หลังจากนั้นจินฮวาก็ถูกจับอาบน้ำจนได้ หลังจากอาบน้ำเสร็จ นางก็ถูกสหายคนใหม่พาออกมา หลังจากยามวิกาล
ก่อนจะได้เวลาออกมา อวี้ฮวาได้เล่าเื่ราวต่างๆ ให้นางฟังมากมาย
นางเล่าว่าวังหลังของฮ่องเต้ลู่เหรินจวินออกจะไม่เหมือนคนอื่น ความจริงแล้วตำแหน่งฟูเหรินเอกควรจะอภิเษกั้แ่ฮ่องเต้ยังคงเป็ไท่จื่อ แต่จนมาบัดนี้ตำแหน่งพระสนมั้แ่ตำแหน่งกุ้ยเฟยไปจนถึงเหม่ยเหรินแต่งตั้งแล้วทั้งสิ้น ยกเว้นเพียงแต่ตำแหน่งฮองเฮา
อวี้ฮวากล่าวว่าสาเหตุที่เป็อย่างนั้น เพราะฮ่องเต้ดิ้นรนเพื่อจะให้สตรีนางหนึ่งขึ้นมาสู่ตำแหน่งนี้ แต่นั่นไม่ได้ผลเพราะเนื่องจากสตรีนางนี้ มีสถานะดังเช่นตัวประกัน และโดยธรรมชาติของทุกคนแล้วไม่มีผู้ใดยอมก้มหัวให้กับคนต่างบ้าน ต่างเมือง ต่างแคว้น นอกจากนั้นหากให้ลูกที่มีสายเืระหว่างราชวงศ์อื่น สืบทอดอำนาจครึ่งต่อครึ่งราชวงศ์ นางกล่าวว่ามันจะเป็การเปราะบางต่อแคว้นเกินไป
แต่ดูคล้าย หญิงนางนี้จะมีความผูกพันกับฮ่องเต้มาั้แ่ยังเยาว์
ฟังมาถึงจุดนี้จินฮวาไม่เข้าใจเลยแม้แต่ประโยคเดียว และรู้สึกว่าแบบแผนของมนุษย์มันยากเย็นเกินกว่าจะเข้าใจ ชีวิตแมวอย่างนางใครแข็งแกร่งที่สุด พิสูจน์ให้ผู้อื่นเห็น ก็พร้อมที่จะก้มหัวให้ในฐานะผู้นำฝูง มนุษย์ไม่ทำอย่างนั้นหรือ เหตุใดมนุษย์มีเื่มากมายต้องคิดถึงเพียงนั้น
อวี้ฮวาพานางมาที่ตำหนักหนึ่งซึ่งกว้างขวางพอสมควร
“ที่นี่เป็ตำหนักของหลินหรานิเฟย”
เมื่อได้ฟังแล้ว จินฮวาก็รู้สึกไม่เข้าใจเพราะเหตุใดนางต้องมาที่นี่ด้วย
อวี้ฮวาเห็นท่าทางของว่าที่พี่สะใภ้ นางก็จับไหล่ทั้งสองข้างให้สบตาตนเอง ก่อนจะกล่าวอย่างจริงจังว่า “ ตำหนักนี้คือตำหนักของนางผู้นั้นอย่างไรเล่า เหรินจวินเกอเกอมานอนกับนางบ่อยที่สุด ดังนั้นข้าจึงพาท่านมาดูว่านางทำอย่างไร อีกทั้งท่านอุดอู้แต่ตำหนักข้าเกรงว่าท่านจะร้องไห้อีก”
เื่ที่ฮองเฮาถูกลอบทำร้ายไม่แน่ว่าผู้ที่อยู่เื้ัอาจเป็นางก็ได้ ถึงแม้ว่าฝ่ายราชสำนักจะไม่มีใครชอบนางมากนัก แต่ในด้านความชอบของฮ่องเต้นั้น นางเป็ฮองเฮา
จินฮวารู้สึกได้ถึงความเป็ห่วงเป็ใยของอีกฝ่ายจากน้ำเสียง “เ้าเป็คนใจดีจริงๆ มาเถอะ อยากให้ข้าไปดูอะไร”
“ท่านปีนต้นไม้เป็หรือไม่”
“ข้าเก่งมากเชียว”
เหรินจวินถอดฉลองพระองค์ตัวนอก และหลินหรานรอรับฉลองพระองค์ตัวนอก ก่อนนางจะนำไปวางให้
“ในวันนี้ข้าไม่คิดว่าฝ่าาจะเสด็จมา”
“มีเหตุอันใดให้ข้าไม่มาเล่า”
“วันนี้คุณหนูหวังเข้ามาไม่ใช่หรือเพคะ”
เหรินจวินประคองใบหน้านางขึ้น “ข้าไม่อาจทำดังที่รับปากเ้าได้”
หลินหรานยิ้มเล็กน้อย “หม่อมฉันไม่ได้้าตำแหน่งใหญ่โตในวังหลังแห่งนี้ หม่อมฉัน้าตำแหน่งในหัวใจพระองค์
อวี้ฮวาที่กำลังเกาะต้นไม้มองอยู่ที่ด้านนอกตำหนัก ทำท่าทางขนลุกขนพอง “ข้าขนลุกขนพองแท้ ข้าไม่คิดว่าเกอเกอจะเป็คนเช่นนี้ท่านต้องจดจำเอาไว้”
จินฮวาไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่นางก็พยักหน้ารับ
อึดใจต่อมานางก็ได้พบกับภาพอันน่าตกตะลึงเป็อย่างมาก เหรินจวินก้มลงไปกินปากของหญิงสาวตรงหน้า
“ต่อจากนี้ต้องจดจำไว้ให้ดี ยามเข้าหอท่านต้องมัดใจเกอเกอให้จนได้”
จินฮวารู้สึกใมาก นางต้องยอมให้เหรินจวินกินปากนางหรือ
“ข้า...จะเจ็บหรือไม่”
เพราะจินฮวาถามด้วยความกลัว ว่าหากนางยอมให้ผู้อื่นกินตัวนางจะเจ็บหรือไม่
แต่อีกฝ่ายกลับเข้าใจไปอีกทาง
“ข้าได้ยินมาว่าครั้งแรกเจ็บมาก”
จินฮวารู้สึกลัวฮ่องเต้มาก นางไม่อยากถูกกิน นางไม่อยากเจ็บตัว และภาพต่อไปที่นางพบคืออาภรณ์ที่ปกปิดร่างของหญิงสาวหลุดออก ก่อนที่ปากฮ่องเต้จะเลื่อนต่ำลงไปเรื่อยๆ ด้วยความใสซื่อบริสุทธิ์ของจินฮวาจึงไม่เข้าใจว่าการกระทำเหล่านี้คืออะไร และเชื่อมโยงเอาเอง กับประโยคสนทนาเมื่อครู่นี้ และจินตนาการภาพว่าฮ่องเต้กำลังกัดกินเนื้ออีกฝ่ายอยู่ นั่นทำให้นางตัวสั่นด้วยความกลัว
“ข้าไม่เอาแล้ว ข้าจะหนี”
“เส้าเส่ารอก่อนนี่ยังไม่ถึงจุดสำคัญเลย”
“ไม่!!!”
ร่างทั้งสองยื้อยุดกันอยู่บนต้นไม้ เพราะการยื้อยุดนี้ทำให้กิ่งก้านต้นไม้เริ่มโอนไหวไปมา และในตอนนั้นเองกิ่งไม้ใหญ่ที่โยกไปมาก็เริ่มรับน้ำหนักไม่ไหว ในตอนที่จินฮวาได้ยินเสียงลั่นของไม้ นางมีสัญชาตญาณของแมวจึงะโหนี
ก่อนที่กิ่งไม้จะหักลง พาเอาทั้งกิ่งไม้ทั้งอวี้ฮวาลงไปกองอยู่ตรงพื้น
หลินหรานที่ในตอนนั้นถอยออกมาหนึ่งก้าว ก่อนนางจะปลดฉลองพระองค์ด้านในออก ในตอนที่สาบชุดเขาแยกออกจากกัน ร่างของนางก็ถูกบางอย่างกระแทกเข้าอย่างแรง ก่อนศีรษะของนางจะไปกระแทกเข้ากับมุมโต๊ะแถวนั้น และสลบเหมือดในทันที
“โอ๊ย...เจ็บ....เจ็บ”
“หวังจินฮวา!!!”
เสียงคำรามลั่นของฮ่องเต้ทำเอาทั้งขันที ทั้งนางกำนัลบริเวณนั้นหวาดผวา อวี้ฮวาที่นอนกองอยู่กับพื้นด้านนอกก็รู้สึกว่าแย่แล้ว
ไม่นานผู้ที่กระทำความผิดทั้งสองคนก็นั่งคุกเข่าเจียมเนื้อเจียมตัวกันอยู่กลางห้อง โดยที่ในเวลานี้หลินหรานกำลังนอนหัวเือาบให้หมอหลวงทำแผลให้
“พวกข้ามาเดินเล่น ทำความรู้จักกันตามประสาคนที่กำลังจะเป็ครอบครัวเดียวกัน” อวี้ฮวากล่าวกับพี่ชายเสียงอ่อน
“การเดินเล่นของพวกเ้าสามารถกระเด็นเข้าห้องผู้อื่นได้ด้วยหรือ เช่นนั้นข้าควรสั่งลงโทษพวกเ้าสองคนดีหรือไม่ ความคิดเื่การเดินเล่นประเภทนี้จะได้ออกไปจากหัว”
จินฮวาที่ได้ยินคำว่าลงโทษ ในใจนางที่กลัวฮ่องเต้อยู่แล้ว ก็ยิ่งกลัวขึ้นมาและนางรู้ว่าหญิงสาวข้างกายนี้อาจจะต้องรับโทษไปด้วย นางควรจะแก้ปัญหาเื่นี้อย่างไรดี นางนึกย้อนไปถึงสมัยที่ตนเองยังเป็แมว เมื่อนางทำบ้านเละ หรือว่านางทำความผิดนางทำอย่างไร
จินฮวาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นนางพยายามทำตากลมให้มากที่สุด
“ไม่ใช่ความผิดของนาง หากท่านไม่พอใจที่กระเด็นเข้ามาขวางเวลา...เวลาส่วนตัวของท่าน มีเพียงข้าคนเดียวที่กระทำผิดไม่ใช่หรือ หากท่านอยากกล่าวโทษ ท่านก็ควรกล่าวโทษข้าเพียงคนเดียว แต่จะดีกว่ามาก หากท่านเมตตา…”
อวี้ฮวาได้ยินดังนั้นจึงกล่าวเสริม “ความจริงที่ข้าพานางมาเดินเล่น ความจริงก็เป็เพราะเส้าเส่าของข้าหลั่งน้ำตาคิดถึงครอบครัว ท่านลองคิดดูหญิงสาวตัวเล็กๆ ต้องมาเผชิญหน้ากับวังหลวงผู้เดียว จะต้องทนและความกดดันมากเพียงใด อีกทั้งวันนี้นางเพิ่งถูกลอบฆ่ามา ชื่อท่านเหรินจวิน ความหมายว่ากษัตริย์ผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตาไม่ใช่หรือ ดังนั้นท่านก็ควรจะเมตตาและเข้าอกเข้าใจหัวอกอิสตรีเช่นพวกเรา ท่านลองคิดดูนางตัวเล็กๆ ต้องพลัดพรากจากคนที่นางรัก อีกทั้งถูกทำร้ายถูกไหมเอาชีวิต นางจะทุกข์ระทมมากเพียงใด” อวี้ฮวายกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริงของตนเอง และว่าที่พี่สะใภ้
จินฮวาเมื่อแรกก็ไม่เข้าใจสิ่งที่อวี้ฮวาทำ นางใช้เวลาอยู่ชั่วครู่หนึ่งทำความเข้าใจ “ความจริงเื่นี้เป็ความผิดของข้าคนเดียว ที่ข้าคิดถึงคนที่เลี้ยงดูข้ามา นางจึงต้องพาข้าออกมาข้างนอก มันเป็ความผิดของข้าเองที่หักห้ามหัวใจตนเองไม่ให้คิดถึงผู้มีพระคุณไม่ได้”
ในตอนที่เหรินจวินสบตาเข้ากับดวงตาสีดำดุจนิลของนาง เขาจึงเกิดความรู้สึกราวกับว่าเคยสบตากับดวงตาคู่นี้มานานแสนนาน และเกิดความเอ็นดูเสี้ยวหนึ่งในใจขึ้นมา ดังนั้นเขาจึงใจอ่อนโบกมือไล่พวกนางสองคน
อวี้ฮวารีบคว้าแขนจินฮวาออกจากห้องอย่างเร็ว
แต่ในตอนที่เท้าของนางกำลังจะก้าวพ้นประตูห้อง น้ำเสียงห้าวก็เรียกนางเอาไว้ ก่อนจะถามนางด้วยเสียงไม่ใส่ใจ พร้อมกับเทชาใส่จอก “เ้าเห็นอะไรบ้าง”
จินฮวาที่ไม่ค่อยเข้าใจคำถามจึงเอียงคอมองเขา
“ในตอนที่เ้ากระเด็นเข้ามา” เขาถามพร้อมกับยกจอกชาขึ้นจิบ
“ข้าก็เห็นท่านและนาง”
“ข้าหมายถึงอะไรบนตัวข้าที่เ้าไม่สมควรจะได้เห็น”
จินฮวาทบทวนความทรงจำของนาง และนางก็รู้สึกว่าเห็นอยู่อย่างหนึ่ง แต่นางไม่รู้ว่ามันคืออะไร ดังนั้นนางจึงคิดหาสิ่งที่ตัวเองเคยเห็นเพื่อเปรียบเทียบบอกลักษณะของมันกับเขา
“ท่านหมายถึงสิ่งที่เหมือนหนอน ที่ข้าเคยตบเล่นในสวนใช่หรือไม่”
ไม่ทราบเหตุใดจอกชาในมือฮ่องเต้จึงแตกคามือ
อวี้ฮวาที่ได้ยินดังนั้นก็รีบคว้าตัวสหายวิ่งออกจากห้องอย่างเร็ว