“มู่อี้หาน ตอนนี้เ้าแต่งฉวีเยว่ซินไปเป็อนุของเ้าแล้ว เหตุใดวันนี้ถึงได้มาพูดกับข้าเช่นนี้อีก” นางถามด้วยความไม่เข้าใจ ตอนนี้ต่อให้มองจากด้านนอกก็รู้ได้ว่าตอนนี้นางกำลังหวั่นไหว
แล้วมีหรือมู่อี้หานจะไม่รู้ “เหยาฮวา ข้าเองก็พึ่งได้รับรู้ความรู้สึกของตนเองเช่นกัน” เมื่อพูดจบเขาก็ยื่นมือออกไปจับมือนางอย่างแ่เบา เมื่อเห็นว่านางไม่ได้ขยับมือหนีก็ค่อยๆจับเต็มมือ
ตอนนี้สมองของนางกลับว่างเปล่าขึ้นมาทันที ความรู้สึกโกรธแค้นที่เคยมีก็ราวกับว่านางลืมพวกมันไปหมดสิ้นแล้ว ตอนนี้นางคิดเพียงแต่ว่าหรือนางควรจะเชื่อใจเขาอีกสักครั้ง ถึงอย่างไรในอดีตนางก็รักเขามากถึงเพียงนั้น บางทีนี่อาจเป็เพราะเขาหลงผิดไปชั่วครู่ก็เป็ได้
“คุณหนูเ้าคะ”
ลี่ถังเมื่อเห็นท่าทางราวกับว่ากำลังหลงเชื่อผู้ชายอย่างมู่อี้หานอีกครั้งก็ตัดสินใจเอ่ยขัดการสนทนาของทั้งคู่แทน แม้จะรู้ว่านี่เป็การเสียมารยาทมากเพียงใด และอาจสร้างความไม่พอใจให้คุณหนูของตน แต่นางก็พร้อมจะเสี่ยง
“มีอะไรหรือลี่ถัง”
“ใกล้จะได้เวลาที่นักบัญชีจะเอาบัญชีมาให้ตรวจสอบแล้วเ้าค่ะ”
“อืม ข้าเข้าใจแล้ว ขอบใจเ้ามาก”
เพราะรู้ว่านี่คือความหวังดีของลี่ถัง ที่จะเรียกสติของนางให้กลับมาคิดให้ถี่ถ้วนเสียก่อน แม้จะเป็การกระทำที่เสียมารยาทแต่นางก็ไม่ได้ว่ากล่าวแต่อย่างใด ออกจะขอบคุณนางเสียด้วยซ้ำที่กล้าเสี่ยงเช่นนี้
แม้เซี่ยเหยาฮวาจะพอใจ แต่นั่นไม่ใช่กับมู่อี้หาน เพราะเขารู้สึกไม่พอใจเป็อย่างมาก ไม่ใช่ว่าตอนแรกความพยายามของเขาใกล้จะสำเร็จแล้วหรอกหรือ เซี่ยเหยาฮวาเองก็ใกล้จะเชื่อเขาแล้วเช่นกัน แม้ว่าจะไม่สามารถคืนดีกับนางได้ทันทีแต่ก็ลดความอคติของนางได้
แต่ตอนนี้เป็เพราะสาวใช้เพียงคนเดียวกลับทำให้แผนการทั้งหมดของเขาเกือบจะล้มเหลวลงไปเสียแล้ว หากไม่ใช่เห็นว่าสีหน้าและแววตาของเซี่ยเหยาฮวายังเต็มไปด้วยความสับสนอยู่ เขาคงจะจัการสาวใช้คนนี้ไปแล้ว
“ฮวาเออร์ หากเ้ามีธุระข้าเองก็จะไม่อยู่รบกวนเ้าแล้ว เอาไว้วันหลังข้าจะมาพบเ้าอีก” หลังจากพูดจบเขาก็ลุกขึ้น แต่ก็มัวแต่จัดเสื้อผ้าหน้าผมอยู่ตรงนั้นราวกับว่ากำลังรออะไรบางอย่าง
“เดี๋ยวก่อน ข้ามีเื่จะพูดกับเ้า”
“เ้ามีเื่อะไรหรือ” เขาพูดต่อ ด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยเช่นเดิม
“ข้าจะบอกเ้าว่าหลังจากนี้ไม่ต้องมาที่นี่อีก ข้าเองไม่อยากให้อนุของเ้าเข้าใจผิด” ในที่สุดนางก็ตัดสินใจพูดตัดเยื่อใยออกไป
“เหยาฮวา ข้าของร้องเ้า ไม่ต้องให้ข้าได้พูดคุยกับเ้าก็ได้ ขอเพียงให้ข้าได้เห็นหน้าขอเ้าบ้างก็เพียงพอแล้ว” หลังจากพูดจบเขาก็รอคำตอบอย่างมีความหวัง
หลังจาหหยุดคิดอยู่หลายอึดใจนางก็ตอบกลับไป และเป็คำตอบที่เรียกรอยยิ้มบนใบหน้าของมู่อี้หานได้เต็มใบหน้า “เ้ากลับไปก่อนเถิด เื่อื่นค่อยว่ากัน”
“ขอบใจเ้ามาก”
หลังจากมู่อี้หานกลับไปแล้วนางก็ขออยู่คนเดียวเพื่อคิดทบทวนทุกอย่างใหม่อีกครั้ง ตอนนี้นางโกรธเกลียดตัวเองเป็อย่างมาก ตัวนางนั้นบอกกับตัวเองมาเป็เดือนว่าสิ่งที่พวกเขาทั้งสองคนทำกับนางนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะให้อภัยได้
อีกฝ่ายหักหลังนางอย่างเืเย็น อีกทั้งยังโหดร้ายถึงขั้น้าเอาชีวิตของนาง แต่วันนี้เพียงแค่อีกฝ่ายมาพูดเพียงครั้งเดียวกลับทำให้กำแพงในใจของนางสั่นไหวแทยจะล้มครืนลงมา
ในอดีตมีเพียงตัวนางที่คอยวิ่งตามเขาอยู่เสมอ แต่ด้วยท่าทางของเขาในวันนี้แล้วนั้นทำให้นางรู้สึกราวกับว่าความพยายามหลายปีของนางใกล้จะเห็นผลแล้ว นี่ทำให้นางลังเลไม่น้อย แม้ว่านางจะมั่นใจว่าตนเองคงไม่เข้าไปอยู่ในวังวนเดิมๆอีกแล้ว แต่หากอีกฝ่ายมีข้อเสนอที่ดีให้นาง นางก็กลัวว่านางจะกลับไปให้อภัยเขาอีกครั้ง
“เหตุใดข้าถึงได้โง่เขลาขนาดนี้…..” พูดจบน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ก็ไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่
โชคดีที่ตอนนี้นางอยู่เพียงคนเดียว นางจะร้องไห้หนักหนาสักเพียงใด จะฟูมฟายจนเสียงแหบก็ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครสมเพชในการกระทำของนาง ดังนั้นนางจึงปล่อยตัวเองให้ระบายความรู้สึกทุกอย่างออกไปให้เต็มที่
หลังจากพบมู่อี้หานในคราวนั้นผ่านมาหลายวันนางก็ไม่ได้พบเขาอีกเลย ราวกับว่าเขากำลังเว้นระยะห่างในยาง แน่นอนว่าคำพูดของเขาในวันนั้นก็ยังคงวนเวียนอยู่ในใจของนางตลอด จนถึงตอนนี้นางเองก็ยังคงคิดอยู่เสมอว่าสิ่งใดคือสิ่งที่นาง้าจริงๆ
ครั้งนี้นางหลุดออกมาจากคนใจร้ายเช่นนั้นแล้ว สมองสั่งให้นางถอยออกมาให้ไกล แต่หัวใจกลับสั่งให้นางมองย้อนกลับไปดู่ที่นางยังคงมีความสุข แม้ว่านั่นจะเป็ระยะเวลาไม่นานก็ตาม
“คุณหนูเ้าค่ะ คุณชายหานอยู่ที่นี่เ้าค่ะ” หลังจากที่นางก้าวเข้ามาในเหลาอาหารของตนเอง คนงานก็เข้ามารายงานทันที
เื่ของนางนั้นเป็เื่ที่โด่งดังไปทั่วเมืองหลวง ไม่แปลกที่คนงานภายในร้านจะรีบเอาเื่นี้มาบอกนางเพื่อให้นางหาทางหลบเลี่ยงอีกฝ่าย ถึงอย่างไรวันนี้อีกฝ่ายก็เป็ลูกค้า ที่มาเตือนนางเช่นนี้คงไม่อยากให้เกิดเื่ราวขึ้นในเหลาอาหารกระมัง
“เขาอยู่ห้องรับรองใช่หรือไม่ เช่นนั้นข้าจะไปพบเขาเสียหน่อย เ้าไม่ต้องแจ้งให้เขารู้หรอก”
“เ้าค่ะ”
ในเมื่ออีกฝ่ายอยู่ที่นี่แล้ว นี่คงเป็ลิขิตของ์ที่จะให้นางได้บอกสิ่งที่นางตัดสินใจให้เข้าได้ฟัง เมื่อเป็เช่นนั้นนางก็เดินไปยังห้องรับรองของเขาทันที
นี่เป็ห้องรับรองที่เป็ห้องประจำของพวกนาง ดังนั้นนี่จึงเป็ห้องที่ดีที่สุด ใหญ่ที่สุด และเป็ส่วนตัวที่สุดเช่นกัน แม้แต่คนงานเองหากไม่ต้องมาส่งอาหารก็จะไม่เดินมาทางนี้เด็ดขาด นี่ทำให้สามารถพูดคุยความลับกันได้อย่างสบายใจ
ปกติจะเก็บเอาไว้รับรองเ้าของร้านอย่างนาง หรือไม่ก็ลูกค้าที่มีสถานะพิเศษกว่าผู้อื่นถึงจะได้รับรองห้องนี้ นี่คงเป็ความเคยชินของพนักงานกระมัง
หลังจากเดินมาถึงหน้าห้อง นางก็ได้ยินเสียงที่ไม่ควรจะได้ยินเสียก่อนที่นางจะเคาะประตู “ได้ข้าวว่ากิจการของเข้ากำลังมีปัญหาหรอกหรือ แล้วเหตุใดถึงชวนพวกข้ามีกินข้าวที่นี่ได้”
“นั่นมันเื่เล็กน้อย ข้าหาทางแก้เอาไว้เรียบร้อยแล้ว”
ใช่แล้ว นี่เป็เสียงของมู่อี้หาน ส่วนอีกคนนั้นก็เป็เพื่อนสนิทของเขานั่นเอง หากเดาไม่ผิดก็คงจะมีสหายสนิทอีกคนของเขาอยู่ที่นี่เช่นกัน
“เ้าใช้วิธีอะไรหรือ เอาเงินจากไหนมามากมายถึงเพียงนั้น”
“พวกเ้าสองคนไม่ต้องเป็ห่วง แม้กิจการบางอย่างจะมีปัญหา แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่ดำเนินไปได้สบายๆ” มู่อี้หานพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีความกังวลอยู่แม้แต่น้อย
ตระกูลมู่นั้นมีกิจการเกี่ยวกับที่ดินอยู่เล็กน้อย อีกส่วนเป็กิจการให้เช่าทั้งทีดินทั้งร้านค้า แต่ร้านค้าของอีกฝ่ายนั้นมีอายุหลายสิบปีแล้ว ในปัจจุบันก็เกิดความเสียหายไปไม่น้อยแล้ว เื่นี้ผู้คนต่างรู้กันไปทั่ว ส่วนตัวนางเองก็รู้เื่เพียงผิวเผินเท่านั้น
แม้จะเป็ตระกูลขุนนางแต่ก็เป็เพียงตระกูลสาขา ตำแหน่งก็ไม่ได้ใหญ่โตมากมายมีเพียงมู่อี้หานที่เป็เพียงความหวังของตระกูล ทั้งบุตรสาวและภรรยาของมู่อี้เฟิงเองก็ใช้เงินอย่างกับเสกขึ้นมาได้ นี่ทำให้การเงินของตระกูลไม่ค่อยดีนัก นางจึงมักจะซื้อของให้เขาอยู่บ่อยครั้ง
“นี่เ้าอย่าบอกนะว่าทางแก้ที่เ้าว่าคือเซี่ยเหยาฮวา” ก่อนที่นางจะเปิดประตูเข้าไปก็ได้ยินคำพูดที่ทำให้นางหยุดชะงักอยู่หน้าประตูจนไม่กล้าก้าวขาเข้าไปแม้แต่ก้าวเดียว