ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 34 ซาลาเปาเป็นที่นิยมในวันฝนพรำ

            เมื่อเห็นว่าภรรยารักเป็นห่วงมุมปากของเฝิงต้าจู้ก็อดใจไม่หยักยิ้มไม่ไหว

            หลี่ชิงชิงเอ่ยว่า“ข้าได้บอกกับพี่หญิงใหญ่และพี่เขยใหญ่ไว้แล้ว บ้านของพวกเขาขายซาลาเปาอยู่ในตำบลจิ่วชวีเช้าตรู่วันพรุ่ง ท่านพี่เขยสามารถออกเดินทางตรงจากที่นี่ไปยังตำบลจิ่วชวีเพียงเท่านี้ก็จะช่วยร่นระยะทางไปได้หลายลี้เจ้าค่ะ”

            เฝิงต้าจู้พยักหน้าเห็นด้วย

            หลี่หลานหลานเอ่ยถามว่า“ชิงชิง เจ้าได้รับกบมาเยอะขนาดนี้ วันพรุ่งนี้ข้าให้พี่เขยของเจ้านำไปมอบให้บ้านพี่หญิงใหญ่สักหน่อยเจ้าว่าอย่างไร?”

            หลี่ชิงชิงย่อมเห็นด้วยอยู่แล้วหลี่หงหงดีกับนางมาก ฝีมือการทำอาหารของนางล้วนส่งต่อให้หลี่หงหงสืบทอด แล้วกบเพียงไม่กี่ตัวจะนับเป็นอันใดได้

            เฝิงเอ้อร์จู้จัดการถลกหนังผ่ากบในตะกร้าด้วยความประณีตฉับไวเก็บส่วนหนึ่งเอาไว้ ส่วนที่ถูกถลกหนังนำไปห่อด้วยใบบัวขนาดใหญ่ ใส่ลงในตะกร้าไม้ไผ่และแขวนไว้ใต้คานของห้องโถง

            แถวนี้มีหนูเยอะทีเดียวหากไม่ห้อยเอาไว้สูงหน่อย ย่อมถูกขโมยกินอย่างแน่นอน

            กลางดึกคืนนั้นเฝิงต้าจู้ลุกจากเตียงเงียบๆ เขาเดินทางออกจากบ้านไปพร้อมกับเนื้อกบ โดยไม่แม้แต่จะแตะต้องอาหารเช้าด้วยซ้ำ

            สำหรับเขาแล้วมีเพียงช่วงเวลาที่งานในทุ่งนาไม่มากถึงจะสามารถเข้าไปทำงานในเมืองได้ ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวเป็นฤดูแห่งการทำงานเขาต้องทำงานหาเงินทุกวันถึงจะสามารถเลี้ยงดูคนทั้งครอบครัวได้

            วันนี้สวรรค์บันดาลให้ฝนฟ้าไม่ดีเท่าไรนักยามย่ำรุ่ง ฝนประจำฤดูใบไม้ร่วงก็เริ่มโปรยปรายโชคดีที่เฝิงต้าจู้พกอุปกรณ์กันฝนออกจากบ้านมาด้วยหลังจากกางร่มที่มีรูรั่วอยู่สองรู เขาก็เดินไปตามเส้นทางบนถนนหลักที่ค่อนข้างลื่นค่อยๆ ก้าวเดินมุ่งหน้าเข้าตำบลจิ่วชวีทีละก้าวๆ

            ยามที่ใกล้ถึงที่หมายจากฝนโปรยปรายก็แปรเปลี่ยนเป็นหนักขึ้น ผู้คนที่เดินสัญจรไปมาบนถนนหลักมีไม่มากนักชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะพึมพำกับตัวเองว่า “วันฝนตกเช่นนี้ คนออกจากบ้านน้อยค้าขายอาหารจะดีหรือ?”

            เพียงครู่เดียวตำบลจิ่วชวีก็ปรากฏให้เห็นตรงหน้าถนนชิงสือที่มีช่องทางให้รถม้าผ่านไปพร้อมกันได้สามคันนั้นตัดผ่านทะลุเมืองถนนสายนี้เป็นถนนสายหลักที่ใหญ่ที่สุดในเมือง และเป็นทางเดียวที่จะเดินทางไปสู่ถนนหลักของเมืองเซียงได้

            ยามนั้นยังเป็นช่วงเวลาเช้าตรู่ทว่าสองข้างทางกลับปรากฏร้านค้าแผงลอยตั้งเรียงรายกันพร้อมสรรพแล้ว ไม่ว่าจะขายปลาผัก ไก่ ไข่ เป็ด ฟืน รองเท้าแตะฟาง ข้าวผัด ขนมแบะแชล้วนมีให้เห็นทั้งหมด

            หน้าแผงร้านเหล่านี้ปรากฏลูกค้าที่ถามไถ่บางตานักมีเพียงร้านเดียวที่ตั้งอยู่บนปลายถนนเท่านั้นที่คึกคักมีชีวิตชีวายิ่ง ห้อมล้อมไปด้วยชาวบ้านนับสิบไม่รู้ว่าขายอะไร

            เพราะหยาดพิรุณโปรยปรายเหล่าพ่อค้าแม่ขายถึงได้ย้ายแผงลอยเข้าไปยังมุมบ้านของผู้อยู่อาศัยหรือใต้ชายคา

            เฝิงต้าจู้เดินจากต้นสายไปยังสุดสายถนนหลังจากที่เมียงมองอยู่สักพัก ก็ยังหาเงาร่างของจวงซานหู่ไม่พบในใจให้รู้สึกอึดอัดนัก เพราะว่าวันนี้ฝนตก ครอบครัวสกุลจวงจึงไม่ออกมาตั้งแผงขายของหรือ?

            เป็นในตอนนั้นเองเสียงเกรี้ยวกราดพลันดังแว่วมาจากตรงมุมสุดปลายถนนที่ไม่ไกลนัก“เจ้ามาร้องกระจองอแงอันใด เมื่อวานข้าตกลงกับเขาไว้ดิบดีแล้วว่าจะซื้อซาลาเปาทั้งหมดสิบลูกอีกทั้งยังจ่ายเงินมัดจำครบเต็มจำนวนแล้วด้วย หากเจ้าต้องการซื้อซาลาเปาเพิ่ม ก็แค่ไปจองกับเขาไว้ล่วงหน้ายามนี้จะมาตะโกนใส่ข้าเพื่ออันใด?”

            เสียงของบุรุษอีกคนก็ไม่เบาเช่นกัน“เจ้าจองไว้ล่วงหน้าแล้ว เหตุใดไม่บอกตั้งแต่แรก หากเจ้าพูดตั้งแต่แรกข้าก็ไม่ว่าอันใดแล้ว!”

            ยังคงเป็นเสียงของบุรุษคนเมื่อครู่ที่เอ่ยเสียงสูงว่า“หลีกทางหน่อย ข้าจะหยิบซาลาเปา!”

            แว่วเสียงของสตรีผู้หนึ่งบ่นขรมว่า“พ่อค้าซาลาเปา เหตุใดวันนี้เจ้าถึงนำซาลาเปาออกมาขายน้อยนักเจ้าไม่รู้หรือว่าคนขี้เกียจทำอาหารตอนฝนตก?”

            เสียงบุรุษอีกคนดังขึ้นฟังดูแล้วคงเป็นพ่อค้าซาลาเปาที่ว่านั่น “เอาละ พี่สาวท่านนี้ทุกอย่างล้วนเป็นความผิดข้าทั้งสิ้นข้าคิดว่าวันที่ฝนตกโปรยปรายเช่นนี้ลูกค้าคงไม่อยากออกไปที่ใดนักจึงบอกให้ภรรยาทำซาลาเปาให้น้อยลง...”

            ทุกคนที่มุงอยู่ล้วนเอ่ยอย่างพร้อมเพรียงว่า“ซาลาเปาของเจ้าอร่อย ยามฝนตกครั้งหน้าก็นึ่งให้มากหน่อยนะ”

            “คนแก่กับเด็กๆที่บ้านข้าฟันไม่ดี ก็เลยชอบกินซาลาเปาของบ้านเจ้ามากหากเจ้ายังนำออกมาขายน้อยเช่นนี้ ทั้งๆ ที่การค้าก็ดีถึงเพียงนี้ทำเงินได้ตั้งมากมายแต่ไม่ทำ พวกเจ้านี่นะ!”

            มีคนเอ่ยถามว่า“ซาลาเปาวันนี้ไส้อะไรหรือ?”

            “มะเขือพริกและเนื้อหมู ภรรยาข้าบอกว่ามิอาจทำไส้แตงกวา พริก และเนื้อหมูไปตลอดได้จึงเปลี่ยนไส้ ฮ่าๆ”

            เมื่อครู่นี้เฝิงต้าจู้ยังไม่กล้าปักใจทว่าทันทีที่ได้ยินเสียงหัวเราะลั่นอย่างมั่นอกมั่นใจ ไม่ผิดแน่ นั่นต้องเป็นจวงซานหู่อย่างแน่นอน

            ที่แท้การค้าอาหารที่ทำจากแป้งของบ้านสกุลจวงก็ได้รับความนิยมถึงขนาดนี้กระทั่งในวันที่ฝนตกก็ยังมีคนมาซื้อเยอะแยะเพียงนี้

            เมื่อนึกเรื่องที่ภรรยาตนเองขอให้น้องสาวสอนวิธีการทำแป้งให้และบ้านของตนก็เตรียมจะขายอาหารที่ทำจากแป้งเช่นกันชายหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นยินดี

            บุตรเขยสองคนของบ้านตระกูลหลี่พบกันท่ามกลางสายฝนเฝิงต้าจู้ช่วยจวงซานหู่ขายซาลาเปา หลังจากนั้นไม่นาน ซาลาเปาทั้งสามกล่องใหญ่ในรถที่ขนมาก็ถูกขายจนหมดเกลี้ยง

            เฝิงต้าจู้รอจนฝูงชนสลายตัวไปจนหมดแล้วถึงได้เอ่ยคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจมาระยะหนึ่งออกมา “พี่เขยใหญ่การขายซาลาเปาสามารถทำเงินให้ท่านได้จริงหรือ?”

            “ได้สิได้มากด้วย ฮ่าๆ” จวงซานหู่อดเงยหน้าหัวเราะเสียงดังลั่นฟ้ามิได้หากเป็นคนอื่นที่ถามคำถามนี้กับเขา เขาย่อมไม่มีทางเอ่ยตอบตามจริงแน่ทว่าคนตรงหน้าคือสามีของน้องสาวภรรยา เขาได้ยินน้องภรรยาคนเล็กเอ่ยว่า ต่อจากนี้บ้านพี่เขยของนางก็กำลังเตรียมจะเปิดร้านขายอาหารเช่นกันเขาคาดว่าการที่สามีของน้องภรรยามาที่นี่ในวันนี้ ก็เพื่อสืบข่าวว่าการค้าซาลาเปานั้นเป็นไปด้วยดีหรือไม่

            เฝิงต้าจู้ยินดีเป็นอย่างยิ่งเขาถามถึงต้นทุนและกำไรอย่างละเอียด หลังจากนั้นก็ถูกข้อมูลเรื่องผลกำไรสูงซัดเข้าหน้าจนตกใจอ้าปากค้างด้วยความงุนงง

            เขาที่ทำงานในอำเภอตั้งเช้าตรู่จรดพลบค่ำทั้งใช้เวลานานและเหนื่อยสายตัวแทบขาดทว่าวันหนึ่งกลับทำเงินได้เพียงหกเหรียญทองแดงเท่านั้น

            ทว่าจวงซานหู่สองสามีภรรยาช่วยกันขายซาลาเปาวุ่นวายไม่ถึงครึ่งวันก็ทำเงินได้ถึงหลายร้อยเหรียญทองแดงนับเป็นเงินหลายตำลึงต่อเดือน!

            ช่างเป็นความแตกต่างที่มิอาจจินตนาการได้

            โชคดีที่เขามิได้มีแนวคิดบุรุษเป็นใหญ่มิได้ปฏิเสธแนวคิดการค้าขายของภรรยา โชคดีที่วันนี้เขามาสอบถาม มิเช่นนั้นคงจะเสียใจในภายหลังขนาดโยนตัวเองลงแม่น้ำตายแน่

            ตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นมาเฝิงต้าจู้ก็โยนเรื่องการทำงานในอำเภอหายเข้าไปในกลีบเมฆ มุ่งมั่นตั้งใจคิดเรื่องการค้าเพียงอย่างเดียว

            เขาสอบถามจวงซานหู่เกี่ยวกับซึ้งนึ่งซาลาเปาเอยเรื่องกล่องเอย และอีกมากมาย

            “น้องเขยข้าทำซึ้งซาลาเปาเป็น ซึ้งซาลาเปาที่ใช้อยู่ที่บ้านก็เป็นข้าทำเอง”จวงซานหู่เห็นฝนทำท่าจะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ยังดีที่ซาลาเปาขายหมดเกลี้ยงแล้วจึงเอ่ยว่า “เจ้าตามข้ากลับไปที่บ้าน ไม่ต้องซื้อซึ้งใหม่แต่อย่างใด รอจนข้าทำเสร็จบ่ายนี้เจ้าก็เอากลับบ้านไปได้เลย”

            หม้อซึ้งที่ใช้ทำอาหารนั้นจำเป็นต้องมีเกรงว่าเงินที่จะต้องจ่ายย่อมราคาหลายเหรียญทองแดง ต่อให้ซื้อในหมู่บ้านก็ตาม

            เฝิงต้าจู้ขอบคุณเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            จวงซานหู่เปิดให้เฝิงต้าจู้ดูเกวียนที่ใช้ขนสิ่งของกล่องไม้ และเนื้อหมูห้าจินที่เขาซื้อมาจากตลาดในราคาเจ็ดสิบเหรียญทองแดง

            หมูสองจินแบ่งไว้ทำซาลาเปาขายในวันพรุ่งนี้ส่วนอีกสามจินใช้สำหรับเลี้ยงรับรองเฝิงต้าจู้

            หลังจากหยาดฝนเบาลงสองบุรุษก็เดินทางออกจากตำบลจิ่วชวี มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านตง

            ยามที่หลี่หงหงเห็นสามีของน้องสี่มาหาก็รู้สึกยินดีและประหลาดใจนัก ยิ่งเห็นว่าเขานำเนื้อกบหลายจินมาด้วย นางก็ต้อนรับอย่างยิ้มแย้ม“เนื้อกบแพงขนาดนั้น เจ้าจะเสียเงินซื้อไปทำไมกัน?”

            เฝิงต้าจู้เอ่ยอย่างไม่สะทกสะท้าน“พี่สาว ข้าจะมีเงินซื้อเนื้อกบได้อย่างไรนี่เป็นของขวัญตอบแทนจากคนที่น้องชิงชิงช่วยชีวิตเอาไว้ชิงชิงมอบให้ครอบครัวข้าครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งมอบให้บ้านท่าน”

            หลี่หงหงเอ่ยอย่างตกใจ“หา ตอบแทนที่ช่วยชีวิตไว้หรือ?”

            เฝิงต้าจู้ยิ้มพลางเอ่ยอธิบายถึงเหตุผลที่ว่าเหตุใดครอบครัวของเทียนเป่าจึงให้กบมาเมื่อวานนี้

            ยามนี้แม้แต่จวงซานหู่ก็ตกใจเช่นกันเขาไม่เคยได้ยินหลี่หงหงบอกมาก่อนว่าหลี่ชิงชิงรู้วิชาแพทย์ด้วย?

            เฝิงต้าจู้มองสีหน้าของทั้งสองก่อนจะเอ่ยกระซิบกระซาบว่า “ที่แท้พวกท่านก็ไม่รู้หรือว่าชิงชิงรู้วิชาแพทย์”

            หลี่หงหงขมวดคิ้วพร้อมเอ่ย“น้องชิงชิงช่างอาจหาญเกินไปแล้ว นั่นคืออสรพิษเชียวนะ!”

            จวงซานหู่กล่าวต่อ“ใช่ งูใบไผ่เขียวมีพิษร้ายแรง ชิงชิงช่างขวัญกล้าเทียมฟ้านัก”

            เฝิงต้าจู้รีบร้อนอธิบายอย่างรวดเร็ว“งูพิษตัวนั้นกัดพ่อค้ากบ ชิงชิงไม่เห็นแม้แต่ตัวของงูพิษด้วยซ้ำ”

            หลี่หงหงเอ่ยด้วยความเป็นห่วง“ต่อให้ครั้งนี้เด็กคนนี้สามารถช่วยชีวิตคนให้รอดได้ ทว่าครั้งหน้าเล่าช่วยพันครั้งหากมีหนึ่งครั้งที่ช่วยไม่ได้ ทั้งคนป่วย ทั้งครอบครัวของคนป่วย คงมิใช่จะหันมาชำระความเอากับนางแทนหรอกหรือ?”

    คล้ายกับเรื่องข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ] ที่คุณอ่าน