หลิวหยางนั่งมองจี้รูปหัวใจที่อยู่ในมือนิ่งพลันคามคิดก็นึกไปถึงเื่ราวก่อนหน้า
'ที่หอนางโลมของข้ามิมีนางโลมผู้ใดมีสมบัติล้ำค่าถึงเพียงนี้หรอก' สตรีวัยกลางคนแต่งกายด้วยอาภรณ์สีสันฉูดฉาดเอ่ยขึ้นพลางส่งจี้ทองคำคืนให้ชายหนุ่ม
'งั้นรึ'
เขาเอ่ยเสียงแ่ ความผิดหวังฉายชัดขึ้นมาในแววตา ความหวังที่จะได้เจอสตรีผู้นั้นอีกครั้งมลายหายไปจนสิ้น
'ของสิ่งนี้อาจจะเป็ของๆ แขกที่มาเที่ยวในคืนนั้นก็ได้เ้าค่ะ' สตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้าเอ่ยทำลายความเงียบ
'นางเป็สตรีจะมาเที่ยวที่หอนางโลมของท่านได้อย่างไรกัน'
หลิวหยางขัดขึ้นเมื่อเห็นว่านางเริ่มพูดจาเพ้อเจ้อ ั้แ่เกิดมาเขายังไม่เคยได้ยินสักครั้งว่าผู้หญิงชอบมาเที่ยวหอนางโลม
กิมลั้ง ผู้เ้าของหอหมื่นบุปผาได้ยินเช่นนั้นจึงยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบ
'นายท่านคงยังไม่รู้ว่าหอหมื่นบุปผาของข้านั้นมิได้มีเพียงแค่นางโลมไว้ปรนเปรอความสุขบุรุษ แต่ที่นี่ยังมีชายบำเรอไว้ปรนนิบัติสตรีอีกด้วย คนที่ท่านตามหาอาจมาเที่ยวแบบนั้นก็เป็ได้'
ฟุ่บ!
หลิวหยางโยนจี้ทองคำรูปหัวใจที่ส่องแสงแวววาวกระทบแสงไฟจากตะเกียงลงบนเตียงกว้าง
"สตรีก็นิสัยเหมือนกันหมด!" ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ดวงเนตรวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ โดยเฉพาะยามนึกไปถึงบุตรสาวตระกูลติงที่หนีตามบ่าวในเรือนไป และหญิงสาวที่ชื่อ 'ติงหนิงฮวา' ว่าที่ภรรยาในอนาคต
ช่างน่าขันจริงๆ ว่าที่ภรรยากับหญิงสาวที่เขาถูกตาต้องใจนั้นมีชื่อว่า 'หนิงฮวา' เหมือนกัน แตกต่างกันแค่เพียงแซ่เท่านั้น
"หึ! ผู้หญิงดีๆ ที่ไหนจะยอมแต่งงานกับผู้ชายแปลกหน้าเพื่อแลกกับเงิน หน้าเงินกันทั้งตระกูล" ชายหนุ่มเผยสีหน้าหยามเหยียดก่อนจะคว้าดาบเดินออกไปนอกห้อง เห็นทีว่าวันนี้จะต้องออกกำลังกายเสียหน่อยแล้ว
ยามนี้เป็เวลาปลายเดือนสิบเอ็ด ั้แ่วันที่มู่หนิงฮวาถูกพาตัวมาที่จวนสกุลติงเวลาก็ผ่านไปครึ่งเดือนแล้ว
พริบตาเดียววันงานมงคลก็มาถึง หลิวหยางผู้นั้นไม่ได้เดินทางมาแต่อย่างใด กลับส่งรองแม่ทัพหน่วยพยัคฆ์ขาวนามว่า หลิวไช่ มาแทน เขาเป็เครือญาติกับสกุลหลิวและยังเป็รองแม่ทัพคนสนิทคู่กายของหลิวหยาง
ในใจของติงไห่แอบขัดเคืองอยู่ไม่น้อยที่หลิวหยางไม่ไว้หน้าตน ไม่ยอมมารับตัวเ้าสาวด้วยตนเองแต่กลับส่งผู้อื่นมาแทน ทว่าความอับอายที่บุตรสาวหนีไปกับบ่าวในเรือนจนทำให้เกิดเื่วุ่นวายจนต้องเปลี่ยนตัวเ้าสาวอย่างกะทันหันจึงไม่กล้าเผยความไม่พอใจออกมา
มู่หนิงฮวาถูกปลุกให้ตื่นแต่เช้ากว่าทุกวันเพื่อมาอาบน้ำแต่งตัว เธอถูกรายล้อมด้วยหญิงรับใช้ทั้งรุ่นสาวและรุ่นป้า ร่างบางถูกจับลุกนั่ง หมุนซ้ายขวาไปมาราวกับตุ๊กตา ในขณะที่เธอปล่อยให้พวกนางกระทำตามใจเพราะมิได้มีกะจิตกะใจอยากทำอะไรทั้งนั้นนอกจากนอน
ในขณะที่กำลังจะเคลิ้มหลับอยู่นั้น หญิงรับใช้าุโก็เอ่ยขึ้น "เสร็จแล้ว!" คอที่กำลังจะตกลงสะดุ้งตื่นขึ้นทันที
"โอ้โห ท่านงดงามมากเลยเ้าค่ะ" อาจูเอ่ยอย่างชื่นชม ใครจะไปรู้ว่าสตรีหน้าตามอมแมมแต่งกายซอมซ่อในวันนั้นจะแปลงโฉมกลายเป็หญิงสาวหน้าตางดงามดุจบุปผาเลอโฉมได้ถึงขนาดนี้
มู่หนิงฮวามองเข้าไปในกระจกเห็นภาพสะท้อนของสตรีวัยกำดัด ดวงหน้าอ่อนเยาว์งดงามอ่อนหวาน บนศีรษะประดับด้วยปิ่นมุกห้อยระย้าแนบลู่ไปกับเรือนผมดกดำ ร่างบางสวมชุดห้อยหยกประดับสีม่วงรับกับเอวคอดกิ่วเผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างชัดเจน ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หญิงสาวอดนึกถึง่ที่เข้าวงการใหม่ๆ ไม่ได้ จากวันนั้นจนถึงตอนนี้เวลาผ่านไปได้ราวสิบปีแล้ว
เมื่อถึงฤกษ์มงคลเ้าสาวต้องเดินไปขึ้นรถม้า ขณะที่กำลังก้าวเดินอยู่นั้นจู่ๆ แขนเรียวเสลาก็ถูกจับเอาไว้
เป็หลี่เฝิงอี้นั่นเอง...
"แม้เ้าจะมิใช่บุตรสาวแท้ๆ ของข้า แต่ข้าก็รักถนอมเ้าไม่ต่างกัน ข้าดีใจเหลือเกินที่เห็นเ้าได้คู่ครองที่ดี ไปอยู่ที่โน่นก็จงดูแลปรนนิบัติสามีเ้าให้ดีเถิดนะ" หลี่เฝิงอี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนจะดึงตัวมู่หนิงฮวามากอดไว้
"ไปอยู่ที่จวนสกุลหลิวจงทำตัวดีๆ อย่านำนิสัยสตรีชั้นต่ำของเ้าไปใช้ เพราะเ้าไปอยู่ที่นั่นในฐานะบุตรสาวของเ้าเมืองไป่เหอ ฉะนั้นอย่าทำให้พวกข้าขายขี้หน้าเด็ดขาด! และที่สำคัญ... อย่าคิดแม้แต่จะหนีเพราะไม่เช่นนั้นข้าไม่รับรองความปลอดภัยของเ้า"
ถ้อยคำแ่เบาเอ่ยขึ้นข้างหูราวกับกระซิบ พูดจบจึงดันร่างบางออกห่างพร้อมหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาแลดูอาลัยอาวรณ์ยิ่งนัก ทว่ามู่หนิงฮวาดูออกว่าหลี่ฮูหยินผู้นี้กำลังเล่นละครตบตาคนของจวนสกุลหลิวอยู่
"หนิงเอ๋อร์ลูกพ่อ พ่อไม่อยากให้เ้าต้องจากอกพ่อไปเลย ดูแลตัวเองดีๆ นะลูก หากมีเวลาก็กลับมาเยี่ยมเยียนพ่อบ้างนะ" ถึงคิวของติงไห่ เขาปรี่เข้ามาจับแขนของเธอไว้พร้อมเอ่ยเสียงสั่น
"เ้าค่ะ ข้าจะปฏิบัติตามคำสั่งสอนของท่านพ่อกับฮูหยินทุกอย่างเลย ฮึก"
ติงไห่และหลี่เฝิงอี้ชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นหยดน้ำตาค่อยๆ ไหลรินออกมาจากดวงตากลมโต
"ข้าไม่อยากไปเลย อยู่ที่นี่พวกท่านดูแลข้าเป็อย่างดี โธ่... ท่านพ่อของข้า ท่านอาลัยเป็ห่วงข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ ถ้าเช่นนั้นข้าไม่อยากจากไปแล้ว ข้าไม่ไปแล้ว" มู่หนิงฮวาร้องไห้สะอึกสะอื้นยกมือขึ้นปาดน้ำตา ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในเรือนท่ามกลางความตะลึงงันของทุกคน
หลี่เฝิงอี้ตั้งสติได้ก่อนใคร นางรีบวิ่งไปคว้าแขนเรียวเอาไว้
"มิได้หรอก" นางกัดฟันพูดพร้อมฝืนยิ้มขณะที่มือออกแรงบีบแขนงามจนแน่น "ถึงแม้ว่าข้ากับท่านพ่อของเ้าจะคิดถึงเ้าเพียงใดก็จะยอมปล่อยเ้าไปให้มีอนาคตที่ดี ฉะนั้นเ้ารีบไปเถิด ไปสิ!" ประโยคสุดท้ายเสียงที่เคยอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็แข็งกระด้าง
มู่หนิงฮวาเห็นสีหน้าไม่พอใจของหลี่เฝิงอี้จึงลอบหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อรู้ว่าการยั่วยุอารมณ์โกรธที่เธอแสร้งเล่นละครขึ้นมานั้นได้ผล
"เ้าค่ะ"
น้ำตาที่ไหลทะลักทะลายออกมาราวเขื่อนแตกในตอนแรก แห้งเหือดหายไปทันทีราวกับสั่งได้ มือบางออกแรงดึงมือของหลี่เฝิงอี้ออกก่อนจะก้าวเดินขึ้นรถม้าไปโดยไม่หันกลับมาอีกเลย
หลิวไช่มองเ้าเมืองไป่เหอกับภรรยาสลับกับหญิงสาวที่นั่งอยู่บนรถม้าด้วยความแปลกใจ
'คนตระกูลนี้รักกันแบบแปลกๆ' ชายหนุ่มคิดในใจ ก่อนจะยักไหล่ขึ้นและะโขึ้นหลังม้าตัวใหญ่
"ออกเดินทางได้!" เขากล่าวเสียงดัง จากนั้นขบวนเกี้ยวเ้าสาวที่ถูกตกแต่งอย่างงดงามก็ออกตัวเคลื่อนขบวนออกไปจากประตูเมือง
เพล้ง! โครม!
"กรี๊ด! ข้าไม่ยอม ข้าไม่ยอมให้ท่านพ่อแต่งงาน!" เสียงข้าวของถูกโยนลงพื้นดังโครมคราม ผสานกับเสียงกระทืบเท้าตึงๆ ดังขึ้นพร้อมกับเสียงกรีดร้องโวยวาย
ร่างเล็กนอนลงกับพื้นดีดดิ้นไปมาพร้อมใช้มือทุบพื้นอย่างไม่กลัวเจ็บด้วยความขัดใจ
"คุณหนูเ้าขา คุณหนูใจเย็นๆ ก่อนนะเ้าคะ อย่าร้องไห้เช่นนี้เลยเ้าค่ะ"
"อย่ามายุ่งกับข้า! ฮือๆๆ ท่านพ่อไม่รักข้าแล้ว ท่านพ่อจะแต่งงานใหม่ ท่านพ่อจะทิ้งข้า" เสียงใสสะอื้น หยาดน้ำตาไหลออกมาหยดลงพื้นติ๋งๆ
"ไม่ใช่เ้าค่ะ ท่านพ่อรักคุณหนูนะเ้าคะ รักมากกว่าใครด้วย"
"แม่นมฉีไม่ต้องมาโกหกข้า หากท่านพ่อรักข้าแล้วจะแต่งงานใหม่ทำไมกัน ไม่รู้ล่ะ ข้าไม่ยอม! ข้าไม่ยอม!" นางะโออกมาเสียงดัง ดวงหน้าที่เคยสดใสหมองหม่นเปรอะเปื้อนไปด้วยหยดน้ำตา บรรดาข้าวของเครื่องใช้ลอยไปมากระแทกพื้นเสียงดัง
"เอาอย่างไรดีเ้าคะแม่นมฉี ดูท่าคุณหนูคงไม่ยอมหยุดอาละวาดเป็แน่" ซูหนี่บ่าวรับใช้ประจำตัวของหลิวถิงถิงเอ่ยขึ้นด้วยความกลัดกลุ้ม
"เช่นนั้นเ้ารีบไปเชิญฮูหยินใหญ่มาที่นี่โดยเร็วเถิด"
หลังจากซูหนี่ไปไม่นาน เสียงฝีเท้าของผู้คนก็ดังแว่วมาตามมาทางเดินหน้าห้อง พลันไม่นานประตูไม้ก็ถูกเปิดออก
"ถิงเอ๋อร์หลานย่า ว้าย!" ฝูกุ้ยหรงเรียกชื่อหลานสาวไม่ทันขาดคำก็ต้องรีบก้มศีรษะหลบหมอนใบใหญ่ที่ลอยละลิ่วมา
หากเป็ผู้อื่นคงโดนสั่งเฆี่ยนไปแล้วแต่ในเมื่อผู้ที่กระทำคือหลานรัก นางจึงไม่เอ่ยปากว่า มิหนำซ้ำยังรีบปรี่เข้ามากอดร่างเล็กของหลานสาววัยแปดขวบไว้แนบอก
"โอ๋ๆๆ ใครทำอะไรเ้าบอกย่ามา ย่าจะไปจัดการให้"
"ท่านย่า ฮือๆๆ แม่นมฉีบอกข้าว่าท่านพ่อกำลังจะแต่งงานใหม่เป็เื่จริงหรือไม่เ้าคะ"
ฝูกุ้ยหรงได้ยินเช่นนั้นจึงหันไปถลึงตาใส่แม่นมฉี นางจึงรีบก้มหน้าลงด้วยความหวาดกลัวปนรู้สึกผิดพร้อมทำปากขมุบขมิบขอโทษขอโพย
"ข้าไม่ยอมนะเ้าคะท่านย่า! ข้าไม่ยอมให้ท่านพ่อแต่งงานใหม่ สตรีผู้นั้นจะมาแย่งท่านพ่อไปจากข้า ข้าไม่ยอมเด็ดขาด! ข้าไม่อยากมีแม่ใหม่! ฮือๆๆ" หลิวถิงถิงเอ่ยพร้อมกระแทกเท้าเต้นเร่าๆ ด้วยความขัดใจ
หลิวถิงถิงเกิดมาสุขภาพร่างกายอ่อนแอ ป่วยง่ายมาั้แ่เป็ทารก เมื่อโดนอากาศหนาวเย็นก็ทำให้ป่วยไข้จนล้มหมอนนอนเสื่ออยู่บ่อยๆ ที่ผ่านมาทุกคนในจวนสกุลหลิวต่างดูแลรักใคร่ถนอมนางเป็อย่างดี อีกทั้งนางยังเป็บุตรสาวคนเดียวของหลิวหยางและเป็หลานสาวคนเดียวของหลิวหงอี้และฝูกุ้ยหรง ดังนั้นไม่ว่านางจะ้าอะไรทุกคนต่างล้วนเสาะหามาให้ ั้แ่เกิดมาไม่เคยโดนขัดใจสักหน
ฝูฮูหยินทอดถอนใจด้วยความกลัดกลุ้ม ขณะลูบเรือนผมนุ่มของเด็กน้อยด้วยความรักใคร่ เมื่อเห็นน้ำตาที่หยดลงมาเป็สายก็พลอยทำให้เ็ปหัวใจยิ่งนัก
เมื่อดวงตาคู่เล็กเห็นผู้เป็ย่าเงียบไปนางก็ปล่อยโฮร้องไห้สะอึกสะอื้นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นหน้าอกก็กระเพื่อมขึ้นลงพร้อมหอบหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง
ฝูกุ้ยหรงเห็นเช่นนั้นจึงรีบใช้มือลูบหลังพลางเอ่ยขึ้นอย่างปลอบประโลม
"ถิงเอ๋อร์คนดี มิต้องร้องนะเดี๋ยวอาการกำเริบ ย่าไม่อาจห้ามการแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ แต่ย่าสัญญาว่าจะช่วยเ้าไล่สตรีผู้นั้นออกจากจวนสกุลหลิว แต่เ้าก็ต้องช่วยย่าเช่นกัน ตกลงหรือไม่"
หลิวถิงถิงได้ฟังเช่นนั้นจึงผงกศีรษะรับแม้จะฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่พอได้ยินท่านย่าบอกว่าจะไล่ผู้หญิงคนนั้นออกจากเรือนจึงรีบตอบรับด้วยความยินดี
ฝูฮูหยินดึงร่างเล็กของหลานสาวมากอดแนบอก หลิวถิงถิงเป็เด็กอาภัพ มารดามาด่วนจากไปั้แ่ตอนคลอด จากที่รักถนอมอยู่แล้วยิ่งรู้สึกสงสารเห็นใจ ั้แ่ที่เด็กน้อยเกิดมาฝูกุ้ยหรงเคยให้คำสัตย์สัญญากับตนเองว่าจะรักและดูแลนางอย่างดีที่สุด ไม่ว่านาง้าสิ่งใดก็พร้อมหามาให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
สำหรับเื่แต่งงานของหลิวหยางกับบุตรสาวสกุลติง เดิมทีนางไม่ได้เห็นด้วยั้แ่แรกอยู่แล้ว หากแต่ไม่สามารถขัดหลิวหงอี้ผู้เป็สามีได้จึงจำยอมให้งานแต่งงานเกิดขึ้น แต่เมื่อได้รู้ว่าหลิวถิงถิงหลานสาวที่นางรักปานดวงใจไม่้าให้หลิวหยางแต่งงานใหม่ นางจะใช้โอกาสนี้ในการกำจัดบุตรสาวตระกูลติงออกไป หนึ่งเพื่อหลานสาวของนางและสองเพื่อตัวนางเองด้วย หากหลิวหยางจะต้องได้แต่งงานใหม่ ลูกสะใภ้ของนางจะต้องเป็ เหวินอี้ บุตรสาวคนเดียวของเสนาบดีกรมขุนนาง หรือลี่ปู้เท่านั้น!
______________________________
ยัยน้องแสบมาก เอาซะเ้าเมืองไปไม่เป็เลย ร้ายมาร้ายกลับไม่โกงค่าา ???????? แต่แอบหนักใจแทนว่ายัยน้องจะรับมือกับลูกเลี้ยงเ้าปัญหาได้มั้ยนะ ????