“ก็ผมยังสนุกกับการใช้ชีวิตที่อเมริกาอยู่เลยนี่ครับ”
ภัทรกฤติกล่าวด้วยสีหน้าที่ยุ่งเหยิง ขัดใจกับเื่บ้าๆนี้จริงๆ
“ก็นั้นแหละที่ทำให้พ่อกับแม่ไม่สบายใจ พ่อกับแม่มีกฤติเป็ลูกแค่คนเดียวนะ ยังไงก็อยากให้ลูกมาอยู่ใกล้ๆคอยดูแลกิจการงานต่างๆให้”
คุณหญิงเกศกนกพยายามพูดจาโน้มน้าวจิตใจของบุตรชาย เธอเลือกที่จะใช้ไม้อ่อนกับเขาในขณะที่ปล่อยให้สามีเป็คนใช้ไม้แข็งไป
“ถ้าผมยอมกลับมาอยู่เมืองไทย แต่ผมไม่ยอมแต่งงานได้ไหมครับ”
ภัทรกฤติยื่นข้อเสนอต่อรอง เพราะยังไม่อยากจะมีห่วงมาผูกคอจริงๆ
“ไม่ได้หรอกลูก พ่อกับแม่อยากเห็นลูกเป็ฝั่งเป็ฝาไปกับคนที่ไว้วางใจได้และพ่อกับแม่ก็อยากเห็นหน้าหลานก่อนตายด้วยและอีกอย่าง แม่ก็ได้ไปพูดจาทาบทามสู่ขอว่าที่เ้าสาวไว้ให้กับลูกแล้วด้วย”
“ฮึ ผู้หญิงคนนั้นคงตีปีกพั่บๆรีบรับปากแทบไม่ทันเลยสินะครับ”
ภัทรกฤติออกน้ำเสียงเย้ยหยันไปถึงผู้หญิงที่ตนยังไม่เคยแม้แต่เห็นหน้าด้วยความหยิ่งลำพองในความเป็คนเ้าเสน่ห์ของตัวเองอยู่มากพอสมควร
“ถ้าเป็อย่างนั้นได้ก็ดีนะสิ แต่นี่แกเล่นพลัดวันประกันพรุ่งไม่ยอมให้คำตอบง่ายๆอ้างว่าขอเวลาตัดสินใจเพื่อยืดเวลาไปเรื่อยๆทำท่าเหมือนจะปฏิเสธอย่างนั้นแหละ”
“อะไรนะครับ”
ชายหนุ่มอุทานอย่างไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเอง เมื่อได้ยินในสิ่งที่ผิดไปจากที่คาดคิด มีด้วยหรือ ผู้หญิงที่คิดจะปฏิเสธเขา จะว่าเขาเป็คนหลงตัวเองก็ไม่ผิด แต่เป็เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมามันยืนยันกับเขาอย่างนั้นจริงๆอย่าว่าแต่จะถึงขั้นแต่งการแต่งงานกันจริงๆจังๆเลย แค่ได้ทานข้าวกับเขาสักมื้อ พวกผู้หญิงก็พากันกระดี๊กระด๊าดีใจจนตัวสั่นแล้ว แล้วนี่ยัยผู้หญิงคนนั้นหล่อนมีดีอะไรนักหนา
“แต่กฤติไม่ต้องห่วงหรอกน่ะ ยังไงแม่ก็ต้องพยายามพูดจาเกลี้ยกล่อมหนูนารีให้แกยอมตกลงจนได้นั้นแหละ”
คำกล่าวอย่างนั้นของมารดาทำให้ภัทรกฤติรู้สึกท้าทายขึ้นมาในใจทันที ยัยผู้หญิงคนนั้น หล่อนคิดว่าหล่อนเป็ใครกัน ถึงจะมาทำเล่นตัวกับเขาขนาดนี้ ตำแหน่งเมียของเขาเชียวนะเฟ้ย มีแค่ตำแหน่งเดียวในโลก ใครๆก็อยากเป็กันทั้งนั้น แล้วยัยนี่อวดดียังไง
“คุณแม่ไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวงานนี้ผมจัดการเอง”
“อะไรน่ะ”
คุณหญิงเกศกนกเป็ฝ่ายที่ต้องอุทานออกมาด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นเื่เหมือนจะกลับตาลปัตรไปอย่างนั้น
“ผมอยากรู้ว่าแม่ผู้หญิงคนนั้นจะมีดีอะไรนักหนา หล่อนถึงกล้าคิดที่จะปฏิเสธผม”
ชายหนุ่มกล่าว ั์ตาวาวอย่างมุ่งมั่น เพลบอยหนุ่มเ้าเสน่ห์อย่างเขา ยอมให้ถูกผู้หญิงปฏิเสธ คงเป็อะไรที่เสียหน้าแย่
“เอ่อ แม่ว่า...”
“คุณแม่บอกรายละเอียดเกี่ยวกับตัวของผู้หญิงคนนั้นมาให้ผมทราบสิครับ แล้วที่เหลือผมจะจัดการเอง”
คุณหญิงเกศกนกพยักหน้ารับอย่างเป็กังวล ไม่ค่อยมั่นใจในตัวของบุตรชายนัก ว่าเขาจะทำให้ผลลัพธ์ออกมาดีแต่ก็ต้องยอมทำใจ เพราะคิดว่ายังไงมันก็คงดีกว่าการที่เขาจะยังยืนกรานปฏิเสธอยู่นั้นแหละ
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
ร่างโปร่งระหงของลลิตนารีเดินออกมาจากอาคารของโรงเรียนหลังจากที่หมดเวลาสอน เธอเดินไปยังรถของตัวเองซึ่งจอดอยู่ในโรงจอด แต่ระหว่างที่เดินไปตานเส้นทางภายในบริเวณของโรงเรียนนั้นเธอก็ได้ยินเสียงรถคันหนึ่งแล่นตามหลังมา เธอจึงพยายามเดินชิดเข้าข้างทาง แต่รถคันนั้นก็ยังบีบแตรให้ เธอคิดว่าเป็รถของเพื่อนอาจารย์ด้วยกันจึงได้หันไปดู แล้วก็พบกับรถเก๋งคันหรูที่ไม่คุ้นตาเอาเสียเลย รถของใครกันน่ะ แล้วเข้ามาทำอะไรในเขตของโรงเรียนอย่างนี้