ในขณะที่หุบเขาหลงเซี่ยงยังคงถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกแห่งการฝึกฝนหฤโหดภายนอกนั้นโลกกำลังสั่นะเืด้วยความตื่นเต้นของ "งานประลองพายุโหม"แห่งมณฑลเฟิงเป่าที่เพิ่งปิดฉากลงการประลองครั้งนี้ถูกจารึกว่าเป็ครั้งที่รุ่งโรจน์ที่สุดในประวัติศาสตร์เมื่อตระกูลใหญ่ทั้งสี่สามารถคัดสรรยอดอัจฉริยะตระกูลละ 4 คน เพื่อเป็ตัวแทนมณฑลมุ่งสู่การประลองระดับทวีป "ศึกนพเก้ามรกตอำพัน" ณ อาณาจักรหลันเป่าสือ
โดยเฉพาะ ตระกูลฉุนอวิ๋น และ ตระกูลซางฉิว ที่ในปีนี้สามารถผงาดขึ้นมาคานอำนาจกับตระกูลขุนนางมณฑลและตระกูลแม่ทัพได้อย่างสมศักดิ์ศรี
ณสถานบำเพ็ญต้องห้ามหลังเขาอันเงียบสงัดของตระกูลฉุนอวิ๋นบรรยากาศที่เคยนิ่งสงบพลันเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน!
ท้องฟ้าเหนือยอดเขาบิดเบี้ยวเป็เกลียวคลื่นพลันปรากฏ ลำแสงสีรุ้ง บางเบาแต่ทรงพลังพุ่งทะลวงชั้นเมฆขึ้นสู่สรวง์
แสงนั้นแตกกระจายออกเป็ 7 จุด เรียงตัวกันตามตำแหน่งกลุ่มดาวสำคัญเชื่อมต่อกับกฎเกณฑ์แห่งโลกธาตุจนอากาศรอบบริเวณสั่นะเืด้วยกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์
"ฮ่า ฮ่าฮ่า! ในที่สุด... ข้าก็ทำสำเร็จ!"
เสียงหัวเราะที่เปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจและพลังกดดันมหาศาลดังสนั่นไปทั่วทั้งขุนเขาร่างสูงสง่าร่างหนึ่งลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่ามกลางแสงเรืองรองมือทั้งสองไพล่หลังอย่างผู้เหนือโลก ฉุนอวิ๋นเหยียนเช่อ ผู้นำสูงสุดแห่งตระกูลฉุนอวิ๋นหลังจากเก็บตัวฝึกตนอย่างยากลำบาก บัดนี้เขาได้ก้าวข้ามขีดจำกัดมนุษย์ทะลวงเข้าสู่ขอบเขต "ชีชิง" (เจ็ดดารา) ขั้นที่ 1 ได้เป็ผลสำเร็จ!
เหยียนเช่อสะกิดปลายเท้าเพียงแ่เบาร่างของเขาก็พุ่งทะยานดุจวิหค์เหินลงจากยอดเขาทิ้งรอยแยกของอากาศไว้เื้ัพลังปราณที่แข็งแกร่งถูกถ่ายทอดผ่านเสียงที่ดังกึกก้องไปถึงโสตประสาทของสมาชิกตระกูลทุกคน
"ข้าฉุนอวิ๋นเหยียนเช่อ... เรียกประชุมชนชั้นผู้นำ และอัจฉริยะทั้ง 4 ที่ผ่านการคัดเลือก!จงมาพบข้าที่ห้องโถงเมฆาขจรไกลภายในหนึ่งเค่อ!"
เพียงไม่ถึงเวลาที่กำหนดภายในห้องโถงที่โอ่โถงประดับด้วยหยกขาวก็เต็มไปด้วยยอดฝีมือบรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและยำเกรง บรรยากาศภายใน ห้องโถงเมฆาขจรไกล เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของเหล่ายอดฝีมือกลิ่นอาย "ชีชิง" (เจ็ดดารา) ที่แผ่ออกมาจากร่างของ ฉุนอวิ๋นเหยียนเช่อ นั้นกดทับจนอากาศรอบด้านดูหนักอึ้งและเข้มข้นไปด้วยกลิ่นอาย์
เหล่าผู้าุโประจำตระกูลััถึงพลังยิ่งใหญ่พากันน้อมตัวก้มศีรษะ “ขอแสดงความยินดีแก่ท่านผู้นำที่สามารถทะลวงขั้นสำเร็จ”จากนั้นทุกคนภายในห้องพลันพากันน้อมตัวก้มศีรษะ “ขอแสดงความยินดีแก่ท่านผู้นำที่สามารถทะลวงขั้นสำเร็จ” ฉุนอวิ๋นเหยียนเช่อ พลันหัวเราะดังกังวาน“ขอบคุณทุกๆท่าน เชิญตามสบาย”
ที่เบื้องหน้าโต๊ะหยกขาวกลางโถงอัจฉริยะทั้ง 4 ของตระกูลยืนสงบนิ่งในชุดเครื่องแบบสีเมฆาปักลายดิ้นทองท่าทางองอาจสมเป็ความหวังใหม่ของมณฑลเฟิงเป่า:
ฉุนอวิ๋นเซียวเฟิง: พี่ใหญ่ผู้นิ่งขรึม แววตาคมดุจกระบี่ฉุนอวิ๋นจินเฟิง: ผู้เปี่ยมไปด้วยพร์เชิงยุทธ์ที่ดุดัน
ฉุนอวิ๋นจิงเหว่ย ฉุนอวิ๋นเยี่ยนฟาง: คู่พี่น้องอัจฉริยะที่ขยับขึ้นมาเทียบชั้นพี่ๆได้ในเวลาอันสั้น
ที่ด้านข้างบัลลังก์ผู้นำ ฮูหยินใหญ่ หงเยว่ ผู้เป็มารดาของเซียวเฟิงยกยิ้มอย่างพึงพอใจและภาคภูมิใจในตัวบุตรชายของนาง โดยมี ฉุนอวิ๋นลี่หงบุตรีคนเล็กยืนยิ้มอยู่ใกล้ๆ แตกต่างจาก ฮูหยินรอง จินฮวา และ ฮูหยินสาม ซืออวิ๋น ที่สีหน้าเรียบเฉย
เหยียนเช่อกวาดสายตาคมกริบมองเหล่าทายาทก่อนจะประกาศกร้าวเสียงดังกัมปนาท:
"ศึกนพเก้ามรกตอำพันครั้งนี้จะเป็ก้าวแรกที่ตระกูลฉุนอวิ๋นของพวกเราจะประกาศศักดาให้ทั้งอาณาจักรหลันเป่าสือได้รู้...ว่าพวกเราสามารถเทียบเคียงเหล่าั์ใหญ่ได้!"
เขาผายมือไปยังโต๊ะหยกที่มี ห่อผ้าสี่ห่อ วางเรียงรายอยู่
"นี่คือรางวัลสำหรับพวกเ้า!ภายในมีชุดศึกไหมเมฆาและ 'โอสถเมฆาะ'เห็นยาเม็ดสีขาวมุกแผ่กลิ่นอายบริสุทธิ์อยู่ในตลับหกเหลี่ยมเปิดฝาไว้“โอสถนี้จะช่วยยกระดับพลังและปรับรากฐานของพวกเ้าให้เสถียรถึงขีดสุดก่อนการประลองใหญ่"
สายตาของเขามุ่งมั่นขึ้นเมื่อสั่งการขั้นเด็ดขาด:
"นับั้แ่ยามเช้าของวันพรุ่งนี้...พวกเ้าทั้งสี่จงขึ้น 'เขาเมฆาตลบฟ้า'เพื่อเข้าฝึกฝนใน 'ค่ายกลเมฆาตลบฟ้า' เป็เวลาครึ่งปี! หากไม่ทะลวงผ่านขีดจำกัดเดิมห้ามลงจากเขาแม้แต่ก้าวเดียว!"
อัจฉริยะทั้งสี่น้อมรับคำสั่งพร้อมกันเสียงดังกึกก้องไปทั่วโถง "น้อมรับคำสั่งท่านประมุข!"
หลังจากการประชุมที่โถงเมฆาขจรไกลสิ้นสุดลงภายในตำหนักส่วนตัวอันเงียบสงบของ ฮูหยินสาม ซืออวิ๋น บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความหม่นหมอง ธูปหอมจางๆไม่ช่วยให้ใจของนางสงบลงได้เลยนางมองดูบุตรชายและบุตรีที่บัดนี้เติบโตจนเป็เสาหลักของตระกูลแต่ในแววตาของนางกลับมีความลับอันหนักอึ้งซ่อนอยู่
ซืออวิ๋น: (ถอนหายใจยาว แววตาเศร้าสร้อย) "จิงเหว่ยเยี่ยนฟาง... นับจากวันที่พวกเ้าช่วย หนิงเจี่ย ไว้เมื่อสามเดือนก่อนจนถึงป่านนี้เขาก็ยังมิได้กลับมาปรากฏตัวในเมืองอีกเลย ตามที่แม่คำนวณดู...สถานการณ์คงย่ำแย่เกินกว่าที่พวกเราจะคาดคิด"
ฉุนอวิ๋นเยี่ยนฟาง: ขอบตาแดงระเรื่อ พลางกำหมัดเล็กๆแน่นจนเล็บแทบฝังในเนื้อ"เป็เพราะข้าเอง... ถ้าวันนั้นข้าดึงดันจะไปส่งเขาด้วยตนเองจนถึงจุดหมายคงไม่เกิดเื่ร้ายขึ้นกับเขาเช่นนี้!"
ฉุนอวิ๋นจิงเหว่ย: เดินเข้าไปวางมือบนบ่าของน้องสาวเบาๆเพื่อปลอบประโลม "อย่าโทษตัวเองเลยเยี่ยนฟางวันนั้นสถานการณ์ในตระกูลตึงเครียดนัก เ้าเองก็ทำดีที่สุดแล้วหนิงเจี่ยเป็คนดวงแข็ง ข้าเชื่อว่าเขาต้องมีหนทางรอด"
ซืออวิ๋นส่ายหน้าช้าๆนางลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองไปยังทิศทางของยอดเขาที่เลือนลางในม่านเมฆ
ซืออวิ๋น: "แม่เคยแอบส่งคนสนิทไปสืบข่าวที่นอกเมืองอยู่หลายครั้ง...แต่ทุกคนกลับคว้าน้ำเหลว ไม่มีใครพบเบาะแส หรือแม้แต่ร่องรอยการต่อสู้ราวกับว่าเขาหายสาบสูญไปในอากาศธาตุ"
นางพึมพำกับตนเองด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแฝงไปด้วยความรู้สึกผิดที่ฝังรากลึก:
"พี่หญิง...ลูกชายของท่าน... ข้าไม่สามารถปกป้องเขาไว้ได้ช่างน่าละอายต่อท่านยิ่งนัก..."