สิ้นเสียงของหวังเสี้ยวเทียนภายในห้องประมูลพลันตกอยู่ในความเงียบ ราวกับไม่มีผู้ใดกล้าเสนอราคาที่สูงกว่านี้
ความจริงแล้วอาวุธระดับหวงจี๋เช่นกระบี่เยือกแข็ง จะมีราคาราวหนึ่งหมื่นห้าพันเหรียญทองบางครั้งก็อาจจะประมูลได้มากถึงหนึ่งหมื่นหกพันหรือหนึ่งหมื่นเจ็ดพันเหรียญทองไม่เคยมีผู้ใดให้ราคามันสูงกว่านี้
บรรดาผู้เข้าร่วมงานประมูลครั้งนี้น้อยคนนักที่จะมีกำลังมากพอที่จะประมูลสู้กับหวังเสี้ยวเทียน อีกอย่างจีหย่าได้แจ้งพวกเขาแล้ว ว่าจะมีการประมูลยาอายุวัฒนะล้างไขกระดูกอีกทุกคนจึงต้องยอมปล่อยกระบี่เล่มนี้ไปอย่างจำใจ เก็บเงินไปประมูลโอสถล้างไขกระดูกชั้นดีแทน
เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดประมูลต่อหวังเสี้ยวเทียนจึงเชิดหน้าขึ้น มองไปยังจีหย่าด้วยความย่ามใจ “ผู้ดูแลจีหย่า ดูเหมือนว่ากระบี่เยือกแข็งเล่มนี้จะตกเป็ของข้าแล้ว”
“คุณชายหวังยังคงใจป้ำเช่นเคย” จีหย่ากล่าวด้วยรอยยิ้ม ก่อนกวาดสายตามองผู้ชมคนอื่นๆ“มีใครให้ราคาสูงกว่านี้หรือไม่เ้าคะ?”
“สองหมื่นเหรียญทอง!”
ตอนนั้นเองก็มีใครบางคนเสนอราคาขึ้นมา ซึ่งมากกว่าหวังเสี้ยวเทียนถึงห้าพันเหรียญทอง
ห้าพันเหรียญทองมิใช่เงินจำนวนน้อยๆสำหรับหวังเสี้ยวเทียน แม้บิดาเขาจะเป็ถึงประมุขตระกูล ก็ใช่ว่าจะหาเงินสองหมื่นเหรียญทองได้ในเวลาอันสั้น
ทันทีที่ลู่เฉินเสนอราคาทุกคนพลันตกอยู่ในความเงียบ หลายคนคิดว่ากระบี่เยือกแข็งนี้จะต้องเป็ของหวังเสี้ยวเทียนแน่ไม่คิดเลย ว่าลู่เฉินจะกล้าประมูลด้วยเงินที่สูงกว่าเขาตั้งห้าพันเหรียญทองเช่นนี้
“ข้าก็้ากระบี่เล่มนี้เช่นกัน!” ลู่เฉินกล่าวยิ้มๆ
ตอนนี้ ราคาประมูลทะยานสูงถึงสองหมื่นเหรียญทองเพราะลู่เฉิน เขาเหลือบตามองหวังเสี้ยวเทียนก่อนเอ่ยเบาๆ “คิดว่าเงินเพียงหนึ่งหมื่นห้าเหรียญ คงจะไม่พอประมูลกระบี่เล่มนี้เสียแล้วละ”
“เ้า...” หวังเสี้ยวเทียนผงะไปชั่วครู่
เมื่อรู้ว่าเป็ลู่เฉินที่พยายามประมูลแข่งเพื่อชิงกระบี่เยือกแข็งกับตน ก็ยิ่งโมโห
“ถึงประมูลไปก็ไร้ประโยชน์เ้าใช้อาวุธระดับหวงจี๋ได้หรือ?” หวังเสี้ยวเทียนสูดหายใจลึกอย่างระงับอารมณ์ ก่อนหันไปพูดกับลู่เฉิน
“นั่นหาใช่เื่ที่เ้าจะต้องใส่ใจหวังเสี้ยวเทียน” ลู่เฉินเอ่ย พลางโบกมือเบาๆ
“คุณชายหวังท่านจะเสนอราคาที่สูงกว่านี้หรือไม่เ้าคะ? หาไม่แล้ว กระบี่เยือกแข็งนี้ก็จะตกเป็ของคุณชายลู่” จีหย่าถาม
ได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของหวังเสี้ยวเทียนพลันมืดครึ้ม
สองหมื่นเหรียญทองนับว่าเป็ราคาที่สูงมาก สำหรับอาวุธในระดับหวงจี๋ตอนนี้การประมูลกระบี่เยือกแข็งต่อ เริ่มเป็เื่ที่ชวนคิดหนัก หวังเสี้ยวเทียนเองก็รู้ดีว่าหากเขา้ากระบี่เยือกแข็งจริงๆเขาก็ต้องเสียเงินมากกว่าสองหมื่นเหรียญทองเพื่อให้ได้มันมา
สมองของหวังเสี้ยวเทียนย้ำเตือนให้เขาเลิกประมูลแต่หากเขาทำเช่นนั้น ก็เท่ากับว่ายอมแพ้ลู่เฉิน หากแพ้ผู้อื่นยังพอรับได้แต่ต้องมิใช่ลู่เฉิน เขายอมให้เป็เช่นนั้นมิได้
โดยเฉพาะตอนนี้ ที่สายตาทุกคู่กำลังจดจ้องมายังเขาหวังเสี้ยวเทียนรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แม้อยากยอมแพ้ แต่ก็ไม่อาจทำได้ ไม่ว่าจะต้องเสียเงินมากเท่าใดเขาก็ต้องได้กระบี่เยือกแข็งเล่มนี้มาครอง
“สองหมื่นหนึ่งพันเหรียญทอง!” หวังเสี้ยวเทียนจำใจต้องประมูลต่อ
“หวังเสี้ยวเทียนเ้าเป็คนกล้าได้กล้าเสีย แต่ถึงอย่างนั้น ราคาสองหมื่นหนึ่งพันเหรียญที่เ้าเสนอมาก็ไม่อาจทำให้ข้ายอมแพ้ได้” ลู่เฉินส่ายหน้า พลางเสนอราคา“สองหมื่นห้าพันเหรียญทอง!”
“อะไรนะ?”
“เ้า... ไอ้คนสารเลว กล้าประมูลในราคาสองหมื่นห้าพันเหรียญทองเชียวหรือ?” หวังเสี้ยวเทียนไม่เชื่อ ว่าลู่เฉินจะมีเงินมากมายขนาดนั้นคิดว่านั่นจะต้องเป็เงินของลู่ปิงเยวี่ยแน่
ทว่าแม้แต่นางเขาก็ยังไม่แน่ใจว่าจะมีเงินมากมายถึงเพียงนั้น
“นั่นก็หาใช่เื่ที่เ้าจะมาใส่ใจ” ลู่เฉินกล่าว พลางส่ายหน้า
อีกด้านหนึ่งลู่ปิงเยวี่ยที่อยู่ข้างๆ ได้แต่นั่งตัวเกร็งนางหันไปมองลู่เฉินเล็กน้อยด้วยความประหม่า ราคาประมูลที่เด็กหนุ่มเสนอออกไปนั้น ชวนให้เหงื่อตกนักหากนางไม่รู้มาก่อนว่าลู่เฉินคือหมอยาระดับสูง นางคงจะหยุดเขาั้แ่แรกแล้ว
ในงานประมูลไม่สามารถเสนอราคาออกมาพล่อยๆ ได้ เพราะหากชนะแล้ว สุดท้ายไม่มีเงินจ่าย คงจะน่าสังเวชมากทีเดียว
“อะไรกัน! หวังเสี้ยวเทียน เ้ายอมแพ้แล้วหรือ? หึๆ หากครั้งนี้เ้าแพ้ หลังจบงานประมูลเื่ของเ้าคงจะเป็ที่กล่าวขวัญไปทั่วเมืองชิงเฟิงแน่!” ลู่เฉินเอ่ย พลางหันไปมองอีกฝ่าย
“น่ารังเกียจนัก!” หวังเสี้ยวเทียนกำหมัดแน่น
“ข้าให้สองหมื่นหกพันเหรียญทอง” หวังเสี้ยวเทียนกัดฟัน จำใจเสนอราคา
“ขอแสดงความยินดีด้วยหวังเสี้ยวเทียน เ้าชนะแล้ว กระบี่เยือกแข็งนี่เป็ของเ้า” ลู่เฉินยกมือเป็เชิงยอมแพ้
ราคาของกระบี่เยือกแข็งเดิมอยู่ที่หนึ่งหมื่นห้าพันเหรียญทองลู่เฉินจึงประมูลต่อเป็สองหมื่นเหรียญทองโดยไม่คาดหวังตนจะประมูลได้หรือไม่ แต่แค่อยากจะแก้เผ็ดอีกฝ่ายเขาจึงวางกับดัก ทำทีเป็ประมูลแข่ง เพราะด้วยนิสัยชอบเอาชนะของหวังเสี้ยวเทียน เชื่อว่าคงจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆและะโเข้ามาในหลุมพรางที่เขาขุดเอาไว้แน่
เมื่อได้ยินคำพูดของลู่เฉินหวังเสี้ยวเทียนพลันตะลึงงันไปพักใหญ่ ก่อนจะตระหนักได้ ว่าตนหลงกลเข้าเสียแล้วสองหมื่นหกพันเหรียญทอง เงินจำนวนมากเช่นนั้น ใครเล่าจะประมูลแข่งได้แล้วเขาจะกลับไปอธิบายกับคนในตระกูลอย่างไร?
เดิมที เขาตั้งใจว่าหากลู่เฉินเสนอราคามาที่สามหมื่นเหรียญทองเขาจะยอมแพ้ แต่ไม่คิดเลยว่าลู่เฉินจะชิงตัดหน้า ลงมือก่อนเสียได้
“คุณชายหวังขอแสดงความยินดีด้วย ตอนนี้กระบี่เยือกแข็งเป็ของท่านแล้วเ้าค่ะ!” จีหย่าไม่รอช้า รีบประกาศผู้ชนะการประมูลทันที
สิ้นเสียงพนักงานคนหนึ่งก็เดินไปหาหวังเสี้ยวเทียนพร้อมกระบี่เยือกแข็ง
“เสี้ยวเทียน เ้าช่างใจป้ำนัก!”
“หึๆ! หากเป็คนธรรมดาคงไม่มีใครทำได้ ข้าเองก็คงไม่อาจซื้ออาวุธระดับหวงจี๋ในราคาสองหมื่นหกพันเหรียญทองได้”
“พี่หวัง ยินดีด้วยๆแค่สินค้าชิ้นแรก ท่านก็ได้ไปแล้ว ดูเหมือนว่าพี่หวังพร้อมจะทุ่มไม่อั้นกับงานประมูลครั้งนี้เลยทีเดียว”
ผู้คนรอบข้างต่างก็แสดงความยินดีกับเขา
แต่หวังเสี้ยวเทียนมิได้คิดเช่นนั้นเพราะในน้ำเสียงแสดงความยินดี เขากลับรู้สึกได้ถึงความเย้ยหยัน การใช้เงินสองหมื่นหกพันเหรียญเพื่อประมูลอาวุธระดับหวงจี๋นั้นมิใช่เื่น่ายินดีเลย ในสายตาของทุกคน ผู้ที่ทำเช่นนี้ได้ คงจะมีแต่คนโง่เท่านั้น
แม้จะนึกเจ็บใจ ทว่ากลับแก้ไขอันใดมิได้ได้แต่ต้องยอมรับ
หลังจ่ายเงินสองหมื่นหกพันเหรียญไปด้วยความเจ็บใจหวังเสี้ยวเทียนจึงสั่งให้ผู้ติดตามเก็บกระบี่เยือกแข็ง ดวงตามาดร้ายจับจ้องลู่เฉินเป็ครั้งคราวซึ่งลู่เฉินก็มิได้ใส่ใจ เพราะหากเขากลัวอีกฝ่ายจริงๆ คงไม่กล้าด่าอีกฝ่ายว่าเป็สุนัขบ้าหรอก
งานประมูลดำเนินต่อไป โดยมีจีหย่าเป็ผู้ดำเนินการ
การประมูลสินค้าชิ้นที่สองค่อนข้างไม่เป็ดั่งใจหวังเพราะราคาปิดประมูลอยู่ที่ไม่กี่ร้อยเหรียญเท่านั้น
อย่างไรเสีย นี่ก็เป็เพียงงานประมูลเล็กๆในหมู่ผู้ฝึกตน นอกจากซ่งอวี้หลางที่ปรากฏตัวในงานเพราะ้าพาไช่เหยามาดูแล้วก็ไม่มีใครที่มีพลังอยู่ในระดับก่อ์ สินค้าที่นำมาประมูล จึงเป็ของที่ผู้ฝึกตนในระดับต่ำกว่าก่อ์ต้องใช้ราคาจึงไม่สูงนัก
สินค้าประมูลสิบกว่ารายการผ่านไปลู่เฉินยังคงนั่งนิ่งไม่เคลื่อนไหว มีของเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น ที่เขาจะเงยขึ้นมามองด้วยความสนใจครู่หนึ่ง
บรรยากาศในงานประมูลเริ่มเงียบเหงาชวนง่วงหลายคนนั่งสัปหงก เพราะสินค้าที่นำมาประมูลเริ่มไม่น่าสนใจ
“ทุกท่าน!” ตอนนั้นเอง เสียงของจีหย่าก็เรียกความสนใจจากทุกคน“สินค้าชิ้นนี้มิใช่ของธรรมดา โปรดจับตาดูให้ดี!”
พนักงานเดินออกมาจากด้านข้างเวทีอย่างรวดเร็ว
เพราะคำพูดของจีหย่า ทุกสายตาจึงจับจ้องไปยังของประมูลชิ้นต่อไปทันที
จากขนาดสินค้าที่พนักงานถือออกมาของชิ้นนี้ดูเหมือนจะมิได้ใหญ่โตนัก
“มันคือแหวน!”
“ใช่! เป็แหวนจริงๆ ด้วย หรือว่าจะเป็แหวนปริภูมิ?”
สินค้าชิ้นต่อไป สร้างเสียงฮือฮาได้จริงๆ
“สินค้าชิ้นนี้คือแหวนปริภูมิระดับต่ำภายในมีพื้นที่สามสิบจั้งเ้าค่ะ” จีหย่ากล่าวด้วยรอยยิ้ม
เมื่อได้ยินจีหย่าเอ่ยว่ามันคือแหวนปริภูมิทุกคนก็ตาเป็ประกาย
‘แหวนปริภูมิ’ นับเป็ของหายาก น้อยคนนักที่จะได้มันไว้ใน
แม้นี่จะเป็เพียงแหวนปริภูมิคุณภาพต่ำแต่ก็ยังถือเป็สมบัติล้ำค่าราคาสูง จนคนธรรมดาไม่อาจเอื้อม
หากมิได้อยู่ในขั้นก่อ์ก็ยากที่จะได้
ลู่เฉินมองแหวน ใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นเขาเป็หมอยาระดับสูง แน่นอนว่าจำเป็ต้องพกยาและวัสดุอุปกรณ์จำนวนมากติดตัวดังนั้นแหวนปริภูมิจึงถือเป็ของจำเป็สำหรับเขา หากมีมันเขาก็สะดวกยิ่งขึ้นเวลาไปไหนมาไหนจะได้ไม่ต้องแบกหีบห่อขึ้นหลังให้ยุ่งยาก
“แหวนปริภูมิระดับต่ำราคาประมูลเริ่มต้นที่แปดพันเหรียญทอง การเสนอราคาในแต่ครั้งต้องเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยเหรียญทองเริ่มประมูลได้” จีหย่าเอ่ย พร้อมชูแหวนในมือขึ้นเพื่ออวดโฉมกับผู้เข้าร่วมงานประมูลทุกคน
ฟึ่บ!
“เริ่มที่แปดพันเหรียญทองหรือ? แพงเกินไปแล้ว!”
“แบบนี้ข้าประมูลไม่ไหวหรอกหากจะประมูลแหวนวงนี้ ต้องมีเงินไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นเหรียญทอง ไว้รอให้ทะลวงเข้าระดับก่อ์ก่อนถึงตอนนั้นคงจะมีเงินพอซื้อมันได้”
“เหอะ! ทะลวงเข้าระดับก่อ์หรือ? ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย...”
การก้าวเข้าสู่ระดับก่อ์นับเป็เื่ยากมาก คนกลุ่มนั้นถือว่าเป็ผู้ที่มีพร์อย่างแท้จริง เพราะการทะลวงเข้าสู่ระดับก่อ์มิใช่เื่ง่ายหนึ่งร้อยคนในงานประมูลครั้งนี้ คงมีไม่เกินห้าคนเท่านั้น ที่จะสามารถก้าวเข้าสู่ขั้นก่อ์ได้ในที่สุด
ทันทีที่จีหย่าเปิดราคามาก็ทำให้หลายคนเริ่มท้อใจ และล้มเลิกความคิดที่จะประมูลต่อ
แม้แหวนปริภูมิจะเป็ของล้ำค่าแต่กระนั้นก็ไม่อาจเทียบกระบี่เยือกแข็งที่เป็อาวุธระดับหวงจี๋ได้ เพราะเมื่อซื้ออาวุธมันยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้ได้ แต่สำหรับแหวนปริภูมิวงนี้ นอกจากพื้นที่เก็บของแล้วก็ไม่มีประโยชน์อันใดอีก เมื่อคิดเช่นนั้น เหล่าผู้ฝึกตนจึงเห็นพ้องต้องกัน ว่าแหวนปริภูมิวงนี้ยังสำคัญน้อยกว่าอาวุธหรือตำราเคล็ดวิชา
“ราคามิใช่ถูกๆ เลย” ลู่เฉินเริ่มลังเลเล็กน้อย
ทว่าราคาเปิดประมูลนี้ ก็มิได้ทำให้เขาสะทกสะท้านแต่อย่างใดดูท่า ราคาปิดประมูลของแหวนวงนี้คงจะไม่สูงมาก เขาจึงอยากจะลองประมูลดู