เ้าหล่อนคนนั้นรูปร่างหน้าตาเหมือนผู้หญิงไทยแต่หล่อนพูดไทยไม่ชัดสุนิชาแทบไม่จำเป็ต้องเงี่ยหูฟังเพราะภายในห้องนั้นเป็ห้องทึบจึงได้ยินเสียงสะท้อนก้องเวลาที่คนสองคนพูดกัน
“เป็ไงเยจี...นี่ล่ะสตูดิโอถ่ายภาพของผม”
เยจีไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็ชื่อเกาหลีหญิงสาวในชุดกระโปรงสั้นเหนือเข่าและดูจากหน้าตาอายุอานามน่าจะไม่เกินยี่สิบเ้าหล่อนยิ้มกับอัศวิน
“ว้าว...ที่นี่เหมาะกับการถ่ายภาพสวยๆ มากเลยนะคะ”
เยจีเอ่ยชมและทำให้อัศวินยิ้มแก้มปริแหม...สาวเกาหลีคนนี้ท่าทางใช้ได้เพราะหล่อนพูดไทยได้อย่างชัดถ้อยชัดคำแต่สุนิชาก็อดที่จะมองพี่ชายของอัคนีไม่ได้เขาหล่อมากและรูปร่างกำยำนั่นก็เป็สิ่งที่หญิงสาวชอบมอง
“เราจะเริ่มถ่ายภาพสวยๆ กันรึยังล่ะ ตากล้องพร้อมแล้วนะ”
“ได้ซีคะเยจีพร้อมอยู่แล้วค่ะ คุณอาวิน”
หล่อนเรียกอัศวินว่าคุณอาแสดงว่าที่สุนิชาคาดเดาอายุของเด็กสาวเกาหลีก็ไม่น่าจะผิดแต่อย่างใดแต่ถึงยังไงสุนิชาก็ยังไม่กล้าออกไปจากหลังม่านอยู่ดีกลัวว่าคนทั้งสองจะแปลกใจและคิดว่าหล่อนเสียมารยาทที่มาแอบดูอย่างนี้
“คุณอาวินจะให้เยจีทำท่ายังไงคะถึงจะถ่ายแล้วออกมาดูสวย”
สาวเกาหลีผิวขาวเหมือนหยวกและรูปร่างของหล่อนก็อวบอิ่มในชุดกระโปรงสั้นถามขึ้นอัศวินเดินไปดึงผ้าที่คลุมกล้องบนขาตั้งออกเขาทำท่าครุ่นคิดสักพักก็หันไปทางเยจีและพูดออกมา
“เดี๋ยวอาใช้กล้องอีกตัวดีกว่าเยจีไปนั่งบนโซฟาตรงนั้นแล้วกันนะ”
เขาสั่งด้วยเสียงนุ่มๆ สมกับที่เป็ตากล้องมืออาชีพสุนิชายืนนิ่งอยู่หลังม่านและแอบมองดูคนทั้งสองอย่างสงบไม่ยอมไหวติงหล่อนเห็นสาวเกาหลีหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาวภายในห้องที่แอร์คอนดิชั่นเย็นฉ่ำเยจีนั่งบนโซฟาส่วนอัศวินก็หันไปหยิบกล้องของเขาขึ้นมาแล้วตรวจสอบดูการทำงานและความพร้อมของกล้องก่อนจะเดินกลับไปที่เยจีอีกครั้ง
“เยจี...หนูเอนหลังลงนิดหนึ่งนะ”
“เยจีต้องเปลี่ยนชุดไหมคะอาวิน”
“ตอนนี้ยัง...เอนหลังลงหน่อย”
เยจีทำตามที่อัศวินบอกหล่อนเอนแผ่นหลังลงกับพนักพิงของโซฟาตัวยาวอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนอัศวินเริ่มกดชัตเตอร์ของกล้อง แสงสว่างจากชัตเตอร์วูบวาบภายในห้องที่มีแสงพอดีทุกอย่างดูลงตัวและสุนิชาก็มองการทำงานของอัศวินอย่างเพลิดเพลินเขาให้สาวเกาหลีนั่งในท่านั้นท่านี้และกดชัตเตอร์อย่างชำนาญกระทั่งภาพสุดท้ายเขาจึงพูดกับเยจีอีกครั้ง
“เอาล่ะ...คราวนี้หนูต้องเปลี่ยนชุดล่ะนะ”
“เปลี่ยนเป็ชุดอะไรล่ะคะอาวิน”
“อาเตรียมไว้ในห้องแต่งตัวแล้วหนูเข้าไปในนั้นนะ เปลี่ยนชุดแล้วค่อยออกมาถ่ายภาพต่อ”
“ค่ะ”
เยจีรับคำอย่างว่าง่ายนอกจากหล่อนจะพูดภาษาไทยชัดแล้วยังใช้ง่ายเหมือนลูกแมวน้อยไม่มีผิดเยจีเดินตรงมาและผ่านม่านที่สุนิชาแอบอยู่ด้านหลังสุนิชาต้องรีบหลบเข้าไปกลัวว่าเด็กสาวเกาหลีจะมองเห็นหล่อนเยจีหายข้าไปในห้องแต่งตัวและกลับออกมาในชุดที่สุนิชาถึงกับเบิกตาค้าง
อุแม่เ้า....นั่นมันชุดอะไรกันทำไมมันถึงได้เซ็กซี่ถึงขนาดนั้นสุนิชาที่แอบมองอยู่หลังม่านถึงกับนิ่งอึ้งและมือของหล่อนก็สั่นน้อย ๆ เมื่อเห็นชุดที่สาวเกาหลีสวมใส่มันเป็ชุดกระโปรงทเสื้อสายเดี่ยว
แต่มันเป็ชุดประดับลูกไม้แบบซีทรูที่มองทะลุเข้าไปถึงเนื้อในอวบอิ่มมองเห็นสองเต้าขาวอวบของเยจีที่ปราศจากบราเซีย เท่านั้นยังไม่พอสุนิชามองต่ำลงไปข้างล่างก็เห็นเนินอูมกลางลำตัวของสาวเกาหลีที่ปราศจากชั้นในปกปิดเช่นกันชุดซีทรูทำให้มองเห็นปุยไหมสีดำดกหนาแต่ถูกตกแต่งให้ปกปิดร่องกลีบเพียงนิดเดียวเท่านั้น
เยจีเดินนวยนาดไปหยุดที่โซฟาตัวเดิมแล้วนั่งลงอัศวินหันกลับมา เขายิ้มและทำให้สุนิชาเริ่มแปลกใจเพราะในห้องนี้มีอะไรแปลก ๆที่หล่อนคาดไม่ถึง เด็กสาวเกาหลีคนนั้นมาถ่ายรูปสวย ๆ หรือมาถ่ายอะไรกันแน่และท่าทางของอัศวินก็ไม่ได้ตื่นเต้นมากมายเสียด้วย