บทนำ
ฉีตงเย่ ผู้ถูกลิขิตเอาไว้แล้วว่าไม่สามารถเป็ผู้ถูกฝึกลมปราณได้ั้แ่กำเนิด ตระกูลฉีที่มีทั้งอำนาจและความร่ำรวยย่อมไม่้าบุตรเช่นฉีตงเย่นำความเสื่อมเสียมาให้ตระกูล เขาถูกครอบครัวขับไล่ให้ไปอยู่ท้ายจวนั้แ่เกิด โชคดีที่ได้คนสนิทของผู้เป็ย่าดูแลจนอายุ 8 หนาว ก่อนที่หญิงชราจะมาจากไป
ฉีตงเย่ใช้ชีวิตอยู่หลังจวนตระกูลฉีเพียงลำพังนับจากนั้น โชคดีที่หญิงชราเป็คนสนิทท่านย่า นางมีทรัพย์สินและเงินทองทิ้งเอาไว้ให้ ทำให้เด็กน้อยวัยแปดหนาวมีชีวิตอยู่อย่างไม่ลำบากมากนัก
ทุกคนในตระกูลฉีก็หลงลืมไปแล้วว่าเขาคือคุณชายเล็กแห่งจวนตระกูลฉี จนกระทั่งวันหนึ่งตระกูลฉีถูกกล่าวหาว่าสมคบคิดกับฏบ ตระกูลฉีถูกกวาดล้าง ฉีตงเย่ในวัยสิบหนาวรอดตายออกมาได้ จนพบเข้ากับผู้ฝึกลมปราณขั้นสูงในป่า
ชีวิตนับจากนั้นฉีตงเย่ก็อาศัยอยู่ในหุบเขาเร้นเมฆา ฝึกพลังปราณกับท่านอาจารย์นับั้แ่นั้นมา เขาไม่เคยก้าวออกจากหุบเขาเร้นเมฆาเลยแม้แต่ก้าวเดียว
เขาฝึกฝนลมปราณในหุบเขาเร้นเมฆามา 15 ปีเต็มๆ จากเด็กหนุ่มวัย 10 หนาว เติบใหญ่เป็ชายหนุ่มที่สง่างามวัย 25 หนาว
จนกระทั่งอาจารย์ส่งมาอยู่ในร่างของอดีตเ้าพ่อที่เคยร่ำรวยจากการเปิดบ่อนการพนัน นามว่า ฉีมู่หรง ในปี 1968 เกิดความวุ่นวายจากการปฏิวัติ จากเ้าพ่อบ่อนการพนันที่มีอำนาจและเงินทอง ถูกใส่ร้ายจากศัตรูว่าเป็พวกฝักใฝ่ทุนนิยม ทำให้ถูกจับมาขังคุก ถูกทรมาณและทุบตี เป็เวลาครึ่งปี กว่าจะหลุดพ้นและหนีออกมาได้ จากความช่วยเหลือของอดีตลูกน้องผู้ภักดิ์ดี ที่ยินดีเอาชีวิตมาตายแทนคนเป็นาย
นับแต่นั้นฉีมู่หรงก็หนีตายจากเมืองหลวงมาที่บ้านเก่าของคุณยาย แต่เพราะถูกทุบตีและทรมานในคุกนานถึงหกเดือน ทำให้ร่างกายเจ็บป่วยไร้ทางรักษา สุดท้ายมาจบชีวิตเพราะทนอากาศหนาวเย็นไม่ไหวและขาดแคลนอาหาร สุดท้ายก็จากไปอย่างโดดเดี่ยว ในฤดูหนาวปี 1970
มาดูกันว่าคนที่พร์ย่ำแย่ั้แ่กำเกิดจะก้าวขึ้นไปเป็ผู้ฝึกลมปราณขั้นสูงสุดได้ยังไง
การฝึกลมปราณแบ่งออกเป็สามประเภท คือ ต่อสู้ โอสถ เวทย์อักขระ
มีทั้งหมดเก้าขั้น แบ่งออกเป็
ขั้นก่อกำเนิด
ขั้นหลอมรวม
ขั้นหยั่งรู้
ขั้นปรมาจารย์ มีระดับ 1-3
ขั้นราชัน มีระดับ 1-3
ขั้นจักรพรรดิ มีระดับ 1-3
ขั้นเซียน
ขั้นเทพเซียน
ขั้นเทพา
โอสถมี 9 ระดับ ตามขั้นของผู้ฝึกลมปราณ ผู้ฝึกลมปราณในขั้นปรมาจารย์จะสามารถหลอมโอสถในระดับ 1 ถึง 4 ได้ ตามลำดับขั้นของผู้ฝึกปราณ แต่ไม่สามารถหลอมโอสถขั้นที่สูงกว่าได้
ความบริสุทธิ์ของโอสถ มีั้แ่ระดับ 1-10 ส่วน ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้หลอมโอสถ
ผู้ฝึกลมปราณขั้นราชันระดับสองขึ้นไปจะสามารถหลอมโอสถออกมาในรูปแบบของของเหลวที่มีสีในราวกับน้ำทิพย์ได้ แต่การหลอมโอสถออกมาเป็รูปแบบของเหลวสิ้นเปลืองพลังปราณมาก ไม่ค่อยนิยมมากนักในหมู่ผู้ฝึกปราณสายโอสถ