“เป็เช่นนั้น แต่ผลผลิตที่เ้าว่าเป็ของเหลือมันมิใช่ของที่เน่าเสียใช่รึไม่” เห็นได้ชัดว่านางเด็ดมันออกมาจากต้นแล้วส่งขายต่อทันที เช่นนี้แล้วจะเรียกว่าของเหลือย่อมไม่ได้
“แน่นอนว่าผักของข้าทุกต้น งดงามและรสชาติดีเหมือนกันหมด พ่อค้ารับไปขายต่ออย่างไร พวกท่านก็จะได้รับมิแตกต่างกัน เื่นี้ข้ารับรองได้และในคำพูดที่ว่าของเหลือนั่น ข้าหมายถึงผักที่พ่อค้ามิได้รับไปหมด ข้าจึงนำมันมานั่งขายอยู่ด้านหน้า อย่างที่ท่านเห็น” ชี้ไปยังผักที่ถูกเหมาออกไป
เนี่ยฟงพยักหน้าอย่างเข้าใจ “เช่นนั้นนำส่งผักทุกอย่างให้กับจวนท่านผู้ว่าจาง มากน้อยแค่ไหนก็คิดเบี้ยไปตามนั้น”
“ก็ได้เ้าค่ะ”
“เ้ารู้จักจวนผู้ว่าใช่หรือไม่”
“รู้จักเ้าค่ะ” ก่อนหน้าที่นางจะสู้พรวนดินในแปลงผัก ตัวนางได้เดินสำรวจหมู่บ้านแห่งนี้จนทั่วแล้ว ผู้คนที่นี่ใจดีต่อร่างเดิมของนางจนมิมีเื่ให้ต้องกังวล สอบถามเื่ใดได้คำตอบเื่นั้น แม้ความช่างพูดของนางจะทำให้ผู้าุโหลายคนแอบสงสัย ‘แต่ใครบ้างจะจับได้ว่านางมิใช่เ้าของร่าง’
เนี่ยฟงยิ้มให้สตรีร่างเล็กตรงหน้าอย่างเป็มิตร พร้อมกับอธิบาย “โรงครัวอยู่ตรงประตูเล็กทางด้านหลังของจวน หากวันใดผลผลิตมีมากและเ้านำส่งไม่ได้ให้ไปเรียกบ่าวในจวนมาช่วย เื่นี้ข้าจะแจ้งแก่บ่าวในโรงครัวทางด้านหลังอีกครั้ง” เพราะการนำส่งผลผลิตจำนวนมากนั้น ลำพังแค่สตรีเพียงคนเดียวเข็นรถมาส่งย่อมเกินแรง “หรือจะให้บ่าวมารับทุกเย็น ข้าก็ไม่ขัด” ถือเป็การช่วยเหลืออีกแรง
เอี้ยะหลิ่งเฟิงส่ายหน้า “ไม่เป็ไรเ้าค่ะ เพราะข้าเองนั้นก็คาดเดาไม่ได้ว่าผักของข้าจะดี จะเสีย มากน้อยเท่าใดหลังจากที่นำส่งพ่อค้าประจำไปแล้ว อีกอย่างคือข้าไม่อยากจะกดดันตัวเอง ถ้าหากผักมีมาก ข้าจะเรียกรถม้ามาขนไปส่งเพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปบอกแก่บ่าวของท่าน” นางมองบุรุษนามเนี่ยฟงและถามหยั่งเชิง “หากเป็เช่นนั้น ท่านสามารถจ่ายค่ารถม้าให้ได้หรือไม่เ้าคะ”
^^ ‘ช่างเจรจาสมกับเป็แม่ค้าเสียจริงๆ’ “ย่อมไม่ขัด จบเื่แล้วเช่นนั้นข้ากลับก่อน วันพรุ่งนี้หากเ้านำผักของเ้าไปส่ง สามารถแจ้งบ่าวที่เฝ้าประตูทางด้านหลังได้ทุกเวลา เข้าใจหรือไม่” ก้าวขาขึ้นรถม้า
“เ้าค่ะ” นางตอบได้เพียงเท่านั้นและรอให้สองบุรุษขับรถม้าจากไปจึงรีบเดินเข้าไปหยิบสมุดจดบันทึกพืชผักของนางทันที แน่นอนว่าวันเวลาที่ผักของนางแต่ละแปลงจะสำเร็จพร้อมขายนั้น เริ่มนับอายุั้แ่วันที่เพาะเมล็ดแล้วคำนวณเวลาจนเติบโต บางชนิดหนึ่งเดือน บางชนิดสองเดือนไล่เรียงกันไป และยามนี้นางเริ่มปลูกพืชหมุนเวียนแล้ว ผักของนางจะมีกินมีใช้ไปตลอดทั้งปี ต้องขอบคุณพื้นที่เพาะปลูกของท่านยายที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งเื่หน้าดินและเื่ลำน้ำ โดยหลังจากที่นางมาอาศัยอยู่ในร่างของอาเฟิงเกือบสองเดือน นางจึงเริ่มทำโรงปลูกผักในร่มโดยไปขอแรงจากท่านลุงม่อหยวนและฮูหยินของท่านลุงมาช่วย พร้อมกับตอบแทนพวกเขาด้วยผักหนึ่งตะกร้าใหญ่ๆ ‘หึหึ มีวิชาปลูกผักจากภพเดิมติดตัวมา มันก็ไม่แย่’
่ค่ำของวันนั้น สองยายหลานต่างนั่งรับลมเย็นๆ อยู่หน้าเรือนไม้ แสงไฟจากตะเกียง ถูกจุดเอาไว้ตามเสาบ้าน
เอี้ยะหลิ่งเฟิงนั่งทอดถอนใจหวนคิดไปถึงภพเดิมที่มีแสงจากไฟนีออน มีโทรศัพท์มือถือ มีรถมอเตอร์ไซค์!! นึกแล้วก็ให้เจ็บใจว่าทำไมครานั้นตัวนางถึงได้ซวยจนถึงขั้นสิ้นชีพ ไม่รู้ว่าที่บ้านของนางยามนี้จะเป็เช่นไรบ้าง งานศพจะเสร็จสิ้นแล้วหรือไม่เพราะถ้าหากให้เดา ‘ร่างก็น่าจะถูกเผาไปแล้ว’ “เข้าเดือนที่สามแล้ว คนอื่นๆ คงพากันหลงลืมเราไปแล้วกระมัง” ในคำพูดนั้นละเว้นบิดามารดากับพี่สาว ที่คงนึกถึงนางเหมือนที่นางกำลังนึกถึงพวกเขาอยู่
“ผู้ใดลืมสิ่งใด” ท่านยายเอี้ยะกุ้ยทำหน้าไม่เข้าใจ แต่ถึงกระนั้นตัวหญิงชรายังคงคิดไม่ตกกับลูกค้าคนสุดท้าย เนี่ยฟง…บุรุษที่มาจากจวนท่านผู้ว่า “อาเฟิง” ความกลัวเกาะกุมหัวใจสตรีสูงวัยจนนางตัดสินใจเอ่ยถาม
“เ้าคะท่านยาย”
“เ้าจำเื่ราวของมารดาเ้ากับบิดาเ้าได้หรือไม่”
“…” ในความเงียบของนาง จะตอบว่าจำไม่ได้ย่อมไม่ใช่ ในเมื่อนางไม่เคยรู้ เหมือนที่ร่างเดิมเคยรู้ ต้นตอของการที่มีเหลืออยู่เพียงสองยายหลาน ก่อนหน้านั้นที่ย้อนยุคมาอยู่ในร่างนี้ นางคิดแค่เพียงว่าพวกท่านอาจจะตายจากไปแล้ว จึงไม่คิดที่จะสืบถามหาความหลัง แต่ถ้าหากท่านยายอยากจะพูด นางก็ยินดีที่จะรับฟัง เพราะมันคือเื่ราวของเ้าของร่างที่นางมีสิทธิ์ที่จะรู้
“ในอดีตมารดากับบิดาเ้าที่เป็คนของท่านผู้ว่าคนเก่า ละทิ้งเ้าเอาไว้ให้ยายเลี้ยง” มือยับย่นเพราะทำงานหนักกุมมือของหลานรักที่มิได้นุ่มนิ่มเหมือนสตรีในห้องหอ ความสงสารฉายชัดในแววตานั้นและนางก็รู้ว่า อาเฟิงย่อมเข้าใจเพราะอีกฝ่ายบีบมือนางจนแน่น
ในคำพูดนั้นของท่านยายทำให้นางเดาเหตุการณ์ได้ในทันทีเกี่ยวกับเื่ของบุรุษรูปงามจากจวนท่านผู้ว่า 'ท่านยายคงกลัวว่านางจะกระทำเหมือนมารดา นั่นคือติดตามบุรุษแล้วทอดทิ้งท่าน’ “ข้ามิเหมือนมารดา หรือถ้าหากชะตาของข้าต้องเกี่ยวพันกับจวนผู้ว่านั้นมากกว่าการขนส่งพืชผักจริง ท่านยายอย่าห่วงเลย ข้าจะไม่ทอดทิ้งท่านยายให้อยู่ที่นี่เพียงลำพังแน่นอนเ้าค่ะ” ชีวิตใหม่นี้แม้เลือกเกิดไม่ได้ แต่นางเลือกที่จะใช้ชีวิตของตัวเองได้ โดยที่นางจะขอสัญญากับตัวเอง ว่านางจะอยู่ในบ้านสวนนี้กับท่านยาย อยู่ดูแลผัก ผลไม้แบบนี้ไปเรื่อยๆ ส่วนเื่คู่ครอง คงเป็เื่หลังสุด “ว่าแต่ว่า เหตุใดเราไม่ซื้อม้าสักตัวเ้าคะ”
"หืม?"