แบมไม่รู้ว่าโนวาเชื่อคำพระ หรือดื่มเหล้าขวดละห้าหมื่นที่เปิดไว้ที่บาร์ยังไม่หมด หรือเพราะมาบริหารเสน่ห์ แต่ไอ้ศัตรูหมายเลขสองมานั่งอยู่มุมเดิมให้เขาเห็นตอนทำงานที่บาร์คืนที่เจ็ดแล้ว
งานการตัวเองไม่ไปทำเหรอไง
เงินก็จ่ายโคตรสุรุ่ยสุร่าย ไม่ทราบเอามาจากไหนนักหนา
แล้วนั่นพอร้านเกือบจะปิดก็ออกไปกับผู้ชายหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง แบมแค่ปรายตามองแล้วก็หันมาสนใจออร์เดอร์ค็อกเทลที่ตัวเองทำอยู่ต่อ
หลังจากช่วยเพื่อนร่วมงานเก็บกวาดบาร์ และเก็บของเรียบร้อยแล้ว แบมก็ลาคนอื่น ๆ เพื่อกลับ
เขาเดินลงมาจากชั้นสองแล้วผลักประตูไม้บานใหญ่ออกไปสู่โลกภายนอก
แบมมองซ้ายมองขวา ไม่เห็นแม้แต่เงาของโนวา
“แม่ง จะปล่อยให้กลับเองก็ไม่ไลน์มาบอกเลย”
ไม่รู้ทำไมพอไม่เห็นตัวสูง ๆ ที่เคยรอรับเขากลับบ้านทุกคืนแล้วใจมันหงุดหงิดเป็พิเศษ
แถมอากาศหลังเที่ยงคืนก็ยังอบอ้าวกว่าปกติ อย่าบอกนะว่าฝนจะตก เขาเกลียด่เวลาแบบนี้ที่สุดเลย
ั้แ่ไม่มีรถส่วนตัวใช้ แบมก็เกลียดการเดินทางในกรุงเทพฯ ขึ้นอีกเป็กอง
แบมสาวเท้าไปริมถนน เขาอยากเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่คอนโดฯ ไว ๆ ขอทำตัวไม่งกสักวัน
แล้วเวลาแบบนี้แท็กซี่ก็ดูเหมือนจะพร้อมใจกันหยุดขับ เมฆบนฟ้าลอยต่ำเต็มที แบมพยายามอธิษฐานในใจให้เขารอดฝน
แต่...
ดูเหมือนคำขอร้องของเขาไม่ค่อยเป็ผลเท่าไหร่
ซู่ ! ฝนตก
แล้วก็ตกลงมาหนักมากเสียด้วย แบมไม่หาที่หลบฝนแล้ว เขาคิดว่าทนเปียกอีกหน่อย ค่อยกลับไปอาบน้ำทีเดียวเลยแล้วกัน
ยิ่งฝนตกหนัก แท็กซี่ที่ผ่านมาล้วนไม่เปิดสัญญาณรถว่างเลย แบมที่เคยปรามาสว่าอากาศร้อนอบอ้าว ตอนนี้ชักจะหนาวแทนแล้ว
เปียกขนาดนี้ถ้าเดินไปรอรถเมล์...เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคอนโดฯ ของโนวามีรถสายไหนผ่านบ้าง ก็ั้แ่ย้ายไปอยู่กับนักบินหน้ามึนคนนั้น เขายังไม่เคยกลับเองเลยนี่นา
แม่ง...ชอบมาสร้างความเคยชินให้ แล้วจู่ ๆ ก็หายไปเฉย ๆ
เขาปรับตัวไม่ทัน เลยหงุดหงิดใจมากอยู่
ปิ๊น !!
แบมเตรียมหันไปด่าคนที่กดแตรแล้ว ตัวเองอยู่ในรถไม่เปียกยังจะหาเื่อีก
“แบม !! ขึ้นรถ”
เสียงที่ะโแข่งกับสายฝนทำให้เขาหันไปมองตาม
ศัตรูหมายเลขสอง...วนกลับมารับเขาเหรอ ?
มองดูดี ๆ ก็ไม่เห็นมีใครนั่งมาด้วย
แบมเลยเดินไปเปิดประตู
“มายืนตากฝนทำไมครับ”
“เรียกแท็กซี่”
“แล้วทำไมไม่รอพี่ในร้าน”
“ก็...เห็นออกไปกับใครสักคน จะไปรู้เหรอว่าจะมารับ”
“ไม่มารับ แล้วจะมานั่งเฝ้าหนูทำไมั้แ่ร้านเปิด”
“แต่อยู่ไม่ถึงร้านปิด”
“พี่ออกไปซื้อข้าวต้มร้านอร่อยให้ค่ะ”
“ไม่ได้อยากกิน”
“พี่อยากกินเองค่ะ เลยซื้อมาเผื่อตามมารยาท”
โนวาก็ยังกวนตีนได้คงเส้นคงวา แต่แบมรู้สึกไม่โกรธมาก ออกจะดีใจด้วยซ้ำที่ได้มานั่งต่อล้อต่อเถียงกับอีกฝ่าย
“แล้วทำไมไม่ไลน์บอกไว้ก่อน”
“แบตฯ หมด แล้วไม่คิดว่าแบมจะเลิกเร็วกว่าทุกคืน”
แบมมองนาฬิกาที่คอนโซลรถ...จริงด้วย วันนี้เขาเก็บร้านลงมาเร็วกว่าทุกวันไปเกือบยี่สิบนาทีเลยมั้ง เพราะตอนนี้มันเป็เวลาเดียวกับเมื่อคืนที่เขาลงมาเจอโนวายืนรออยู่
“ขอบคุณ...ที่มารับ”
“คิดถึงพี่เหมือนกันใช่มั้ยคะ”
“ประหยัดค่ารถดี”
โนวาอมยิ้ม ไอ้เด็กหน้าหมาของเขาพูดอะไรก็ชวนให้อารมณ์ดีไปหมดนั่นแหละ
“ขอโทษที่ทำเบาะรถเปียก แต่พี่ผิดเองที่ไม่บอกแบมไว้ก่อนว่าจะไปซื้อข้าวต้ม”
“เออ กูทั้งนั้นแหละ ไอ้เด็กดื้อ” โนวาว่าอย่างไม่จริงจังนัก เขาหันไปด้านหลัง เพื่อหยิบหมอนผ้าห่มที่ประกันรถหรูแถมมาให้
“เอาไปห่มก่อนนะคะ พี่ขับรถ มือไม่ว่างไปกอดให้ความอบอุ่นหนู”
“พี่ก็พูดให้ผมหัวร้อนตลอดอยู่แล้วครับ ไม่เป็ไร”
โนวาขำออกเสียง
“โอเค ๆ รีบกลับบ้านกัน ไปอาบน้ำแล้วก็กินข้าวต้มร้อน ๆ เนอะ”
“ครับ...แล้วคนที่ออกไปด้วยกัน ไปไหนแล้วล่ะ”
“พี่มีแฟนแล้ว ไม่ได้ออกไปกับใครแล้วค่ะ”
“…”
“ไม่หึงนะคะ”
“หึงพ่อง !”
“จุ๊ ๆ พูดไม่เพราะ จะโดนหนังยางดีดปาก”
แบมไม่พูดอะไรต่อ หันไปมองหยดน้ำที่ไหลไปตามกระจกข้างแทน
เมื่อกลับถึงคอนโดฯ เวหาไล่แบมให้รีบไปอาบน้ำสระผมเพราะเดี๋ยวจะป่วย ส่วนตัวเองก็มาเทข้าวต้มหมูห้าสหายร้านโปรดใส่ชาม เขาสั่งข้าวต้มใส่หมูกรอบล้วนให้แบมเพราะจำได้ว่าน้องมันเคยสั่งก๊วยจั๊บใส่แค่หมูกรอบแบบนี้
แบมเดินออกมาจากห้องน้ำ รุ่นน้องตัวสูงใส่เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น พร้อมพาดผ้าเช็ดผมไว้ที่บ่า โดยยังไม่ได้เช็ดศีรษะให้แห้ง
น้องเดินมานั่งแหมะที่โต๊ะอาหาร ที่โนวานั่งอยู่ก่อนแล้ว
“ไปเป่าผมก่อนมั้ย”
“หิว...เดี๋ยวข้าวต้มไม่ร้อนก็ไม่อร่อย”
“ดื้อเก่ง”
“ไม่เท่าคุณหรอก”
“ปากนี่ไม่เป็รองใคร”
“รองคุณ”
“จ้า...มันต่อปากต่อคำไม่ตายไมค์จริง ๆ”
แบมแค่ฉีกยิ้มรับคำชม พอยิ้มที หน้าเบื่อโลกก็กลับมาเป็หน้าหมาโกลเด้นท์ ดูร่าเริงขึ้นเยอะ
“ไดรฟ์เป่าผมอยู่ไหน”
“ไม่มี ทุกวันผมก็เอาผ้าเช็ด แล้วก็ปล่อยมันแห้งเอง”
“ถามจริงนะ แล้วผมมึงเป็ทรงได้ไงน้อง”
“ก็หวี ๆ เซตนิดหน่อยตอนไปทำงาน”
“หล่อ Natural เวอร์”
“ครับ ไม่เถียง”
โนวาอยากเขกกะโหลกเด็ก แต่กลัวมันต่อยกลับเลยเดินขึ้นไปชั้นสองที่เป็ห้องนอนตัวเอง เพื่อหยิบไดร์เป่าผมลงมาเสียบปลั๊กแถว ๆ โต๊ะอาหาร จากนั้นก็ลงมือเป่าผมให้แบม
“คุณไม่ต้อง เดี๋ยวมันก็แห้งเอง”
“เดี๋ยวป่วยแล้วเป็ภาระกูอีก พรุ่งนี้มีบินญี่ปุ่นนะ หายไปสองวันไม่ได้คอยอยู่ประคบประหงมนะ”
ถามว่า...ใครอยากให้พี่มันประคบประหงมก่อน
“ผมถึกจะตาย ไม่เป็อะไรง่าย ๆ หรอก”
“กิน ๆ ไป จะได้หยุดพูด รำคาญหู”
โนวาจับหัวแบมบิดให้ปลายจมูกชี้ไปทางชามข้าวต้ม แล้วเขาก็กดเปิดไดร์ให้เสียงดัง ๆ
ท้องเขาร้องจ๊อก ๆ แล้วหรอกนะ เลยหยุดเถียงไปก่อน
โนวาเป่าผมให้แบมแบบที่ปกติดูแลคู่นอน after sex มันเลยมีความละมุนตุ้นที่คนน้องก็ไม่เคยได้ััมาก่อน
เขาเคยไปทำแบบนี้ให้พี่เต้าหู้คนที่เขาชอบ แต่...ไม่เคยคิดเลยว่าสักวันหนึ่งจะมีคนมาทำให้บ้าง แถมยังอ่อนโยนกว่าที่ตัวเองทำให้พี่เต้าหู้อีก
“แห้งละ หัวก็หอมแล้วด้วย” โนวาปิดไดร์
“งืม...ขอบคุณ”
แบมพูดแบบอ้อมแอ้มแต่โนวาก็ได้ยิน
“รู้จักบุญคุณคนเก่งมาก ไม่เสียแรงจับเป่าขน”
“ผม ไม่ใช่ขน” แบมแก้ให้
“เซม ๆ แหละ”
“มากินได้แล้ว ข้าวต้มคุณจะไม่ร้อนแล้วนะ”
“เรียกพี่สักคำให้ชื่นใจได้มั้ย เป็รางวัลที่ปรนนิบัติพัดวีก็ได้”
“ไม่เรียก ‘ลุง’ ก็บุญแล้วมั้ย...ครับ”
“ต้องสักหมัดกับกูละไอ้เด็กแบม”
นายบวรกานต์ยิ้มจนตาหยี เนี่ยพอยิ้มก็เหมือนลูกหมาไม่มีพิษ
มีภัยตัวหนึ่ง
“ดูกล้ามผมก่อน” แบมถกแขนเสื้อโชว์
“กล้ามใหญ่ ต่อยเพื่อนกูปากแตก จำได้จ้า แล้วก็โดนไอ้เต้าหู้
คนเถื่อนต่อยกลับ”
แบมหุบยิ้มลง
“เฮ้ย ! ตะวันมันไม่โกรธหรอก ถ้ารู้สึกผิดก็ไปขอโทษกันซะ แล้วก็กลับมาเป็พี่เป็น้องกันได้หมดแหละ เต้าหู้มันก็ไม่ได้โกรธอะไรแบมหรอก”
“จริงเหรอครับ”
“ตะวันหรือเต้าหู้ ที่มึงกังวล”
“พี่เต้าหู้สิ”
“หยุด อย่าคิดเชียว เขารักกันดีมาก พวกกูก็ลุ้นนานมากด้วย อย่าทำให้คู่จิ้นพวกพี่ต้องแตกแยกค่ะ”
“รู้แล้วว่าแพ้ คนมาใหม่ จะสู้คนในใจได้ยังไง”
“แต่ก็ต้องขอบคุณแบมนะ ไม่ได้มึงป่านนี้ไอ้เต้าหู้ยังนึกว่าตะวันมันอยากประหยัดค่าเช่าห้องอยู่เลยมั้ง เลยมาเป็รูมเมตกันน่ะ”
“พี่เต้าหู้น่ารัก”
“อย่ามายิ้มเคลิ้มแบบนั้นไอ้แบม กูระแวงนะ”
“ผมรู้น่าว่าต้องหยุด แค่นึกถึงสมัยทำงานแล้วพี่เขาน่ารักมาก ๆ กับผมแค่นั้นเอง”
“กินอิ่มแล้วก็ไปนอน อย่าเพ้อให้มันมาก”
“รอพี่กินให้เสร็จเนี่ย จะล้างจานให้”
“อุ๊ปส์...คำว่าพี่ ในที่สุดก็ได้ยินก่อนตาย”
“อย่ามาพูดเป็ลาง”
“ขอโทษครับ แต่แอบดีใจนะ แปลว่าเป็ห่วง”
“ยังไม่มีเงินเช่าหอใหม่ต่างหาก เลยต้องดูแลเ้าของห้องที่เมตตาให้อยู่อาศัยให้ดีหน่อย”
โนวากลอกตา แต่อย่างน้อยไอ้เด็กหน้าหมาที่เขาวางตัวเป็ศัตรูด้วย หรือพูดง่าย ๆ ว่าเคยอยากต่อยให้มันหน้าหัน ก็ยังรู้จักบุญคุณคนอยู่บ้าง
นิสัยรวม ๆ ก็น่ารักดี ไม่ได้แย่อย่างที่เคยคิด
“เป็ไรอะ จู่ ๆ ก็ยิ้มคนเดียว”
“มีแฟนน่ารักไง นั่งหายใจเฉย ๆ ก็อารมณ์ดี”
“ตอนมีแฟนจริง อย่าพูดแบบนี้นะเดี๋ยวเขากลัว”
โนวาเท้าเอวหรือเขาต้องต่อยมันจริง ๆ วะไอ้เด็กนี่ สักหมัดกับกูมั้ย
“อิ่มแล้วใช่มั้ย ผมจะเอาถ้วยไปล้าง”
โนวาพยักหน้า แบมรวบถ้วยสองใบไปที่ซิงก์ล้างจาน โนวาลุกขึ้นจากโต๊ะไปยืนประจันหน้ากับอีกฝ่าย
“พรุ่งนี้พี่มีบินนะ ไม่ได้อยู่รับส่งเธอขา...แต่พี่จะทิ้งกุญแจรถไว้ให้ใช้”
“ไม่เป็ไรผมไปรถเมล์ก็ได้”
“เอาไปเถอะ เดี๋ยวก็ต้องไปตากฝนรอรถริมถนนเหมือนวันนี้อีกหรอก”
แบมมองหน้าโนวา ไม่คิดเลยว่าคนที่เขาเคยไม่ชอบขี้หน้าเอามาก ๆ เพราะเป็เพื่อนสนิทของนักบินตะวัน วันหนึ่งจะมาใจดีด้วยขนาดนี้
“มองหน้าพี่ทำไมคะ หน้าเหมือนแฟนหนูเหรอ”
ขอร้องเลย...เอาความรู้สึกดี ๆ เมื่อตะกี้ของเขาคืนกลับมาที
“มีบินก็รีบขึ้นไปนอนไป ดึกแล้ว”
“บินเย็นค่ะ มีเวลานอนอีกเป็วัน”
“แล้วแต่คุณเลย ผมเหนื่อยจะพูดด้วยแล้ว”
“ไม่เรียกพี่แล้วเหรอ”
“ลุง !! ไปนอน”
“เชี่ย แบมอย่ามาร้ายนะ ให้เกียรติเข็มหมอที่จิ้มหน้ากูบ้าง”
ได้ทีคนเด็กกว่าก็หัวเราะลั่น ต่อปากต่อคำกันจนเขาล้างจานเสร็จแล้ว ดูดิว่าไร้สาระขนาดไหน
“พี่ไม่ไปนอน ก็เื่ของพี่ ผมไปนอนละนะ”
“โอเค บ๊ะบาย กู๊ดไนท์คิสสึ จุ๊บ ๆ ค่ะ”
เพลียมากนะใช้ชีวิตร่วมด้วยน่ะ แบมไม่พูดแล้ว เพราะถ้าเขาพูดหนึ่งประโยค พี่มันต้องสรรหาความลำไยมาอีกหลายประโยคแน่
“ไม่กู๊ดไนท์คิสพี่เหรอคะที่รัก”
แบมชี้ที่หมัดตัวเอง ต่อด้วยข้อศอก ก้มลงไปชี้หัวเข่า แล้วก็ยกส้นเท้าขึ้นมานิดนึงด้วย เป็การสื่อสารว่าให้เลือกดูว่าจะคิสสึกันที่ตรงไหนดี
“ขู่เก่ง”
“นอนน้อยแล้วโง่ ผมไปนอนก่อนนะ”
โนวาจะอ้าปากพูดอะไรอีก แบมอาศัยความไววิ่งเข้าห้องนอนไปเลย กลัวว่าถ้ารอฟังโนวา แล้วเขาจะคันปากเถียงพี่มันอีก เถียงไปเถียงมาถึงเช้าพอดี
‘พี่โนวา...’
เปรี้ยง !
โนวาสะดุ้งตื่น เขาใรุนแรงจนไม่มีความรู้สึกงัวเงีย จำได้ว่าทั้งชีวิตไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อน จึงลุกขึ้นนั่งเพื่อสงบสติของตัวเอง
แสงสีขาวแลบเข้ามาในห้อง ใบหน้าหล่อเหลาจึงหันมองออกไปยังม่านที่ตัวเองแง้มไว้เล็กน้อย เพื่อให้แสงแดดยามเช้าลอดเข้ามาได้
ตอนนี้นอกหน้าต่างยังเป็่ยามค่ำคืน แถมดูเหมือนจะมีฝนตกหนัก พร้อมกับท้องฟ้าที่แปรปรวนมากเสียด้วย
“ดีนะไม่มีบิน เจอเมฆแบบนี้มือเย็นแน่กู”
พูดกับตัวเองแล้วก็รู้สึกกระหายน้ำจึงหันกลับจากหน้าต่างไปยังหัวเตียง มันว่างเปล่า เขาคงลืมหยิบขวดน้ำดื่มขึ้นมาก่อนเข้านอน
ร่างสูงใหญ่ที่ท่อนบนแ่าไปด้วยกล้ามเนื้อลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาคว้าเสื้อยืดที่ถอดพาดไว้ตรงปลายเตียงมาสวม ก่อนจะเดินลงไปหาน้ำดื่มในตู้เย็น
ด้วยความเคยชินคอนโดฯ ตัวเอง โนวาไม่ได้เปิดไฟให้บันไดสว่าง
แต่พอเท้าเขาแตะถึงพื้นชั้นล่างก็ใสุดขีดจนมือต้องรีบตบสวิตช์ไฟให้ห้องสว่าง
เงาดำทะมึนบนโซฟา พร้อมใบหน้าขาวโพลนที่เขาเห็นเมื่อสักครู่...มันหลอนจนขนลุก
“เชี่ย !! ไอ้แบม”
“ครับ”
“กูเกือบหัวใจวาย มานั่งคลุมโปงทำอะไรมืด ๆ อยู่กลางห้อง”
“ผะ...ผมนอนไม่หลับ แต่ไม่ได้เปิดไฟกับเปิดแอร์ให้เปลืองนะ”
“ถ้ามึงเปิดไฟกูจะไม่ด่ามึงเลยอิน้องแบม เกือบได้โทร 1669 เรียกรถโรงพยาบาลมารับเพราะกูหัวใจวายแล้วมั้ย”
โนวาลูบอกตัวเองหลายที แล้วเดินมาประจันหน้ากับแบมที่นั่งกอดเข่าแล้วเอาผ้านวมคลุมศีรษะไว้ เมื่อกี้คงเล่นเกมจนไฟหน้าจอโทรศัพท์ส่องหน้าขาวจั๊วะให้เขานึกว่าเป็ผีมาหลอกถึงกลางคอนโดฯ
“แล้วพี่ลงมาทำไมดึกดื่น”
“ทานโทษนะนี่คอนโดฯ พี่ค่ะ จะลงมากี่โมงก็ได้”
“ก็จริง”
“ยังจะมาก็จริงอีก”
โนวาอยากหยิกปากเด็กมาก
วาบ ! แสงขาววาบเข้ามาให้ห้อง ตามด้วยเสียงเปรี้ยงดังสนั่น
ฟ้าผ่าลงมาอีกที ทั้งที่กระจกคอนโดฯ โนวาเก็บเสียงได้เป็อย่างดีแล้ว แต่คืนนี้ท้องฟ้าก็แปรปรวนหนักเกินไปจริง ๆ
นักบินหนุ่มเพิ่งสังเกตว่าคนที่นั่งคลุมโปงกอดเข่าอยู่ข้าง ๆ สะดุ้งและพยายามใช้ผ้านวมปิดร่างตัวเองให้มิดชิดที่สุด
“แบม...กลัวฟ้าร้องเหรอ”
“ใครกลัว ผมไม่ได้กลัว”
“พี่ไม่เอาไปล้อหรอกน่า”
เปรี้ยง !
ฟ้าผ่าอีกรอบ แบมเผลอซุกหน้าเข้ากับไหล่โนวาโดยไม่ได้ตั้งใจ
ก็กลัวนั่นแหละไอ้เด็ก
โนวาใช้มืออีกข้างลูบหัวแบมเบา ๆ เพราะถือศักดิ์ว่าตัวเองอายุมากกว่า
ที่จริงแบมไม่ได้กลัวฟ้าร้อง...เขากลัวสิ่งที่แสงสีขาวจากฟ้าจะทำให้เขาเห็นอะไรบางอย่างมากกว่า
ั้แ่คืนที่ประสบอุบัติเหตุตอนเด็ก แล้วมีฝนฟ้าแปรปรวนเหมือนในคืนนี้
เขาก็เห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น จนใช้ชีวิตไม่ปกติไปพักใหญ่
แบมลูบสร้อยลูกปัดที่ข้อมือตัวเองเพื่อเรียกความอุ่นใจ
“ไม่ต้องกลัว พี่อยู่ข้าง ๆ” โนวาพูดด้วยเสียงนุ่มนวล เขาโตพอที่จะปลอบโยนคนอื่น และไม่กวนประสาทแบมในเวลาแบบนี้
“อือ...ผมกลัวฟ้าร้อง” แบมตอบไปให้โนวาสบายใจ ถ้าอีกฝ่ายอยากเข้าใจแบบนั้น เขากลัวฟ้าผ่าฟ้าร้องก็ได้
“ครับ พี่รู้ พี่อยู่ข้าง ๆ นะ”
“ทำไมใจดี”
“พี่ดูคลิปมาเยอะ เวลาฟ้าร้อง คนเลี้ยงหมา ก็ต้องมานั่งปลอบหมา แบบนี้แหละ”
แบมกระเด้งตัวออกจากไหล่โนวา วัน ๆ ต้องทวงคืนความรู้สึกดีกับพี่มันกลับมาสักกี่ครั้งกันนะ
“โอเค ไม่แกล้งแล้ว เดี๋ยวเอาหูฟังตัดเสียงรบกวนมาให้”
“ไม่เป็ไร พี่จะขึ้นไปนอนก็ไปเถอะ ผมเอาผ้านวมคลุมไว้แบบนี้แหละ เดี๋ยวก็หยุดแล้วมั้ง”
“ดื้อเก่งมาก ๆ เลยครับต้าวแฟน”
แบมปลง โนวาอยากทำอะไรก็เอาเลยเถอะ เขาเอามือออกมาจากผ้านวมนิดนึงแล้วผายมือส่งไปทางบันได เหมือนมีเสียงคำว่า ‘เชิญจ้า’ ออกมาจากปลายฝ่ามือของแบม
เสียงฝีเท้าที่ไกลออกไป ทำให้แบมรู้ว่าโนวาเดินขึ้นบันไดไปแล้ว แม้เข้าจะคิดว่าศัตรูหมายเลขสองค่อนข้างไร้สาระ แต่มันก็นานมากแล้วเหมือนกันที่ไม่มีใคร ‘ใส่ใจ’ เขามากขนาดนี้
โนวาหายไปแป๊บเดียว ยังไม่ทันที่ฟ้าจะแสดงอิทธิฤทธิ์อีกรอบ ร่างสูงก็นั่งลงข้าง ๆ แบมแล้ว
“เลิกคลุมโปงก่อนครับ”
“เดี๋ยวมันโผล่มา”
สิ่งที่โผล่มาของทั้งสองคนอาจจะไม่เหมือนกัน แต่ช่างมันเถอะ
โนวาฟังน้องพูดแล้วถึงกับต้องอมยิ้ม
“อะ งั้นเอาไปใส่เอง มันตัดเสียงรอบข้างโคตรดีเลยอันนี้”
เฮดโฟนถูกยื่นมาตรงหน้าแบม โนวาอยากให้น้องได้ฟังเพลงแทนจะฟังเสียงฟ้าร้อง แบมรับความหวังดีมา ถ้าไม่ได้ยินเสียงฟ้าผ่า ใจเขาอาจจะจินตนาการถึงสิ่งน่ากลัวน้อยลง คิดแล้วก็วางมันครอบหูตัวเอง
‘อ๊าาา~ เสียววววว อ๊ะ เสียวมากเลย’
“เหี้ย ! เงี่ยนก็ไปชักว่าว อย่ามาทำแบบนี้ !!!”
แบมแทบเขวี้ยงเฮดโฟนใส่หน้าโนวา ส่วนคนโดนด่าก็ทำหน้างงเหมือนหมาโง่ตัวหนึ่ง
“เป็อะไรแบม”
“คุณเก็บไว้ฟังเองเหอะ แล้วไม่ต้องมายุ่งกับผมแล้ว ผมดูแลตัวเองได้”
โนวายังทำหน้าเครื่องหมายคำถามลอยรอบศีรษะอยู่ แล้วหยิบเฮดโฟนขึ้นมาสวมหูตัวเองบ้าง
‘แรงอีกครับ อ๊าห์ ผมจะเสร็จแล้ว’
“ฉิบหาย ซิงก์กับเครื่องไหนกูอยู่วะเนี่ย”
เขาดูหนังโป๊ก่อนนอน แล้วไอ้หูฟังคงไปเชื่อมต่อบลูทูธกับเครื่องนั้นเข้า
“แบม...พี่ขอโทษ ไปเปลี่ยนเป็เพลงกล่อมเด็กให้ก่อนนะ”
พูดแล้วก็วิ่งพรวดขึ้นไปหาตัวต้นเื่
ไอ้...ไอแพดเวร แกทำให้ฉันดูบ้ากาม !
โนวาเดินลงมาพร้อมตัวต้นเื่ เขาโชว์ให้แบมดูว่าเปลี่ยนเื่เสียวให้เป็เพลงกล่อมเด็กแล้ว
ภาพเบบี๋นอนบนเปลทำให้แบมยิ่งทำหน้าหงิกกว่าเดิม
“ผมโตแล้วนะ”
“ก็เพลงกล่อมนอน จะได้หลับง่าย ๆ”
หน้าแบมยังดูหงุดหงิดอยู่ แต่ฟ้าดันแลบอีกครั้ง โนวาเลยรีบกระโจนเอาเฮดโฟนไปครอบหูแบม
มันทันเวลา เสียงเปรี้ยง ! ที่ดังลั่นจนกระจกคอนโดฯ ะเืไม่ได้เล็ดลอดผ่านเข้าไปในโสตประสาทคนน้อง
“ฟ้าผ่าไปแล้ว แบมได้ยินเสียงมั้ย”
คราวนี้เ้าเด็กหน้าหมาของโนวาเพียงแค่จ้องหน้ากลับมาเท่านั้น เขาเห็นโนวาขยับปาก แต่เฮดโฟนมันดีจริง ๆ
“เมื่อกี้ พี่พูดว่าอะไร”
โนวาหยิบโทรศัพท์มาพิมพ์ตอบกลับไป
โนวา : พี่บอกว่าฟ้าผ่าไปแล้ว แบมไม่ได้ยินใช่มั้ย
แบม : จริงเหรอ ผมไม่ได้ยินเสียงเลย
โนวา : ดีแล้ว งั้นก็ไปนอนได้แล้วนะ
แบม : พี่เอาไอแพดคืนไป ผมต่อเฮดโฟนกับโทรศัพท์ตัวเองได้
โนวา : ก็เอาไปนั่นแหละ เผื่ออยากดูหนังโป๊ต่อจากพี่
ต่อยเท่านั้นที่จะจบปัญหา สันติไม่ใช้ทางออกในการใช้ชีวิตร่วมกับโนวาจริง ๆ!
แบมคิดว่าแค่ไม่กี่นาทีที่คุยกัน เขาต้องข่มใจกับพี่มันกี่ครั้งแล้ว
โนวา : ล้อเล่นนะ ไปนอนเถอะ พี่ไปส่งเข้าห้อง
ร่างสูงข้าง ๆ ลุกขึ้น แบมเลยลุกตาม โนวาทำเหมือนเขาเป็เด็กยังไม่โต เดินตามไปส่งถึงในห้องนอน
โนวา : ถ้ายังนอนไม่หลับอีก ก็ไปนอนกับพี่ข้างบนนะ ไม่ล็อกห้อง
แบม : ผมจะรีบหลับเลย
โนวา : จ้า ฝันดีนะคะ พิกกี้บูบู ยอดชู้ยาใจของพี่
แบม : พี่รีบไปนอนเถอะ ผมขอร้อง
โนวายิ้มขำ เขานึกอยากหยอกแบมอีกสักหลายประโยค แต่ก็ไม่อยากให้น้องมันนอนน้อยเกินไป เลยยอมออกจากห้อง เขาปิดไฟและปิดประตูให้แบมอย่างเบามือ ก่อนจะเดินขึ้นห้องตัวเอง
‘พี่โนวา...’
ตอนเดินขึ้นบันไดเหมือนได้ยินเสียงเรียกที่ดังมาจากด้านนอก แต่โนวาคิดว่าตัวเองคงหูฝาด ฝนตกฟ้าผ่าขนาดนี้ใครจะมายืนเรียกเขาจากระเบียง คิดได้แบบนั้นนักบินหนุ่มก็รีบเข้านอนบ้าง พรุ่งนี้จะได้ตื่นมาแกล้งแบมใหม่
TBC