บทที่ 4
พานพบ ณ เมืองลั่วหยาง(3)
โดย : LAMON888
“เอ๋............ ปรากฏการณ์อะไรเช่นนั้นหรือ ”หมู่ตันกับอาลี่ต่างก็สงสัยเกี่ยวกับโคมดอกโบตั๋นดวงนี้
โคมนี้มีตำนานเล่าต่อๆกันมาว่าเป็โคมที่จักรพรรดิองค์แรกของราชวงศ์ถังกับคนรักที่เป็เซียนของท่านเป็ผู้สร้างขึ้นมา มันจึงมิใช่โคมไฟธรรมดาแต่มีพลังเซียนซ่อนอยู่ ทำให้โคมไฟคู่นี้มันไม่เคยมอดดับไปแต่มันก็มิเคยส่องสว่างเช่นกัน และมันจะเลือกผู้ที่มันเห็นสมควรว่าจะเป็เ้าของคนต่อไปของมันเท่านั้น โดยการที่คนผู้นั้นจะต้องสามารถผ่านม่านพลังเข้าไปและยกมันขั้นมาได้ แต่นี่ก็เป็แค่ความเชื่อของคนที่นี่เท่านั้นแหละน้าาาาา อย่าว่าแต่จะยกมันเลยแค่ผ่านม่านพลังนี้ไปยังมิเคยมีผู้ใดก้าวผ่านม่านพลังนี้ไปได้เลย จนกระทั่งเมื่อประมาณครึ่งชั่วยามก่อน.....ที่มีชายผู้หนึ่งเดินเข้าไปใกล้กับม่านพลังนั้นแล้วอยู่ดีๆม่านพลังก็มีการตอบสนอง ปรากฏว่าชายผู้นั้นสามารถนำโคมออกมาได้หน่ะสิช่างน่าใยิ่งนัก
เมื่อประมาณครึ่งชั่วยามก่อน
“มหา..คุณชาย เหตุใดท่านจึง้ามาที่ตลาดเช่นนี้เล่าขอรับ” เฟิ่งหวงเดินตามหลังมาไม่ห่าง แล้วกล่าวถามด้วยความสงสัย
“ข้ารู้สึกได้ว่าที่นี่มีอะไรที่ร้องเรียกหาข้าอยู่ รู้สึกว่าที่นี่มันจะต้องมีเบาะแสในการตามหาเสี่ยวหลานเป็แน่” มหาเทพเดินไปด้วยความเร็วที่ไม่เร็วนักแต่ก็มิได้ช้าจนเกินไปแต่ท่วงท่าก็ยังคงดูสง่างามอยู่
ในทุกที่ที่มหาเทพเดินผ่านไปนั้น สตรีน้อยใหญ่ต่างพากันชายตามองตามไปอย่างตาไม่กะพริบกันเลยทีเดียวไม่เว้นแม้แต่บุรุษต่างก็ต้องทึ่งในท่วงท่าที่ดูสง่างามแต่ก็เยือกเย็นไปตามๆกันอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวราวกับต้องมนต์สะกด
มหาเทพเดินมาได้สักพักและมาหยุดอยู่ตรงหน้าโคมไฟสีขาวลายดอกโบตั๋นคู่หนึ่ง เหมือนกับว่าโคมไฟนี้กำลังร้องเรียกหาตนอยู่จึงเดินตรงต่อไปทางโคมไฟดังกล่าว
“ยายแก่เอ๊ย ยายแก่ ดูนั่นสิข้าอยู่มาจนหงอกขึ้นเต็มหัวไปหมดแล้วยังไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนเลย ช่างน่าประหลาดยิ่งนัก”
“มีอะไรกันเล่าตาเฒ่า ร้องเรียกซะข้าตกอกใไปหมดเลย เดี๋ยวข้าก็หัวใจวายตายกันพอดี”
“ก็นั่นไงเล่าคุณชายท่านนั้นกำลังจะเดินผ่านม่านพลังไปยังที่ที่โคมไฟตั้งอยู่แล้ว”
“หา ไหนๆ จริงด้วยสิตาเฒ่า นี่ข้าตาฝาดไปรึอย่างไรกัน”ยายแก่มองซ้ายมองขวาแล้วพบเข้ากับมหาเทพที่กำลังเดินตรงไปทางโคม
“มหา...คุณชาย ท่าน ท่าน ท่าน..... ข้า ข้า ข้า.... เหตุใดข้าจึงผ่านม่านพลังนี้ไปไม่ได้กัน”
“ตาเฒ่าๆ คุณชายท่านนั้นกำลังจะหยิบโคมไฟในตำนานที่ไม่มีใครยกได้มานานนับพันนับหมื่นปีขึ้นมาแล้ว ช่างเป็บุญตาของข้าซะเหลือเกินที่ก่อนตายข้ายังคงได้เห็นอะไรแบบนี้ นี่มันคงเป็ปาฏิหาริย์สินะ” ยายแก่เบิกตากว้างด้วยความใและหันหลับไปใช้มือตบที่บ่าของตาเฒ่าแล้วพูดด้วยน้ำเสียงใและยินดีไปด้วย
“โอ๊ยๆ ข้ารู้แล้ว ข้ารู้แล้ว ถ้าเ้าจะตีข้าแรงเช่นนี้เดี๋ยวหลังข้าก็หักกันพอดี”
“โทษทีตาเฒ่าโทษที ข้าแค่ใไปหน่อย”
มหาเทพเดินตรงไปยังโคมคู่โดยที่ไม่ได้ยินเสียงร้องเรียกของเฟิ่งหวงแล้วหยิบโคมไฟสีขาวลายดอกโบตั๋นขึ้นมา แต่เหมือนว่ามันจะหยิบขึ้นมาได้เพียงแค่ดวงเดียวเท่านั้น และเมื่อมหาเทพหยิบโคมไฟขึ้นมาแสงของโคมไฟก็ส่องสว่างยิ่งขึ้นกว่าเดิม
จากที่บรรยากาศรอบๆเต็มไปด้วยเสียงของผู้คนมากมาย แต่เมื่อแสงของโคมไฟส่องสว่างขึ้นทุกคนต่างตกตะลึงไปกับมันทำให้ทั่วทั้งบริเวณนั้นเงียบสงัดราวกับมิมีผู้ใดอยู่
“ตาเฒ่าๆ เ้าเห็นนั่นมั้ย ในชีวิตนี้ข้าไม่เคยเห็นโคมใดส่องสว่างเช่นนี้มาก่อน สว่างมากกว่านำโคมทั้งตลาดมารวมกันเสียอีก”ยายแก่เบิกตากว้างด้วยความใอีกครา
“ข้าเห็นแล้ว ช่างมหัศจรรย์ดีแท้ ไม่นึกเลยว่านอกจากจะเดินผ่านม่านพลังไปหยิบโคมได้แล้ว เมื่อหยิบขึ้นมาโคมมันยังส่องสว่างมากอีกด้วย”
หลังจากที่มหาเทพหยิบโคมขึ้นมาได้แล้วก็จากไปพร้อมกับโคมดวงนั้นอย่างรวดเร็วใน่ที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับปาฏิหาริย์ตรงหน้ากันอยู่
“คุณชายท่านนั้นกับโคมหายไปไหนซะแล้วหล่ะ”มีหญิงสาวนางหนึ่งพูดขึ้นมา
“มหาเทพ ท่านว่าเมื่อสักครู่เหตุใดข้าถึงผ่านเข้าไปในม่านพลังอันนั้นมิได้กัน” เฟิ่งหวงเกาหัวด้วยความสงสัยเพราะน้อยคนนักที่จะสร้างม่านพลังที่แกร่งกล้าได้เท่านี้จนตนผ่านไปไม่ได้ เพราะถึงอย่างไรตนก็ขึ้นชื่อได้ว่าเป็ถึงสัตว์เทพของมหาเทพเชียวนะถ้าเทียบแล้วยังเก่งกว่าเทพเซียนบางคนซะอีก
“ก็เพราะเ้ายังฝึกฝนไม่พอหน่ะสิ”มหาเทพตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
กลับมาปัจจุบัน
“ว้าวววว....เช่นนั้นถ้าอาลี่หยิบได้มันก็จะเป็ของอาลี่หน่ะสิ” อาลี่ผู้ที่ทั้งสองมือเต็มไปด้วยถังหูลู่มีท่าทางตื่นเต้นเป็อย่างมาก
“เ้าก็ลองเข้าไปหยิบมันดูสิ แต่เดี๋ยวก่อนนะถ้าเราเข้าไปใกล้ม่านพลังอันนั้นมันจะมีอันตรายอะไรรึเปล่า” หมู่ตันถามขึ้นมาด้วยความสงสัยและเป็ห่วงกลัวอาลี่จะมีอันตราย
“ถ้าเ้าเข้าไปใกล้มันเ้าก็แค่จะผ่านเข้าไปไม่ได้เฉยๆ แต่เ้าจะมิได้รับอันตรายใดๆ เพราะข้าเคยลองแล้ว”หญิงผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น
“ขอบคุณท่านมากที่บอกข้า”ว่าแล้วหลี่ตันก็ให้อาลี่เข้าไปลองหยิบโคมดูแต่เมื่ออาลี่เดินเข้าไปใกล้โคมก็ไม่สามารถผ่านม่านพลังเข้าไปได้
“พี่หมู่ตัน อาลี่เข้าไปไม่ได้”ลี่น้อยวิ่งกลับมาหาหมู่ตัน โดยที่ทั้งสองมือของนางก็ยังคงถือถังหูลู่อยู่
“เ้าเข้าไปไม่ได้ก็มิแปลกอันใด ผู้อื่นก็เข้าไปมิได้เหมือนกัน”หมู่ตันลูบหัวน้อยๆของนางแล้วเอ่ยขึ้น
“พี่หมู่ตันก็ลองเข้าไปหยิบดูบ้างสิ อาลี่อยากเห็นโคมใกล้ๆจัง ถ้าหยิบได้เอามาให้อาลี่ดูใกล้ๆด้วยนะ”อาลี่เงยหน้ามองหมู่ตันแล้วเอ่ยปากบอก
“ข้าก็คงเข้าไปไม่ได้เช่นกัน แต่ถ้าอาลี่อยากให้ข้าเข้าไปขนาดนี่ข้าไปลองดูก็ได้ โอเคมั้ย”
“อืม” อาลี่พยักหน้ารับ
หมู่ตันจึงเดินเข้าไปทางโคมดอกโบตั๋นดวงที่เหลืออยู่นั้น ในใจคิดว่าตนก็คงจะเข้าไม่ได้เช่นกัน เลยคิดว่าจะไปหาซื้อโคมไฟลายดอกโบตั๋นอันอื่นมาให้อาลี่แทน
แต่เมื่อนางเดินเข้าไปใกล้กับม่านพลังเรื่อยๆ มันกับตอบสนอง
“พวกเ้าดูนั่นสิ คุณหนูท่านนั้นเหมือนกำลังจะผ่านม่านพลังไปได้เลย”
“เ้าตาฝาดไปรึเปล่า เมื่อสักครู่พึ่งจะมีคุณชายเดินผ่านม่านพลังไปหยิบโคมขึ้นมาได้ เ้าว่าเหตุการณ์ปาฏิหาริย์เช่นนี้จะเกิดขึ้นพร้อมกันในวันเดียวเช่นนั้นเลยเหรอ”
“เ้าๆๆ ดูนั้น นางเดินผ่านม่านพลังไปได้แล้ว”
“หาาาาาา เื่จริงหรือนี่ วันนี้มันวันอะไรกันเนี่ยหรือว่าเป็ข้าที่ตาฝาดไปซะเอง หรือว่าข้ากำลังฝันอยู่กันแน่ ” นางขยี้ตาตัวเองไปหนึ่งที่ แล้วลองหยิกตัวเองดูว่าได้ฝันไปหรือเปล่า
“เอ๋ ไม่เจ็บแฮะ สงสัยว่าข้าจะใกับเื่ก่อนหน้ามากไปหน่อยจนเก็บเอามาฝันเลยหรือเนี่ย”
“โอ๋ย เ้าจะเจ็บได้เช่นไร ก็เ้าหยิกข้าอยู่เนี่ย”
“โอ๊ะ ข้าขอโทษๆ งั้นนี่ก็เื่จริงหน่ะสิ”
หลังจากที่หมู่ตันเดินผ่านม่านพลังไปนางก็รู้สึกใว่านางผ่านเข้ามาได้เช่นไร แต่เมื่อนางเดินเข้าไปใกล้โคมเรื่อยๆ นางกลับรู้สึกคุ้นชินกับโคมดวงนี้มากเหมือนกับว่าโคมดวงนี้เคยเป็ของนางมาก่อน นางค่อยๆเดินเข้าไปหยิบโคมขึ้นมาและในขณะที่มือของนางััเข้ากับโคมก็ทำให้นางรู้สึกได้ถึงใครบางคนที่เหมือนว่านางจะลืมเลือนไป แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก
นางจึงหยิบโคมขึ้นมา และเมื่อนางหยิบโคมขึ้นมาโคมไฟดวงนี้ก็ส่องสว่างขึ้น แต่ไม่ใช่แค่โคมของนางเท่านั้นที่ส่องสว่างโคมอีกอันหนึ่งที่เป็คู่ของมันที่อยู่ในมือมหาเทพก็ส่องสว่างขึ้นมาด้วยเช่นกัน ทำให้ตำแหน่งที่โคมทั้งสองอยู่ ณ เวลานี้ ส่องสว่างจนสามารถมองเห็นได้แม้จะอยู่ไกลนับพันลี้ก็ตาม
“มหาเทพเหตุใดโคมในมือท่านจึงส่องสว่างขึ้นมาอีกครากัน” ยังไม่ทันจะสิ้นเสียงของเฟิ่งหวงมหาเทพก็พุ่งตรงไปยังแหล่งกำเนิดแสงอีกที่ด้วยความเร็วสูง
“มหาเทพ ท่านจะไปที่ใด รอข้าด้วย” เฟิ่งหวงก็ตามมหาเทพไปความเร็ว แต่ก็ยังคงตามมหาเทพไม่ทันเนื่องจากมหาเทพหายไปเร็วมาก จึงตามหาไปเหนื่อยหอบไป