บทที่ 1 : ข้าคือคนที่เ็ป...
สายลมอุ่นๆ พัดไปมาใน่ยามเช้าของวัน ประชาชนทุกคนในเมืองแห่งนี้ เรียกขานวันๆ นี้ว่า "วันไหว้บรรพบุรุษประจำปี" ซึ่งกิจกรรมของวันๆ นี้ก็ตรงตามชื่อเลยไม่ผิดเพี้ยน ทุกๆ บ้านนั้นจะเรียกรวมเหล่าเครือญาติที่อยู่ห่างไกลกลับเข้าสู่บ้านหลักเพื่อพบปะพูดคุย ก่อนจะเข้าทำพิธีไหว้ป้ายชื่อบรรพชน
ณ บ้านตระกูลเฉิน บ้านหลังนี้เป็บ้านใหญ่อันดับ 2 ของเมืองนภาทองคำ ในบ้านประกอบไปด้วยสมาชิคบ้านเพียงไม่กี่คนเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นตระกูลนี้ก็ยังมีอำนาจรองลงมาจากเ้าเมืองแห่งนี้อย่างไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะตระกูลเฉิน คือตระกูลที่เป็ผู้ดูแลในเื่ศาสตร์แห่งความรอบรู้ หรือก็คือคนตระกูลเฉินส่วนใหญ่นั้นจะเป็ปราชญ์ ที่ให้คำปรึกษาต่อราชวงศ์ทุกรุ่นทุกสมัย จึงทำให้ตระกูลนี้สามารถเชิดหน้าชูตาได้เพียงเพราะเป็ผู้ใกล้ชิดต่อองค์ฮ่องเต้นั้นเอง
บริเวณระเบียงห้องแห่งหนึ่งในบ้านตระกูลเฉิน ชายหนุ่มวัยรุ่น หน้าตาธรรมดาผมยาวดำถูกรวบมัดเป็เปียยาวไปถึงกลางหลัง กำลังนั่งจิบชาอ่านตำราอย่างเงียบๆ เพียงผู้เดียว เขาคนนี้มีนามว่า "ฟง" แซ่ "เฉิน" (เฉินฟง)
ในวันนี้นั้นไม่ใช่เพียงแค่วันไหว้บรรพบุรุษธรรมดาสำหรับเฉินฟงเท่านั้น ในวันนี้ยังมีความพิเศษสำหรับตัวเขาอีก 2 อย่างเช่นกัน คือ 1 เป็วันครบรอบอายุ 18 ปีของเขา กับ 2 เป็วันรับมอบมรดกที่ตระกูลจะแบ่งปันให้บุตรหลานที่อายุถึง 18 ปี ตามธรรมเนียมตระกูล
เฉินฟงนั้นถือว่าเป็บุคคลที่ไม่ค่อยพูดจามากมายอะไรเท่าไหร่นัก บุคคลิกของเขานั้นราวกับว่าเป็คนที่เ็าไม่แยแสต่อสิ่งใด แต่ในความเป็จริงที่คนในตระกูลทุกคนรู้ก็คือ ตัวของเฉินฟงนั้น เป็คนที่คุยกับใครไม่เก่ง ไม่มีความกล้าที่จะเริ่มเปิดการสนทนากับผู้อื่น พอถูกผู้อื่นเปิดประโยคสนทนา เขาก็ทำเพียงแค่ตอบสั้นๆ หรือไม่ก็พยักหน้ารับเท่านั้น แต่ต้นเหตุที่ทำให้เขาเป็อย่างนี้ก็เพราะตัวเขานั้นขาดสตรีที่เรียกว่ามารดานั้นเอง
มารดาของเฉินฟงนั้นหน้าเป็อย่างไร ตัวของเฉินฟงเองก็ไม่ทราบเลยแม้แต่น้อย เขารู้เพียงว่ามารดาของเขาถูกขับไล่ออกจากตระกูลไปเพราะเื่ราวร้ายแรงบางอย่างที่บิดาของเขาไม่ยอมบอก และเพราะเขาไม่มีมารดาเหมือนเด็กคนอื่นๆ ทำให้ในยามเด็กเขาไม่มีที่พึ่งในการสั่งสอนการสื่อสาร ทำให้เขาไม่มีความกล้าในการพูดคุยกับคนอื่นจนติดตัวมาถึงปัจจุบันนี้
ครอบครัวของเฉินฟงนั้นประกอบไปด้วยคนเพียง 5 คนเท่านั้น คือ ปู่, พ่อ, แม่ใหญ่(ภรรยาคนแรก), พี่ชายที่เป็ลูกแม่ใหญ่, และน้องสาวที่เป็ลูกของแม่ใหญ่เช่นกัน
พี่ชายของเฉินฟงนั้นมีอายุห่างจากเขาเพียง 2 ปีเท่านั้น ส่วนน้องสาวในยามนี้ก็อายุได้เพียง 16 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสามคนในสายตาของเฉินฟงนั้นถือว่าดีเอามากๆ พี่ชายนั้นค่อยช่วยเหลือเขาตลอด ส่วนน้องสาวก็ค่อยมาชวนเขาคุยอยู่เสมอๆ ใน่ 2 ถึง 3 ปีนี้
"พี่รอง! พี่รอง! ท่านพ่อเรียกให้ไปรวมตัวกันแล้ว รีบไปกันเถอะ" เสียงของเด็กสาววัย 16 ปีที่เป็น้องสาวต่างมารดาของเฉินฟงดังขึ้นที่หน้าห้องของเขา
"อา.." เฉินฟงส่งเสียงสั้นๆ ออกมาเป็สัญญาณว่าเข้าใจแล้วก่อนจะเดินออกจากห้องไป
เมื่อเฉินฟงเดินออกจากห้องมาก็พบว่าน้องสาวของเขากำลังยืนยิ้มรออยู่ เขาเองก็ทำเพียงปั้นหน้ายิ้มในแบบของเขาตอบกลับไปเท่านั้นโดยไม่พูดอะไร
"ฮะฮะ!~ ยิ้มของพี่รองก็ยังคงดูยากเช่นเคยเลย" เด็กสาวหัวเราะชอบใจแล้วกล่าวออกมา
"ข้า.. ขอโทษ.." เฉินฟงกล่าวคำออกไปอย่างขาดๆ หายๆ ด้วยน้ำเสียงเบาๆ ก่อนจะก้มหัวคอตกอย่างผิดหวัง เพราะการยิ้มเมื่อสักครู่เขาพยายามทำแล้ว
"อุหว่า!~ พี่รองอย่างซึมไปสิ วันนี้เป็วันดีของพี่น้า... อ๊ะ!~ ข้าลืมเอาปิ่นปักผมมาด้วย พี่รองช่วยเดินไปเป็เพื่อนข้าได้หรือไม่?" เด็กสาวพูดปลอบใจออกมาก่อนจะทำท่าใว่าลืมของ
"อืม..." เฉินฟงทำหน้านิ่งๆ แล้วกล่าวออกไปอย่างเรียบๆ แต่ในใจกำลังคิดว่า วันนี้เป็สำคัญแท้ๆ แต่ทำไมน้องสาวของเขาถึงลืมเครื่องประดับอย่างปิ่นปักผมได้กัน? แต่สุดท้ายระหว่างเดินไปกับเธอ เขาก็คิดว่าน้องสาวของเขาคงตื่นเต้นจนลืมก็แค่นั้นเอง
ไม่นานนักทั้งคู่ก็เดินมาถึงหน้าห้องของ "เฉินลี่ฟาน" ผู้เป็น้องสาวคนเล็ก เธอได้ผายมือเป็สัญญาณบอกให้ฟงเข้าไปนั่งรอในห้อง ก่อนที่เธอจะเดินนำน้ำชาและขนมขบเคี้ยวมาวางให้เหมือนทุกๆ ครั้ง
"พี่รองทานชารอก่อนนะคะ" ลี่ฟานกล่าวอย่างยิ้มแย้ม
"รีบหน่อยนะ... น้องเล็ก" เฉินฟงตอบกลับไปด้วยใบหน้านิ่งๆ ลี่ฟานเองก็ยิ้มพยักหน้ารับก่อนจะเดินไปที่ห้องของเธอ
พอลี่ฟานเดินกลับห้องของเธอไปแล้ว เฉินฟงก็ยกชาขึ้นรินแล้วดื่มตามความเคยชิน โดยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เขารู้สึกถึงความฝาดของชาในวันนี้มาก แต่โดยรวมแล้วก็ไม่น่ามีอะไรมากตัวเขาเลยไม่ได้เอะใจอะไร
โครม!!~ ตึง!!~ ตึง!!~
เสียงเหมือนข้าวของล้มอย่างรุนแรงดังมาจากในห้องของลี่ฟานหลังจากเฉินฟงวางชาที่พึ่งดื่มได้เพียงไม่กี่อึกเท่านั้น ตัวเขาที่ได้ยินเสียงดังกล่าวก็รีบวิ่งไปที่ห้องของลี่ฟานทันทีพร้อมกับผลักประตูเข้าไปอย่างเร่งรีบเพราะเป็ห่วงเธอ
พอเฉินฟงเข้าแล้วก็พบกับลี่ฟานกำลังนั่งร้องไห้อยู่บนเตียงของเธอในสภาพชุดขาดหลุดไม่สมบูรณ์เลยแม้แต่น้อง และตามตัวของเธอนั้นมีร่องรอยของการถูกตบตีด้วยมือของใครสักคน เขาที่เห็นดังนี้จึงอ้าปากเพื่อะโกล่าวถามขึ้นทันที
"เกิด... อ๊าก...."
เฉินฟงยังไม่ทันพูดได้จบประโยคเขาก็ต้องกระอักเืออกมาทันที ก่อนจะล้มคุกเข่าลงกับพื้น จากนั้นเขาก็พยายามจะพูดออกมา แต่ว่าเสียงของเขากลับหายไป
"หรือว่า? ยาทำลายกล่องเสียง... บัดซบเอ๊ย! ใครกัน? ใครบังอาจทำกับข้าอย่างนี้" เฉินฟงะโด่าทอในใจหลังรู้ว่าตนถูกวางยาเข้าให้แล้ว
"กรี๊ดดดดดด!!~" ลี่ฟานร้องลั่นออกมาทันที และไม่นานนักก็มีบุรุษผู้หนึ่งทะยานตัวเข้ามาจากทางหน้าต่างของห้องเธอ
"เรียบร้อยดีใช่มั้ยน้องเล็ก?" ชายที่ทะยานตัวเข้ามานั้นก็คือ [เฉินหลาง] ผู้เป็พี่ใหญ่นั้นเอง เขากล่าวถามลี่้ฟานด้วยใบหน้ายิ้มๆ อย่างเ้าเล่ห์
"คะพี่ใหญ่~" ลี่ฟานยิ้มตอบ
พอสิ้นเสียงตอบของลี่ฟานเฉินหลางก็พุ่งตัวเข้ามาหาเฉินฟงทันที พร้อมกับประทับอัดลมปราณลงที่ฝ่ามือทั้งสองของเขา มุ่งตรงเข้าทำร้ายเฉินฟง
เฉินฟงที่เห็นดังนั้นก็รีบลุกขึ้นและโคจรลมปราณบ้างทันทีเพื่อป้องกัน โดยในหัวของเขานั้นยังประติดต่อเื่ราวอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
"อ๊อค!~" พอเฉินฟงลุกขึ้นแล้วโคจรลมปราณเท่านั้นเขาก็ต้องกระอักเืก้อนโตออกมาทันที
และในจังหวะนั้นเองที่เฉินฟงยืนกระอักเื เขาก็ฝ่ามือของเฉินหลางอัดเข้าไปสองครั้ง โดยครั้งแรกนั้นเฉินฟงเบี่ยงหน้าหลบฝ่ามือซ้ายได้อย่างหวุดหวิด แต่นั้นก็ทำให้เขาเสียดวงตาซ้ายพร้อมกับรอยแผลเป็บนหน้า ส่วนฝ่ามือขวานั้นได้อัดเข้าเต็มลำตัวส่งผลให้ เฉินฟงตัวลอยกระเด็นออกไปชนประตูห้องอย่างจัง
โครมมมม!!~
เสียงร่างของเฉินฟงกระทบกับประตูไม้ดังขึ้น และตัวของเขาก็ทะลุประนั้นออกไป ตอนนี้เขาได้แต่พยายามคิด คิด คิด แล้วก็คิดว่าเหตุใด พี่ใหญ่ต้องทำอย่างนี้ และไม่นานนักปู่, พ่อ, และแม่ใหญ่ พร้อมกับพวกบ่าวรับใช้ก็มาถึงสถานที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว
"อาหลางเกิดอะไรขึ้น?" ชายชราผมขาวผู้เป็ปู่กล่าวขึ้นอย่างร้อนรนทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า
"เรียนท่านปู่ ข้าได้ยินเสียงน้องเล็กร้องออกมาจากห้องข้าจึงรีบมาที่แห่งนี้ และก็พบว่าน้องรองนั้นใช้กำลังจะข่มขื่นนาง ข้าเลยต้องลงมือ" เฉินหลางตีหน้าลำบากใจแล้วกล่าวออกมาอย่างฉะฉาน
"จริงหรือป่าวลี่ฟาน?" ชายผมดำที่เคร่งขรึมถามขึ้นต่อทันที เขาคนนี้คือเฉินหลงผู้เป็พ่อนั้นเอง
"คะ.. ฮึก.. พะ.. พี่รองตบตีข้า... ขะ.. เขาจะขืนใจข้า พะ.. เพราะ.. ข้าเห็นว่าพะ.. พี่รองแอบเอา.. เงินของทะ.. ท่านพ่อออกไปเก็บไว้ที่ห้อง.. " ลี่ฟานบีบน้ำตากล่าวออกมาอย่างน่าสงสาร
"บัดซบ!~ ข้าไม่ได้ทำ! พวกเ้าทั้งสองกล่าวหาข้า" เฉินฟงอ้าปากขึ้นเพื่อจะะโบอกแต่เสียงของเขานั้นกลับไม่ได้เปล่งออกมาเลยแม้แต่น้อย
"อาฟง! แม่ใหญ่ไม่คิดเลยว่าเ้าจะเป็เด็กอย่างนี้? ทำไมเ้าถึงได้ชั่วช้าอย่างนี้กันฮะ?" แม่ใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านข้างพ่อของเฉินฟงกล่าวอย่างอารมณ์เสียแล้วจับจ้องสายตาไปที่เฉินฟง
"เ้าหยุดพูดก่อนอาเซี้ยน... ข้าลงโทษเขาเอง" ผู้เป็พ่อหันไปกล่าวกับแม่ใหญ่ด้วยเสียงเรียบ ก่อนจะหันหน้ากลับไปหาบ่าวรับใช้
"พวกเ้านำพาอาฟงไปที่หน้าบ้านบรรพชนเดี๋ยวนี้พร้อมไม้โบย!" เฉินหลงกล่าวจบก็เดินเขาไปปลอบใจลี่ฟาน โดยไม่สนเลยว่าเฉินฟงจะเป็อะไรบ้าง
เมื่อเฉินฟงถูกพาตัวมาที่บ้านบรรชนแล้ว เขาถูกสั่งให้นั่งคุกเข่าต่อหน้าโต๊ะบรรพชน พร้อมกับมีเหล่าครอบครัวยืนอยู่ด้านหน้า และบ่าวรับใช้ยืนอยู่รายรอบ
เฉินฟงในยามนี้รับรู้ได้แล้วว่าเขานั้นถูกใส่ความเพื่อผลประโยชน์ของคนในครอบครัว และเขาก็รู้ด้วยว่าใครที่รู้เห็นในเื่นี้ ในใจของเขานั้นหากส่งเสียงร่ำร้องเสียใจออกมาได้ มันคงทำไปแล้ว
"ที่ผ่านมาที่พี่ใหญ่กับน้องเล็กทำกับข้ามันแค่การแสดงใช่มั้ย?" เฉินฟงที่นั่งคุกเข่าก้มหน้าได้เพียงแต่คิดในใจเท่านั้น ก่อนจะเงยหน้ามองสองพี่น้องต่างมารดาที่แอบยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ส่งตอบมาหาเขา
"อาฟง เ้าเป็ถึงทายาทของตระกูลเฉิน ทำไมเ้าถึงทำตัวต่ำทรามได้ถึงเพียงนี้? แค่แม่ของเ้าเลวทรามยังไม่พออีกหรือไง? ทำไมเ้าถึงต้องทำอย่างนี้?" เฉินหลงผู้เป็พ่อกล่าวออกมาด้วยอารมณ์ที่เปลี่ยมไปด้วยโทสะ
"ข้าไม่รู้หรอกว่าแม่ข้าเป็คนยังไง แม้แต่หน้าตาก็ยังไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ แม่ข้าคงโดนไม่ต่างจากข้า" เฉินฟงคิดในใจในระหว่างที่มองไปที่หน้าของเฉินหลงผู้เป็พออย่างเฉยชา
"นี่เ้า! ยังไม่สำนึกอีกหรือไง?" เฉินหลงกล่าวออกมาด้วยโทสะก่อนจะสั่งให้บ่าวรับใช้ โบยไม้ฟาดหลังของเฉินฟงทันที 100 ไม้
หากเป็ตามปกติของผู้ฝึกยุทธ์นั้น การถูกโบน 100 ไม้ ก็เหมือนกับการถูกตีด้วยไม้เล็กๆ เท่านั้น ซึ่งการทำโทษนี้นั้นอาจดูร้ายแรงแต่ส่งผลกับพูดฝึกหยุดแค่เ็ปกล้ามเนื้อเล็กน้อยเท่านั้น เพราะร่างกายของผู้ฝึกยุทธ์นั้นสามารถเดินลมปราณเพื่อสร้างเป็เกาะชั้นเล็กๆ ป้องกันสิ่งเหล่านี้ได้
แต่ที่เฉินหลงผู้เป็พ่อไม่รู้นั้นก็คือ ในยามนี้ตัวของเฉินฟงไม่สามารถเดินลมปราณได้ ทำให้เฉินฟงถูกไม้โบยอันใหญ่นั้นตีอย่างไม่ถูกบั่นทอนเลยแม้แต่น้อย ถึงอย่างนั้นก็ตาม เฉินฟงก็ไม่ส่งเสียงออกมาสักแอะ เพราะเขาทำมันไม่ได้นั้นเอง
"เ้าจะยอมสารภาพหรือยังอาฟง?" เฉิงหลงถามขึ้นพร้อมกับมองดูร่างของเฉินฟงที่พยายามยันไม่ให้ตัวเองล้มนอนลง พร้อมกับร่างกายสั่นเทา
"สารภาพบ้าบอคอแตกอะไรกัน? ทั้งๆ ที่ข้าไม่เคยทำตัวเป็เด็กไม่ดีเลยสักครั้ง ท่านพ่อกลับเชื่อคำพูดของเ้าพวกนั้น" เฉินฟงจ้องมองไปที่ผู้เป็พ่ออย่างโกรธแค้น แต่ก็ไม่สามารถพูดสิ่งที่คิดออกมาได้เลยแม้แต่น้อย
"พอได้แล้วเฉินหลง! ดูสายตาของมันสิ ขนาดมันทำผิดขนาดนี้แล้ว สายตาของมันยังไม่สำนึกอีก" ชายชราผมขาวกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดก่อนจะลุกขึ้นยืน
"ข้าเฉินเทียน ผู้นำตระกูลเฉินคนปัจจุบันขอออกคำสั่ง ปลดเฉินฟงออกจากการเป็ทายาทตระกูลเฉิน และขับไล่ออกจากตระกูล พวกเ้าทั้งหลายที่ได้ยินคำสั่งแล้วจงนำตัวมันออกไปจากบ้านตระกูลเฉินซะ!! และอีกเื่ข้าขอสั่งห้ามไม่ว่าใครก็ตามให้การช่วยเหลือมันเด็ด ป่าวประกาศออกไปให้ทั่วเมืองซะว่าหากผู้ใดช่วยเหลือมัน ผู้นั้นจะถูกลงโทษจากตระกูลเฉิน แล้วอย่าลืมทำลายจุดตันเถียนของมันด้วยละ"
สิ้นเสียงของเฉินเทียนผู้เป็ปู่นั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฟงได้ยินหลังจากนี้ไปได้หายไปจากโสทประสาทการรับเสียงของเขาทั้งสิ้น ชีวิตของเขาตอนนี้พังทลายลงไม่มีชิ้นดีเลยแม้แต่น้อย ในหัวของเขามีเพียงแต่คำถามจากเสียงของเขาเท่านั้น
"ข้าทำสิ่งใดผิดกัน? เพียงเพราะข้าไม่มีแม่งั้นหรือ? หรือว่าเป็เพราะข้าเป็ทายาทตระกูลเฉินหรือไงกัน?... ์ช่วยตอบข้าที... ช่วยบอกข้าทีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เื่จริง มันเป็เพียงแค่ฝันร้ายเท่านั้น..." ฟงคิดซ้ำไปวนมาอยู่ในหัวในระหว่างที่เขาถูกหิ้วแขนทั้งสองออกไปโยนทิ้งด้านนอกของตระกูลเฉิน
"ฮะฮะ... สุดท้ายแล้วมันก็เป็เื่จริงสินะ..." ฟงหัวเราะในใจ พร้อมกับค่อยๆ ดันตัวของเขาให้ยืนขึ้นอย่างยากลำบาก
ตอนนี้ฟงต้องรีบไปให้ไกลจากเมืองแห่งนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะคำสั่งของอดีตผู้เป็ปู่นั้น มันหมายถึงสิทธิ์ของการอยู่ที่เมืองนภาทองคำนั้นไม่มีอีกต่อไปแล้ว หากเขายังดื้อดึงอยู่ต่อ เขาคงจะเจอกับเื่แย่ๆ อีกแน่นอน
"สุดท้ายแล้ว... ก็เหลือเพียงตัวของข้าเท่านั้น... ์ไม่มีจริง ความรักไม่มีจริง ความเชื่อใจไม่มีจริง ทุกสิ่งอย่างล้วนอยู่กับผลประโยชน์... ทำไมกัน? ทำไมข้าต้องเ็ปขนาดนี้... ไม่ไหวแล้ว หลังของข้าเจ็บไปหมด ตาซ้ายของข้าก็ปวดเหลือเกิน... ข้าจะตายแล้วงั้นหรือ? ฮะฮะฮะ...ตายงั้นหรือ..." ฟงลากสังขารที่าเ็ไปล้มนอนอยู่ในตรอกแห่งหนึ่ง แล้วคิดถึงสภาพร่างกายของตนเองที่บอบช้ำเจียนตายว่าคงทนต่อไปไม่ไหวแล้ว ไม่นานเขาก็คงต้องตายแน่นอน และสุดท้ายเขาก็ค่อยๆ หลับไปอย่างช้าๆ
เปรี๊ยงงงงงง!!!~
เสียงฟ้าผ่าดังขึ้นพร้อมกับสายฝนที่โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า เม็ดฝนได้กระทบกับร่างกายของฟงที่กำลังหลับอยู่ในตรอก ส่งผลให้ฟงตื่นขึ้นอย่างช้าๆ และอ่อนแรง
"ไม่ได้! ข้าจะตายตอนนี้ไม่ได้! หากพวกมันยังสุขสบายอยู่ ข้าจะตายไม่ได้!" ฟงะโในใจอย่างดังที่สุดเท่านที่เขาจะจินตนาการได้
จากนั้นฟงก็ค่อยๆ อ้าปากกลองน้ำฝนที่ตกลงมานั้นเพื่อดื่มแก้กระหาย ก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนกายของเขาไปอย่างช้าๆ ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมา รอบข้างนั้นมีสายตาของชาวเมืองที่มองเขาอย่างเหยียดหยาม ไม่มีแม้แต่ผู้ใดยื่นมือช่วยเหลือฟงแม้แต่น้อยเพราะเกรงกลัวคำสั่งนั้นเอง
"หิว... ข้าหิวเหลือเกิน..." ฟงคิดในขณะที่ท้องของเขากำลังขับเคลื่อนอย่างบ้าคลั่งเพราะไม่ได้ทานอะไรแต่เช้า
ฟงค่อยๆ ขยับกายไปที่ร้านอาหารที่เห็นในสายตา ก่อนจะไปหาเศษอาหารที่เหลือตรงถังขยะหลังร้านเพื่อเลือกกินประทังชีวิต แต่โชคร้ายที่ไม่หมดสิ้น
พอเ้าของร้านเห็นว่าฟงจะเอาเศษอาหารตรงถังขยะไปกินนั้น เขาก็จัดการเอาไม้มาทุบตีร่างของฟงอย่างไม่ปราณีแล้วจับโยนออกไปที่กลางถนนทันที
"บัดซบ! บัดซบ! บัดซบ! ไอ้ตระกูลระยำเอ๊ย!!~" ฟงที่นอนเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ครึ้มฝนนั้นะโด่าในใจอย่างโกรธแค้น พร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบใบหน้า
ไม่นานนักหลังจากหายเจ็บจากการถูกเ้าของร้านอาหารเอาไม้ตีแล้วนั้น ฟงก็เคลื่อนกายของเขาต่อโดยมีจุดหมายแรกคือการออกจากเมืองเฮงซวยแห่งนี้ เขาต้องเดินอย่างยากลำบาก ระหว่างทางก็ถูกหลายคนปาก้อนหินใส่บ้าง ปาก้อนดินใส่ก็มี
แต่ฟงไม่มีเวลาหรืออารมณ์ที่ต้องมาเสียเวลากับคนพวกนี้ เขาได้แต่ก้าวเท้าไปเรื่อยๆ จนออกนอกเมืองมาได้แล้ว เขาก็ต้องหาของกินประทังชีวิต และด้วยความหิวนั้น เขาจึงเลือกอะไรไม่ได้มาก เขาจำเป็ต้องกลืนกินดินที่ชุ่มฝนนั้นลงท้องของเขาเพื่อลดอาการหิว แม้ว่ารสชาติของมันจะเลวร้ายแค่ไหน แต่มันเทียบกับความรู้สึกของเขาที่ถูกทำลายจนพังยับเยินไม่ได้แม้แต่น้อย
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
1 เดือนผ่านไป อากาศาเ็ของฟงนั้นเริ่มดีขึ้นแล้วแต่ก็ยังไม่หายไปอย่างสมบูรณ์ ตอนนี้เขาอาศัยอยู่ภายในป่าติดกับเมืองนภาทองคำ เขาใช้ชีวิตอย่างน่าอนาถ ต้องเก็บพืชผักในป่ากินเพื่อประทังชีวิต และด้วยความที่ว่าไม่สามารถเดินลมปราณได้ ทำให้ชีวิตในป่านั้นยิ่งแย่เข้าไปใหญ่
ฟงต้องเอาตัวรอดในป่าตลอดเวลาทั้งจากสัวต์ป่า หรือแม้แต่สัตว์อสูรก็ด้วย และตอนนี้ก็ผ่านมาเป็เวลา 1 เดือนแล้ว ฟงพอจะเคลื่อนไหวได้สะดวกแล้ว เขาจึงออกเดินทางมุ่งหน้าไปที่เมืองอื่นทันที และจุดหมายเมืองต่อไปก็คือเมืองัคราม
พอมาถึงเมืองัครามแล้วฟงต้องเริ่มใช้ชีวิตในเมืองแห่งนี้ด้วยฐานะของขอทาน ซึ่งความเลวร้ายที่เพิ่มขึ้นเป็เท่าตัวของเขานั้นก็คือเขาพูดไม่ได้นั้นเอง แต่ด้วยปัญญาที่เขามี เขาจึงหาแผ่นป้ายไม้ แล้วสลักเขียนบทกลอนสั้นๆ บนแผ่นไม้ และจบประโยคว่าขอเงินเล็กน้อยเพื่อเขาจะได้ใช้ชีวิตต่อไปได้
"ชีวิตของข้าต้องทนทำอย่างนี้เลยงั้นหรือ? ์ท่านเห็นหรือเปล่า? ท่านกำหนดชะตาของข้ามาได้บัดซบที่สุด..." ฟงบ่นด่าอย่างนี้ทุกวันในขณะที่เขาเดินถือแผ่นป้ายไม้แล้วของเรี่ยรายเงินเล็กๆ น้อยๆ
"เห้ย! มันอยู่นั้นไง"
"ไหนๆ เออ จริงๆ ด้วย ไอ้หมอนั้นจริงๆ ด้วย"
"เร็วเข้ารีบๆ ไล่มันไปซะ"
เสียงะโของผู้คนดังขึ้นด้านหลังของฟง ทำให้เขาหันกลับไปมอง พอหันกลับมา เขาก็ต้องรีบวิ่งหนีทันที เพราะกลุ่มคนเ่าั้ต่างถือไม้กับก้อนหินแล้วมุ่งตรงมาหาเขานั้นเอง
ก้อนหินมากมายถูกขว้างปาไล่หลังใส่ฟงอย่างไม่หยุดหย่อน เขารู้เพียงว่าหากหยุดวิ่งแล้วยังอยู่ในที่แห่งนี้ต่อ เขาได้กลับไปเจ็บหนักอีกแน่ๆ
ในระหว่างที่เขาวิ่งหนีอย่างเอาเป็เอาตายอยู่นั้น สายตาของฟงก็เหลือบไปเห็นใบประกาศที่ลงตราประทับของตระกูลเฉินเอาไว้ทั่วทั้งเมือง โดยเนื้อหาในใบประกาศพวกนั้นแทบจะตรงกับคำพูดสุดท้ายที่เขาได้ยินจากปากของอดีตปู่ของเขาเลยไม่ผิดเพี้ยน พร้อมกับในใบนั้นยังมีรู้วาดของเขา บวกกับลักษณะภายนอกที่กล่าวว่าเขามีรอยแผลเป็ที่ตาซ้ายอีกด้วย เพราะสิ่งที่ระบุรายละเอียดตัวตนของเขานั้น เลยทำให้เขาสามารถแยกแยะเขาได้ง่ายเอามากๆ
กรอด...
ฟงวิ่งไปพร้อมกับกัดฟันของเขาด้วยความเจ็บแค้น เขาคิดในใจว่า ขนาดเขาหนีออกมาอยู่อีกเมืองแล้วตระกูลเฉินก็ยังตามราวีเขาไม่เลิก... ดังนั้นเขาจึงสัญญาในสมองของเขาทันทีเลยว่า หากตระกูลเฉินยังอยู่เขาจะไม่ยอมตายเด็ดขาด จนกว่าตระกูลเฉินจะหายไปจากโลกนี้เขาจะไม่ยอมตายแน่
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
วันเวลาผ่านมา 5 ปีแล้วนับจากฟงถูกขับออกจากตระกูลเฉิน ในยามนี้ตัวเขาไม่สามารถอาศัยอยู่ในเมืองใดๆ ได้เลยแม้แต่น้อย เพราะทุกเมืองในเขตการปกครองของฮ่องเต้ราชวงค์นี้นั้นต่างเต็มไปด้วยใบประกาศขับไล่ตัวเขา
ในยามนี้เขาอาศัยอยู่ในบ้านที่สร้างจากไม้อย่างง่ายๆ ในป่าพร้อมกับผู้หญิงนางหนึ่งซึ่งเธอก็คือแม่แท้ๆ ของฟงนั้นเอง พวกเขานั้นได้เจอกันเมื่อปีที่แล้วนั้นเองในขณะที่ฟงกำลังหลบหนี เธอก็ได้พบกับฟงโดยบังเอิญจึงรีบช่วยเหลือฟงผู้เป็ลูกชายทันที
ในคราแรกที่ฟงได้เจอหญิงสาวผู้นี้ เธอทำเพียงแค่ร้องไห้แล้วเขามาโอบกอดเขา แล้วพูดซ้ำไป ซ้ำมาว่า "แม่ขอโทษ... แม่ขอโทษ..."
หัวใจของฟงนั้นรู้สึกอบอุ่นขึ้นอีกครั้งหลังจากถูกขับไล่ออกมาจากตระกูล ผู้เป็แม่ของฟงนั้นมีนามว่า [เหม่ยลี่] เธอได้พาฟงกลับมาอยู่ด้วยที่บ้านในป่านอกเมือง ซึ่งฟงนั้นพอมาถึงก็ได้ขีดเขียนอักษรลงบนพื้นดินทันทีถามผู้เป็แม่ว่า เชื่อข่าวในประกาศของตระกูลเฉินมั้ย?
และคำตอบของเหม่ยลี่ก็ได้ทำให้ฟงนั้นถึงกับน้ำตาตก เหม่ยลี่ผู้เป็แม่นั้นตอบคำถามของฟงว่า เธอไม่เคยเชื่อประกาศพวกนั้นเลยแม้แต่น้อยเพราะมันไม่ได้มาจากเขาที่เป็ลูกชายแท้ๆ ของเธอนั้นเอง....
หลังจากฟงได้พบแม่แล้วเขาก็ใช้ชีวิตอยู่กับแม่ของเขามาได้เกือบร่วมปีแล้ว เขาได้ถามแม่ของเขาว่าทำไมถึงถูกขับไล่ออกจากตระกูล เธอก็ให้คำตอบว่า ตัวเธอนั้นหากยังอยู่ที่นั้น จนฟงอายุได้ 18 ปีเมื่อไหร่ ทรัพย์สมบัติของตระกูลจะถูกแบ่งมาให้เธอและลูกหลายส่วน มากเท่ากับที่แม่ใหญ่ หรือภรรยาคนแรกของเฉินหลงได้นั้นเอง และเพราะเหตุนี้ตัวเธอจึงถูกใส่ความว่ามีชู้ รวมถึงกลับการยักยอกทรัพย์ของตระกูล และแน่นอนว่ารีบหนีออกมาจากตระกูลได้ก่อนถูกลงโทษ แต่นั้นก็ทำให้เธอใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเสมอมา
เหม่ยลี่กับฟงนั้นอาศัยอยู่ในป่าตลอดที่ทั้งสองได้เจอกัน ฟงนั้นจะรับหน้าที่ไปหาของป่ากลับมาบ้านเสมอ โดยจะแบ่งของที่หาได้เป็สองส่วนคือ ไว้กินเอง กับแบ่งไว้นำไปขายในหมู่บ้านข้างๆ เพื่อแลกเงินไว้ซื้อข้าวกลับมา โดยคนที่รับหน้าที่เอาของป่าไปขายในหมู่บ้านก็คือเหม่ยลี่ผู้เป็แม่นั้นเอง และในวันนี้แม่ของฟงก็รับหน้าที่นี้เช่นเคย...
"นี่ก็เลยเที่ยงมานานแล้ว ทำไมแม่ยังไม่กลับมาอีกกัน?" ฟงที่ตอนนี้ตัดฟืนเสร็จได้แต่เงยหน้ามองพระอาทิตย์เพื่อเทียบเวลา ก่อนจะคิดถึงความแปลกที่แม่ของตนหายไปนานเกินไป เพราะปกติแม่ของเขาจะกลับมาก่อนเที่ยงเสมอ
หลังจากฟงบ่นพรึมพัมในใจได้ไม่นานท้องฟ้าก็เริ่มมีเมฆฝนตั้งเค้าขึ้น เขาที่เห็นอย่างนี้ก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างสุดๆ เขาไม่้าให้แม่ของเขานั้นเดินตากฝนกลับมาบ้านแน่ ดังนั้นฟงจึงเตรียมชุดฟางสานสำหรับกันฝนพร้อมหมวกฟางสำหรับตัวเขาและแม่ ก่อนจะออกเดินทางเข้าไปที่หมู่บ้านที่แม่ของเขาไปทันที
ฟงนั้นมาในสภาพที่ใส่เสื้อฟางสานกันฝน กับหมวกฟาง พอมาถึงหมู่บ้านเขาก็ไม่ได้เข้าไป เขาเพียงยืนรออยู่ด้านหน้าหมู่บ้านเท่านั้น โดยสายตาของเขายังคงกวาดมองไปทั่วๆ และก็ไปสะดุดกับผู้คนที่เดินทางไปที่จุดๆ เดียวกัน
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของฟง เขาจึงตัดสินใจเดินตามกลุ่มคนพวกนั้นไป ไม่นานนักเขาก็มาถึงลานกว้างของหมู่บ้านนี้ และก็พบกับสิ่งที่ทำร้ายจิตใจของเขาอีกครั้งในชีวิตนั้นก็คือ ร่างของเหม่ยลี่ผู้เป็แม่ของเขากำลังถูกขึงแขวนคอไว้บนแท้นไม้ที่ตระง่านอยู่ด้านหน้า
"อา.. อา.. อา..." ฟงพยายามส่งเสียงเพื่อกล่าวคำว่าแม่ออกมา พร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบใบหน้าของเขา
จากนั้นฟงก็รีบพุ่งขึ้นไปแก้เชือกเพื่อช่วยแม่ของเขาทันที โดยไม่สนใจฝูงชนด้านล่างที่มองอย่างสงสัย และทันทีที่ฟงนำร่างของแม่เขาลงมาสู่พื้นในอ้อมกอดเขานั้น เขาก็ได้รับรู้เลยว่าแม่ของเขาได้จากเขาไปแล้ว
ร่างของเหม่ยลี่ที่หยุดนิ่งไม่มีแม้แต่ลมหายใจเข้าออก บวกกับร่างกายที่เย็นราวตากน้ำค้างข้ามคืนคือสิ่งยืนยันได้เลยว่าเธอจากเขาไปแล้ว จากโดยไม่มีวันกลับ
"ฮื่อๆๆๆ...." ฟงร้องไห้กอดร่างไร้ิญญาของผู้เป็แม่ในอ้อมอกอย่างไม่อยากปล่อย กลัวว่าร่างของเธอจะหายไป
ไม่นานนักหลังจากฟงได้เผยตัวออกมา ก็มีคนในชุดจอมยุทธ์ที่มีตราตระกูลเฉินเดินออกมาจากฝูงชน 2 คน พวกมันทั้งสองทอดสายตามองฟงอย่างยิ้มเยาะเหยียดหยาม
"อา.. อา.." ฟงหันหน้าขึ้นมามองด้วยความแค้นอย่างหาคำบรรยายไม่ได้ พร้อมน้ำตาที่ไหลอาบใบหน้า
"มอบหัวของแกมาซะ แล้วเื่ทุกอย่างจะจบ" หนึ่งในจอมยุทธ์ตระกูลเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มอย่างผู้ชนะ
ฟงเลิกสนใจทั้งสองตรงหน้า ก่อนจะกระชับร่างกายของผู้เป็แม่ขึ้นหลังแล้วใช้เศษผ้าผูกไว้กันร่างของเธอหลุดจากตัวเขา
"จะเล่นไล่จับหรือไงเ้าขยะ?" จอมยุทธ์อีกคนด้านข้างพูดอย่างยิ้มๆ
ฟงไม่ได้ตอบเพราะถึงยังไงเขาก็คงตอบไม่ได้อยู่แล้ว เขาลุกขึ้นแล้ววิ่งฝ่าฝูงชนออกไปทันที โดยคนในหมู่บ้านที่ไม่รู้เื่ทั้งหลายก็รีบหลีกหนีทันที ทำให้ฟงวิ่งออกจากหมู่บ้านแห่งนี้อย่างไม่ยากเย็นนัก
ส่วนสองจอมยุทธ์ที่ตามมานั้นก็หันหน้ามองกันก่อนจะยิ้มออกมา แล้วทะยานตัวตามฟงอย่างไม่เร่งรีบอะไร มันทะยานตามฟงมาติดๆ พร้อมกับยิงคำพูดออกมาเป็เชิงว่า ้าให้ฟงดื้นรนให้สุดชีวิตจนหมดแรงซะ ก่อนจะถูกมันทั้งสองสังหารเหมือนกับร่างของหญิงสาวที่ฟงแบกอยู่
ฟงวิ่งไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบใบหน้า น้ำตานั้นเป็น้ำตาแห่งความเศร้าเสียใจ บวกกับน้ำตาแห่งความแค้นเคือง ร่างของฟงนั้นอ่อนล้าเป็อย่างมาก แต่เขาจะหยุดเพียงเท่านี้ไม่ได้ หากเขาไปถึงจุดหมายที่เขาคิด อย่างน้อยสองคนที่ตามมาต้องตายแน่ๆ ส่วนตัวเขาจะรอดมั้ยก็อีกเื่ แต่ถึงยังไงเขาจะไม่ยอมตายเด็ดขาด
ไม่นานนักฟงก็วิ่งมาถึงสถานที่ๆ เขาหมายไว้ในใจ ตรงหน้าเขานั้นเป็หน้าผาสูงล้อมรอบ พร้อมกับที่หน้าผาเ่าั้มีโพร่งต่างๆ มากมายเต็มไปหมด เขาเดินไปนั่งพิงผนังผาด้านหน้าพร้อมกับเอาร่างของมารดาพลิกกลับมากอดไว้ในอ้อมอก โดยไม่หันไปสนใจสองคนที่ตามมาเลยแม้แต่น้อย
"ถอดใจแล้วหรือไงเ้าขยะ?" จอมยุทธ์ตระกูลเฉินกล่าวด้วยเสียงดูถูก
ฟงไม่ได้ตอบหรือหันไปมอง เขาจ้องมองหน้ามารดาในอ้อมอกอย่างไม่วางตา ก่อนจะค่อยๆ ขยับมือลูบจัดแต่งผมบนศีรษะของมารดาที่ไม่เป็ทรงให้เรียบร้อย
"ท่าทางมันจะเสียสติไปแล้วละว่ะ ฮะ! ฮะ! ฮะ!" จอมยุทย์อีกคนยืนหัวเราะอย่างเสียงดังขึ้น
["หนวกหู!!~"]
อยู่ๆ น้ำเสียงของบางสิ่งที่ทรงพลังก็ได้ดังออกมาจากโพร่งตามหน้าผาแห่งนี้พร้อมกับแรงกดดันของลมปราณมหาศาลที่ถูกปล่อยออกมา
สองจอมยุทธ์นั้นพอััได้ถึงแรงกดดันดังกล่าวก็รู้ได้เลยว่ามันถูกหลอกล่อให้มาที่แห่งนี้แล้ว ดังนั้นมันจึงรีบหันหลังเพื่อจะทะยานตัวถอยหนีทันที มันไม่รู้หรอกว่าที่แห่งนี้นั้นมีสัตว์อสูรอะไรอยู่ แต่ที่รู้ๆ คือสัตว์อสูรที่เปล่งวาจาภาษามนุษย์ได้นั้นไม่ใช้สัตว์อสูรระดับต่ำแน่ๆ
ซู่!!~
สองจอมยุทธ์ตระกูลเฉินยังไม่ทันได้ก้าวทะยานขาออกไปไกลเกินระยะสายตาของฟง ก็มีก้อนมวลน้ำสีเขียวขนาดเล็กยิงไปที่ขาของพวกมัน ก่อนจะละลายของทั้งสองของพวกมัน
"อ๊ากกก!! / อ๊ากกก!!" สองจอมยุทธ์ร้องลั่นออกมาอย่างเ็ป แล้วดิ้นไปมาอยู่ที่พื้น
["ข้าบอกไปแล้วนี้ว่าข้าหนวกหูไงเ้ามนุษย์ชั้นต่ำ"]
เสียงของสัตว์อสูรดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏกายของอสูรในร่างของงูตัวสีดำทมิฬ เลื้อยออกมาจากโพร่งถ้าของหน้าผา มุ่งไปยังร่างของสองจอมยุทธ์ที่กำลังกระเสือกกระสนหนี
งูทมิฬตัวใหญ่ไม่รอช้าพ่นพิษสีเขียวเหมือนก่อนหน้านี้อีกครั้ง แต่มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นไปที่ทั้งสองคนที่กำลังดิ้นรนอยู่ทันที พอพิษสีเขียวนั้นถูกร่างกายพวกมัน มันก็ลามไล่ย่อยสลายร่างกายของพวกมันทันที ไม่นานนักร่างของสองจอมยุทธ์ตระกูลเฉินก็เหลือเพียงโครงกระดูกสีขาวเท่านั้น
["หืม? ยังเหลือเ้ามนุษย์อีกงั้นหรือ?"] งูั์ตนนี้ที่กำลังจะเลื้อยกลับเข้าโพร่งก็พลันสายตาเหลือบไปเห็นฟงที่กำลังนั่งกอดร่างไร้ิญญาอยู่
"อา..." ฟงหันหน้าไปมองงูั์แล้วส่งเสียงออกมา พร้อมกับอุ้มร่างของมารดาขึ้น
["เ้าคิดว่าจะได้จากที่นี้ไปง่ายๆ หรือไง?"] งูั์กล่าวออกมาก่อนจะหรี่เปลือกตาของมันลงมองฟงอย่างพิจารณา
ฟงส่ายหัวแทนคำตอบ แต่เขายังอยากจะบอกออกไปเหลือเกินว่า ไม่ว่ายังไงเขาจะต้องมีชีวิตรอดออกไปจากตรงนี้ให้ได้ หากขีดเขียนอักษรบอกแล้วสัตว์อสูรตรงหน้าเข้าใจ เขาก็คงเขียนบอกไปแล้ว
["ดวงตาเ้าไร้ซึ่งความหวาดกลัว... มันเต็มไปด้วยความอาฆาตรแค้น... แถมข้ายังได้กลิ่นพิษในตัวเ้าอีก..."] งูั์กล่าวออกมาพร้อมกับเคลื่อนกายมาใกล้ๆ ฟงอย่างช้าทำให้ฟงต้องถอยหลังตามจนตัวไปติดผนังผา
["ช่วยเล่าเื่ของเ้าให้ฟังแก้เบื่อจะได้มั้ย?"] งูั์กล่าวออกมาต่อหลังจากหยุดอยู่ในระยะห่างจากฟงเพียงแค่เมตรกว่าๆ
"อา? อา อา อา..." ฟงกล่าวออกมาอย่างแปลกใจ ก่อนจะส่งเสียงร้องไม่เป็ประโยคแล้วชี้ไปที่คอของเขา
ระหว่างที่เขากำลังอ้าปากเหมือนจะพูดออกมาอยู่นั้น งูั์ตรงหน้าก็ถุยสะกิดพิษเล็กๆ เข้าไปที่ปากของฟงที่อ้าอยู่ทันที และพิษนั้นก็ไหลลงสู่ลำคอของฟงอย่างรวดเร็ว
"อึก!" ฟงล้มลงคุกเข่ากับพื้นทันที พร้อมกับเอามือทั้งสองข้างขึ้นมากอดแนบชิดตัวเองไว้ เพราะรู้สึกหนาวไปทั่วทั้งตัว แต่ภายในกลับร้อนรุ่มไปหมด จากนั้นฟงก็สลบหมดสติไป....
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
ระยะเวลาผ่านไปอีก 2 ปี นับั้แ่ฟงถูกไล่ล่าจากสองจอมยุทธ์ของตระกูลเฉิน ฟงได้รับการดูแลจากจ้าวอสรพิษทมิฬจนตอนนี้เขาแตกแฉนศาสตร์วิชาการใช้พิษ และศาสตร์อักขระแห่งอสูรขั้นสูง
เหตุผลที่จ้าวอสรพิษทมิฬช่วยเหลือฝึกฝนฟงนั้นก็เพราะข้อแลกเปลี่ยนที่ทั้งสองตกลงกันไว้ โดยข้อแลกเปลี่ยนที่ว่านั้นก็คือการฝึกสอนฟงให้มีศาสตร์วิชาเพื่อนำไปแก้แค้น เเม้ว่าศาสตร์วิชาที่ว่าจะไม่ใช่ของมนุษย์ก็ตาม ส่วนทางจ้าวอสรพิษทมิฬนั้นจะได้ประโยชน์จากร่างกายของฟงนั้นเอง ในครั้งแรกฟงก็สงสัยว่าจ้าวอสรพิษทมิฬ้าร่างกายของตนไปทำไมกัน พอได้ฟังเหตุผลก็เข้าใจทันที
จ้าวอสรพิษได้กล่าวไว้ว่า สัตว์อสูรที่บ่นเพาะพลังจนถึงในระดับสื่อสารแล้วนั้น มักจะมาสิ้นสุดที่ระดับนี้กันทั้งนั้น แต่ว่าในบันทึกประศาสตร์ของมนุษย์ได้กล่าวไว้ว่าโลกใบนี้นั้นมีสัตว์อสูรที่ระดับสูงถึงขนาดมีกายเนื้อเหมือนมนุษย์ ซึ่งในความจริงแล้วนั้น สัตว์อสูรไม่ได้แปลงกายเป็มนุษย์แต่อย่างใด แต่สัตว์อสูรนั้นต้องหาร่างของมนุษย์ที่มีลักษณะพลังคล้ายกับตนเพื่อใช้สำหรับจุติิญญาของสัตว์อสูรลงไป แน่นอนพอสัตว์อสูรทำอย่างนั้นกับมนุษย์แล้ว มนุษย์ผู้นั้นจะตกตายแน่นอน และถูกแทนที่ิญญาภายในที่เป็ของสัตว์อสูรแทน
พอสัตว์อสูรที่ได้ร่างกายของมนุษย์ไปแล้ว พวกมันก็สามารถนำร่างกายที่ได้มานั้นล่วงถล้ำฝึกฝนพลังต่อไปอีกได้ โดยที่สัตว์อสูรเองก็ยังไม่รู้ว่าจุดสิ้นสุดของการฝึกฝนพลังนั้นคืออะไรกันแน่ แต่ฟงนั้นหาได้สนใจเื่ที่จ้าวอสรพิษทมิฬ้ารู้ เขา้าเพียงพลังที่มากพอจะใช้แก้แค้นก็พอ หลังจากแก้แค้นแล้วเขาก็ไม่มีเหตุผลต้องมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว เพราะงั้นจ้าวอสรพิษทมิฬจะได้ร่างของฟงไปสำหรับจุติโดยปริยาย...
["จะไปแล้วหรือฟง?"] จ้าวอสรพิษทมิฬกล่าวถามขึ้นในขณะที่เห็นว่าฟงแต่งกายในชุดคลุมพร้อมหมวกฟางเรียบร้อยแล้ว
"ครับ... ข้าต้องไปแล้วอาจารย์" ฟงหันกลับมามองจ้าวอสรพิษทมิฬก่อนจะกล่าวอย่างนอบน้อม
["งั้นก็ขอให้เ้าโชคดี... เ้าไม่้าสิ่งใดเพิ่มหรือฟง?"]
หลังสิ้นเสียงของจ้าวอสรพิษทมิฬ ฟงที่ทำท่าจะขยับกายเดินออกจากโพร่งถ้ำนั้นก็หยุดชะงักนิ่งกับที่ พร้อมกับทำหน้าคิ้วขมวดเหมือนคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะหลับตาลงนึกถึงใบหน้าของเหล่าผู้คนที่เขาเห็นตลอด 7 ปีที่ไล่ทำร้ายตัวเขา แต่เพราะมันเยอะเกินไปเขาจึงลืมตาขึ้นแล้วถอนหายใจออกมา
"งั้นข้าขอให้อาจารย์ทำบางเื่หลังได้ร่างของข้าไปแล้วได้หรือไม่?" ฟงหันกลับมายืนตัวตรงต่อหน้าอสรพิษทมิฬ
["เื่ใดกัน? ว่ามาเถอะ"]
"ได้โปรดอาลวาดฆ่าพวกที่ดูถูกและไล่ทำร้ายข้า ในระหว่างที่ข้าอยู่ในเมืองทีท่านอาจารย์" ฟงกล่าวจบก็ก้มหัวลงคำนับ แล้วเงยหน้าขึ้น
จ้าวอสรพิษทมิฬไม่ได้ตอบอะไรฟง มันเงียบอยู่อย่างนั้นก่อนจะปิดเปลือกตาลง ส่วนทางฟงเองก็รับรู้ได้ว่าอาจารย์ของตนนั้นได้ตอบรับคำขอของเขาแล้ว เหลือแค่ว่าคำขอนั้นจะได้ทำเมื่อไหร่ก็เท่านั้นเอง
"ลาก่อนท่านอาจารย์ แล้วข้าจะรีบกลับมามอบร่างกายให้ท่าน..." ฟงกล่าวจบก็พลันเลือนหายไปดั่งภูติผีทันที...
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
ณ บ้านตระกูลเฉิน
วันนี้นั้นถือเป็วันสำคัญที่เคยกล่าวไว้อีกครั้ง วันไหว้บรรพบุรุษประจำปี ทางครอบครัวทุกบ้านต่างเดินทางกลับมาที่บ้านหลักเพื่อทำการไหว้ป้ายบรรพบุรุษกันอย่างเคย เฉินหลงในยามนี้ได้ขึ้นเป็ผู้นำตระกูลเฉินอย่างเต็มตัวแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่เคยดีใจกับตำแหน่งที่เขามีเลยแม้แต่น้อย
สาเหตุที่ทำให้เขาไม่รู้สึกดีใจนั้นก็เพราะ เมื่อปีก่อนนั้นเขาได้รู้ความจริงที่ว่า "ฟง" ลูกชายคนรองของเขานั้นถูกใส่ความ โดยผู้ที่มาบอกเล่าเื่ดังกล่าวก็คือลี่ฟานนั้นเอง
ลี่ฟานนั้นยอมมาสารภาพเื่ดังกล่าวกับเฉินหลงผู้เป็พ่อด้วยความซื่อสัตย์จริง เธอนั้นรู้สึกผิดที่ได้ทำสิ่งเลวร้ายต่อพี่รองของเธอ หนำซ้ำเธอยังเป็เครื่องมือของผู้เป็แม่ บังคับให้ไปหมั้นกับคนที่เธอไม่ได้รักอีก
เมื่อลี่ฟานถูกกดดันถึงขีดสุด เธอจึงหมดความอดทนต่อแม่ของเธอ แล้วหนีไปสารภาพเื่ทั้งหมดของฟงกับเฉินหลงทันที และเมื่อเฉินหลงได้รู้ความจริงก็เกิดเื่วุ่นวายในตระกูลทันที เหล่าคนมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับเื่นี้นั้นต่างรับบทลงโทษจากเฉินหลงทันสิ้น
ตอนนี้เครือญาติก็ต่างๆ ของตระกูลเฉินก็มากันพร้อมแล้ว ทุกคนต่างจับคู่คุยกันอย่างมีความสุขในเรือนรับรองแขก ส่วนทางเ้าบ้านอย่างเฉินหลงนั้นกลับปลีกตัวออกมาที่บ้านบรรพชนก่อนคนอื่นๆ และเขาก็ต้องหยุดชะงักทันทีเพราะตอนนี้ด้านหน้าโต๊ะวางป้ายชื่อบรรพชนนั้นกำลังมีบุคคลปริศนา ในชุดคลุมเก่าๆ ใส่หมวกฟาง ยืนค้ำไม้เท้ากำลังยืนอยู่ด้านหน้า
หากเป็เมื่อก่อนเฉินหลงคงเข้าจู่โจมโดยไม่ยั้งคิดไปแล้ว แต่เพราะว่ายามนี้อารมณ์ในตัวเขานั้นไม่คงที่ จึงทำให้เขาเกิดความยั้งคิดยั้งทำมากกว่าเดิม และเพราะเหตุผลดังกล่าวทำให้เฉินหลงไม่เข้าจู่โจมคนตรงหน้าทันทีเพราะเขาััระดับลมปราณของคนตรงหน้านั้นไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
เนื่องจากเฉินหลงสำผัสระดับลมปราณของฝั่งตรงข้ามไม่ได้ บวกกับบุคคลปริศนาสามารถลอบเข้ามาในบ้านบรรพชนอย่างง่ายดายนั้นก็หมายความว่าคนตรงหน้าไม่ได้เป็พวกไร้พลังลมปราณแน่นอน แต่คงเป็คนที่บ่นเพาะพลังมานานหลายร้อยปีแน่นอน
"ไม่ทราบว่าผู้อาวุฒิโสมีธุระอะไรกับตระกูลเฉินของข้าหรือไม่?" เฉินหลงรีบกล่าวออกมาอย่างนอบน้อมทันที โดยยังเว้นระยะห่างไว้ 3 เมตร ไม่เข้าไปใกล้กว่านี้
"ตายแล้วงั้นหรือ? เฉินเทียนตายแล้วหรือ?" เสียงของบุคคลปริศนาในชุดคลุมเก่าๆ กล่าวออกมาด้วยเสียงเรียบๆ พร้อมกับสายตาของเขาจับจ้องไปที่ป้ายชื่อบนโต๊ะตรงหน้า
"ครับ... ท่านพ่อเฉินเทียน ล้มป่วยและเสียไปไม่กี่เดือนมานี่เองครับ" เฉินหลงก้มหน้าลงอย่างไม่มีความกล้าจะพูดความจริงทั้งหมดไปว่า เฉินเทียนนั้นตรอมใจตายเพราะเื่ลงโทษลูกหลานของตนเองอย่างไร้ความยุติธรรม
โครม!!~ ตูม!!~ ตูม!!~
พอสิ้นเสียงของเฉินหลง บุคคลปริศนาตรงหน้าเขาก็ใช้ไม้เท้าที่นำมามาด้วยนั้นทุบทีโต๊ะป้ายบรรพชนทันที ทำให้โต๊ะวางป้ายบรรพชนนั้นแตกหัก พร้อมกับป้ายชื่อหักพังไม่มีชิ้นดี
"นี่ท่านจะทำ..."
เฉินหลงที่เห็นภาพดังกล่าวก็เร่งพลังลมปราณขึ้นแล้วจะพุ่งเข้าใส่คนในผ้าคลุมตรงหน้าทันที แต่เขาก็ต้องหยุดการกระทำลงอย่างรวดเร็ว เพราะคนตรงหน้าแผ่กระจายพลังบางอย่างที่หน้าอึดอัดออกมากดดันตัวเขาไว้ก่อนจะค่อยๆ หันหน้ากลับมามองตัวเฉินหลง
"อาฟง..." เฉินหลงอุทานชื่อของลูกชายคนรองออกมาทันที หลังเห็นใบหน้าของคนตรงหน้า แม้ว่าเขาจะมีหนวดเคราที่ไม่ได้โกนจนดูรกก็ตาม แต่รอยแผลเป็ที่ตาซ้ายนั้นคือสิ่งยืนยันที่ดี
"เ้ากลับมาแล้ว พ่อขอโทษ พ่อขอโทษ" เฉินหลงค่อยเดินไปหาฟงอย่างรีบๆ แล้วยกมือทั้งสองขึ้นหมายจะลูบใบหน้าของฟง
"ข้าไม่มีพ่อ!!!"
ตูมมมมม!!~
ฟงร้องะโออกมาอย่างโมโห และแค่เพียงเสียงร้องะโของเขาก็ส่งร่างของเฉินหลงกระเด็นลอยไปอยู่หน้าประตูบ้านบรรพชนทันที และแม้ว่าเฉินหลงจะไม่าเ็อะไรมาก แต่แรงกดดันจากแรงะโก็ทำให้เขารู้สึกกลัวได้ในระดับนึงทันที
"พ่อของข้าตายไปั้แ่ข้าเกิดแล้ว ข้าไม่เคยมีพ่อ" ฟงปรับสีหน้าที่กำลังโกรธกลับมาเป็นิ่งเฉย แล้วกล่าวออกมาอย่างเรียบๆ
และเพราะเสียงกับแรงกดดันที่ฟงปล่อยออกมาเมื่อสักครู่นั้นก็ทำให้เหล่าคนในบ้านตระกูลเฉินรีบมารวมตัวกันที่แห่งนี้ทันที
"น้องรอง / พี่รอง" เฉินหลางและลี่ฟาน ที่เข้ามาถึงบ้านบรรพชนกล่าวขึ้นอย่างพร้อมเพียงกันทันที
"ข้าไม่มีพี่น้องเช่นกัน... อย่ามานับข้าเป็พี่น้องกับพวกเ้า ข้ารังเกียจขยะแขยงเป็ที่สุด" ฟงกล่าวออกมาด้วยใบหน้าเหยียดหยาม
"อาฟงจะมากไปแล้วนะ! ข้ารู้ว่าเ้าโกรธแค้น แต่ทั้งพี่ชายและน้องสาวเ้าก็ได้รับบทลงโทษไปแล้ว เ้ายังจะเอาอะไรอีกกัน?" เฉินหลงร้องะโลั่นออกมาพร้อมกับเริ่มมีโทสะขึ้นที่ละน้อย ก่อนจะอธิบายว่า
เฉินหลางนั้นถูกโบยสะบั้นขาทั้งสองให้พิการพร้อมกับทำลายวรยุทธ์ไปแล้วจึงทำให้เขาต้องใช้ชีวิตบนรถเข็นไม้อยู่ตลอดเวลา ส่วนลี่ฟานนั้นก็ถูกทำลายวรยุทธ์เช่นกัน พร้อมกับถูกบังคับแต่งงานออกไปอยู่เรือนนอก(ไล่ไปอยู่ตระกูลอื่น)
"บทลงโทษ? อย่าพูดคำนี้ออกมาถ้าข้ายังเห็นว่าพวกมันยังอยู่อย่างสุขสบายเลยไอ้แก่บัดซบ" ฟงกล่าวออกมาพร้อมกับเร่งพลังขึ้นมากดดันบรรยากาศโดยรอบ
"พี่รองได้โปรด! หยุดเถอะ" ลี่ฟานะโกล่าวออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบใบหน้าของเธอ
"หุบปากไปซะนางแพศยา! เมื่อ 7 ปีก่อนเ้าก็บีบน้ำตาเรียกร้องความสนใจได้ดี วันนี้เ้าก็ยังทำได้ดีไม่เปลี่ยนเลยนะ" ฟงกล่าวออกมาอย่างยิ้มๆ
ตูม!!~
เฉินหลงที่ทนกับกิริยาของฟงไม่ได้ก็เร่งพลังจนถึงขีดสุดแล้วพุ่งตัวทะยานออกไปทันทีจนเกิดเสียงดังขึ้น แต่เสียงที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ได้เป็เสียงจากการดันตัวพุ่งทะยานของเฉินหลง แต่เป็เสียงของร่างกายเฉินหลงที่ปะทะกับกำแพงอากาศ ก่อนจะถูกขึงบนอากาศขยับไปไหนไม่ได้
"อาฟง! นี่เ้ากล้าลงมือถึงขนาดนี้เชียวหรือไง?" เฉินหลงที่ถูกตรึงอยู่บนอากาศกล่าวออกมาอย่างโมโห
"งั้นข้าถามหน่อยละกันว่าคนที่ถูกทรยศขับไล่ออกจากตระกูลไม่พอ ยังถูกชาวเมืองทั้งเมืองข่มเหง และแค่นั้นไม่พอยังส่งจอมยุทธ์ไปไล่สังหารให้ข้าตกตายอีก... คิดว่าที่ข้าพูดออกไปมันมากเกินไปสำหรับตระกูลผู้ดีจอมปลอมอย่างพวกแกหรือไงห๊า?!"
โครมมมม!!~
ฟงกล่าวจบก็ดีดร่างของเฉินหลงปลิวออกไปกลิ้งกลับพื้นทันที
"น้องรองข้ากับน้องเล็กถูกลงโทษขนาดนี้แล้ว เ้าก็ควรให้อภัยได้แล้วนะ!" เฉินหลางกล่าว ออกมาด้วยเสียงดัง
"อภัยให้? เ้าถูกลงโทษแล้วใช้ชีวิตอย่างนั้นกี่ปีเชียวไอขยะเฉินหลาง?" ฟงกล่าวจบก็เดินไปนั่งบนโต๊ะวางป้ายชื่อบรรพชนทันที
"นับั้แ่วันที่ข้าถูกขับไล่ออกจากไอ้ตระกูลบัดซบนี้... แกรู้มั้ยว่าตลอด 7 ปีข้าต้องเจออะไรมาบ้าง? แกต้องทนกินดิน กินน้ำฝนได้อย่างข้าเป็อาทิตย์หรือไม่ละ? แกยังมีหน้ามาพูดถึงการให้อภัยอีกหรือ?" ฟงกล่าวออกมาจบก็เงียบลงเพื่อดูปฏิกิริยาของเฉินหลาง
"อึก..." เฉินหลางไร้ซึ่งหนทางพูดตอบโต้ทันที แม้ว่ามันจะรู้ว่าฟงต้องใช้ชีวิตอย่างลำบาก แต่ก็ไม่เคยคิดว่าต้องลำบากถึงขนาดต้องกินดิน กินน้ำฝนเลยแม้แต่น้อย
"แกกล้าพูดปฏิเสธมั้ยละว่า ตลอดเวลาหลังแกถูกลงโทษแล้ว แกไม่มีเตียงให้นอน ไม่มีข้าวให้กินสามมื้อ ไม่มีบ้านกันแดด กันลม กันฝนให้อาศัย แล้วดูข้าสิ ข้าใช้ชีวิต 7 ปีเต็มกับการเป็เศษสวะขอทาน อดมื้อกินมื้อ แค่นั้นไม่พอต้องมาโดนพวกชาวเมืองระยำพวกนั้นกระทืบแทบทุกวัน บ้านพักก็ไม่มี มีเพียงตรอกซอกซอยสกปกเป็ที่นอน..." ฟงกล่าวมาถึงตรอกซอกซอยปุบเขาก็ต้องชะงักหยุดลงทันที
น้ำตาของฟงค่อยไหลออกมาอย่างช้าๆ เพราะเขาจดจำวันสุดท้ายของการอยู่ในตรอกซอกซอยได้เป็อย่างดี วันสุดท้ายที่เขาได้อยู่ในตรอกซอกซอยแสนสกปกนั้น คือวันที่เขาได้พบกับเหม่ยลี่ผู้เป็มารดาที่รักเขายิ่้งกว่าใคร เพราะได้เจอเธอเขาจึงได้มีชีวิตที่มีความสุขอบอุ่นได้อีกครั้ง แม้มันจะสั้นไปก็ตามที
"อาฟง..." เฉินหลงที่เห็นฟงร้องไห้ออกมาก็ถึงกับพลันเปลี่ยนอารมณ์เป็เศร้าตามทันที
"อ่า... ให้ตายสิ... ข้าพูดเื่ไม่เป็เื่อีกแล้วสินะ.." ฟงกล่าวพลางเช็ดน้ำตาที่ไหลจากตาขวาเพียงข้างเดียวของเขาทันทีก่อนจะ สาดสายตามองหาผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็ภรรยาคนแรกของเฉินหลง
"เตียนเซี้ยนไปไหน? ยัยระยำนั้นไม่อยู่ด้วยหรือ? อ่า.. ไปหลบอยู่นั้นเองหรือ?" ฟงกล่าวออกมาพร้อมกับฉีกยิ้มขึ้นอย่างชั่วร้าย แต่พอสิ้นเสียงของเขา ก็มีเหล่าจอมยุทธ์ประจำตระกูลเฉินทะยานตัวออกมายืนขวาง บังเตียนเซี้ยนเอาไว้
"อาฟง!"
"หุบปากไอ้แก่บัดซบ!" ฟงะโขัดเฉินหลงทันทีพร้อมกับส่งพลังไปกดให้เหล่าจอมยุทธ์ตระกูลเฉินคุกเข่าลงกับพื้นทั้งหมด เหลือไว้เตียนเซี้ยนที่ยืนสั่นเหมือนลูกไก่ที่กำลังหนาวอยู่เพียงผู้เดียว
"พูดมาสิเตียนเซี้ยน พูดมาว่าเ้าใส่ความอะไรแม่ของข้าบ้าง แล้วบอกมาให้หมดนะว่าเ้าส่งจอมยุทธ์ไปไล่สังหารแม่ข้ากับข้าตอนไหน"
สิ้นเสียงของฟง เฉินหลงก็ดวงตาเปิดอ้าขึ้นทันที เขาเคยเอะใจเื่เหม่ยลี่เมื่อในอดีตอยู่แล้วแต่สุดท้ายก็ต้องโยนความคิดเ่าั้ทิ้งไป เพราะเตียนเซี้ยนที่เป็ภรรยาคนแรกค่อยพูดกับเขาตลอดเวลาถึงเื่ไม่ดีที่เหม่ยลี่ก่อขึ้น
"ขะ.. ข้าไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น" เตียนเซี้ยนรีบบอกปัดออกมาทันที
ซู่!!~
สิ้นเสียงตอบของเตียนเซี้ยนผู้เป็อดีตแม่ใหญ่ของฟงแล้ว มือซ้ายทั้งฝ่ามือของนางก็ถูกย่อยหายไปในอากาศทันทีเหลือติดไว้เพียงโครงกระดูกมือซ้ายเท่านั้น พร้อมกับเสียงร้องกรี๊ดออกมาอย่างเ็ปของนาง ลี่ฟานที่ได้เห็นจึงรีบวิ่งเข้าไปประคองร่างของนางพร้อมกับหันมาจับจ้องที่ฟงอย่างโมโห แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
"เมื่อ 2 ปีก่อน แม่ของข้าถูกจอมยุทธ์ที่ใส่เสื้อตระกูลเฉินจับแขวนคอประจานกลางหมู่บ้านที่ห่างไกลทิศตะวันออก... ร่างกายของแม่ข้านั้นเย็นเฉียบเหมือนท่านตากน้ำค้างมาแรมคืน ในนาทีนั้นข้าภาวณาต่อหน้าฟ้าดินว่าขอให้สิ่งที่เห็นวันนั้นเป็เพียงความฝัน... แล้วรู้มั้ยว่าเกิดอะไรต่อจากนั้นกัน?" ฟงกล่าวขึ้นด้วยเสียงเรียบ แต่เขาก็แผ่แรงกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ
"ไม่ ไม่... ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย ได้โปรด!" เตียนเซี้ยนรีบร้องขอชีวิตทันที
"งั้นก็เล่าออกมาสิว่าแกทำอะไรไว้กับแม่ข้าบ้าง รวมถึงแผนระยำบัดซบที่ส่งคนไปไล่สังหารข้าด้วย" ฟงกล่าวด้วยน้ำเสียงอาฆาตรพุ่งตรงไปที่เธอทันที
จากนั้นเตียนเซี้ยนก็สารภาพทุกสิ่งอย่างที่ทำกับแม่ของฟงทันที มีทั้งเื่ที่ฟงรู้ และหลายเื่ที่ฟงไม่รู้ก็ด้วย ฟงได้แต่อดกลั้นฟังจนจบก็พบว่า ทุกคนในโถ่งแห่งนี้ต่างมองไปที่เตียนเซี้ยนอย่างโกรธแค้นไม่ต่างกับเขาเลยแม้แต่น้อย
"หึ! สมควรแล้ว สมควรแล้ว..." ฟงลุกขึ้นจากโต๊ะวางป้ายชื่อบรรพชนก่อนจะกล่าวออกมาด้วยเสียงเรียบๆ แล้วหลับตาลงก่อนจะสูดอากาศเข้าปอดไปเฮือกใหญ่แล้วคลายมันออกมา พร้อมกับเอาพลังที่กดดันผู้อื่นออกทั้งหมด
"อาฟง... ยกโทษให้พวกเราแล้วงั้นหรอ?" ลี่ฟานกล่าวถามขึ้นทันทีหลังจากรู้สึกว่าหายใจได้สะดวกขึ้นแล้ว
"ข้าไม่เคยกล่าวยกโทษให้พวกแกเลยแม้แต่น้อย บอกไปแล้วนี้ว่า ครอบครัวของข้าที่ข้ารู้จักน่ะตายห่าไปหมดั้แ่ข้าเกิดแล้ว อย่ามาเรียกร้องความเมตตาจากข้า ในเมื่อครั้งหนึ่งพวกแกกล้าหลอกให้ข้าไว้ใจ แล้วทำลายข้าอย่างไม่มีชิ้นดี...." ฟงกล่าวออกมาด้วยใบหน้าเรียบๆ ก่อนจะยกไม้เท้าขึ้นแล้วกระทบลงพื้นหนึ่งครั้ง
ตึง!!!~ เสียงไม้เท้ากระทบพื้นดังขึ้นพร้อมกับมีแสงสีดำปนเขียววิ่งแผ่กระจายไปกับพื้นทั่วทุกทิศทุกทาง
"จากวันนี้ไปจะไม่มีตระกูลเฉิน และทุกคนที่เกี่ยวข้องกับตระกูลเฉินต้องตายห่าไปให้หมด..."
สิ้นเสียงของฟง ร่างกายของเขาก็พลันหายไปอย่างภูติผีทันที ทุกคนในบ้านบรรพชนนั้นต่างรู้สึกไม่ดีกับคำพูดทิ้งท้ายของฟงเอามากๆ แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลยแม้แต่น้อย จนเฉินหลงต้องสั่งให้ทุกคนออกจากบ้านบรรพชนหลังนี้แยกย้ายกันไปพัก
พอทุกคนออกมานั้นก็พบว่าท้องฟ้าเหนือบ้านตระกูลเฉินนั้นถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีเขียวปนดำทั่วไปหมด และไม่นานนักทุกคนก็เริ่มรู้สึกว่าร่างกายค่อยๆ เ็ปอย่างช้าๆ ก่อนจะเริ่มอาเจียนเป็เืออกมากันหมดทุกคน
"อึ๊ก... อะ แค่ก!~ อะ แค่ก!~" เฉินหลงกัดใจฝืนเดินกลับไปที่ห้องโดยไม่สนผู้อื่นที่ล้มนอนกองกับพื้นไปหมดแล้ว
เฉินหลงเดินมาถึงห้องนอนของเขาอย่างยากลำบากในสภาพกระอักเืออกจากปากและจมูกตลอดเวลา เขาพยายามฝืนให้มีสติให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ พอเดินมาถึงเตียงนอน เขาก็เปิดลิ้นชักแล้วหยิบนำรูปภาพที่ถูกวาดขึ้นอย่างละเอียดสวยงามขึ้นมาดูทันที ในภาพที่มือของเฉินหลงถืออยู่นั้น มีรูปสองคนกำลังอยู่เคียงคู่กัน สตรีนางหนึ่งนางตางามกำลังนั่งอยู่ที่เก้า และหนึ่งบุรุษยืนจับบ่าของเธออยู่ข้างๆ พร้อมทั้งใต้ภาพนี้มีสลักอักษรข้อความไว้ว่า
"ข้าเฉินหลงสัญญาว่า จะรักเ้าตลอดไปเหม่ยลี่..."
"เพราะข้าผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับเ้าเลยเกิดเื่ในวันนี้ขึ้นสินะ... ข้าขอโทษ... ข้าเป็ผู้ชายที่แย่ ข้าเป็สามีที่แย่ที่ดูแลเ้าไม่ได้ และข้ายังเป็พ่อที่แย่ ที่ไม่สามารถทำให้ลูกมีความสุข... ข้าขอโทษเหม่ยลี่.... ข้าขอโทษ... ์ หากท่านได้ยินคำภาวณาของข้า หากภพชาติหน้ามีจริง ข้าขอแก้ตัวใหม่อีกครั้ง ข้าขอให้ได้เกิดมาเป็พ่อของเขาต่อด้วยเถอะ...."
เฉินหลงกล่าวอย่างอ่อนล้าจนจบประโยคก่อนจะหมดหายใจพร้อมกับกอดรูปในมือไว้ที่อกอย่างแแ่
พอเฉินหลงสิ้นลมหายใจไปแล้ว ก็พลันปรากฏร่างของฟงโผล่ออกมาที่ปลายเตียง เขาในตอนนี้ไม่สามารถบอกได้ว่ามีอารมณ์เป็ยังไงบ้าง เขาไม่รู้สึกถึงความยิน ความเสียใจ ความโกรธ หรือ ความสุขเลยแม้แต่น้อย
ฟงเดินเข้าไปที่ศพของเฉินหลงแล้วดึงเอารูปที่เฉินหลงกอดอยู่ออกมา จากนั้นเขาก็มองดูภาพในมือของตนเองทันที และด้วยความไม่รู้สึกตัวของฟง อยู่ๆ ตาขวาของเขาที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียวก็มีน้ำตาไหลออกมา หลังจากได้เห็นรูปวาดในภาพพร้อมกับข้อความ
ไม่นานนักร่างของฟงก็หายไปจากห้องแห่งนี้ หายไปจากตระกูลเฉินอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับข่าวการล้มสลายของตระกูลเฉิน รวมทั้งคนทั้งวังในราชสำนัก หรือแม้แต่ฮ่องเต้ก็ตายลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ....
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
ณ ผาสูงที่อยู่ชายป่าทางทิศตะวันออก
["กลับมาแล้วหรือฟง"] เสียงของจ้าวอสรพิษทมิฬดังขึ้นหลังจากการปรากฏตัวของฟง
"ครับท่านอาจารย์..." ฟงกล่าวพร้อมกับเดินไปนั่งอยู่ตรงหน้าของจ้าวอสรพิษทมิฬ
["เ้าจะมอบร่างกายให้ข้าแล้วหรืออย่างไร? ข้าจำได้ว่าข้าให้เวลาเ้า 1 เดือนหลังจากที่เข้าแก้แค้นเสร็จค่อยมามอบร่างกายให้ข้าไม่ใช่หรือ?"]
"ครับ... แต่ว่าข้าในตอนนี้ไม่เหลืออะไรแล้วในชีวิต... ข้ารู้สึกว่างเปล่าเสียเหลือเกินท่านอาจารย์ เพราะงั้นได้โปรด หยุดลมหายใจของข้าที ข้าไม่อยากเป็อย่างนี้ ข้าอยากพักแล้วท่านอาจารย์" ฟงกล่าวขึ้นพร้อมกับหยิบเอารูปที่ได้มาก่อนหน้านี้ออกมาดู
["เห้อ... เ้าช่างเป็มนุษย์ที่แปลกคนเสียจริง"] จ้าวอสรพิษทมิฬถอนหายใจแล้วกล่าวออกมาอย่างปลงๆ
ในโลกใบนี้นั้นจ้าวอสรพิษทมิฬที่เป็สัตว์อสูรขั้นสูงเองก็มีสหายอยู่บ้าง และสหายของมันก็อยู่ในระดับเทียบเท่ามันทั้งนั้น เพราะงั้นปัญหาในการหาร่างของมนุษย์ที่มีความเหมาะสมจึงมีเหมือนๆ กัน แต่ว่าปัญหาหลังจากนั้นก็มีเช่นกัน เพราะมนุษย์ที่ได้รับพลังจากเหล่าสัตว์อสูรไปแล้วนั้นมักชอบผิดคำสัญญาแล้วหนีหายไปเสมอ แต่ฟงนั้นเป็คนแรกเลยที่ไม่ผิดสัญญาแล้วยังกลับมาหามันอีกด้วย แม้จะเร็วกว่าสัญญาที่ให้ไว้ก็ตาม
["ดื่มพิษนี่ซะ พอเ้าดื่มเสร็จเ้าจะตายทันทีอย่างไม่ทรมาณ ถือว่าเป็ความเมตตาจากข้า"] จ้าวอสรพิษทมิฬกล่าวออกมาอย่างดีใจ ก่อนจะคลายพิษที่ใส่เหมือนหยดน้ำบริสุทธิ์ลอยในอากาศไปหาฟง
"ครับท่านอาจารย์..." ฟงกล่าวรับด้วยเสียงเรียบๆ ก่อนจะเก็บเอารูปเข้าไปไว้ในเสื้อตรงกลางอก
หลังจากนั้นเขาก็กุมฝ่ามือทั้งสองหงายขึ้นชิดติดกันเหมือนขันน้ำ รองรับหยดพิษสีใสไว้ในมือก่อนจะกลืนมันเข้าปากให้ลงท้องไปอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย พอหมดหยดสุดท้ายฟงก็รู้สึกได้ว่าทุกสิ่ง ทุกอย่างรอบตัวพลันกลายเป็ความมึดมิดทันที เขาพอจะเดาได้ว่าตอนนี้ร่างกายของเขาคงเข้าสู่สภาวะการตายอย่างช้าๆ แล้ว
"อา... จะได้ไปพักแล้วสินะตัวข้า..." ฟงกล่าวกับตนเองด้วยเสียงเรียบก่อนจะปิดเปลือกตาลงทันที...
["เห้อ... มนุษย์ช่างแปลกประหลาดเสียจริง ปากพร่ำบอกว่ารังเกียจครอบครัว แต่สุดท้ายเ้าก็เลือกเก็บรูปภาพนั้นเอาไว้กับตัวเองจนสิ้นลมหายใจ... เอาเถอะ ถือว่าเป็การเคารพต่อเ้า ข้าจะเก็บรูปภาพนั้นให้เป็สมบัติติดกายข้าตลอดเวลาแล้ว"] จ้าวอสรพิษทมิฬที่อยู่ในร่างของฟงนั้นกล่าวขึ้นอย่างหน่ายใจ ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้น เพื่อทดสอบร่างกาย
["ข้ายังคงไม่คุ้นชินกับร่างกายของมนุษย์เลย สงสัยต้องหาที่สักที่ไว้ฝึกร่างกายแล้ว... อ่าจริงสิ ข้าสัญญากับเ้าฟงไว้ว่าจะไปอาลวาดเ้าพวกที่ทำร้ายมัน... งั้นก็ทำตามสัญญานั้นเลยแล้วกัน"]
สิ้นเสียงกล่าวของจ้าวอสรพิษทมิฬ เขาก็เคลื่อนย้ายร่างกายให้หายไปราวกับภูติผี ออกจากโพร่งถ้ำเเห่งนี้ไปทันที และหลังจากนี้ก็มีข่าวการล้มสลายของเมืองต่างๆ เกิดขึ้นมากมายจากน้ำมือของจ้าวอสรพิษทมิฬในร่างของฟงนั้นเอง...
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
"ฮ่า~" ฟงที่รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกคล้ายกับการกลั้นหายใจจนถึงขีดสุด รีบเปิดปากขึ้นทันที พร้อมเปลือกตาก็ด้วย
ตอนนี้ดวงตาทั้งสองของฟงกลับมาใช้งานได้อีกครั้งแล้ว พร้อมกับสายตาของเขาทั้งสองกำลังกวาดมองไปรอบๆ ก็พบว่าเขากำลังยืนอยู่บนสถานที่บางอย่างที่เต็มไปด้วยสีขาว พื้นก็ขาว ท้องฟ้าก็ขาว รอบข้างนั้นมีแต่สีขาว พร้อมกับสิ่งที่หน้าแปลกอีกเื่คืน ในที่แห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่กำลังเดินมุ่งทางทิศเดียวกัน
ฟงเองไม่ได้อยากจะเดินตามคนเ่าั้ไปเลยแม้แต่น้อย แต่ว่าเขาไม่สามารถขยับร่างกายให้ก้าวถอยหลังได้เลย เพราะงั้นเขาจึงต้องเดินหน้าตามเหล่าผู้คนที่เห็นไปเรื่อยๆ อย่างช่วยไม่ได้ เขาคิดได้เพียงอย่างเดียวคือสถานที่แห่งนี้คือโลกหลังความตายนั้นเอง
"หึ! ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีก" ฟงส่งเสียงออกมาอย่างยินดีที่เห็น แผ่นหลังที่คุ้นตาของหญิงสาวนางหนึ่ง จากนั้นเขาก็รีบวิ่งไปหาเธอทันที
"ที่นี่คงเป็เส้นทางปรโลกสินะ น่าแปลกนัก ที่นี่ยอมให้ิญญาชั่วช้าอย่างเธอมาเหยียบย้ำด้วย" ฟงเดินไปหยุดข้างลำตัวของลี่ฟานทันที ก่อนจะพูดจาออกมาอย่างหยาบคาย
"พะ.. พี่รอง! ท่านมาได้ยังไง?" ลี่ฟานที่จำเสียงและใบหน้าได้ถึงกับทำหน้าตื่นตะลึงแล้วกล่าวถามขึ้นทันที
"ข้าก็แค่ขายร่างกายให้สัตว์อสูรก็แค่นั้นไม่เห็นยาก... ไงละต้องมาตายโดยไม่ได้มีลูกหลานไว้สืบเืเนื้อเชื้อไขอย่างนี้ รู้สึกเป็อย่างไรบ้างละ แต่สำหรับข้าก็คงเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกอะไรอยู่แล้ว ฮาฮาฮา!~" ฟงกล่าวแล้วยิ้มเยาะใส่ลี่ฟานออกมา
"ข้าไม่เคยเสียใจเลยพี่รอง... ข้ากลับรู้สึกสบายใจต่างหากที่ทานช่วยจบชีวิตอันเลวทรามของข้าลง" ลี่ฟานกล่าวพลางส่ายหัวไปมา พร้อมกับเดินหน้าไปอย่างช้า ทำให้ฟงต้องเดินตาม
"หมายความว่ายังไงกัน?" ฟงทำคิ้วขมวดอย่างไม่เข้าใจทันที หากมันเป็อย่างที่เขาคิดแล้วละก็ มันก็หมายความว่าตอนนี้ลี่ฟานไม่ได้รู้สึกเศร้าเสียใจตามที่เขา้า
"ชีวิตที่เหลือของข้าต้องถูกบังคับแต่งออกเรือน ซึ่งใครๆ ก็รู้ว่ามันคือการไล่ออกจากบ้านนั้นแหละ และบ้านที่ข้าต้องไป ก็เป็บ้านของเ้าชายชาติชั่วที่ข้ารังเกียจเอามากๆ หากต้องยอมแต่งงานกับมันละก็ข้าสู้ขอยอมตายเสียดีกว่า" ลี่ฟานกล่าวไปพร้อมกับรอยยิ้ม
"ทำไมกันละ? ทำไมเ้าถึงไม่แค้นเคืองข้ากันลี่ฟาน?" ฟงถามขึ้นด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก
"แค้นเคือง? เพื่ออะไรกันละพี่รอง? ข้าทำร้ายท่านขนาดนั้นแล้ว มันก็สมควรที่ข้าต้องตายด้วยมือของท่านอยู่แล้วละ หากเป็ข้า ข้าก็คงทำแบบพี่รองนั้นแหละ... ข้าขอโทษนะพี่รอง หากข้าไม่หลงไปกับอำนาจและทรัพย์สมบัติ ข้าคิดว่าข้าจะเป็น้องที่ดีสำหรับพี่ได้แน่ๆ เพราะอย่างนั้น ในภพภูมิหน้า ขอให้ข้าได้เกิดเป็น้องของท่านอีกสักครั้งเถอะ ให้ข้าได้ทำตัวเป็น้องที่แสนดีอย่างที่ควรด้วย ข้า... ข้า.. ข้าขอโทษจริงๆ พี่รอง..."
ลี่ฟานกล่าวออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่พอท้ายประโยคเธอกลับมีสีหน้าที่เศร้าหมองก่อนจะร้องไห้ออกมา จากนั้นก็เหมือนกับว่าตัวของลี่ฟานนั้นมาถึงจุดสิ้นสุดก่อนฟงแล้ว ตัวลี่ฟานค่อยเคลื่อนไปข้างหน้า โดยฟงไม่สามารถเคลื่อนตัวตามไปได้
ร่างของลี่ฟานค่อยๆ ถูกดันให้เดินก้าวลงสระน้ำตื้นๆ ที่ละช้าๆ โดยมีฟงที่ไม่สบอารมณ์ยืนมองอยู่ริมสระคอยสังเกตสิ่งที่เปลี่ยนไป
หนึ่งก้าวเท้าของลี่ฟานที่กระทบบนพื้นน้ำที่ท่วมแค่ข้อเท้านั้น ทำให้เกิดภาพของสิ่งที่ลี่ฟานคิด หรือภพเจอในอดีตหลุดออกมาที่ผืนน้ำเป็เวลาสั้นๆ ฟงจับจ้องไปสุดปลายทางอีกฝั่งก็พบว่า ผู้ที่ข้ามไปถึงฝั่งนั้นจะไม่หลงเหลือความทรงจำใดๆ อีกแล้วเหมือนกับลี่ฟานในเวลานี้
"พี่รอง ทำไมท่านถึงพูดน้อยจังละ?"
"ฮะฮะฮะ พี่รองพูดน้อยเพราะกลัวการพูดคุยหรอกหรือ"
"ตลอดมาข้าก็นึกว่าพี่รองเป็พวกหยิ่งยโสเหมือนที่ท่านแม่ว่า"
"แต่ไม่ใช่เลย เขาเป็ที่ใจดี อบอุ่น ค่อยดูแลข้า แม้จะพูดน้อยก็ตาม"
"แต่เพื่อความสบายใจของท่านแม่ ข้าจำเป็ต้องทำ"
"ข้าทำมันไปแล้ว ข้าทรยศตัวเขาไปแล้ว ท่านแม่ก็กล่าวชมตัวข้าแล้วนิ"
"ทำไมกัน? ทั้งๆ ที่ท่านแม่ก็สบายใจ มีความสุขแล้ว แต่ข้ากลับไม่มีความสุขละ?"
"พี่รอง... ข้าขอโทษ ข้าไม่คิดว่าท่านจะต้องลำบากถึงเพียงนี้"
"อะไรกัน? ท่านแม่ของเราทำกับพี่รองขนาดนี้หรือ"
"พี่รอง ข้าขอโทษ ได้โปรดยกโทษให้ข้าด้วย ข้าขอโทษ"
"ในภพภูมิหน้า ขอให้ข้าได้เกิดเป็น้องของท่านอีกสักครั้งเถอะ..."
"ข้าขอโทษจริงๆ พี่รอง..."
สิ้นเสียงและภาพความทรงจำของลี่ฟาน ร่างของเธอก็ขยับเดินไปราวกับตุ๊กตาไร้ชีวิตในบริเวณอีกฝั่งของสระน้ำแห่งนี้
"ทำไมกันละ? ทำไมถึงไม่โกรธแค้นข้า? ทำไมต้องรู้สึกเศร้าเพื่อข้า? ทำไมต้องกล่าวขอโทษข้า? ทำไมกันละ? ทำไม? แล้วอย่างนี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าทำ มันจะมีประโยชน์อันใดเล่า? ทำไม์ถึงส่งข้ามาเจออะไรอย่างนี้ หากไม่ส่งข้ามาเจอโชคชะตาอย่างนี้ ข้าก็คงไม่ต้องมาทำอะไรอย่างนี้เลย เพราะ์ใช่มั้ย?..." ฟงพูดกับตนเองอย่างไม่เข้าใจก่อนจะรู้สึกหมดสิ้นเรี่ยวแรงจนอยากจะล้มลง
"ได้... ในเมื่อ์ชอบลิขิตชีวิตบัดซบให้ข้า... ข้าจะขอฝืนลิขิต์จะไม่ยอมถูกลบเลื่อนความทรงจำอะไรเด็ดเลย... หลังจากนี้เราจะได้เห็นดีกันแน่..."
ฟงกล่าวออกมาด้วยความเจ็บแค้น จากนั้นเขาก็ทำการเร่งพลังปราณอสูรทันที โดยปกติดวงิญญามนุษย์จะไม่สามารถใช้ลมปราณในยามนี้ได้ แต่กับฟงที่ไม่ได้ฝึกลมปราณในแบบมนุษย์นั้น ได้แหกกด์ไปแล้ว คือการฝึกกลืนกินพลังเยี่ยงสัตว์อสูร
เมื่อฟงสามารถเคลื่อนโคจรปราณอสูรได้ เขาก็นำพลังที่ได้สร้างเป็เกาะคุ้มกันกาย ก่อนจะพุ่งทะยานข้ามสระน้ำแห่งความทรงจำนี่ไปทันที โดยเขามีจุดหมายคือฝั่งตรงข้าม ตรงบริเวณที่มีร่างของลี่ฟานเดินอย่างเชื่องช้าอยู่
"ลี่ฟานนนนนน!!~" ฟงร้องะโขึ้นก่อนจะพุ่งเข้าไปกอดร่างของเธอเอาไว้
"ข้าสัญญาว่าจะเป็พี่ชายที่ดีให้กับเ้าแน่นอนลี่ฟาน ข้าสัญญา... และข้าจะแก้แค้น์ที่ลิขิตให้ชีวิตของข้าและเ้าต้องเป็อย่างนี้ ข้าสัญญาเลย..." ฟงกอดร่างของลี่ฟานไว้แน่น แต่ในขณะเดียวกันร่างของลี่ฟานเองก็ค่อยๆ เลือนหายไปอย่างช้าๆ
"พี่รอง..."
เสียงของลี่ฟานดังขึ้นทำให้ฟงต้องคล้ายอ้อมกอดออกเพื่อมองหน้าเธอ ใบหน้าของลี่ฟานนั้นยิ้มแย้มขึ้นต่างจากก่อนหน้านี้ที่นิ่งเฉยราวตุ๊กตา
"พี่รอง... พี่รอง.. ข้า.." ลี่ฟานยังไม่ทันได้พูดจบตัวของเธอก็พลันสลายกลายเป็แสงจางๆ หายไปทันที
"ลี่ฟาน... ข้า... อา ถึงรอบของข้าต้องถูกส่งไปเกิดแล้วสินะ..." ฟงกำลังจะพูดบางอย่างแต่ก็ต้องหยุดลง เพราะเขารู้สึกได้ว่ามือและเท้าของเขาค่อยๆ เลือนรางหายไปแล้ว
"ขอให้ข้าได้เกิดในภพภูมิเดียวกับเ้าด้วยเถอะลี่ฟาน..."
ฟงกล่าวพร้อมกับหลับตาลงอย่างช้าๆ เขาพยายามนึกถึงเื่ราวต่างๆ ที่ได้ใช้ร่วมลี่ฟาน แม้จะไม่มากมาย แต่ก็นับได้ว่าเป็ความทรงจำแสนพิเศษ ลี่ฟานถือเป็ผู้หญิงคนแรกที่เขารู้จักแล้วสนิทด้วยนอกจากแม่ของเขา และประโยคสุดท้ายที่ลี่ฟานจะกล่าวก่อนหายไป เขาก็รู้ว่าเธอจะพูดว่าอะไรเช่นกัน
"ข้าก็รักเ้าลี่ฟาน..."
_________________________________________________________________
-- จบ --