แบบฟอร์มสั่งจองเล่ม 1 45 ตอน 279฿ (ตั้งแต่วันนี้ - 30 สิงหาคม 2563)https://forms.gle/BPVPfNdrtyrdj7UZ6 ได้หนังสือ335 หน้า+ที่คั่น+โปสการ์ดค่ะ....36สอบปากคำ หลังจากที่ทั้งสามคนนั่งปักหลักอยู่ในเหลาสุราจนกระทั่งใกล้ล่วงยามห้าย[1] เมื่อเห็นพวกของชายเจ้าของสมญานามไอ้ลูกกระจ๊อกพากันวางเงินไว้บนโต๊ะแล้วเดินออกไปจึงทำบ้าง จากนั้นก็เอาหลิวเหว่ยไปฝากไว้กับคนขับรถม้าของจวนสกุลซือ“เดี๋ยวข้ากับน้องสามจะไปทำธุระสักครู่ เจ้าอยู่นี่ไปก่อนนะ”“ขอร้าบบบบ” หลิวเหว่ยรับคำอย่างว่าง่ายก่อนที่ซือหยวนซากับซือหยินซูจะค่อยๆ สะกดรอยตามไอ้ลูกกระจ๊อกกับสหายของมันไปห่างๆ“งั้นพวกข้ากลับก่อนล่ะ” ชายสองคนในกลุ่มพูดพลางกอดคอกันเดินแยกออกจากวง“มีใครอยากจะไปเที่ยวหอเจิ้งตั้นกับข้าบ้าง? หาบุปผางามๆ มาเคียงข้างราตรี” หนึ่งในคนที่ยังอยู่เอ่ยถาม“ข้าไป”“ข้าด้วย”“ข้าเอาด้วยสิ”“ข้าๆ”แล้วทั้งห้าคนก็เดินแยกไป เหลือเพียงไอ้ลูกกระจ๊อกกับเพื่อนของมันอีกสองคนเดินไปด้วยกันตามทางเปลี่ยวของย่านที่มืดสนิท ร้านรวงข้างทางต่างพากันปิด เพราะปกติเปิดตอนกลางวัน จึงเป็นโอกาสดีของซือหยวนซากับซือหยินซูที่จะได้ลงมือลากตัวไอ้คนที่บังอาจล่วงเกินพวกเขาไปจัดการ“อื้อ!!!” ฝ่ามือที่ว่องไวของซือหยินซูเอื้อมไปปิดปากไอ้ลูกกระจ๊อกที่เดินรั้งท้ายเพื่อนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้แขนอีกข้างโอบร่างของมันแล้วลากเข้ามาในหลืบแคบๆ ชายผู้นั้นพยายามดิ้นเท่าไรก็ดิ้นไม่หลุดพลางกลอกตามองไปยังบุรุษสองคนที่ยืนขนาบข้างมันด้วยความกลัวครั้นจะตะโกนเรียกให้เพื่อนช่วยทั้งคู่ก็เดินไปไกลเสียแล้ว ทั้งไม่มีทีท่าว่าจะหันกลับมามองด้วยซ้ำปึก!!! ก่อนที่ซือหยินซูจะฟาดฝ่ามือเข้าไปที่ท้ายทอยของไอ้ลูกกระจ๊อก ทำให้มันสลบไปทันที“แบบนี้น่ะหรือ นักฆ่าที่คุณชายสามจะจ้าง” พูดจบเจ้าของฝ่ามือก็หัวเราะออกมา หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ช่วยกันหิ้วร่างของไอ้ลูกกระจ๊อกที่ยังไม่รู้จักชื่อจริงขึ้นไปใส่รถม้าที่ขับตามมา เพื่อพากลับไปจัดการที่จวนสกุลซือ...---------------------------------------------------------------ซ่าส์~ ทันทีที่น้ำถังใหญ่สาดลงไปที่ใบหน้าดำคล้ำ ลูกกระจ๊อกที่ถูกมัดอยู่กับต้นไม้ที่ถัดจากเรือนไป๋หลานฮวาประมาณ 1 จั้ง ซึ่งเป็นพื้นที่เงียบสงบและมีความเป็นส่วนตัวที่สุดในจวนก็ลืมตาตื่นขึ้นมาปึก! ฝ่ามือของคุณชายรองที่ประทับใส่กลางอกทำให้มันถึงกับกระอักเลือดออกมาคำโต ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เป็นภาพที่หากผู้อื่นได้มาเห็นคงฉงนใจในพละกำลังของเจ้าของบุรุษร่างเตี้ยและมีใบหน้าหวานราวกับอิสตรี โดยมีซือหยวนซาและหลิวเหว่ยที่เพิ่งโดนไล่ให้ไปนั่งรอหน้าเรือนต้าลี่ฮวา แต่ไม่ยอมไปยืนสะลึมสะลือยืนอยู่ข้างๆ“นี่สำหรับที่เจ้าบังอาจเอาชื่อของน้องข้าไปแอบอ้าง!!!” ซือหยินซูตวาดใส่ไอ้ลูกกระจ๊อกด้วยความโกรธ“พี่รองโปรดหยุดมือก่อน... ข้ามีเรื่องอยากจะถามคนผู้นี้” ร่างเตี้ยพยักหน้าจากนั้นก็หลีกทางให้ซือหยวนซาเข้าไปพูดคุยแทนตน“เจ้าชื่ออะไร!?”“ม... มิ่งมู่... ข... ขอรับ” มิ่งมู่พูดออกไปอย่างหวาดกลัว“แล้วรู้หรือไม่ว่าข้าคือใคร!?” เมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่หลับตาแล้วส่ายหน้าจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก“ข้าให้โอกาสเจ้าดูอีกที... ดูให้เต็มสองตา!”“ข... ข้าก็ยังไม่รู้อยู่ดีขอรับ”พลั่ก! พลันคุณชายรองก็กำหมัดแน่นแล้วต่อยไปที่ต้นไม้ข้างๆ หัวของผู้ที่ถูกมัดอยู่ด้วยความโมโห“น้องข้าก็คือพู่กันฟ้าประทานอย่างไรเล่า!” ทันทีที่รู้ถึงฐานะของอีกฝ่าย ดวงตาของมิ่งมู่ก็เบิกโพลงด้วยความกลัว เช่นนั้นหมายความว่าเจ้าของหมัดที่อยู่ข้างๆ ก็คือ… เสื้อแพรล่องหน!“และข้าก็ไม่เคยจ้างวานมือสังหารให้ไปฆ่าใครเลยแม้แต่น้อย เจ้าไปเอาที่ไหนมาพูด!?”“ข... ข้าได้ยินลูกพี่ข้าพูดขอรับ...”“ลูกพี่เจ้าเป็นผู้ใด!?”“อ... เอ่อ... ข้ารู้เพียงแต่ชื่อพี่ม่อขอรับ... เขาชอบเรียกข้าและพรรคพวกมาชุมนุมกันที่ร้านข้าวต้มในตรอกข้างย่านถิง”“แล้วงานที่ได้รับมอบหมายให้ไปทำคืออะไร? ไหนบอกข้าอีกทีซิ” แววตาเรียวสีนิลมองไปที่อีกฝ่ายอย่างคาดคั้น“ป... ไปซุ่มอยู่กลางป่าคอยสังหารสตรีงามนางหนึ่งที่เดินทางมากับรถม้าขอรับ”“ป่าแห่งไหน!?”“ป… ป่าสนระหว่างเมือง... เอ่อ... ลี้รัวกับ... เป่ยพูขอรับ”ยิ่งได้คำตอบ ซือหยวนซาก็ยิ่งแน่ใจว่าสิ่งที่ตนคิดนั้นถูกต้องแต่หากเป็นเช่นนั้นเซียวหลินหลิงจะกลับไปป่วยตายที่จวนสกุลเซียวได้อย่างไร!?“แล้วที่เจ้าเล่าให้เพื่อนของเจ้าฟังว่าเป็นผู้ใช้มีดแทงเข้ากลางหัวใจของนางด้วยตนเองเล่า!?”“ร... เรื่องนั้น... ข้าแต่งขึ้นขอรับ... คนอื่น... จะได้ยอมรับข้า”“แล้วความจริงเป็นเช่นไร!?”“ต... ตอนนั้นพวกเราต้องไปรับมือกับ... พ... พวกบ่าวที่มากับรถม้า... ข... ขอรับ กว่าจะจัดการพวกนั้นได้ก็เหนื่อยแทบแย่...”“จัดการที่ว่าหมายความเช่นไร!? อย่าบอกนะว่าเจ้าฆ่าพวกเขาตายหมด”“…………” เมื่อเห็นมิ่งมู่นิ่งไม่ยอมตอบ ซือหยวนซาจึงสำคัญว่าเป็นความจริง พลันโทสะก็วิ่งพล่านไปทั่วทั้งกาย แต่จำต้องระงับอารมณ์เอาไว้ ด้วยเกรงว่าจะทำให้เสียเรื่องเหมือนตอนอยู่ที่เหลาสุรา“แล้วสตรีเล่า!?” ร่างสูงกัดฟันถามต่อ“ล... ลูกพี่ม่อ... กำลังจะใช้ดาบฟันนาง ต... แต่ว่านางวิ่งหนีเข้าไปใน ป่าที่มีทางออกแค่ทางเดียว... พอพวกเราไปถึง... ก็เจอแต่หน้าผา... กับสายน้ำเชี่ยว... ไม่เจอตัวนาง...”หน้าผา!? สายน้ำ!?“พูดต่อสิ!”“ล… ลูกพี่จึงส่งคนกลุ่มหนึ่ง... ไปเดินเลาะตามแม่น้ำ ส่วนอีกกลุ่ม... ห... ให้อยู่ค้นหาบริเวณโดยรอบ ต... แต่ก็ไม่เจอขอรับ... จึงคิดว่าถ้านางไม่ตกหน้าผาตาย... ก... ก็คง...”“ย... อย่าบอกนะว่า...” ซือหยินซูที่เพิ่งจับต้นชนปลายถูกโพล่งออกมาได้แค่นั้นก็ค้างไป เมื่อเห็นซือหยวนซาพยักหน้าก็ทอดถอนใจออกมาเหตุใดน้องสะใภ้ของข้าถึงได้อาภัพเช่นนี้“แล้วพวกเจ้าทำอย่างไรกับรถม้าคันนั้น!?”“ศพคนขนไปเผาอำพราง... ของขนไปขาย... รถม้าแยกส่วน...”“ขายที่ใด!?”“ห... หอการค้า... จินเสินขอรับ...”“เหตุใดจึงเอาไปขายที่นั่น!?” ร่างสูงถามพลางเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ“เพราะได้เงินง่ายดีขอรับ ที่นั่นเพียงให้คนตีราคาดูแล้วทำสัญญาจากนั้นก็ได้ตั๋วเงินพร้อมใช้ทันที แต่หากเอาไปเร่ขายกว่าจะขายได้แต่ละอย่าง ซ้ำจะขายออกหรือเปล่าก็ยังมิรู้เลย”โธ่เอ๊ย! ไยทางหอการค้าต้องมาเดือดร้อนเพราะพวกเจ้าด้วยเล่า!อีกอย่างแทนที่จะเอาไปเร่ขาย กลับไปขายที่ๆ มีการสร้างหลักฐานมัดตัวเสียนี่!!“อ้อ... เข้าใจแล้วล่ะ” ซือหยวนซาตัดบทพลางพยายามปะติดปะต่อข้อมูลที่ได้รับมา ซึ่งพบว่าแทบทุกอย่างตรงกันหมดยกเว้นก็แต่เรื่องของเซียวหลินหลิง และหากจะตามสืบสาวเรื่องราวให้กระจ่าง สงสัยพู่กันฟ้าประทานผู้นี้คงต้องปิดรับงานสักอาทิตย์สองอาทิตย์กระมัง!“เจ้าไม่ได้โกหกใช่หรือไม่!?” ซือหยินซูเอ่ยถามพลางหรี่ตามองอีกฝ่าย“ข... ข้าน้อยมิกล้าขอรับ ข... ข้าน้อยสาบาน!!” มิ่งมู่กล่าวด้วยความลนลาน“จริงๆ แล้วความผิดของเจ้ามีโทษถึงตาย แต่หากเจ้าให้ความร่วมมือกับข้าๆ สามารถช่วยลดโทษเจ้าได้ ดีหรือไม่!?” ซือหยินซูกล่าวยิ้มๆเมื่อคุณชายรองยื่นโอกาสให้ มิ่งมู่จึงรีบคว้าเอาไว้ทันที“ด… ได้... เอ่อ… ได้เลยขอรับ... ให้ข้าช่วยทำอะไรขอคุณชายโปรดบอกมา...”“พาข้ากับน้องชายไปหาลูกพี่ของเจ้า”“ได้ขอรับ!”“จุ้นเผิง...” พลันซือหยวนซาก็หันไปเรียกจุ้นเผิงที่ยืนอยู่ห่างออกไปให้มาหา“ขอรับ...”“จัดบ่าวสัก 7 - 8 คนมาช่วยกันเฝ้าไว้อย่าให้หนีไปได้!”“ขอรับ...” บ่าวชายคนสนิทรับคำสั่งแล้วเดินออกไปทันที สวนทางกับร่างเล็กของชิงปี้ที่เดินเข้ามาหาคุณชายสาม จุ้นเผิงเหลือบตามองอีกฝ่ายด้วยความระอาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป“คุณชายสามเจ้าคะ...”“ชิงปี้...”“ฮึก...” เมื่อเห็นคุณชายสามมองมาทางตน ชิงปี้ก็พูดไปพร้อมกับสะอื้นไปด้วย“ข้า... ฮึก... ใคร่อยากจะ... สอบถามเรื่อง... คุณหนู... ฮึก...”“ชิงปี้ ใจเย็นๆ ก่อน มีอะไรก็ค่อยๆ พูด” ซือหยวนซากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เพราะเข้าใจว่าอีกฝ่ายคงเสียใจที่เพิ่งได้รับรู้ข่าวการสูญเสียอดีตเจ้านาย แม้หลินหลิงจะร้ายกาจกับชิงปี้อย่างไร... กระนั้นก็เป็นคนที่เคยผูกพันกันมาก่อน จึงไม่แปลกที่จะมีอาการเช่นนี้แต่มาพูดไปสะอื้นไปเช่นนี้ เขาฟังมิรู้เรื่อง!“ฮึก...”พลันร่างของชิงปี้ก็เซไปทางด้านหลัง ทำให้ซือหยวนซารีบปราดเข้าไปประคองนางไว้ด้วยความตกใจ“ข... ขออภัยคุณชาย... ย... อยู่ๆ ข้าก็เวียนศีรษะ...” ชิงปี้พูดพลางสบตากับดวงตาเรียวสีนิลที่ตอนนี้มีแต่ความเรียบเฉยหาได้คิดเป็นอื่นไม่ ผิดกับนางที่รู้สึกเขินอายยิ่ง“ข้ามิเป็นไรแล้วเจ้าค่ะ” ชิงปี้พูดพลางแสร้งทำเป็นรีบผละออกจากอ้อมแขนของคุณชายสาม ด้วยมิอยากให้ผู้อื่นเข้าใจผิดทว่าในตอนที่นางกำลังจะเล่นละครบทต่อไปที่เตรียมไว้ก็มีเหตุให้ชะงักค้างไป...สักพักแววตาน่าสงสารของนางก็แปรเปลี่ยนเป็นแววตาชั่วร้าย ริมฝีปากยกยิ้มขึ้น ก่อนที่ชิงปี้จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาราวกับคนเสียสติ“ฮ่าๆๆๆๆๆ คุณชายสามท่านช่างโง่งมนักเจ้าค่ะ ท่านทำให้ข้าขำจนแทบเป็นบ้าอยู่แล้ว ฮ่าๆๆๆๆ”“ชิงปี้...” ซือหยวนซาเอ่ยเสียงเบา คิ้วกระบี่ทั้งสองข้างเลิกขึ้นด้วยความแปลกใจ...
[1] ยามห้าย = ช่วงเวลา 21.00 – 23.00 น. โดยประมาณ Writer:บันเทิงค่ะ 55555เบื้องลึกของน้องหลินหลิง ยุทธภพไร้ใจ แต่ตัวข้าไม่ไร้รัก (ตอนนี้ก็กำลังเพิ่มเติมและแก้ไขเนื้อหาสำนวนภาษาอยู่)ร่วมพูดคุยกันได้ที่ Han Yu หานยวี่ น้าปล.สำหรับคนชอบอ่านเรื่องสั้นๆ ปมไม่ซับซ้อนนะคะ[สามพี่น้องตระกูลหาน] แต่งกับเจ้าแล้วไง! ข้าก็ไม่ได้รักเจ้าเสียหน่อย!คู่นี้สปาร์คกันไวมาก 6 ตอนแต่งเลย จริงๆ คือโดนจับแต่ง555555 เฮฮา จิปาถะ puppy love xD