ท่ามกลางย่านธุรกิจอันพลุกพล่านใจกลางเมืองบ้านสีขาวหลังมหึมาตระหง่านอย่างสง่าผ่าเผยสถาปัตยกรรมอันโอ่อ่าคือประจักษ์พยานชั้นเลิศถึงความมั่งคั่งของผู้อยู่อาศัย...แม้จะเป็เพียงเขตชานเมือง แต่ราคาที่ดินผืนนี้สูงลิบจนไม่มีใครเอื้อมถึง
ทว่า...ภายในห้องโถงกว้างขวาง บรรยากาศกลับหนักอึ้งราวกับพายุที่กำลังก่อตัว
“พ่อคะ... คุณปู่... นี่มันเื่บ้าอะไรกัน”
เมญ่า หญิงสาวร่างเล็กเ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนนุ่มนวลเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าดวงตาสีน้ำตาลทองคู่สวยจ้องมองผู้ใหญ่ตรงหน้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อเธอในวัยยี่สิบสามปีเพิ่งจะได้ััโลกกว้างเพียงชั่วครู่แต่กลับรู้สึกเหมือนกำลังถูกต้อนให้จนมุม ที่ยืนมองครอบครัวอย่างหน้าซีดเผือด
“เมญ่า ลูก... ฟังพ่อก่อน...”
บรรหาร ชายวัยกลางคนผู้แบกรับภาระของตระกูลเอ่ยเสียงแ่เขาหลบสายตาคนเป็ลูก เพราะในยามนี้ ‘บดีกรุ๊ป’ ธุรกิจเทคโนโลยีที่เขารักกำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤต การดิ้นรนหาผู้ร่วมลงทุนคือหนทางเดียวที่เหลืออยู่และข้อเสนอจากเพื่อนสนิทของคุณปู่ปินอย่างปู่ฟรอสก็เป็เหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่เขาต้องรีบคว้าไว้
“พ่อคะ... เขาอายุมากกว่าหนูเป็สิบกว่าปีเลยนะแถมยังมีข่าวฉาวกับดาราดังไม่เว้นวัน” เมญ่าแย้งขึ้น ใจหายวาบเมื่อนึกถึงชื่อของ ‘อเล็กซ์ ซานเดียร์’ ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่คนทั้งโลกต่างตั้งคำถามว่าเขาคือนักธุรกิจผู้ปราดเปรื่องหรือมาเฟียข้ามชาติที่ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ภายใต้สูทหรูหรากันแน่
“เมญ่า... แม่ว่าเขาอาจจะดูเข้าถึงยากไปบ้างแต่อย่างน้อยเขาก็ดูแลลูกได้นะ” ยาญ่า พยายามปลอบประโลมมือที่สั่นเทาเอื้อมไปกุมมือลูกสาวไว้แน่น
“แม่! แม่พูดออกมาได้ยังไงคะ!” เมญ่าสะบัดเสียงอย่างผิดหวัง“เราเพิ่งคุยกันแท้ๆ ว่าเขาเปลี่ยนคู่ควงแทบทุกครั้งที่ออกงานหรือมีข่าวแล้วจะโยนหนูลงกองไฟนั่นทำไม... คุณปู่คะบอกหนูทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเรากันแน่!”
“เมญ่า...” บรรหารถอนหายใจยาว “บริษัทเราขาดทุนย่อยยับั้แ่นักวิจัยเก่งๆถูกซื้อตัวไป เราก้าวตามโลกไม่ทันมานานแล้วลูก... ถ้าไม่มีเงินทุนก้อนนี้ทุกอย่างที่ปู่กับพ่อสร้างมาต้องพังพินาศแน่”
“แล้วพ่อมั่นใจได้ยังไงคะว่าเงินพวกนี้ไม่ได้มาการที่เขาเป็มาเฟียเหมือนในนิยายพวกนั้น?” หญิงสาวถามย้ำด้วยความระแวง
“แกอ่านนิยายเพ้อเจ้อมากไปหรือเปล่าเมญ่า!” คุณปู่ปิน ที่เงียบมานานตวาดขึ้น“ฟรอสเป็เพื่อนฉัน เขาก็มองแกเติบโตขึ้นมาตลอดเมญ่า แล้วถ้าหลานชายเขาเป็คนไม่ดีมีหรือที่พวกเราจะไม่รู้?”
“ถ้าเขาดีจริงทำไมเขาถึงรวยได้ขนาดนั้นในขณะที่คนอื่นล้มละลายล่ะคะคุณปู่!”
“หยุด!” คุณปู่ปินลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธจัด“ไม่ต้องโต้แย้งอะไรทั้งนั้น รอให้เขามาตกลงเื่วันแต่งงานก็พอ!”
สิ้นคำสั่งเด็ดขาดร่างสูงโปร่งของผู้าุโก็เดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่บาดลึกเมญ่าหันไปมองบิดาด้วยสายตาตัดพ้อแต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือคำขาดที่เ็ากว่าเดิม
“ถ้าแกไม่แต่ง... ก็เตรียมเก็บของย้ายไปอยู่บ้านเช่าซะคอนโดที่แกอยู่ฉันก็จะขายทิ้งให้หมด ถ้าไม่มีคุณอเล็กซ์บดีกรุ๊ปก็แค่ซากปรักหักพัง!” แล้วลุกเดินจากไปทันที เขาไม่อาจทนมองได้อีกต่อไป
เมื่อเหลือเพียงสองแม่ลูกยาญ่าทำได้เพียงร่ำไห้สะอึกสะอื้น “แม่ขอโทษนะเมญ่า...ครอบครัวทางคุณตาก็ช่วยจนสุดกำลังแล้วจริงๆ”
เมญ่าทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรงลมหายใจร้อนผ่าวถูกพ่นออกมาอย่างสิ้นหวังเธอนึกถึงชายหนุ่มอีกคนที่เพิ่งสารภาพรักกับเธอและเธอเพิ่งจะพยักหน้ารับคำขอคบหาจากเขาไปเมื่อไม่กี่วันก่อน
“มันกลายเป็แบบนี้ได้ยังไง...” เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ กับตัวเอง
ณคฤหาสน์ซานเดียร์

ท่ามกลางทิวเขาที่สลับซับซ้อนถึงสามลูกคฤหาสน์สถาปัตยกรรมยุควิคตอเรียสีดำขลับตัดสลับกับสีทองอร่ามตั้งตระหง่านอย่างโดดเด่นพื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้คืออาณาจักรที่ประกาศความมั่งคั่งระดับบิลเลียนเนอร์ภายในห้องรับรองหรูหรา บรรยากาศกลับคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายของการเผชิญหน้าเมื่อสองปู่หลานนั่งจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร
อเล็กซ์ซานเดียร์ ชายหนุ่มวัยสามสิบเจ็ดปีเ้าของส่วนสูงอันน่าเกรงขามถึงหนึ่งร้อยเก้าสิบเจ็ดเิเนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างโอหังั์ตาสีเขียวดั่งน้ำทะเลลึกฉายแววเ็าขณะคาบบุหรี่ไว้ในปาก ควันสีเทาจางๆลอยคลุ้งข่มขวัญผู้เป็ปู่
“คิดจะทำอะไร ทำไมไม่ปรึกษากันก่อน... ตาแก่”อเล็กซ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความท้าทาย
ปู่ฟรอส ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาค่อนคนหาได้สะทกสะท้านกับถ้อยคำที่ไร้ซึ่งความเคารพนั้นไม่เขายกถ้วยกาแฟขึ้นจิบอย่างสงบนิ่ง “ถ้าฉันพูด แกจะยอมฟังหรือไง? สู้รวบรัดตัดตอนแล้วค่อยแจ้งให้ทราบแบบนี้แหละดีแล้ว...ส่วนพวกดารานักแสดงที่แกประโคมข่าวไม่เว้นวันน่ะ เลิกพาเข้าบ้านฉันเสียทีฉันขยะแขยงจนทนไม่ไหว”
อเล็กซ์แค่นยิ้มพ่นควันบุหรี่ออกมาอย่างไม่ยี่หระ “แล้วไปหลอกเอาลูกสาวบ้านนั้นมาแต่งงานไม่กลัวเขาตามมาเผาคฤหาสน์เน่าๆ นี่ทิ้งหรือไง?” เขาไม่ได้จงใจคัดค้านหรือตกลงใดๆเพราะรู้ดีว่าภายใต้หน้ากากผู้ดีที่หลอกคนทั้งโลกปู่ฟรอสคือชายที่สามารถปลิดชีวิตคนได้โดยไม่กะพริบตา
“เขาเป็เพื่อนเก่าแก่ของฉันและฉันก็เล็งเห็นรอยร้าวในบริษัทนั้นมานานแล้ว” ปู่ฟรอสตอบพลางทอดถอนใจ“ฉันรอให้เขาเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ แต่น่าเสียดายที่เขาทิฐิสูงเกินไปยอมขายทรัพย์สินจนแทบหมดตัวเพื่อประพรมลมหายใจให้บริษัทมาจนถึงทุกวันนี้”
ย้อนกลับไปเมื่อสองวันก่อน...
ณร้านกาแฟหรูใจกลางย่านธุรกิจ
“ตาแก่ฟรอส... นัดฉันออกมาวันนี้ มีธุระสำคัญอะไรนักหนา” ปู่ปิน ทักทายเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงกังวล
ปู่ฟรอสวางแก้วกาแฟลงวางมาดสุขุม “ตาแก่ปิน... เื่บริษัทแกน่ะ ให้ฉันช่วยไหม? ฉันพร้อมจะให้หลานชายเข้าไปร่วมลงทุนเพื่อกอบกู้ทุกอย่างกลับมาแต่มีข้อแม้เพียงอย่างเดียว...” เขาเว้นจังหวะ สายตาคมปลาบจ้องเขม็ง“แกต้องให้หลานสาวคนเดียวแต่งงานกับหลานชายฉัน”
ข้อเสนอที่หลุดออกมาดูเหมือนเรียบง่ายแต่มันคือการหยิบยื่นฟางเส้นสุดท้ายที่ไม่มีทางปฏิเสธได้ ปู่ปินชะงักกึกสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นทันตา
“ฉันมีหลานสาวคนเดียวนะฟรอส... แล้วหลานชายแกน่ะข่าวคาวเปลี่ยนสาวไม่ซ้ำหน้า แถมยังแก่กว่ายายหนูเมญ่าตั้งสิบกว่าปีแกกำลังจะให้ฉันขายหลานสาวกินจริงๆ รึ?”
ปู่ฟรอสถอนหายใจยาวพลางกล่าวความจริงที่เ็ปที่สุด “ถ้าแกล้มละลาย ชีวิตหลานสาวแกจะเป็ยังไงปิน? อย่างน้อยที่สุด อยู่ในความดูแลของฉัน เธอก็จะไม่มีวันลำบาก...กลับไปคิดดูเถอะ ถ้าตัดสินใจได้แล้วก็แค่ส่งข่าวมาทันทีที่เด็กสองคนนั้นจรดปลายปากกาลงบนทะเบียนสมรสบริษับดีกรุ๊ปจะรอดพ้นจากนรกทันที”
เขาทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะลุกเดินออกไปทิ้งให้เพื่อนเก่านั่งจมอยู่กับทางเลือกที่บีบหัวใจระหว่างศดิ์ศรีของวงศ์ตระกูล... กับอนาคตของหลานสาวสุดที่รัก