อันเยว่ยอดฮูหยิน

    บทที่ 46 การประชุมภายในครอบครัว

    ในบ้านตระกูลอัน อันเยว่มีสีหน้าอึมครึมโดยมีซูจือฉือเข็นนางเข้าไปในห้องโถง


    เซียวสิงเยี่ยนและหยูยวนนั่งอยู่บนตำแหน่งหลัก เดิมทีมันควรมีที่นั่งของอันเยว่ด้วย แต่กลับไม่มี 


    “เข็นข้าเข้าไป”


    อันเยว่ชี้นิ้วไปตรงระหว่างเซียวสิงเยี่ยนและหยูยวน ซูจือฉือก็เชื่อฟังเป็นอย่างดี หลังจากที่เขาเข็นนางไปไว้ตรงกลางระหว่างพวกเขาแล้ว ก็นั่งลงบนเก้าอี้ด้านข้าง 


    กู่หยางค่อย ๆ เดินเข้ามาเป็นคนสุดท้าย หนำซ้ำยังเปลี่ยนเครื่องแต่งกายใหม่ เขาเกล้าผมเป็นมวยอย่างสวยงาม ทำให้คนที่เห็นอยากตะโกนเหลือเกินว่าไอ้สารเลว 


    แม้บุรุษผู้นี้จะมีรูปร่างงดงาม แต่กลับพยายามไปเรียนรู้เรื่องหยุมหยิมกับหยูยวนเสียอย่างนั้น 


    “เดือนนี้ข้าเป็นวัวเป็นม้าให้พวกเจ้า ทั้งเข้าครัวทำอาหาร หาความรู้ และผลิตครีมหอมให้พวกเจ้า แต่ผลเป็นอย่างไรฮึ?” 


    อันเยว่พูดจบก็หันกลับไปจ้องเซียวสิงเยี่ยน เห็นได้ชัดว่าในสายตาของนางมีอารมณ์โกรธแต่ไม่กล้าทำอะไรอีกฝ่ายเช่นกัน


    มือเล็กของนางกำเข้าหากันแน่น เซียวสิงเยี่ยนผู้นี้อาศัยที่ตัวเองห้าวนิดหน่อย มิเช่นนั้น เขาจะกล้ากระทืบเท้าเช่นนี้หรือ? 


    “เจ้าต้องการพูดอะไรกันแน่?”


    วันนี้หยูยวนไม่ได้ออกไปไหน จึงไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นข้างนอก ยิ่งไปกว่านั้น ตลอดหนึ่งเดือนนี้เขารู้แล้วว่าหากมีอันเยว่ เขาก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องอาหารสามมื้อ


    แต่เรื่องไร้เหตุผลเช่นนี้ กลับเอ่ยว่า “เป็นวัวเป็นม้าให้พวกเจ้า” ซึ่งนี่ค่อนข้างแปลกพอสมควร 


    “ภรรยาที่มีนิสัยอย่างข้า ตราบใดที่พวกเจ้าสามารถหาคนที่สองได้ในราชวงศ์ต้าโจว พวกเจ้าก็ลองดู ถ้าหาเจอข้าจะไม่ใช้แซ่อันอีกต่อไป!”


    ถือได้ว่าอันเยว่พูดออกไปหมดแล้ว ในราชวงศ์ต้าโจวไม่มีใครเป็นได้เหมือนกับอันเยว่ที่อ่อนโยนกับพวกเขา แทบจะกล่าวได้ว่านางเชื่อฟังพวกเขาทุกอย่าง 


    ในราชวงศ์ต้าโจวสตรีเป็นที่เคารพนับถือ เมื่อบุรุษคนใดก็ตามที่แต่งเข้า จะต้องเชื่อฟังภรรยา มิเช่นนั้น หากถูกหย่าบ่อยครั้ง และสุดท้ายตกไปอยู่ในหอคณิกา ก็เป็นเรื่องยากแล้วหากจะแต่งงานใหม่


    “ใช่”


    หยูยวนพูดแทนอันเยว่อย่างพบได้ไม่บ่อยนัก อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย ในหัวใจของอันเยว่รู้สึกตื้นตันใจเล็กน้อยเช่นกัน


    คนไร้คุณธรรมที่สุดผู้นี้กลับเข้าข้างนางเสียอย่างนั้น


    อันเยว่มองไปยังซูจือฉือ เขาไม่คิดจะพูดแทนนาง แต่กำลังมองทุกคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม และรอยยิ้มของเขาก็งดงามเหลือเกิน ทำให้คนรู้สึกจมดิ่งเมื่อได้เห็น 


    “ในวันนี้เกิดเรื่องขึ้นทำให้ข้าโกรธมาก ข้าจึงจำเป็นต้องพูด และพิจารณาตัวเองให้ดีต่อหน้าทุกคนในครอบครัว!” 


    “เจ้าหมายถึงตัวเองใช่ไหม?”


    กู่หยางย้อนถามด้วยน้ำเสียงเหน็บแนมเล็กน้อย สิ่งนี้ทำให้อันเยว่โกรธมากกว่าเดิม


    “กู่หยาง อย่าคิดนะว่าข้าไม่ได้เอ่ยชื่อเจ้าแล้วจะไม่เกี่ยวกับเจ้า เวลาปกติก็เงียบไม่พูดอะไร แต่กลับแทงข้างหลังข้าในตอนสำคัญ พวกเจ้าไม่หัดดูบ้างเลยว่า ช่วงนี้ตัวเองอิ่มเอิบขึ้นมากหรือไม่ ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณใครล่ะ ต่อให้ไม่มีกระจกก็เถอะ หรือว่าพวกเจ้ายังไม่ฉี่ด้วย?”


    อันเยว่พ่นลมออกทางจมูกอย่างเย็นชาและชี้นิ้วไปที่กู่หยาง นี่เป็นครั้งที่สองที่นางแสดงอารมณ์โกรธในบ้าน 


    ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าพวกเขาสี่คนจะรังแกนางอย่างไร นางก็ไม่เคยแสดงออกว่าโกรธ นอกจากในครั้งนั้นที่บอกว่าต่างคนต่างอยู่


    มันฟังดูดีอยู่หรอก แต่เมื่อทำจริง ๆ กลับยากมาก เป็นเรื่องยากมากที่จะต่างคนต่างอยู่


    ยามนี้อันเยว่คิดแค่ว่า หากต้องอยู่ร่วมกับพวกเขาสักระยะหนึ่ง ทางที่ดีควรอยู่กันอย่างสงบสุข ทำให้พวกเขาพลั้งเผลอแล้วจากนั้นก็ค่อยหย่าทิ้งทีละคน 


    แต่ใครจะรู้ว่าเซียวสิงเยี่ยนไม่ให้เกียรตินางเลย คนผู้นี้ช่างน่ารังเกียจจริง ๆ!


    “สิ่งที่เจ้าเคยทำมันทำให้ผู้คนไม่เชื่อมั่นในตัวเจ้าน่ะสิ” 


    กู่หยางไม่รู้สึกว่าตัวเองทำผิดเลยสักนิด อีกทั้งยังตำหนิอันเยว่อย่างคิดว่ามันสมควรแล้ว สายตาดูถูกของเขากวาดไปทั่วใบหน้าของนางก่อนไปหยุดที่ใบหน้าของเซียวสิงเยี่ยน 


    “หากไม่ใช่เพราะเจ้ามีประวัติต้องโทษ เราจะทำเช่นนี้ได้อย่างไร?” 


    เซียวสิงเยี่ยนพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจเช่นกัน ทำราวกับว่าอันเยว่เป็นคนแบบนั้นจริง ๆ และนางต้องทำเช่นนั้นเป็นเรื่องปกติ 


    ความคิดที่ฝังรากลึกเช่นนี้อันตรายเกินไปจริง ๆ หากพวกเขามองนางแบบนี้ต่อไปก็เท่ากับว่า อันเยว่จะไม่มีสถานะใด ๆ ในบ้านหลังนี้เลยหรือ?


    “เมื่อครู่นางพูดว่าอะไรนะ?”


    หยูยวนมองไปยังกู่หยาง แต่กู่หยางเองก็ไม่เข้าใจ พวกเขาไม่เคยได้ยินคำพูดเช่นนี้มาก่อน


    “นางมักจะใช้คำพูดที่เราไม่เคยได้ยินมาก่อน นางบอกว่ากระจกอะไรสักอย่างกับ…ไอ้นั่น?”


    กู่หยางไม่สามารถเอ่ยคำสกปรกออกจากปาก ฉะนั้น ยามนี้เขาจึงอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ เช่นกัน 


    “ข้าหมายความว่า แม้พวกเจ้าจะไม่ได้ส่องกระจกเพื่อดูรูปร่างของตัวเอง แต่อย่างน้อยก็ยังสามารถฉี่แล้วส่องดูตัวเองได้ไม่ใช่รึไง?” 


    นางไม่อยากไว้หน้าใครอีกแล้ว หากไม่แสดงอารมณ์ออกมา ผู้ชายพวกนี้ก็จะคิดว่ารังแกนางได้ง่าย ๆ และใช้คำพูดน่าเกลียดอะไรก็ได้ตามใจชอบ


    วันนี้นางจะสถาปนาสถานะภรรยาของตัวเอง มิเช่นนั้น หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ชื่อเสียงของนางในฮวาตูคงสร้างแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้


    ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาสข้ากลับมามีชีวิตอีกครั้ง ข้าก็ต้องอยู่เหนือผู้อื่นถึงจะถูกต้อง


    “ข้าให้เกียรติพวกเจ้ามามากพอแล้ว อย่างน้อยพวกเจ้าก็ต้องให้เกียรติข้าบ้างเช่นกัน ข้างนอก ข้าคือภรรยา สถานะและตำแหน่งของข้าไร้ข้อกังขาใด ๆ ข้าไม่ขอให้พวกเจ้าเป็นเหมือนผู้อื่นที่ต้องคุกเข่าและทำอะไรเทือกนั้น ขอแค่พวกเจ้าไม่เลื่อยขาเก้าอี้ข้าก็พอ” 


    อันเยว่กล่าวคำขอขั้นต่ำที่สุดของตัวเองให้พวกเขาฟัง อย่างน้อยต้องไม่มีปัญหาเรื่องการไว้หน้าให้เกียรติถึงจะถูกต้อง ส่วนเรื่องอื่น ๆ ยังสามารถวางไว้ด้านหลังชั่วคราว 


       “…”


    บุรุษทั้งสี่มองหน้ากัน นี่เพิ่งผ่านไปได้เพียงเดือนเศษ นางกลับเรียนรู้ที่จะยื่นข้อเรียกร้อง หนำซ้ำท่าทางของนางยังเผด็จการมากด้วย 


    เมื่อเห็นสตรีร่างผอมบางนั่งอยู่บนรถเข็นด้วยสีหน้าแน่วแน่ ทำให้ใคร ๆ ต้องมองนางด้วยความชื่นชม


    เมื่อเทียบกับสิ่งที่นางเคยทำ ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งอื่นจริง ๆ


    “หรือว่าเจ้าไม่ควรหาสาเหตุจากตัวเจ้าเอง?” 


    เซียวสิงเยี่ยนรู้สึกลังเลเล็กน้อย เขาไม่แม้แต่จะถามและไม่ให้เวลาอันเยว่ได้อธิบาย กลับทำโดยอำเภอใจและโยนความผิดให้อันเยว่


    “เจ้าจะให้ข้าพูดเนี่ยนะ? หากเจ้าให้ข้าพูดสักคำ เรื่องมันก็คงไม่ลงเอยเหมือนทุกวันนี้หรอก!” 


    พูดถึงเรื่องนี้แล้วยิ่งโมโห อันเยว่เหลือแค่ชี้หน้าด่าเซียวสิงเยี่ยนเท่านั้น นางเอ่ยขึ้นทีละคำ “ในฐานะที่เจ้าเป็นสามีใหญ่ เจ้าไม่มีวิจารณญาณสักนิดเลยหรือ? หากข้าขายซูจือฉือจริง เขายังจะเป็นฝ่ายไปเขียนสัญญาขายร่างกายอย่างหน้าระรื่นเช่นนั้นหรือ? ถ้าเป็นจริง เจ้าก็ควรยินดีกับเขาสิ เพราะนั่นหมายความว่าเขาเต็มใจไป” 


    เป็นถ้อยคำโกรธจัดจนใบหน้าของอันเยว่แดงก่ำ นางไม่รู้ว่าควรพูดอย่างไรดี และแทบเด้งตัวขึ้นจากรถเข็นอยู่รอมร่อ


    ทันใดนั้นภายในห้องก็เงียบลง ไม่มีใครคาดคิดว่าเรื่องจะไปในทิศทางนี้ 


    ความโกรธของอันเยว่ดูเหมือนจะไม่มีความหมายเมื่ออยู่ต่อหน้าบุรุษเหล่านี้ ในฐานะภรรยา ทั้งราชวงศ์ต้าโจวอาจหาภรรยาคนที่สองที่ไร้ซึ่งสถานะใด ๆ เช่นนางไม่ได้อีกแล้ว 

    คล้ายกับเรื่องอันเยว่ยอดฮูหยิน ที่คุณอ่าน

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663