บทที่ 3 พลังสำคัญไฉน…ก็สำคัญนะ?
“ท่านเอมเบรสรู้สึกไม่ดีบอกได้ทุกเมื่อเลยนะคะ!”
“บอกฉันครั้งเท่าไรแล้วเนี่ย ไม่เป็ไรจริงๆฮันนาฉันสบายดีสบายใจได้น่า”
แม้ผมจะพูดงั้นไปก็ยังมองผมอย่างเป็กังวลไม่เลิกอยู่ดี ทำเอาไม่รู้จะบอกยังไงแล้ว
ตอนนี้เป็เวลาเย็นเราสองคนกำลังเดินอยู่ในตลาดเล็กหนึ่งในเมืองเพื่อซื้อของสำหรับทำอาหารเย็นนี้
เสียงอึกกะถึงของร้านพ่อค้าแม่ค้าต่างที่กำลังเตรียมของและขายมันให้กับลูกค้าเขามาซื้อ เสียงลูกค้าทั้งหลายต่างออกมาจับจ่ายซื้อของสำหรับทำอาหารมื้อเย็นนี้และอื่นๆ เป็บรรยากาศครึกครื้นที่สมกับตลาดดี
ก่อนหน้าระหว่างกำลังสำรวจภายในบ้านอยู่ เห็นฮันนากำลังจะออกไปพอดีผมเลยขอตามไปด้วยคน ก็อุสาได้เกิดใหม่ในโลกแฟนตาซีอนิเมะที่ตัวเองทั้งทีก็อยากจะรู้ว่าโลกแฟนตาซีภายในเมืองเป็ยังไงเลยนี้น่าเลยขอตามมาด้วย
ตอนแรกฮันนาค้านเต็มที่โดยให้เหตุผลว่าเห็นผมยังอาการไม่ดีอยู่เลยไม่อยากในออกไปไหน ซึ่งเธอเป็ห่วงผมจริงๆนั้นและก็เข้าใจได้ผมเลยบอกไปว่าอยากเปลี่ยนบรรยากาศเดินเล่นให้สดชื่นบ้างเผื่ออาการจะดีขึ้น หลังจากกล่อมฮันาพักหนึ่งกว่าจะยอมให้ตามมาด้วย
“ว่าแต่ฮันนาไม่มีชุดที่มันเด่นน้อยกว่าหน่อยเหรอ?”
ผมมองชุดที่ตัวเองใส่อยู่ฮันนาเลือกให้ เป็เสื้อแขนยาวสีขาวเรียบทับด้วยเสื้อคลุมยาวหนาสีแดงเข้มกางเกงขายาวสีน้ำตาลอ่อนกับรองเท้าหนังสีน้ำตาลอ่อน ชุดที่ใส่ดูดีมีราคามากจนกลัวจะทำเลอะแต่ปัญหาหลัก
มันโครตเด่นเลย!
ทุกคนที่เดินผ่านต่างมองเรากันหมดเลยร้านต่างๆที่เราผ่านก็ไม่เว้น
“แต่นี้เด่นน้อยสุดแล้วนะคะท่านเอมเบรส ปกติท่านชอบแต่งชุดสีฉูดฉาดกว่านี้สะอีก”
“อืม… นั้นก็จริง”
คงต้องทำใจเื่ชุดอะนะ ตอนแรกที่จะเปลี่ยนชุดยังใในตู้เสื้อผ้ามีแต่ชุดสีฉูดฉาดแสบตาหรือไม่ก็ชุดมีลวดลายมากมายจนดูรกตาไม่ก็ทั้งคู่เลย และแน่นอนดูราคาแพงมากด้วยเลยขอให้ฮันนาหาชุดที่ดูเรียบที่สุดมาให้ก็ชุดนี้มาและมันก็ไม่ได้ดูแย่แต่อย่างใดดูดีด้วยซ้ำ
“แต่ก็ไม่อยากเป็สนใจอะนะ”
“อย่างนั้นเหรอคะ”
พอตอบอย่างนั้นไปเธอดูงงๆหน่อย ก็ช่วยไม่ได้อีกเพราะเซ้นในการแต่งชุดของเอมเบรสมันดูแย่ ชอบจะแต่งให้เด่นเข้าว่าเลยมีแต่ชุดแบบนั้นซึ่งมันไม่ได้ดูดีเลยแม้แต่น้อยอย่างกะต้นคริสต์มาสเดินได้ …แต่จะให้ผมแต่งเองก็ไม่มีเซ้นเื่พวกนี้ด้วยสิคงต้องฝากเื่ชุดให้ฮันนาดีกว่า
“ไว้คราวหลังช่วยมาเป็เพื่อนเลือกซื้อชุดหน่อยนะ”
“เข้าใจแล้วคะ”
เธอยิ้มตอบรับด้วยความยินดี พอเห็นรอยยิ้มงั้นก็อดยิ้มตามไม่ได้
“ให้ฉันถือไม่ดีกว่าเหรอคะ นายท่าน”
“ไม่ละ นี้เป็หน้าของผู้ชายให้ผมเป็คนถือดีแล้วละ”
“แต่หน้าแดงเหงื่อไหลเต็ม…”
“แค่อากาศร้อนนะ”
ไม่อะ ที่จริงอากาศไม่ได้เลยแต่มันหนักมากจนถือเดินลำบากต่างหาก แต่จะให้สาวน้อยถือให้รู้สึกเสียเกียรติผู้ชายหมดพอดีสิ!
หลังเดินตลาดได้พักใหญ่ เราก็ได้ของทำอาหารเย็นจนครบอยู่ถุงกระดาษใบใหญ่ที่ผมกำลังถืออยู่และกำลังตรงกลับบ้าน
“จะเรียกบ้านหรือคฤหาสน์ดีกัน”
“?”
ฮันนาหันมามองผมด้วยสีหน้าสงสัยคำพูดลอยๆของผม
สำหรับเอมเบรสที่เราอาศัยเขาเรียกมันว่าบ้าน แต่สำหรับผมเองมันคฤหาสน์ชัดๆ ถึงจะไม่ใหญ่มากแต่มันคือคฤหาสน์อย่างไม่ต้องสงสัยเหมือนที่เคยดูในละครหลังข่าวที่เคยดูเลย
จากความทรงจำของเอมเบรสตอนแรกเขาอยู่คฤหาสน์ที่หลังใหญ่กว่านี้มากอย่างกับอาคารไม่ก็ตึกหนึ่งเลย แต่มาอยู่นี้เพราะถูกไล่ออกมา…ด้วยคนในตระกูลฐานทำความผิดที่ใช้เวทย์ต้องห้ามและไปยุ่งเกี่ยวกับลัทธิความมืดอีก เลยโดนไล่อยู่คฤหาสน์หรือบ้านแถมโดนจำกัดเงินที่ส่งมาจากตระกูลด้วย พอนึกขึ้นมาก็รู้สึกโมโหอย่างบอกไม่ถูก
แต่ก็ไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตอะไร…ถ้าไม่ผลาญเงินเล่นแบบเอมเบรสที่ชอบทำประจำอะนะ
“อย่าทำร้ายแมวน่ะ!”
“หนวกหูจริงๆ อยากจะโดนดีด้วยใช่ไหมห๋ะ”
!?
เราต่างใเสียงะโของเด็กสาวที่ห้ามชายหนุ่มที่ได้ยินเมื่อ มันดังมาจากในสวนเล็กๆหน้านี้
“ฮันนารอตรงนี้นะ”
“คะ”
เธอพยักหน้าก่อนจะรับถุงใส่ของไปยืนรอส่วนผมเดินไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น
พอแอบชะเง้อมองก็เห็นหญิงสาวตัวเล็กผมสั้นสีเขียวอ่อนติดกิ๊บผมใบไม้สีเหลืองคนหนึ่งกำลังยืนเผชิญหน้ากับชายหนุ่มร่างใหญ่ 3 คนดูเหมือนนักเลงอยู่ในสวนสาธารณะเล็กๆ ทั้ง 4 ต่างใส่จากชุดเครื่องแบบนักเรียนสีน้ำเงินของโรงเรียนเวทย์ยูนิโอร่าโรงเรียนที่เอมเบรสเรียนอยู่
จากความทรงจำของเอมเบรสหญิงสาวคุ้นๆหน้าหน้าจะอยู่ปี 2 น่าจะอยู่ห้อง C อยู่ ส่วนชายอีกสามคนมาจากอยู่ปี 2–D แน่นอนเพราะจำได้เป็รุ่นพี่ของ1–D หรือห้องเรียนปัจจุบันหลังโดนย้ายมา ข้างๆพวกเขามีแมวดูโทรมหมดแรงตัวหนึ่งนอนสลบอยู่
ท่าทางหญิงสาวที่ฝืนรวบรวมความกล้ายืนต่อหน้าพยายามจะห้ามการกระทำอะไรบางอย่างของอีกฝ่ายแม้จะขาสั่นกลัวอยู่ก็ตาม กับพวกผู้ชายที่ดูไม่สะทกสะท้านต่อการห้ามของหญิงสาวกลับหัวเราะเหมือนเป็เื่ตลกสะด้วยซ้ำ
ดูจากตามตัวแมวแล้ว ตัวเปียกโชกมีรอยไหม่ที่ขนและรอยขนแหว่งๆไม่เป็ธรรมชาติ ก็พอรู้ทันทีว่าชายหนุ่มทั้ง 3 กำลังทำอะไรถึงได้ถูกห้ามขนาดนั้น
พวกเขากำลังเอาแมวเป็เป้าซ้อมยิงเวทย์อยู่!
เป็เื่ที่ชัดเจนได้ จากความทรงจำของเอมเบรสก็เคยมีเื่แบบนี้ให้เห็นเหมือนกันแถมยังเป็นะสวนแห่งนี้ด้วย ภาพของแมวจรจัดถูกพวกนักเรียนเวทย์หลายคนใช้เป็เป้าเคลื่อนที่มีชีวิตสำหรับฝึกซ้อมการยิงเวทย์ให้แม่นยำกันอย่างสนุกสนาน
ถึงตัวเอมเบรสจะไม่ได้ทำอย่างนั้นแต่เขาก็ปล่อยให้ทำไปโดยไม่คิดอะไร…ทั้งที่ตัวเองสามารถหยุดได้!
“เฮ้ย! ดูสิว่าพวกเราเจอใครอะ”
“!?”
ทั้งสีคนต่างแสดงสีหน้าประหลาดใจออกว่าต่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้าซึ่งก็คือผมเอง
ไม่รู้อะไรดลบันดาลใจทำให้ผมออกไปเผชิญกับพวกเขาตรงๆอย่างนี้
…แต่ว่า บางอย่างที่ลุกโชนในอกอารมณ์ที่เผาไหม้รุนแรงนี้ มันบอกให้ทำตามที่ใจปรารถนา
“ดูสิใครมา ท่านเอมเบรสลูกขุนนางผู้ตกกระป๋องนี้เอง”
“ไม่นึกว่าจะเจออดีตจอมเวทย์อัจฉริยะนะที่แห่งนี้ นับว่าเป็เื่น่าประหลาดใจของวันจริงๆ”
“ได้ข่าวว่าเข้าลิทธิแห่งความมืดจนบ้าไปแล้วไม่ใช่หรอ”
“““ฮ่าๆๆๆๆๆ”””
“……”
พอฟังแล้วไม่รู้ทำไมรู้สึกเ็ปมากและโมโหมากด้วย!
แต่เื่นั้นเอาไว้ที่หลังในเมื่อออกมาแล้วก็ช่วยไม่ได้เองด้วยอารมณ์ชั่ววูบก็ช่วยไม่ได้ ดูเหมือนชายหนุ่ม 3 คนกำลังสนใจที่ผมแทนแล้วเลยส่งสายตาไปที่หญิงสาวที่กำลังกลัวอยู่พยายามบอกเอาแมวที่สลบแล้วหนีไป จากดูอาการน่าจะหนักอยู่คงต้องรีบพาไปรักษา
พอเธอมองมาที่ผมดูเหมือนจะเข้าใจที่ผมจะสื่อแล้วรีบหยิบแมววิ่งออกไปอีกทางหนึ่งอย่างรวดเร็วก่อนหายไป หวังว่าคงจะรักษาได้นะ
“เห้ยไอแมวกับนังผู้หญิงนั้นหายไปแล้ว”
“บ้าจริง!… แต่ชั่งพวกมันเถอะเพราะตอนนี้…”
“พวกเรามีเื่ที่ให้สนใจตรงหน้ามากกว่า”
อย่างที่บอกดูเหมือนผมจะหาเื่ใส่ตัวเองสะแล้วสิ
“เมื่อก่อนแกทำกับพวกเราไว้เยอะคงจำได้สินะ!”
“ถึงจำไม่ได้ก็ไม่เป็ไร เพราะพวกเราจำได้ดี!”
“ถึงความแค้นและความอับอายที่แกทำไว้!”
ทั้งสามเดินมาล้อมผมไม่ให้หนีได้
จากความทรงจำของเอมเบรสแล้ว 3 รุ่นพี่คนนี้เคยเป็เบ๊ให้เอมเบรสมาก่อน
ทำการจัดการสั่งสอนถึงที่ต่ำที่สูงอย่างสิ้นซากไม่ไว้หน้า ทำให้ก้มหัวศิโรราบต่อพลังที่ต่างชั้นและอำนาจตระกูล ทำการนับผู้พ่ายมาเป็เบ้รองมือรองเท้าใช้งานอย่างมันมือ นั้นคือสิ่งที่เอมเบรสทำต่อ 3 คนนี้และอื่นๆอีกหลายคนจนนับไม่หมด
พวกมันมีความแค้นต่อเอมเบรสอย่างมาก
“โฮ้โฮ งั้นเหรอ? แล้วยังไงคิดจะทำร้ายฉันเอมเบรสคัดเดิล ซี วอร์มลูกดยุกผู้นี้งั้นหรือ?”
ทำตัวสบายๆถามแล้วออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างมั่นใจในตัวเองสุดๆสมกับเป็ลูกดยุกผู้บ้าอำนาจไร้ความเกรงกลัว!
…นั้นก็แค่เปลือกนอกเท่านั้น ถึงหน้าตาจะเป็เอมเบรสแต่ข้างในคือวีระ ชายหนุ่มมหาลัยธรรมดากากๆคนหนึ่งไม่มีทางสู้สามรุมหนึ่งอย่างนี้ได้ ใจจริงนี้กลัวสุดขีดจนอยากจะวิ่งหนีไปเลยด้วย
“““!!”””
ดูเหมือนทั้งสามที่ได้ยินงั้นก็ต้องค้างไปพักหนึ่ง คงกำลังคิดหนักอยู่ละสิยังไงเอมเบรสก็เป็ลูกดยุกผู้มีอิทธิพลสูงคงไม่กล้าลงมือทำอะไรแน่! เป็ไปดังกลอุบาย…
“““ฮ่าๆๆๆๆๆ”””
อะ–เอ๊ะ? ไหนถึงหัวเราะกันหนักอย่างนั้นกัน!?
“แกลืมอะไรไปเปล่าว่า ตระกูลแกบอกได้ขอตัดขาดกับแกไปเรียบร้อยแล้วลืมแล้วหรอ ทั้งที่ประกาศต่อหน้าทุกคน”
“การตัดขาดกับตระกูลก็ไม่สามารถใช้อำนาจหรือความช่วยเหลือตระกูลใดๆได้หรือก็คือ”
“แกตอนนี้หัวไม่มีใครให้คุ้มกะลาหัวแล้วไงอะ!”
“อุบ”
หมัดกระทบเข้าที่หน้าอย่างแรงไม่ตั้งตัวจนรวงกับพื้น ความเ็ปที่แก้มกับรสเหมือนโลหะที่ปากพร้อมหยดสีแดงที่ไหลออกมา โดนต่อยปากแตก อ่า— เจ็บ…เจ็บสะมัด
ลืมไปเลย เื่ของตระกูลของเอมเบรส เพราะการใช้เวทย์ต้องห้ามเลยทำให้ถูกขับไร้ออกจากตระกูลไปทำให้ไม่สามรถใช้อำนาจและอภิสิทธิ์ต่างๆของตระกูลได้อีกเลย เรียกได้ว่าหัวเดียวกระเทียมลีบ
“หน่อยแก!”
เื่อะไรจะยอมโดนอยู่ฝ่ายเดียวกันละ
กำมือลุกขึ้นมาต่อยไปหน้าอีกฝ่ายเต็มแต่ก็ถูกรับไว้อย่างง่ายได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หลังต่อยไปก็รู้สึกตัว แรงที่ต่อยไปมันเบามากเบากว่าปกติที่เคยความรู้สึกมันบอกอย่างนั้นทำไมกัน
“มีแรงแค่นี้เหรอ?”
“อัก…”
โดนตุ๊ยท้องจนต้องลงไปกุมท้องที่จุกก่อนโดนถีบซ้ำลงไปนอนกับพื้น
“เล่นมันเลย!”
ทั้งสามต่างรุมกระทืบไม่หยุดทั้งเตะทั้งกระทบกันอย่างเต็มแรง ทำอะไรไม่ได้นอกจากเอาแขนป้องกันหน้าไว้
“นี้แนะๆ”
“ลองโดนสะบ้าง”
“จะเอาคืนให้สาสมเลย”
ทั้งสามใส่แรงลงมามันเต็มไปด้วยความโกรธและความแค้นใจที่มีต่อเอมเบรส ไม่หยุดไม่ออมมือเอาคืนให้สาสมนั้นคือความรู้สึกที่พวกเขาใส่ลงมา
“เอานี้ไป”
เตะเข้าที่ท้องอย่างจังจนกลิ้งไปกับพื้น
เจ็บไปหมด เจ็บไปทั้งตัว ปวดเหลือเกิน ทำไมต้องมาโดนอะไรแบบนี้ด้วย ทำไมต้องเกิดใหม่มาในร่างกายของเอมเบรสด้วยกัน
“ท่านเอมเบรส!”
!?
เสียงสาวเรียก…เสียงของฮันนา เธอมองผมอย่างใลงไปนอนกับพื้นสภาพสะบักสะบอมไปหมด
“พวกนายทำอะไรท่านเอมเบรสกัน!”
ฮันนาที่โกรธะโถามมายังชายทั้งสามและดูเหมือนพวกเขาไม่สะทกสะท้านอะไรแถมมีรอยยิ้มน่ารังเกียจปรากฏบนใบหน้า
“ฮือ? เมดของไอ้นี้หรอ”
“สวยดีแฮะ”
พวกมันเลิกจนใจผมแล้วเดินไปหาฮันนาแทน ยะ–แย่ละ!
“แกคิดจะ…ทำอะไรเธอ…”
“แกนะเงียบไปเลย”
พยายามเข้าไปขวางกลับโดนถีบกลับมา ไม่ไหวแรงของเอมเบรสไม่พอจะสู้ไว้… ถ้างั้นก็ต้องเวทย์!
“ยังยืนขึ้นมาอีกได้นะ”
หนึ่งในนั้นพูดขึ้นขณะมองผมลุกขึ้นมายืน
ความทรงจำในหัวของเอมเบรสทำให้รู้ว่าใช้เวทย์ยังไง จากเนื้อเื่ในอนิเมะเอมเบรสเป็ผู้ใช้เวทย์ธาตุไฟก็ใช้เวทย์ไฟละกัน! รวบรวบมานาที่มีอยู่ในร่างกายไปที่มือขวาเวทย์ธาตุหลักของเอมเบรสเป็ธาตุไฟต้องรวบรวมมานามาที่มือเปลี่ยนมานาในมือให้กลายเป็เวทย์ไฟ ไม่รอช้าผมรีบทำตาม
เพราะเป็ร่างกายเอมเบรสเองเลยทำให้เข้าใจเื่พลังเวทย์ได้ง่ายเหมือนเคยเรียนมาก่อนทั้งที่ไม่เคย พลังมานามารวมอยู่มือเปลี่ยนให้เป็พลังเวทย์ธาตุไฟ
เกิดวงแหวนเวทย์สีแดงบนฝ่ามือบนวงแหวนนั้นมีไฟออกมาด้วยแล้วสุดยอดเลยใช้เวทย์ได้จริงๆด้วยแหะ เื่ดีใจไว้ที่หลังต้องรีบช่วยฮันนาก่อน
“ย๊าก”
ทำการยิงะุไฟออกไปตรงไปคนหนึ่งในกลุ่มนั้น
“แค่นี้หรอ”
สิ้นทำพูดนั้นชายคนที่กำลังจะโดนยิงะุไฟใส่ได้ยิงะุเวทย์น้ำมากันทำให้ะุไฟดับไปอย่าง่ายดาย ยังหรอก…ต้องรวบรวมมานายิงะุไฟอีกที!
!!?
ไม่มีวงแหวนเวทย์ไฟออกมาจากมือ แม้จะพยายามลองรวบรวมที่มือแค่ไหนก็ไม่มีมานาทำไมกันพึ่งยิงเวทย์ไฟไปได้แค่ครั้งเดียวเองนะแล้วทำไม…อะ
และตอนนั้นก็ได้นึกออกถึงเนื้อเื่ตัวร้ายในเื่ เอมเบรสในตอนนี้ไม่ได้เสียแค่ชื่อเสียงและตำแหน่งประจำตระกูล…แต่ยังศูนย์เสียพลังเวทย์ด้วยโดยเฉพาะ
“พลังเวทย์ธาตุ”