รักเขาแล้วต้องรักอีกาบนหลังคาบ้านเขาด้วย
โรงเรียนมัธยมปลายแห่งแรก(จริงๆแล้วต้องบอกว่า 24 แห่งแรกเพราะเปิดพร้อมกัน)ของดาวทอลูก็ได้เปิดทำการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จำนวนบุคลากรก็ได้เปิดรับสมัครผู้ที่มีความรู้ความสามารถมากมายเครื่องมือหรืออุปกรณ์สำหรับเป็นสื่อการเรียนการสอนต่างๆ ก็ล้วนครบถ้วนส่วนเรื่องหลักสูตรการเรียนย่อมใช้สูตรสากลที่ใช้กันทั่วเซเรนิออสอยู่แล้ว เผลอๆ อาจจะมีสอนเกินไปบ้างด้วยเพื่อที่จะได้ยกระดับความรู้ให้แก่เด็กๆในดาว
ต้องขอบคุณที่มีการทำสื่อโฆษณาเชิญชวนออกไปเพราะไม่เช่นนั้นแล้วนักเรียนอาจจะไม่ได้มีมากตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ขนาดนี้อาจจะไม่ใช่เด็กทุกคนที่จะเลือกเรียนในดาวทอลู นับได้ว่ามันจำนวนครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียวในสัดส่วนของคนที่เรียนต่อในดาวทอลูกับคนที่ไปเรียนต่อยังดาวดวงอื่นที่อยู่ระดับสูงกว่า
เพียงเท่านี้ก็นับได้ว่าประสบความสำเร็จในก้าวแรกแล้วแต่มันก็เป็นเพียงก้าวเล็กๆ เท่านั้น โรงเรียนจะดีหรือไม่ก็ต้องรอดูผลการประเมินด้านต่างๆ อีกทีในภายหลัง
“ตอนนี้เศรษฐกิจในดาวเราดีมากเลยนะนี่โรงเรียนเปิดได้แค่ไม่ถึงเดือนดูสิเงินถูกใช้จ่ายอยู่ในดาวเพิ่มขึ้นหลายเปอร์เซ็นต์เลย”คีเฟอร์ว่าขึ้นพร้อมกับเปิดจอโฮโลแกรมที่กำลังฉายการแสดงผลให้เพเนียสได้ดูไปพร้อมๆกันไปด้วย ไม่ใช่ว่าทุกครั้งที่พวกเขาอยู่ด้วยกันจะพูดคุยแต่เรื่องความรักอันหวานชื่นเสียเมื่อไหร่พวกเรื่องเครียดๆ แบบเรื่องงานหรือเรื่องเงินๆ ทองๆก็ย่อมถูกยกขึ้นมาพูดด้วยเช่นเดียวกัน
“อีกสักหน่อย ในดาวก็จะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆเลยใช่ไหมครับ” เพเนียสเอ่ยอย่างดีใจในดาวทอลูไม่ได้มีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมเท่าไหร่ เลยไม่อาจจะเรียกเงินจากคนจากดาวอื่นๆที่จะเป็นนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่ดาวได้
ดังนั้นแล้วดาวทอลูก็ต้องอาศัยการพัฒนาด้านอื่นๆดาวถึงจะเดินหน้าไปได้ไกลกว่านี้
“ใช่ ดูการเกิดของธุรกิจต่างๆ นี่สิ”คีเฟอร์พยักหน้าให้คนรักก่อนจะอธิบายข้อมูลอื่นๆ ให้เพเนียสได้รู้อีก อีกไม่เกิน 4ปี ราคาที่ดินของดาวนี้จะเพิ่มขึ้นอีกหลายเปอร์เซ็นต์อย่างแน่นอนตอนนี้ผู้คนก็เริ่มกว้านซื้อที่ดินไว้เกร็งกำไรบ้างแล้วเช่นกัน
อีกหน่อยคนที่มีที่ดินเยอะๆเหมือนบ้านของเพเนียสก็ถือได้ว่าโชคดีมากเลยทีเดียว แค่เห็นขนาดพื้นที่ก็นับได้ว่าร่ำรวยมากแล้ว
“แล้ว... พี่คีฟล่ะครับได้กว้านซื้อที่ดินไว้บ้างหรือเปล่า”กับแค่พื้นที่สร้างอาณาจักรแห่งใหม่ของบริษัทคีเฟอริกก็นับได้ว่ากว้างขวางแล้วแต่เขาคิดว่าคีเฟอร์ไม่พลาดหรอกถ้าสิ่งไหนจะสามารถสร้างกำไรให้เขาได้ในอนาคตคีเฟอร์ก็คือนักธุรกิจคนหนึ่งเขาไม่ลืมหรอกนะ
“ก็พอมีซื้อไว้บ้างนิดๆ หน่อยๆเผื่อวันหน้าดาวทอลูได้ยกระดับขึ้นเป็นดาวระดับ C แล้ว พอถึงตอนนั้นราคาคงเพิ่มเป็นเท่าตัวแล้วล่ะ”
“ดาวทอลูมีโอกาสจะได้ยกระดับในเร็วๆนี้จริงๆ เหรอครับ?” เรื่องนี้เองเพเนียสได้ยินแล้วก็รู้สึกตื่นเต้น ถ้าถึงวันนั้นชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนส่วนใหญ่ก็คงจะดีขึ้นด้วยใช่ไหมล่ะ
“ถึงจะบอกว่าเร็วๆ นี้แต่ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็คงอีกเป็นยี่สิบ สามสิบปีล่ะนะ”แต่เท่านี้ก็นับว่าเร็วมากแล้วนะสำหรับอายุของพวกเขา
“แค่นั้นก็ดีแล้วครับ” เพเนียสพยักหน้ารับอย่างพอใจ
“ว่าแต่พี่เถอะเราก็อย่าลืมมาลงทุนเรื่องที่ดินเพิ่มล่ะ”
“ที่บ้านน่าจะยังไม่มีทุนหรอกครับพึ่งจะลงไปกับสร้างบีมการ์เดนแห่งใหม่ด้วย” ตอนนี้บีมการ์เดนมีอยู่ด้วยกัน3สาขาแล้ว นั่นคือที่ดาวทอลูแห่งนี้แห่งที่สองก็คือที่ดาวเจนนาหรือดาวบ้านใกล้เรือนเคียงของพวกเขานั่นเอง ส่วนแห่งที่สามอยู่ที่ดาวซารง(ดาวระดับB)
ส่วนบีมการ์เดนแห่งใหม่ที่เพเนียสพูดถึงมันกำลังจะถูกสร้างขึ้นที่ดาววินเซีย(ระดับB) ซึ่งลงทุนไปมากกว่าที่อื่นๆอีกเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว และที่แพงไม่ใช่ว่าพื้นที่กว้างกว่าเพียงอย่างเดียวหากแต่เป็นเพราะราคาที่ดินสูงด้วยต่างหากแต่เพื่อผลกำไรในอนาคตพวกเขาย่อมยอมเสียในครั้งแรกอยู่แล้ว
นับตั้งแต่สร้างบีมการ์เดนมาความนิยมของผู้คนก็ยังไม่ลดน้อยลงเลยอาจจะมีนักลงทุนคนอื่นเริ่มมาจับงานเลียนแบบพวกเขาบ้าง ซึ่งยอมรับเลยว่าของบางเจ้าทำออกมาดียิ่งกว่าพวกเขาเสียอีกแต่จุดเด่นอีกอย่างของบีมการ์เดนนอกจากเรื่องที่พักก็คือเรื่องอาหารนี่แหละเมนูอาหารที่ไม่มีขายที่ไหนๆ ถ้าอยากกินก็ต้องมาที่บีมการ์เดนเท่านั้นก็เลยทำให้บีมการ์เดนมียอดจองที่พักเต็มตลอด
“อ้อ บีมการ์เดนที่ดาววินเซียสินะ”คีเฟอร์พยักหน้าเข้าใจ
“ใช่ครับแต่ถึงอย่างนั้นถ้ามีทุนอีกหน่อยผมว่าจะเปิดบีมการ์เดนอีกสาขาในดาวทอลูอยู่เหมือนกัน” เพเนียสเล่าเรื่องที่เขาคิดไว้ทำแบบนี้น่าจะเรียกเงินจากนักท่องเที่ยวจากดาวอื่นๆ ได้มากกว่าส่วนที่พวกเขาเลือกไปเปิดสาขาที่ดาวอื่นด้วยก็เพราะว่านักท่องเที่ยวบางคนก็ไม่สะดวกเดินทางมาถึงดาวทอลูอีกอย่างสภาพพื้นที่และภูมิอากาศของแต่ละดวงดาวไม่เหมือนกันอยู่แล้วเลยทำให้สร้างรูปแบบที่พักและสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ได้ง่ายกว่านั่นเอง
“แบบนั้นก็ดีเลยพี่คิดว่าแบบนั้นยิ่งจะทำให้การยกระดับของดาวทอลูเร็วขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน”กิจการของบ้านเพเนียสย่อมมีส่วนขับเคลื่อนให้ดาวทอลูยกระดับได้เร็วขึ้นอยู่แล้วโดยไม่มีใครมาค้านความคิดนี้เลย
“ผมชักอยากให้ถึงวันนั้นไวๆ จังเลยครับ”
“วันที่ดาวบ้านเกิดของผมพัฒนาไปอีกขั้นมันจะน่าอยู่ขึ้นมากขนาดไหนนะ” เพเนียสวาดฝันภาพดาวทอลูไว้ในห้วงความคิดแล้วดาวทอลูจะต้องเป็นดาวที่ผสมผสานระหว่างความทันสมัย เศรษฐกิจที่รุ่งเรืองแล้วก็ความเป็นธรรมชาติและเอกลักษณ์ของดวงดาวเอาไว้ดังเดิม ผู้คนยิ้มแย้มชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนก็ดีกันทุกคน
อา...พอคิดมาถึงตอนนี้แล้ว นี่มันคล้ายๆ กับนโยบายของการลงเลือกตั้งหรือเปล่าเนี่ย
เอาจริงๆ เรื่องนี้ก็ไม่ต่างจากคนพี่เลย จากที่ฟังๆไปแล้วคีเฟอร์จะกลายเป็นคนของดาวทอลูไปแล้วครึ่งตัว เพราะจะทำอะไรก็ยังนึกถึงดาวทอลูด้วยเสมอไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ตั้งฐานการผลิตที่ดาวทอลูแห่งนี้หรอก ถึงแม้ว่าเหตุผลหลักๆคืออยากอยู่ใกล้เพเนียสที่เป็นคนรักของเขาก็ตามหากแต่ใจที่คิดอยากช่วยพัฒนาให้ดาวทอลูก้าวไปข้างหน้านั้นเป็นของจริง
ความรักของคีเฟอร์คล้ายกับสำนวนที่ว่ารักเขาแล้วต้องรักอีกาบนหลังคาบ้านเขาด้วยจริงๆเลย
“ว่าแต่... แล้วเรือนหอของเราล่ะ เราอยากจะให้พี่สร้างไว้ที่ดาวไหนเหรอ?”
บู้ม มมม
เสียงในใจของเพเนียสระเบิดจนกลายเป็นข้าวโพดในฤดูร้อนจัดจนมันสุกแตกเป็นป๊อปคอร์นเองไปเลยทีเดียวเมื่อกี้เขาจำได้ว่ากำลังคุยเรื่องธุรกิจกันอยู่ แต่ไหงอยู่ๆ ก็มาฆ่ากันด้วยเรื่องสุดแสนหวานล้ำแบบนี้ล่ะ
เพเนียสไม่ต้องใช้กระจกหรือเปิดกล้องมาส่องให้เสียเวลาเลยเขารับรู้ได้ด้วยตัวเองว่าตอนนี้ในหน้า ลำคอ หรือแม้กระทั่งลามไปถึงหูมันต้องแดงแปร๊ดแล้วแน่ๆ
“อะ อะไรเล่าพี่คีฟ!!” เพเนียสไม่รู้ว่าจะแสดงท่าทีออกไปแบบไหน ต่อประโยคของอีกคนเหรอ?ไม่อะเขาเขิน หรือว่าจะปฏิเสธไปอย่างหนักแน่นว่าไม่มีวันนั้นซะหรอก(อารมณ์แบบปัดเรื่องนี้ไปก่อนเพราะเขิน)แต่เขาก็ไม่กล้าแกล้งอีกฝ่ายแรงขนาดนั้น
สรุปเลยจบลงที่การลงไม้ลงมือแทนสันมือขวาฟาดไปเกือบเต็มแรงเข้าที่ต้นแขนของคีเฟอร์ไปเต็มๆนี่เพเนียสไม่ได้มองอีกฝ่ายอยู่นะเนี่ย ยังแม่นขนาดนี้แล้วถ้าหากเขาตั้งใจมองและเล็งเป้าหมายไว้แล้วล่ะ?
ไม่น่ารอด...
“โอ้ย โอ้ย เราตีพี่ทำไมเนี่ย” ตอนแรกคีเฟอร์ยังยิ้มได้อยู่หรอกเพราะเห็นคนรักมีท่าทีขัดเขินจากคำที่เขาถามออกไปแต่มาตอนนี้ จากสีหน้ายิ้ม... กลายเป็นหน้าเจ็บและหวาดระแวงแทน
นี่แฟนเขาก็มือหนักใช่ย่อยนะเนี่ย...
เรื่องนี้คงต้องงดไว้สักพักล่ะนะเอาให้เขาเตรียมตัวมาให้พร้อมก่อน... พร้อมที่จะถูกเพเนียสตีแล้วยังทนได้ไม่ร้องโอดโอยออกมาให้ขายหน้าอยู่แบบนี้น่ะสิ