บทที่ 1 ชีวิตที่ถูกทำร้ายจนพังทลาย
จิ่งเยี่ยนกุยที่เพิ่งถูกโรงพยาบาลไล่ออกมาอย่างไม่ไยดี หิ้วถุงผ้าใบเก่าคร่ำคร่ากลับมายังอพาร์ตเมนต์ของตนอย่างอ่อนแรง เธอล้วงกุญแจออกมาไข แต่กลับพบว่ามันเสียบเข้ารูไม่ได้ ความฉงนแล่นเข้ามาในหัว เธอก็ไม่ได้หยิบกุญแจผิดนี่นา!
ถ้าอย่างนั้นก็มีความเป็ไปได้เพียงอย่างเดียวคือ แม่กุญแจถูกเปลี่ยน
เธอได้ยินเสียงคนคุยโทรศัพท์เล็ดลอดออกมาจากห้อง จึงเคาะประตูเบาๆ ผ่านไปนานพอสมควร หญิงวัยกลางคนแต่งตัวดูดีคนหนึ่งก็เปิดประตูออกมา พอเห็นหน้าเธอก็แสดงสีหน้ารังเกียจแล้วพูดออกมาอย่างไม่พอใจ “แกไม่ได้อยู่โรงพยาบาลเหรอ? วิ่งโร่กลับบ้านมาทำอะไร?”
หญิงวัยกลางคนผู้นั้นคือหลิวชุนฮวา มารดาแท้ๆ ผู้ให้กำเนิดจิ่งเยี่ยนกุย
“หนูกลับมาเอาเงินไปจ่ายค่ารักษาพยาบาล” เสียงแหบพร่าและแลดูไร้เรี่ยวแรงของจิ่งเยี่ยนกุยส่อเค้าถึงอาการเจ็บป่วยขั้นสาหัส ตอนที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เธอจ่ายเงินไปจำนวนหนึ่ง แต่เมื่อตื่นขึ้นมากลับพบว่าของทุกอย่างที่มีอยู่กับตัว รวมถึงบัตรเอทีเอ็มหายไป พยาบาลบอกกับเธอว่าหลิวชุนฮวาเป็คนเอาไป
เมื่อหลิวชุนฮวาได้ยินคำพูดนั้น สีหน้าของเธอพลันบึ้งตึง“จ่ายค่ารักษาพยาบาล? แกเองก็เป็หมอนี่ รักษาตัวเองเสียก็สิ้นเื่ จะเอาเงินไปโรงพยาบาลให้สิ้นเปลืองทำไม!”
จิ่งเยี่ยนกุยไม่สนใจคำพูดของหลิวชุนฮวา เธอเดินไปข้างหน้าตู้เก็บของที่ใช้วางบัตรเครดิตเอาไว้ ทันทีที่ดึงออกมาก็พบว่า บัตรเอทีเอ็มที่อยู่ข้างในหายไปอย่างไร้ร่องรอย สีหน้าของเธอแปรเปลี่ยนทันที ก่อนจะถามว่า “ใครเอาบัตรเอทีเอ็มของหนูไป?”
หลิวชุนฮวาหลบสายตาเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นสภาพอิดโรยจากอาการป่วยหนักจนตัวโยนของจิ่งเยี่ยนกุย ก็ทำให้มีความกล้าขึ้นมา “บัตรใบนั้นฉันเอาไปให้ชิวหงแล้ว ยังไงแกก็ป่วยจนเจียนตายอยู่แล้ว อย่าสิ้นเปลืองเงินอีกเลย”
จิ่งเยี่ยนกุยรู้สึกโกรธจนเดือดดาล เธอมองหลิวชุนฮวาและเอ่ยพูดว่า “หนูนอนโรงพยาบาลตั้งนานขนาดนี้ นอกจากครั้งนั้นที่แม่มาเอาของในกระเป๋าหนูไป ก็ไม่เคยมาเยี่ยมหนูอีกเลย หนูรู้ว่าแม่ลำเอียงรักและเข้าข้างชิวหงมาตลอด แต่นี่เป็เงินที่ใช้ในยามฉุกเฉินของหนูนะ!”
“เงินใช้ในยามฉุกเฉินอะไรกัน? ฉันถามหมอมาแล้ว แกเป็มะเร็งเต้านม ต่อให้ใช้เงินเท่าไหร่ก็รักษาไม่หายหรอก” หลิวชุนฮวากล่าวด้วยสีหน้าเ็า “ชิวหงกำลังจะแต่งงานกับหลิวซือหย่วน ต้องรีบเอาเงินมาใช้ซื้อบ้าน ฉันเลยถอนเงินทั้งหมดในบัตรออกมาให้น้องแกไปแล้ว
เมื่อจิ่งเยี่ยนกุยได้ยินแบบนั้น ก็รู้สึกราวกับถูกคนสาดน้ำเย็นจนรู้สึกชาไปถึงขั้วหัวใจ ั้แ่เล็กจนโต หลิวชุนฮวาก็ลำเอียงจนถึงขีดสุด ไม่ว่าจะเป็สิ่งของที่ดีที่สุด โอกาสที่ดีที่สุด ล้วนตกเป็ของน้องๆ ของเธอเสมอ
เมื่อก่อนคนในบ้านมักพร่ำสอนว่าเธอเป็พี่สาว ต้องคอยดูแลน้องชายและน้องสาว ต้องรักใคร่สามัคคี เธอถึงได้อดทนอดกลั้นมาตลอด แต่ตอนนี้ แม่แท้ๆ ของเธอกลับพูดคำแบบนั้นออกมา ซึ่งไม่ต่างกับคมมีดที่กรีดแทงลึกลงในใจ
เพียงแต่ตอนนี้เธอป่วยหนักมาก ไม่มีเรี่ยวแรงจะโต้เถียงกับหลิวชุนฮวา จึงหมุนตัวไปเปิดตู้เซฟ แล้วหยิบโฉนดที่ดินข้างในออกมา
เมื่อหลิวชุนฮวาเห็นเธอเอาโฉนดที่ดินออกมา ความโกรธก็ปะทุขึ้นมาทันใด “แกจะเอาโฉนดไปทำอะไร?”
“เอาบ้านไปขาย แล้วเอาเงินมารักษาตัว” จิ่งเยี่ยนกุยเอ่ยออกมาด้วยเสียงเยียบเย็น
หลิวชุนฮวาผรุสวาทอย่างรุนแรง “แกมันใจั์ใจมาร ถึงกับคิดจะขายบ้าน! ถ้าแกขายบ้านแล้วฉันจะอยู่ที่ไหน?”
จิ่งเยี่ยนกุยไม่ยี่หระ เธอถือโฉนดเตรียมจะเดินออกไป แต่หลิวชุนฮวากลับคว้าแขนเธอไว้แน่น “ถ้าแกจะไปก็ได้ แต่ต้องทิ้งโฉนดไว้!”
จิ่งเยี่ยนกุยอดไม่ได้ที่จะตอบกลับไปว่า “บ้านหลังนี้หนูซื้อด้วยเงินตัวเอง หนูมีสิทธิ์จะทำอะไรก็ได้! ถ้าลูกสาวคนอื่นป่วย ทุกคนในครอบครัวจะพร้อมใจกันหาเงินมารักษา แต่แม่กลับเอาเงินของหนูไปให้ชิวหงหมด แถมตอนนี้ยังมาขวางไม่ให้หนูขายบ้านอีก ตกลงแม่เป็แม่ของหนูจริงหรือเปล่า?”
คำถามนี้เธออยากถามมานานแล้ว ทำไมแม่ของคนอื่นถึงอ่อนโยนและรักลูก แต่พอเป็เธอ หลิวชุนฮวากลับพยายามขูดเืขูดเนื้อของเธอจนไม่เหลือหลอ
เมื่อหลายปีก่อนเธอเอาเงินเดือนทั้งหมดให้หลิวชุนฮวา แต่เมื่อเริ่มััถึงความไม่ชอบมาพากล จึงไม่ยอมให้เงินอีกต่อไป หลังจากนั้นเป็ต้นมาหลิวชุนฮวาก็ไม่เคยแสดงสีหน้าดีๆ ให้เธอเห็นอีกเลย และหลังจากที่เธอซื้ออะพาร์ตเมนต์นี้ หลิวชุนฮวาก็อาศัยข้ออ้างเื่การดูแลเธอเพื่อเข้ามาอาศัยอยู่ที่นี่อย่างหน้าไม่อาย
และตอนนี้ ยังกล้าทำกับเธอได้ถึงขนาดนี้!
หลิวชุนฮวาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองจิ่งเยี่ยนกุยด้วยแววตาเหยียดหยัน “ในเมื่อมันมาถึงขั้นนี้แล้ว ฉันก็จะไม่ปิดบังแกอีกต่อไป ใช่! ฉันไม่ใช่แม่แท้ๆ ของแก ฉันกับพ่อของแกแต่งงานกันมาห้าปีก็ยังไม่มีลูก จึงไปรับแกมาเลี้ยงดู”
“ตอนแรกก็ตั้งใจจะเลี้ยงดูแกเหมือนลูกแท้ๆ แต่หลังจากรับแกกลับมา ฉันก็มีลูกอีกสามคน เดิมทีแกมันก็แค่เด็กที่ไม่มีใคร้า ถึงพามาที่บ้านของเรา แล้วเลี้ยงดูแกจนโต แกก็ต้องตอบแทนพวกเราบ้างซี!”
ใบหน้าของจิ่งเยี่ยนกุยพลันซีดเผือด ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยสงสัยเื่นี้เลย เพียงแต่ญาติผู้ใหญ่ทุกคนต่างยืนกรานว่าเธอเป็ลูกแท้ๆ ของหลิวชุนฮวา เธอจึงไม่พูดถึงเื่นี้อีก แต่ไม่คิดเลยว่า เธอจะเป็เด็กที่ถูกรับมาเลี้ยง!
หลิวชุนฮวาทอดมองเธอพร้อมกับเอ่ยว่า “ถ้าปีนั้นเราไม่รับแกมาเลี้ยง แกคงอดตายไปนานแล้ว เราทำให้แกมีชีวิตอยู่มาได้ตั้งสามสิบกว่าปี แกก็ต้องรู้จักบุญคุณ! ทิ้งโฉนดไว้ซะ แล้วแกจะไปตายที่ไหนก็ไป พวกเราจะได้ไม่ต้องมาเสียเงินจัดงานศพให้ นั่นก็นับเป็ค่าใช้จ่ายก้อนหนึ่ง เงินดาวน์บ้านใหม่ของชิวหงยิ่งไม่พออยู่!”
จิ่งเยี่ยนกุยโมโหจนตัวสั่นเทา เธอหมุนตัวหันหลังกลับไปพร้อมโฉนดที่ดิน หลังจากที่หลิวชุนฮวาพูดออกมาทั้งหมด หล่อนก็ไม่มีอะไรต้องเกรงกลัวอีก จึงพุ่งเข้ามาแย่งโฉนดในมือของจิ่งเยี่ยนกุยอย่างรวดเร็ว
จิ่งเยี่ยนกุยผู้น่าสงสารที่ป่วยเป็โรคร้ายจะเอาแรงที่ไหนไปสู้หลิวชุนฮวา เธอไม่ทันระวัง ถูกหลิวชุนฮวาผลักจนเซไปกระแทกกับมุมตู้ ความเ็ปแล่นริ้วจนสติเริ่มเลือนราง ร่างกายทรุดลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง
หลังจากที่หลิวชุนฮวาแย่งโฉนดที่ดินไว้ได้ หันมาเห็นจิ่งเยี่ยนกุยนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ก็ขมวดคิ้วไม่พอใจ “อย่ามาตายที่นี่นะ! ถ้าแกตายที่นี่ บ้านหลังนี้จะขายไม่ออก!”
หล่อนพูดจบก็ลากร่างไร้สติของจิ่งเยี่ยนกุยออกไป เปิดประตูลิฟต์แล้วโยนเข้าไป จัดการกดลิฟต์ลงไปที่ชั้นใต้ดิน จากนั้นก็โยนจิ่งเยี่ยนกุยทิ้งไว้ที่ลานจอดรถใต้ดินชั้นหนึ่ง แล้วเดินจากไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามอง
จิ่งเยี่ยนกุยนั่งอยู่ตรงนั้นด้วยความมึนงง เมื่อหวนนึกถึงชีวิตที่ผ่านมาของเธอ ก็รู้สึกว่ามันเป็เพียงโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่
เธอถูกหลิวชุนฮวาบังคับให้ทำงานในไร่ทุกอย่างั้แ่เล็ก พร่ำสอนให้เธอดูแลน้องๆ กตัญญููต่อพ่อแม่ เธอเคยมีผลการเรียนที่ดีเยี่ยม ในตอนที่อายุได้สิบเจ็ดปี ขณะที่ออกไปจับไก่ป่า ไม่รู้ว่าถูกใครผลักตกจากหน้าผา โชคดีที่ได้ชายเสเพลในหมู่บ้านช่วยไว้
ในยุค 80 ผู้คนยังยึดติดกับขนบธรรมเนียม หลิวชุนฮวาได้รับสินสอดจากชายเสเพลจำนวนหนึ่งพันหยวน จึงตั้งใจให้เธอแต่งงานกับเขา โชคดีที่คุณย่าทนไม่ไหว ตำหนิต่อว่าหลิวชุนฮวาไปยกใหญ่ก่อนจะยกเลิกงานแต่ง หลังจากนั้นมาเธอก็ถูกผู้คนนินทาทุกวัน กระทั่งใน่ปิดเทอม หลิวชุนฮวาก็ส่งเธอไปทำงานในโรงงานทางใต้
เธอที่อายุเพียงสิบเจ็ดปี พยายามดิ้นรนเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิต นอกจากทำงานในโรงงานทุกวันแล้ว เธอยังขวนขวายหาเวลาเพิ่มความรู้ ภายหลังสอบผ่านอนุปริญญาและสำเร็จปริญญาตรีในคณะแพทย์ แล้วได้เป็ศิษย์ของแพทย์แผนจีนชื่อดังท่านหนึ่ง ชีวิตเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ และมีคนรักที่นับว่าใช้ได้คนหนึ่ง แต่แล้วก็ถูกจิ่งชิวหงผู้เป็น้องสาวของเธอแย่งไป
ชีวิตของเธอถูกแทรกแซงมากเหลือเกิน หลิวชุนฮวาและลูกๆ อีกสามคนเกาะกินเธอราวกับปลิงที่ไม่มีวันปล่อย ความทุกข์และความเครียดสะสมทำให้เธอป่วยเป็มะเร็งเต้านม และตอนนี้เธอก็ถูกหลิวชุนฮวาทิ้งไว้ให้รอความตายอย่างโดดเดี่ยวอยู่ที่นี่
ความแค้นกัดกินหัวใจ ถ้าหากรู้มาั้แ่แรกว่าตัวเองไม่ใช่สายเืแท้ๆ ของหลิวชุนฮวา เธอไม่มีทางยอมให้พวกเขาทำแบบนี้ และจะหาทางหลุดพ้นจากพันธนาการนี้ให้ได้!
ถ้าหากได้มีโอกาสเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เธอจะไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองต้องป่วยเป็มะเร็งเต้านมเพราะจมจ่ออยู่กับความทุกข์อีก เธอจะตามหาผู้ชายดีๆ สักคนมาเป็คู่ชีวิต และจะทำให้หลิวชุนฮวาและลูกๆ ทั้งสาม ต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกเขาทำกับเธออย่างสาสม!