แสงจันทร์เย็นสาดทออยู่เหนือป่ามู่เหยียน
ใต้ร่มไม้กลางคืนเงียบสงัด มีเพียงเสียงสายลมและกลิ่นคาวเืที่ยังไม่จางหาย...
— ท่ามกลางความมืดมิดนั้น —
ภาพของดาบสีเืที่ตัดผ่านฟ้า เปลวเพลิงที่ลุกไหม้ทั่วผืนดินและร่างของเขาที่ยืนอยู่เหนือซากศพนับร้อย
เสียงะโ เสียงร้องโหยหวน ความทรงจำไหลเข้ามาราวกระแสน้ำ…
“จักรพรรดิมู๋ฉิน — เ้ายังคิดปกป้องพวกมันอีกหรือ?”
“ข้าจะไม่มีวันทิ้งพวกเขา… ข้าต้องปกป้องทุกคนให้ได้!”
ร่างของเขาในความฝันะโคำตอบนั้นพร้อมกระบี่ที่ส่องแสงลุกโชนในมือ
แต่แล้ว... ใบหน้าของผู้หญิงคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้น
หญิงสาวในชุดสีฟ้าอ่อนผู้มีรอยยิ้มอ่อนโยน — ใบหน้าที่เขาไม่เคยเห็น...แต่กลับรู้สึกว่าเคยรู้จักอย่างลึกซึ้ง
“เ้า…”
เปรี้ยง!
แสงหนึ่งสว่างวาบ…
...
เซียฉินสะดุ้งตื่นขึ้นมา
ลมหายใจหนักและสับสน ข้างกายคือแสงแดดยามเช้าอ่อนที่ลอดผ่านหน้าต่าง
บรรยากาศอบอุ่น และเสียงนกร้องเบา ๆ
มือของเขารู้สึกอุ่น
พอหันมองข้างกาย — ก็เห็นไป๋หลินนั่งฟุบหลับโดยที่มือยังจับมือเขาไว้อย่างแ่า
ริมฝีปากของเซียฉินขยับเบา ๆ
“ไป๋หลิน…”
“ตื่นแล้วเหรอ!”
เสียงของคุณตาเอ่ยขึ้นจากข้างเตียง
ถัดไปนั้น... หญิงสูงวัยชุดขาวผู้มีพลังล้นลึกยืนเงียบอยู่ —ใบหน้านิ่งขรึมและดวงตาเฉียบคม ราวผู้มองทะลุิญญา
“ผู้าุโท่านนี้… เป็ผู้ช่วยพวกเราจากสัตว์อสูรในป่าลึก”
ไป๋หลินรีบกล่าว น้ำเสียงแฝงความนับถือ
เซียฉินพยายามขยับตัวขึ้นนั่ง
รู้สึกเจ็บแปลบบริเวณหน้าอก แต่ก็ยังประสานมือคำนับอย่างเคารพ
“ขอบคุณท่านมากที่ช่วยชีวิตข้าและไป๋หลินไว้”
หญิงสูงวัยพยักหน้าเบา ๆ
“ร่างกายของเ้ายังไม่สมบูรณ์ อย่าฝืนเคลื่อนไหวเกินไป...”
เธอเหลือบมองไป๋หลินและคุณตา
“ข้าขอลา”
แล้วร่างของนางก็แปรเปลี่ยนเป็หมอกเบาบาง
หายไปต่อหน้าต่อตา — ไม่ทิ้งแม้แต่ร่องรอย
เซียฉินเบิกตากว้าง
“นี่มัน...วิชาอะไรกัน?”
“เธอเป็ใครกันแน่…”
...
่ค่ำในวันเดียวกัน
เมืองกลับสู่ความสงบอีกครั้ง
รายงานจากนักล่าของเมืองระบุว่าสัตว์อสูรระดับสูงที่บุกเข้ามาใกล้เมือง เป็เพียงฝูงที่หนีตายจากสัตว์อสูรระดับ 4ตัวหนึ่ง ซึ่งตอนนี้... ถูกกำจัดไปแล้ว
แม้จะไม่มีใครรู้ว่าผู้ใดเป็คนจัดการ
แต่หลายคนในหมู่บ้านต่างพูดกันว่า อาจมี “ผู้บำเพ็ญตนขั้นสูง”มาแอบช่วยเหลืออย่างลับ ๆ
...
คืนนั้น เซียฉินหลับไปอีกครั้ง —
แต่ความฝันกลับชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
เขายืนอยู่กลางเปลวเพลิง
ร่างของชายหนุ่มผู้ใช้กระบี่ในมือเดียวโคจรพลังไฟและพลังมืดพร้อมกัน
ศัตรูนับร้อยล้มลงด้วยกระบวนท่าเดียว...
แต่ภาพหนึ่งที่ทำให้หัวใจเขาหยุดเต้น —
คือกระบี่สีดำเล่มหนึ่ง
และหยกสีฟ้า ที่เปล่งแสงในอุ้งมือ
“นี่มัน… กระบี่ของข้า…?”
“และ… หยกแห่งชีวิต…”
เขาพึมพำอยู่ในฝัน — แต่ในใจของเซียฉินเริ่มส่งสัยว่าสิ่งที่เห็นนั้นไม่ใช่แค่ฝันธรรมดา
...
รุ่งเช้า
เซียฉินลืมตาขึ้นมาพร้อมประกายตาที่ไม่เหมือนเมื่อวาน
เขาหันมองแดดยามเช้า — ความมุ่งมั่นฉายชัด
“สมุนไพริญญา... ข้าจะต้องไปเอามันมาให้ได้”
“หากมันช่วยข้ารักษารากปราณได้...ข้าจะไม่มีวันปล่อยโอกาสนี้หลุดมือ”
ไป๋หลินมองเขาจากข้างประตู
ราวกับััได้ถึงบางอย่างในตัวของเด็กหนุ่มที่เปลี่ยนไป
เด็กที่เคยยิ้มง่าย ใจดี และไม่ฝึกยุทธ —
กำลังเริ่มก้าวเข้าสู่หนทางของผู้ฝึกยุทธ… อย่างเงียบงัน