วเรียวคนน้ำซุปกระดูกอ่อนที่เคี่ยวจนงวด กลิ่นอายความร้อนจากเตาทำให้อุณหภูมิร่างกายของฉันเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ต่อมฟีโรโมนหลังคอระหงร้อนวาบแผ่กลิ่นกายหวานวานิลลาปนอบเชยระดับ S (Pure / Dominant Omega) ลอยฟุ้งกระจายอบอวลไปทั่วห้องครัว ผสมผสานเข้ากับกลิ่นหอมกรุ่นของเนยแท้ที่กำลังฟูขึ้นในเตาอบ กลิ่นหอมชวนเคลิบเคลิ้มลุ่มหลงนั้นโชยอบอวลจนเหล่าพนักงานและคนรับใช้ต่างพากันแอบสูดหายใจลึก หลงลืมความเหน็ดเหนื่อยเมื่อได้อยู่ใกล้ชิดกลิ่นอายอุ่นละมุนของโอเมก้าคนงาม
"ว้าว... คุณหนูรินภัทรปรุงอาหารเก่งและงดงามมากจริง ๆ กลิ่นหอมฟุ้งลอยไปไกลจนทำให้หัวใจเต้นแรงเลยค่ะ" สาวใช้คนหนึ่งกระซิบพึมพำกับเพื่อนร่วมงาน
เมื่ออาหารและขนมหวานบำบัดปรุงเสร็จสิ้น ฉันและคนรับใช้ก็นำขึ้นไปเสิร์ฟคุณปู่วรรณลพ อัครเดชโภคิน ณ ห้องพักฟื้นพิเศษชั้นบนที่เปิดโล่งมองเห็นสวนดอกไม้สีสันตระการตา
คุณปู่วรรณลพที่ปกติมีสีหน้าซีดเซียว ซูบผอม และเบื่ออาหารทรุดโทรมลงไปมากเพราะป่วยเกือบเดือน ไม่ว่าเชฟระดับโลกคนไหนมาทำอาหารให้ทานก็ต้องพะอืดพะอมตักทานได้เพียงคำสองคำ ทว่าทันทีที่ถาดอาหารของฉันวางลงเบื้องหน้า กลิ่นหอมของน้ำซุปต้มยารสละมุนปนกลิ่นหอมหวานอุ่นซ่านของทาร์ตวานิลลาอบเชยก็ลอยปะทะประสาทััรับกลิ่นของคุณปู่ทันที
ประสาทััรับรสรับกลิ่นที่เคยด้านชาพลันเป่าเปิดตื่นตัวขึ้นมาอย่างอัศจรรย์ใจ
"หืม... กลิ่นชวนทานเหลือเกิน" คุณปู่วรรณลพเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบแห้งทว่าสั่นไหวด้วยความอยากอาหารที่จืดจางไปนาน ปลายนิ้วเหี่ยวย่นหยิบช้อนตักชิมซุปสมุนไพรรังนกป่าคำแรกเข้าปากอย่างเชื่องช้า
รสชาติความหวานกลมกล่อม ความบางเบาของน้ำซุป และรสััละลายในปากชวนให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าทันที คุณปู่เบิกตากว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจ ยอมตักชิมขนมทาร์ตวานิลลาอบเชยคำถัดไป รสััอุ่นซ่านลึกซึ้งโอบล้อมลำคออย่างนุ่มละมุนละไมชวนให้ตักทานต่อไปจนหมดชามและหมดถาดอย่างรวดเร็ว
"อ่า... ยอดเยี่ยมมาก! นี่เป็มื้ออาหารที่อร่อยที่สุดและทำให้ฉันรู้สึกมีกำลังวังชาขึ้นมาจริงๆ!" คุณปู่เอ่ยชื่นชมเสียงดังกังวาน ใบหน้ากลับมามีสีเืฝาดและแววตาร่าเริงรักใคร่เอ็นดูฉันประดุจลูกหลานแท้ๆ ในตระกูลทันที "หนูรินภัทรเก่งเหลือเกิน ตัวก็หอมงามชวนมอง รสชาติฝีมือปรุงก็เลิศเลอ ปู่รักหนูจริงๆ อยู่ดูแลปู่ที่นี่นานๆ นะ"
ฉันยกยิ้มพรายอย่างพึงพอใจ นั่งลงเคียงข้างประคองน้ำชาให้คุณปู่อย่างอ่อนน้อมมีจริตยั่วยวนชวนหลงรัก "ขอบคุณครับคุณปู่ รินจะปรุงมื้อพิเศษบำบัดรักษาคุณปู่ให้แข็งแรงขึ้นทุกวันเลยนะครับ"
---
ที่กรอบประตูห้องพักฟื้น...
ร่างสูงตระหง่านกอดอกยืนพิงกำแพงเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดเงียบ ๆ ั์ตาคมกริบสีรัตติกาลของประธานเดเมียนลอบจ้องมองพินิจสัดส่วนร่างกายระหงของฉันยามที่ก้มเสิร์ฟอาหารและพูดคุยหยอกล้อกับคุณปู่ ใบหน้าเรียวงดงามชื้นเหงื่อบางเบา ริมฝีปากอิ่มสีเชอร์รีระเรื่อที่ส่งยิ้มหวาน และ่เอวคอดกิ่วสะโพกกลมกลึงผึ่งผายที่ซ่อนรูปอยู่ใต้ชุดกางเกงสแล็กเข้ารูป
กลิ่นกายหวานวานิลลาผสมอบเชยระดับ S (Pure / Dominant Omega) ลอยฟุ้งอบอวลในอากาศ ปะทะประสาทััของเดเมียนอย่างรุนแรงจนหัวใจของประธานหนุ่มสั่นสะท้านวูบวาบอย่างประหลาด ฟีโรโมนความหึงหวงและหวงแหนเหยื่อตัวน้อยในปกครองพลุ่งพล่านขึ้นมาในอกจนกลิ่นป่าไม้สนเหล้ารัมของเขาแผ่ขยายเข้มข้นขึ้นโดยสัญชาตญาณ
"เธอทำได้ยังไงกัน..." เดเมียนพึมพำแ่เบากับตัวเอง ทึ่งในความสามารถและรู้สึกสั่นไหวหัวใจในเสน่ห์ของฉันอย่างยากจะควบคุม
---
่บ่ายคล้อยหลังจากเสร็จภารกิจดูแลมื้ออาหารของคุณปู่ ฉันขอตัวก้าวเดินออกมารับสายโทรศัพท์ส่วนตัวที่บริเวณสวนดอกไม้กว้างขวางหน้าคฤหาสน์หรู ท่ามกลางลมพัดเย็นสบายกลิ่นดินธรรมชาติพัดผ่านผิวกายเนียนละเอียดลออดุจหิมะ
เสียงสัญญาณเรียกเข้าสั่นครืดคราดอย่างก้าวร้าว ฉันเลิกคิ้วมองหน้าจอแสดงชื่อ 'ธีรภัทร ชาญวิจิตร' ฉันกดรับสายแล้วยกหูขึ้นฟังด้วยแววตาปรือฉายประกายเ็าและสง่างาม
"ฮัลโหล..." ฉันเอ่ยเสียงเรียบ
[ริน! แกอยู่ไหนห๊ะ! เล่นตัวเป็บ้าคิดว่าเกาะตระกูลอัครเดชโภคินได้แล้วพี่จะไม่กล้าทำอะไรแกงั้นเหรอ!] น้ำเสียงกร้าวดุดันเกรี้ยวกราดของธีรภัทรดังลั่นแทรกมาตามสายโทรศัพท์จนแสบหู [ตระกูลชาญวิจิตรเดือดร้อนเพราะแกสั่งปฏิเสธเงินลงทุน! ตอนนี้ฉันพากรรมการตระกูลมารอพบแกอยู่ที่หน้าประตูรั้วทางเข้าคฤหาสน์ตระกูลอัครเดชโภคินแล้ว! เอาใบหย่าและใบโอนหุ้นร้านอาหารออกมาเซ็นให้ฉันเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะพังรั้วเข้าไป แฉเื่ที่แกแต่งงานแล้วแต่หนีมาอยู่บ้านผู้ชายคนอื่นให้ชื่อเสียงตระกูลจิรธนากุลฉาวโฉ่ป่นปี้พินาศกันไปข้างหนึ่งเลย!]
ฉันแสยะยิ้มยั่วยวนอย่างพึงพอใจ ั์ตาสีรัตติกาลลุกโชนไปด้วยประกายเพลิงแค้นอันหนาวเหน็บ ภัยคุกคามหน้าประตูรั้วคฤหาสน์ของเสือร้าย S-Class กำลังจะปะทุขึ้น และหมากตัวนี้กำลังจะโดนกระชากหน้ากากให้ล่มจมอย่างแน่นอน!
---
ลมโชยจากยอดเนินเขาหอบเอาความเย็นเยือกบางเบามาปะทะผิวแก้มขาวอมชมพูของฉัน สายตากลมหงส์กวาดมองไปทั่วบริเวณสวนกว้างที่เต็มไปด้วยพุ่มดอกกุหลาบอังกฤษหลากหลายสีสันที่กำลังเบ่งบานชูช่อส่งกลิ่นหอมอวล แต่อารมณ์อันรื่นรมย์ยามบ่ายกลับต้องมาพังทลายลงเพราะถ้อยคำคุกคามหยาบคายจากปลายสายโทรศัพท์
ฉันฟังคำดราม่าเสียงตวาดอย่างลำพองใจของธีรภัทรแล้วก็นึกขบขันในใจ ชายคนนี้ช่างโง่เขลาและดึงดันอย่างน่าสมเพช ธีรภัทรคงยังไม่รู้เลยว่าหลักฐานการยักยอกเงินทุนจำนวนหลายสิบล้านบาทของเขาและพ่อได้ถูกจัดเตรียมไว้หมดแล้ว และการมารวมหัวกดดันหน้าประตูรั้วคฤหาสน์ตระกูลอัครเดชโภคินในวันนี้ก็เปรียบเสมือนการนำพาตัวเองมาเดินเข้าปากเสือร้ายระดับ S-Class อย่างเดเมียนโดยแท้
"แฉเื่ที่ฉันแต่งงานแล้วแต่มาอยู่บ้านผู้ชายคนอื่นงั้นเหรอ?" ฉันเอ่ยทวนคำเสียงหวานใสพลางแค่นหัวเราะแ่เบาในลำคอ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "ธีร์... นายประเมินตัวเองสูงไป หรือประเมินสติปัญญาของคนอื่นต่ำไปกันแน่? สภาพตระกูลชาญวิจิตรที่กำลังจะล้มละลายเพราะขาดเงินทุนสนับสนุนของฉันในตอนนี้ มีปัญญาพังรั้วคฤหาสน์ตระกูลอัครเดชโภคินเข้ามาจริง ๆ หรือ?"
[หนอย! ริน! อย่ามาท้าทายฉันนะ!] ธีรภัทรตวาดกลับมาด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเสียงสั่นเครือ [แกคิดว่าไอ้ประธานเดเมียนนั่นมันจะปกป้องโอเมก้าขี้โรคจืดชืดอย่างแกไปได้ตลอดงั้นเหรอ! มันหมั้นหมายกับเกลลิกาที่เป็คู่หมั้นอย่างเป็ทางการไปแล้ว! แกมันก็แค่คนนอก แกมันก็แค่เศษขยะที่มันจ้างมาปรุงอาหารชั่วคราวเท่านั้นแหละ! รีบไสหัวออกมารับหน้าฉันที่ประตูทางเข้าเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่เกรงใจชื่อเสียงตระกูลจิรธนากุลของแกอีกต่อไป!]
ฉันขยับนิ้วเรียวบางลูบไล้ไปตามต่อมฟีโรโมนอุ่นร้อนหลังลำคอระหง กลิ่นหวานวานิลลาผสมอบเชยระดับ S แผ่กระจายอวลรอบกายตามอารมณ์ความรู้สึกที่เริ่มตื่นตัว ความเย้ายวนลึกลับและประกายความทรนงปะทุขึ้นในแววตาคู่สวย
"ถ้าอยากเจอฉันขนาดนั้น ก็ยืนรออยู่ตรงนั้นแหละธีร์..." ฉันเอ่ยเสียงเรียบพลางเหยียดปากมอง "แต่ระวังไว้หน่อยนะ... รั้วคฤหาสน์นี้มีบอดี้การ์ดและปืนพร้อมที่จะเป่าหัวพวกนายให้กระจุยได้ทุกเมื่อ ยืนทำตัวต่ำ ๆ อยู่หน้าประตูรั้วต่อไปเถอะ เดี๋ยวฉันจะออกไปต้อนรับพวกนายในแบบที่นายจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิตเลยล่ะ"
ฉันเก็บบันทึกเสียงสนทนาลงระบบคลาวด์อีกครั้งอย่างเชี่ยวชาญพลางกดวางสายอย่างไร้เยื่อใย
ฉันหันหลังกลับเพื่อจะเดินเข้าสู่ตัวคฤหาสน์หรู ทว่าเมื่อหันกลับมา ฉันกลับต้องชะงักงันไปทันทีเมื่อพบกับร่างสูงตระหง่านของประธานเดเมียนยืนกอดอกนิ่งอยู่ใต้ร่มเงาของซุ้มไม้เลื้อยที่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว
เดเมียนจ้องมองฉันด้วยแววตาคมดุจเหยี่ยวลึกล้ำสีรัตติกาล กลิ่นอายฟีโรโมนป่าสนหลังฝนตกผสมเหล้ารัมเข้มข้นแผ่ซ่านสะกดข่มบรรยากาศสวนดอกไม้รอบตัวจนอึดอัด ฉันรู้ดีว่าเดเมียนคงได้ยินการสนทนาทั้งหมดเมื่อครู่นี้แล้วอย่างแน่นอน
"เกิดอะไรขึ้นที่หน้าประตูรั้ว?" เดเมียนถามเสียงทุ้มต่ำพร่าสะกดจิติญญา สายตาคมเลื่อนมองเอวคอดสะโพกกลมกลึงและหน้าอกขาวเนียนที่ขยับขึ้นลงตามแรงอารมณ์ของฉัน
ฉันยกยิ้มพรายอย่างไม่เกรงกลัว ขยับก้าวเดินเข้าไปหาประธานหนุ่มช้า ๆ จนกลิ่นกายหวานวานิลลาปนอบเชยระดับ S ลอยอบอวลประสานเข้ากับกลิ่นป่าสนเหล้ารัมของเดเมียนอย่างดึงดูดใจลึกซึ้ง
"มีสุนัขบ้ามาเห่าทวงเศษเงินอยู่หน้าประตูรั้วครับท่านประธานเดเมียน..." ฉันช้อนตามอง ยิ้มพรายยั่วยวนท้าทายสัญชาตญาณ "ท่านประธานจะช่วยผมจัดการ... หรือจะปล่อยให้มันเข้ามาขัดขวางมื้ออาหารของคุณปู่ในวันพรุ่งนี้ดีครับ?"
เดเมียนหรี่ตาแคบลง แววตาสีรัตติกาลแปรเปลี่ยนเป็เข้มปลาบสีแดงระเรื่อจาง ๆ ด้วยสัญชาตญาณอัลฟ่าระดับสูงที่กำลังโดนกลิ่นและคำพูดเย้ายวนล่อลวงสะกดให้ตื่นตัว กลิ่นฟีโรโมนของฉันกำลังปั่นป่วนหัวใจเขาจนทวีความหวงแหน
"ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหม... ว่าในเขตพื้นที่ของฉัน จะไม่มีใครหน้าไหนกล้าแตะต้องตัวเธอได้" เดเมียนขยับกายก้าวเดินนำหน้าออกไปยังทิศทางประตูรั้วคฤหาสน์ด้วยสีหน้าน่าเกรงขามดุจพญาราชสีห์ที่พร้อมจะออกล่าเหยื่อ "เดินตามหลังฉันมา... รินภัทร เดี๋ยวฉันจะแสดงให้พวกมันดูเองว่าเกราะกำบังของ S-Group แข็งแกร่งขนาดไหน"
ฉันยกมือลูบอกซ้ายที่เต้นหนักแน่นสม่ำเสมอ พลางแสยะยิ้มยั่วยวนอย่างพึงพอใจ เดินก้าวตามแผ่นหลังหนาแกร่งของมัจจุราช S-Class ออกไปเผชิญหน้าศึกครั้งใหม่ด้วยความสะใจ!