เด็กหนุ่มไม่สบตากับคนถาม เขาหรุบเปลือกตาลงมองถ้วยน้ำแข็งไสที่อยู่ตรงหน้า เอาช้อนพลาสติกเล็กๆคนไปมาเบาๆขณะในหัวก็ครุ่นคิด...ช่างถามออกมาได้ ทำไมจะไม่มี มีมากมายจนเต็มล้นในหัวใจของเขาละไม่ว่าแต่มันจะมีประโยชน์อะไรที่ต้องพูดออกไป เก็บเอาไว้ให้มันตกผลึกกลายเป็ก้อนหินซุกอยู่ในก้นบึ้งหัวใจของเขานั้นแหละดีแล้ว เพราะถึงยังไง เส้นทางชีวิตของเขากับเธอก็เป็ยิ่งกว่าเส้นขนาน
“ก็ไม่เห็นมีอะไรนี่ครับ”
“พี่แรมใจร้าย”
เด็กสาวต่อว่าเขาเสียงขึ้นจมูก ระหว่างนั้นเองที่มีร่างของสาวสวยในชุดนักศึกษาคนหนึ่งได้เดินเข้ามาใกล้
“อ้าว แรม มาอยู่นี่เอง รินตามหาแทบแย่”
เธอเอ่ยทักเด็กหนุ่มวัยเดียวกันก่อนจะหันสายตาไปทางเด็กสาวที่นั่งอยู่กับเขา
“สวัสดีค่ะ พี่รินรตี”
ทิพยาดายกมือไหว้หญิงสาวผู้นั้น ซึ่งพอรู้จักกันอยู่บ้างในฐานะที่เป็พี่สาวของรพีพรผู้เป็เพื่อนสนิท
“สวัสดีจ๊ะน้องลูกแก้ว นี่มาคนเดียวหรือจ๊ะ”
รินรตีถามก่อนเข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่อยู่ใกล้กับแรมมากที่สุดด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม
“ค่ะ”
ทิพยาดาตอบออกไปขณะกล้ำกลืนความรู้สึกเจ็บแปลบลึกๆในใจเมื่อมองดูภาพของคนทั้งสองที่ช่างดูเหมาะสมกันเหลือเกิน หนุ่มหล่อกับสาวสวยที่เรียนอยู่ที่เดียวกัน
“แล้วมีธุระอะไรหรือเปล่าจ๊ะ”
รินรตีถือวิสาสะถามออกมาราวกับเป็คนคนเดียวกันกับศิวดนย์ก็ไม่ปาน และแม้พิทยาดาจะยังเด็ก แต่เธอก็พอรู้ ว่านั้นคือการแสดงตัวเพื่อให้อีกฝ่ายได้รู้
“ไม่มีค่ะ แค่ผ่านมาแล้วก็กำลังจะกลับ”
เด็กสาวบอกเบาๆมองหน้าของแรมอีกเพียงแวบหนึ่งก่อนจะลุกขึ้นยกมือไหว้รินรตีแล้วก็เดินจากไป
“มีอะไรกันเหรอ”
รินรตีหันมาถามคนที่นั่งอยู่ข้างๆอย่างไม่ค่อยเข้าใจในท่าทางของเด็กสาวรุ่นน้องนัก
“เปล่า”
แรมตอบสั้นๆสายตามองตามร่างของเด็กสาวไปเหมือนคนหัวใจหลุดลอยไม่อยู่กับตัว...
ไม่มีใครรู้ว่าอีกฟากหนึ่งของถนนซึ่งไม่มีใครสนใจหันไปมองรถของท่านนายพลธัชชัยได้จอดอยู่ตรงนั้น หลังไปรับบุตรสาวที่โรงเรียนแล้วไม่พบ เขามั่นใจว่าบุตรสาวต้องแอบมาพบกับแรม จึงได้ตามมา อย่างเงียบๆแล้วก็ได้พบกับภาพที่คิดไว้ บุตรสาวของเขายังตัดใจจากเ้าเด็กนั้นไม่ได้จริงๆและก่อนที่บุตรสาวของเขาจะยิ่งถลำตัวลึกลงไปมากยิ่งกว่านี้ เขาคงจะต้องขุดรากถอนโคนเ้าเสี้ยนหนามนั้นให้สิ้นซากเสียแล้ว
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
กว่าเที่ยงคืน...แรมลงรถเมล์ที่ปากทางซอยเปลี่ยวก่อนจะเดินต่อเพื่อไปยังห้องเช่าราคาถูกที่ตนได้เช่าไว้ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในซอยราวห้าร้อยเมตร
หลังจากที่ถูกไล่ออกมาจากบ้านของท่านนายพลธัชชัยแล้วเขาก็ได้พ่อของเพื่อนคนหนึ่งช่วยฝากงานให้เป็พนักงานเสิร์ฟอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง แม้มันจะเป็งานที่เลิกค่อนข้างดึกจนดูจะเป็อุปสรรคต่อการเรียนอยู่ไม่น้อย แต่เขาก็อดทนเพราะกับสถานการณ์อย่างนี้เขาไม่อาจเรียกร้องหาทางเลือกได้มากนัก
และเมื่อเดินไปได้ประมาณครึ่งทาง เขาก็ได้ยินเสียงรถยนต์คันหนึ่งแล่นตามหลังมา ทีแรกเขาไม่ได้สนใจเพราะเห็นว่าเป็เื่ปกติที่บนถนนก็จะต้องมีรถวิ่งไปมาบ้าง แต่เมื่อรถคันนั้นแล่นเลยไปแล้วจอดลงเบื้องหน้าในระยะที่ห่างไปไม่มาก เขาก็จึงได้เห็นว่ารถคันนั้นเป็รถกระบะแบบตอนครึ่ง ด้านหลังมีชายฉกรรจ์นั่งมากันหลายคนพวกนั้นะโลงจากรถแล้วพากันเดินกรูตรงมาที่เขา จากท่าทางที่เห็นเด็กหนุ่มรู้ทันทีว่าพวกนั้นไม่ได้มาดีแน่ เขาตัดสินใจหันหลังวิ่งกลับออกไปทางปากซอยทันทีโดยคนพวกนั้นก็แห่วิ่งตามมาติดๆ
วิ่งไปได้ไม่เท่าไหร่แรมก็รู้ว่าขืนเป็อย่างนี้ต่อไปเขาคงไม่รอดแน่จึงคิดมองหาทางหลบเพื่อเอาตัวรอด แต่ก็ทำได้แค่คิดแล้วก็สะดุ้งสุดตัว เมื่อมีเสียงปืนดังขึ้นมาสองสามนัด
ไอ้พวกบ้านี่มันคิดจะเล่นเขาถึงตายเลยเหรอ แล้วมันมีสาเหตุมาจากเื่อะไรล่ะ เขาจำได้ว่าตัวเองไม่เคยไปมีเื่บาดหมางกับใครมาก่อนเลยนี่นา เขาแข็งใจวิ่งต่อไปแบบเต็มฝีเท้า แต่เสียงปืนนัดล่าสุดที่ดังขึ้นก็ทำให้เขาถึงกับผวาเฮือก รู้สึกเจ็บแปลบที่ชายโครงด้านขวา ก่อนที่ร่างของเขาจะทรุดฮวบลงไปกับพื้น และในเวลาต่อมาทั้งมือและเท้าของไอ้พวกนั้นก็ตามมากระหน่ำใส่เขาอย่างไม่ยั้ง
“พวกแกทำฉันทำไม เราไม่เคยมีเื่อะไรกันมาก่อน”
แรมแข็งใจส่งเสียงถามออกไป
“ไม่จำเป็ต้องมีเื่กันมาก่อนหรอก เพราะพวกกูทำงานตามใบสั่งโว๊ย”
หนึ่งในพวกนั้นบอกออกมา
“นี่หมายความว่ามีคนสั่งให้พวกแกมาทำร้ายฉันงั้นเหรอ”
“เออ จำใส่กะลาหัวของมึงไว้ซะว่าอย่ามายุ่งกับลูกสาวของท่านนายพลธัชชัยอีก”
นั้นคือความกระจ่างที่แรมได้รับรู้ก่อนที่เขาจะถูกรุมทำร้ายจนหมดสติไป
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
สิบปีผ่านไป...
ร่างโปร่งระหงของหญิงสาวในชุดทำงานสวยเก๋และดูดีสมกับตำแหน่งเลขาส่วนตัวของผู้บริหารระดับสูงและเ้าของบริษัทั์ใหญ่ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตอุปกรณ์เครื่องใช้ในสำนักงานเพื่อการจำหน่ายในประเทศและส่งออกได้ลุกจากโต๊ะทำงานของตนแล้วเดินเข้าไปในห้องของผู้เป็เ้านายด้วยความรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเพราะนี่ได้เวลาเลิกงานแล้ว แต่เธอก็ยังถูกเรียกเข้าไปพบ ไม่รู้ว่ามีงานด่วนอะไรเข้ามากะทันหันหรือเปล่า
“นั่งก่อนสิหนูลูกแก้ว”
เสียงเชื้อเชิญจากนายเรวัติผู้เป็เ้าของและผู้บริหารหลักของบริษัทดังขึ้นเมื่อเห็นเธอเดินเข้าไป
“คุณลุงมีธุระอะไรจะใช้หนูงั้นหรือคะ"
...........................
หมายเหตุ . ขอยุติการลงตัวอย่างไว้แต่เพียงเท่านนี้นะคะ ถ้าสนใจอีบุณคที่วางขายอยู่ก็ติดตามรายละเอียดเพื่อดาวน์โหลดได้ตามรายละเอียดที่ให้ไว้ในนหน้าแรกค่ะ
ด้วยรักและขอบคุณจาก...ลภัสรินทร์