ภายหลังจากที่พวกเราทั้งสองนั่งลง คุณเ้าหน้าที่ก็ไม่รีรอช้า เธอเอ่ยปากถามขึ้นขณะที่ฉันยังไม่ทันตั้งตัวจนเผลอสะดุ้งเฮือกอยู่บ้าง
"ขอเสียมารยาทหน่อยนะ เอาล่ะ เธอนี่โชคดีสุดๆ เลยนะ ได้เป็ถึงสุดยอดอาชีพที่พบน้อยนักในเมืองแห่งการเริ่มต้น ไม่สิ ต้องเรียกว่าสำหรับมนุษย์อย่างเราเนี่ยเรียกว่าเป็พรจาก์เลยดีกว่า!"
เธอพูดมากเป็พิเศษจนฉันรู้สึกรำคาญขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็ยังคงสงสัยเกี่ยวกับอาชีพจอมเวทที่ฉันได้มา ทำไมถึงต้องตื่นเต้นขนาดนั้น เพียงเพราะมันหายาก? ปกติก็สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในไลท์โนเวลนี่นา? หรือว่าโลกนี้จะเป็อย่างนั้น?
"เอ่อ... คือว่า..."
ด้วยท่าทางที่ดูไม่เป็ธรรมชาติของฉันทำให้คุณเ้าหน้าที่ทำหน้าฉงนแล้วถาม "หืม? มีอะไรเหรอ?" ออกมา
"อาชีพจอมเวทนี่มันหายากขนาดนั้นเลยเหรอคะ?"
เธอยืดอกอันสมบูรณ์นั่นขึ้นมาพลางเอามือเท้าเอว เ้าหน้าอกนั่นทำให้ฉันอึ้งอยู่เล็กน้อยเกี่ยวกับขนาดที่แตกต่างกัน ซึ่งถ้าปกติจะไม่กังวลอยู่แล้ว แต่จิตใจของฉันกลับเหมือนถูกดัดแปลงอะไรไป เธอพูดขึ้นมาอย่างภาคภูมิ
"แน่นอนอยู่แล้ว โดยส่วนมากมักจะพบเจอได้แค่ในพระราชวัง เพราะว่าที่นั่นมีอาจารย์สอนเวทมนต์อยู่คนหนึ่ง ถึงจะบอกว่ามีอาจารย์สอนก็เถอะ แต่ใช่ว่าลูกขุนนางทุกคนที่ไปเรียนจะประสบความสำเร็จไปซะหมด มีโอกาสพบได้แค่ 1 ใน 1,000 ไม่สิ 1 ใน 10,000 มากกว่า เป็โอกาสที่น้อยมากเลยล่ะ!"
เธอหยุดหายใจซักพักหนึ่งก่อนจะพูดต่อ
"ซึ่งเธอจัดว่าโชคดีมากเลยนะที่ได้อาชีพอันหายากแบบนี้มาไว้ในน่ะ ฉันล่ะอิจฉาจริงๆ เลย!"
อะ... เอ่อ... เอาจริงดิ? เริ่มรู้สึกสับสนระหว่างความมีเกียรติและอคติต่อจอมเวทในอดีตแล้วสิ จะว่าไงดีล่ะ ตอนนี้มันรู้สึกภาคภูมิใจอยู่หน่อยๆ แต่สภาพตอนนี้ของคุณเ้าหน้าที่ดูไม่หลงเหลือเสน่ห์ของความเป็ผู้ใหญ่ซะแล้วล่ะ
เธอกระแอมไอหนึ่งครั้งเพื่อเรียกสติของตนกลับคืนมา คงจะรู้สึกแล้วสินะว่ามาดที่ตัวเองสร้างไว้มันปลิวกระเด็นไปแล้วน่ะ
"ขอโทษด้วยนะที่ทำตัวไม่สมกับเป็ผู้ใหญ่น่ะ พอดีว่ามันตื่นเต้นเกินไปหน่อยเลยเผลอตัวไป"
"มะ.. ไม่เป็ไรค่ะ ธรรมดาอยู่แล้วนี่เนอะที่จะต้องตื่นเต้นกันบ้าง"
ฉันตอบกลับคำขอโทษขอโพบนั่นด้วยการปัดไม้ปัดมือทั้งสองเพื่อสื่อความหมายว่า "ไม่เป็ไรๆ" เห็นดังนั้นเธอจึงค่อยๆ ถอนหายใจออกมา แต่ก็นะ อย่างที่บอกไป เวลาที่เจออะไรที่แปลกใหม่มันก็ต้องมีตื่นเต้นเป็ธรรมดาอยู่แล้ว
ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ทำให้แววตาอันเปล่งประกายหายไปแม้แต่น้อย เธอยังทำท่าเหมือนกับจะถามคำถามอยู่ แต่ก็ถูกขัดบทสนทนาโดย...
"เห้ย... จะทำตัวน่ารำคาญไปถึงเมื่อไหร่กัน?"
"หะ.. หัวหน้า!?"
เธอสะดุ้งเฮือกก่อนจะหันไปหาต้นเสียงอันทุ้มใหญ่นั่นพร้อมกับฉัน ภาพที่เห็นนั่นเผยร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ผิวคล้ำและใบหน้าที่เหมือนกอริลล่าราวกับจะพูดหาเื่ว่า "มองหน้าหาเื่เหรอวะ?" แต่เพราะชุดที่คล้ายคลึงกับคุณเ้าหน้าที่และคำพูดที่เธอกล่าวออกมาทำให้รู้ว่านั่นคือหัวหน้าของเธอนั่นเอง
กอริลล่า เอ้ย ชายคนนั้นแตะไหล่ของคุณเ้าหน้าที่ก่อนจะมองมาที่ฉัน ใบหน้านั่นก็ยังคงเหมือนกับหาเื่ไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย เขากล่าวออกมาพร้อมกับก้มหัวตัวเองและกดหัวของคุณเ้าหน้าที่ลงในเวลาเดียวกัน
"ขอโทษแทนลูกน้องของฉันด้วยนะ"
"จะ.. เจ็บนะคะหัวหน้า! คอจะหักแล้ว!"
คุณเ้าหน้าที่ที่ทนแรงไม่ไหวก้มหัวลงไปโขกกับโต๊ะดังโป๊ก ซักพักทั้งสองก็เงยหน้าขึ้นมา หน้าผากของคุณเ้าหน้าที่แดงก่ำพร้อมกับน้ำตาที่พร้อมจะไหลออกมาทุกเมื่อ เธอหันไปหากอริลล่า เอ้ย ชายคนนั้นพร้อมกับกล่าวออกมาทั้งใบหน้าเปี่ยมไปด้วยน้ำตา
"หัวหน้าจะรุนแรงเกินไปแล้วนะคะ! ทั้งที่ก็รู้อยู่แก่ใจก็ยังจะทำอีก เพราะอย่างงี้ไงล่ะถึงได้ยังโสดไม่มีคนมาจีบน่ะ!"
"มันใช่เื่เรอะ!?"
เขาเขกหัวเธอไปหนึ่งที คุณเ้าหน้าที่ร้องโอดครวญ "โอ๊ย เจ็บๆ" พลางลูบหัวด้วยมือทั้งสองข้างอย่างเบามือ ทั้งสองคนนี้ดูสนิทกันจริงๆ เลยนะ รู้สึกอิจฉามิตรภาพนั่นขึ้นมาหน่อยๆ เลย เพราะฉันเคยมีแต่เพื่อนออนไลน์...
เฮ้อ... คิดไปแล้วมันก็น่าเศร้านะ สำหรับอดีตอันขมขื่นแบบนั้น แต่นั่นก็เป็แค่ทางเลือกที่ฉันเคยเลือกเอาไว้ ตอนนี้ฉันได้เกิดใหม่แล้ว จะขอใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองไม่เคยเป็ละกัน!
ลุงกอริลล่าเหลือบมองฉันที่กำลังนั่งมองทั้งสองพลางอมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว เขากระแอมไอก่อนจะหันมาพูดกับฉันด้วยใบหน้าที่เหมือนจะแดงขึ้นเล็กน้อยและหยิบกระดาษกับปากกาที่ไม่รู้โผล่มาตอนไหนออกมา
"เอ่อ... คือว่า... ถ้าไม่ว่าอะไร... ก็อยากจะขอลายเซ็นหน่อยจะได้มั้ยครับ!!!"
เมื่อได้ยินคำพูดที่ฉันคาดไม่ถึงอย่างคำว่า 'ขอลายเซ็น' จนเผลออุทาน "เอ๋!?" ออกมาโดยไม่ทันได้ตั้งตัวใดๆ ก่อนจะตั้งสติแล้วค่อยๆ ถามออกไปอย่างช้า
"ละ.. ลายเซ็นเหรอคะ?"
"ใช่แล้วล่ะ"
คุณเ้าหน้าที่เมื่อได้เห็นดังนั้นจึงสะกิดไหล่ของลุงกอริลล่าพลางพูด
"แหมๆ ว่าแต่เขาอิเหนาเป็เองนะคะเนี่ย..."
"หนวกหูน่า! เธอน่ะเงียบปากไปเลย!"
การหยอกเย้าของทั้งสองทำให้ฉันอดที่จะอมยิ้มไม่ได้เลย รู้สึกว่ามีความสุขจัง
ทางฉันเองก็ไม่ว่าอะไรหรอกที่จะมีคนมาขอลายเซ็นแบบนี้ ต้องบอกว่าดีซะกว่าอีก จะไม่ต้องใช้ชีวิตที่อยู่แต่ในมุมมืดของห้องหรือสังคมอีกต่อไปแล้ว เหมือนกับว่าตัวเองเป็ไอดอลเลยแฮะ!
"เดี๋ยวจะเซ็นให้นะคะ"
"อ๊ะ รบกวนด้วยนะครับ"
ฉันนำปากกาจุ่มหมึกในขวดที่ไม่รู้ว่าโผล่มาั้แ่ตอนไหน เอ๊ะ...? แล้วไอ้การเซ็นลายเซ็นเนี่ยมันเป็ยังไงกันล่ะ? ไม่ได้ฝึกเอาไว้ซะด้วยสิ งั้นก็เอาเป็แค่ชื่อเฉยๆ ก็ได้ล่ะมั้ง? เอาล่ะ ขีดๆ เขียนๆ ...เสร็จแล้ว! ลายเซ็นง่ายๆ ที่เรียกว่าการเขียนชื่อลงไปน่าจะถูกกว่าได้จารึกลงในกระดาษแผ่นนี้แล้ว!
ชื่อ 'เมงุ' ที่ถูกเขียนออกมาในภาษาต่างโลกด้วยลายมือที่ปราณีตมากกว่าปกติ รู้สึกภูมิใจไม่หายเลยที่มีคนมาขอลายเซ็น เป็ผลมาจากค่า Luck ที่สูงรึเหล่าเนี่ย? ช่างเถอะ ใครสนล่ะ
หลังเขียนเสร็จฉันก็ยื่นทั้งสองอย่างคืนให้กับลุงกอริลล่าผู้เปี่ยมไปด้วยแววตาอันเป็ประกาย เขารับมันไว้ก่อนจะชูขึ้นสูงๆ พลางพูด "ในที่สุดก็ได้มา!" ด้วยท่าทางที่เหมือนกับเด็กน้อยเวลาได้ของเล่นมาใหม่ๆ
แม้พวกเขาจะดูเป็ผู้ใหญ่แค่ไหนแต่ก็ยังคงมีมุมที่เหมือนกับเด็กๆ อยู่บ้าง มันคงเป็เหมือนกับการย้อนเวลาไปเป็เด็กอีกครั้ง... นี่ฉันพูดอะไรที่เหมือนกับยายแก่เลยเนี่ย?
"อืม... รู้สึกเหมือนจะลืมอะไรบางอย่าง อืม... บางอย่างที่สำคัญมากๆ สำหรับเธอ อ๊ะ นึกออกแล้ว เงินยังไงล่ะ!"
คุณเ้าหน้าที่ดีดนิ้วดัง "เป๊าะ!" ก่อนจะวิ่งไปยังเคาน์เตอร์ พูดอะไรซักอย่างกับเ้าหน้าที่ จากนั้นเ้าหน้าที่ก็วิ่งเข้าไปหลังประตูและออกมาพร้อมถุงหนังสัตว์ก่อนจะยื่นมันให้กับคุณเ้าหน้าที่แล้วเธอก็วิ่งมาพร้อมกับถุงหนังสัตว์ในมือที่ส่งเสียง "กรุ๊งกริ๊ง"
เธอยื่นถุงหนังสัตว์นั่นมาให้กับฉันที่กำลังยกแก้วน้ำขึ้นดื่มด้วยสองมือ ดังนั้นฉันจึงวางแก้วน้ำนั่นลงแล้วรับเ้าถุงหนังสัตว์นั่นมา แปลกใจจังว่ามีอะไรอยู่ข้างในกันนะ? คุณเ้าหน้าที่จัดยืนของเธอก่อนจะแนะนำเ้าสิ่งนั่นให้ฟัง
"นี่คือเงินเริ่มต้นผจญภัย ในถุงนั่นมีเงินทั้งหมด 100 เฟลิกซ์ รักษามันเอาไว้ดีๆ ล่ะ ถ้าหายล่ะก็เธอได้อดข้าวตายแน่ๆ"
เป็คำพูดติดตลกที่ฟังดูน่ากลัวยังไงก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้กำลังสงสัยจำนวนเงินว่า 100 เฟลิกซ์มันมีค่าเท่าไหนกันเชียว เพื่อไขความกระจ่างชัดให้กับข้อสงสัยฉันจึงเอ่ยถามออกไปและได้ข้อมูลกลับมาว่า
100 เฟลิกซ์นั้นถ้าให้เปรียบเทียบก็คงจะคล้ายๆ 100 ดอลลาร์จากโลกเก่า ถือว่าเป็เงินจำนวนมากพอสมควรถ้าใช้อย่างประหยัด ในส่วนที่มาของหน่วยเงินนั้นมาจากชื่อเทพองค์หนึ่งผู้เคยชี้หนทางในการปราบจอมมารให้กับเหล่าผู้กล้าในอดีต ฟงัแล้วเหมือนกับนิทานปรัมปราก็จริง แต่เธอบอกว่ามันเพิ่งผ่านมาได้ไม่กี่สิบปีเท่านั้น
เฟลิกซ์ยังเป็อีกศาสนาหนึ่งที่มีผู้คนนับถือค่อนข้างมากอีกด้วย แค่สกุลเงินยังมีที่มาอย่างละเอียดถี่ยิบขนาดนี้ ช่างใส่ใจกันจริงๆ ขอนับถือผู้คนที่โลกนี้เลย
"เอาล่ะ มีอะไรจะถามอีกมั้ยเอ่ย? ถ้าไม่มีล่ะก็ขอตัวก่อนนะ"
คุณเ้าหน้าที่พูดพร้อมกับเสน่ห์ความเป็ผู้ใหญ่ที่หวนคืนมาอีกครั้ง ลุงกอริลล่าที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็มองมาพลางกอดอก นั่นสินะ รู้สึกว่ามีอีกเื่หนึ่งที่อยากจะถามอยู่พอดีหลังจากรับเงินนี่มา
"พอจะรู้จักร้านขายอุปกรณ์ในราคาถูกบ้างรึเปล่าคะ?"
"ร้านขายอุปกรณ์ในราคาถูกงั้นเหรอ? รู้สึกว่าจะมีอยู่ที่หนึ่งนะ เดี๋ยวขอเวลาวาดแผนที่ก่อนละกันนะจ๊ะ"
เธอเดินไปหยิบดินสอและกระดาษมาจากเคาน์เตอร์ก่อนจะเริ่มลงมือวาดอะไรซักอย่างที่ฉันไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเนื่องจากความสูงและระยะทาง แต่ไม่นานนักเธอก็เดินกลับมายังจุดเดิมพร้อมกับกระดาษในมือ แล้วก็ยื่นมันมาให้กับฉัน
"รับมันไปซะสิ"
รอยยิ้มอันอ่อนโยนที่สามารถทำให้ผู้พบเห็นตกหลุมรักได้ภายในชั่วพริบตาเดียวถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้เห็นมานาน ฉันเอื้อมมือไปรับแผ่นกระดาษนั่นมา
"พอจะไปเองได้มั้ยเอ่ย?"
"ดะ.. ได้ค่ะ"
เธอถามด้วยสีหน้าเป็ห่วงเป็ใย ฉันจึงตอบกลับไป คงเพราะไม่มีอะไรให้กังวลแล้วเธอจึงลูบหัวฉันอย่างเบามือราวกับเป็ลูกแมวน้อย ความนุ่มนิ่มของฝ่ามืออันอบอุ่น รู้สึกมีความสุขจนอยากจะหยุดเวลานี้เอาไว้ รู้สึกเป็สุขจนลืมไปเลยว่าตนเองเป็ผู้ชายมาก่อน...
ฉันลุกออกจากเก้าอี้ โน้มตัวบอกลากับทั้งสองคนกอ่นจะเดินออกมาจากิลด์ด้วยตัวคนเดียวท่ามกลางฝูงชนที่เดินผ่านไปมามากมายจนเกิดความรู้สึกประหม่าขึ้นมานิดหน่อย แต่ถึงอย่างนั้นก็เดินมาตามทางที่เธอวาดไว้ได้อย่างถูกต้องไม่หลงทาง
ในระหว่างทางก็พบกับร้านค้ามากมายอย่างเช่นร้านตีเหล็ก ร้านขายของจิปาถะ ร้านขายโพชั่น ชาวบ้านในเมืองนี้ต่างดูร่าเริงกันจริงๆ
"อืม... เดินตรงไป เลี้ยวขวาจะเจอกับซอย เมือ่เจอแล้วให้เดินตรงเข้าไปข้างใน จากนั้นก็จะเจอร้านขายอุปกรณ์ในราคาย่อมเยา... โอ๊ะ! ภาพวาดตัวการ์ตูนน่ารักจัง"
ขณะที่กำลังเดินตามหาร้านที่ว่านั้นฉันก็เผลอพึมพำบ้างเป็บางครั้ง รู้สึกประหลาดใจที่เธอสามารถวาดภาพตัวการ์ตูนจิบิออกมาได้น่ารัก เป็คนที่มีพร์ด้านวาดรูปจริงๆ เลยนะเนี่ย
ไม่นานนักก็ถึงร้านที่ว่า หน้าร้านที่เผยให้เห็นแผ่นไม้โอ๊กทาสีเข้มนั่นคือป้ายชื่อของร้านเขียนนี้ที่ถูกอยู่ ซึ่งมันเขียนด้วยตัวอักษรของโลกนี้ในขนาดใหญ่และตัวอักษร... ไทย? ด้วยขนาดที่เล็กกว่าอยู่ข้างใต้ เอ๊ะ? เดี๋ยวสิ น่าสงสัยจังแฮะ
ชื่อของร้านนี้ก็คือ 'ปรีชาค้าอุปกรณ์' เป็ชื่อที่อาจจะคุ้นหูใครหลายๆ คนโดยเฉพาะฉัน
ไม่รีรออะไรให้ชักช้า ฉันเปิดประตูร้านเข้าไป เสียงกระดิ่งดัง "กริ๊งๆ" บ่งบอกให้รู้ว่ามีลูกค้าได้ย่างกรายเข้ามาในร้านอันเงียบสงบแห่งนี้แล้ว ภายในร้านประกอบไปด้วยเคาน์เตอร์ อุปกรณ์ต่อสู้ เครื่องป้องกัน และโต๊ะกลมพร้อมเก้าอี้อีกหนึ่งตัว บนโต๊ะนั้นมีกาน้ำชากับแก้วน้ำชาใบเล็กสีขาวสวยงามวางอยู่
เป็ร้านที่ตกแต่งออกมาได้ดีทีเดียว ขอชมจากใจจริงเลย
"ยินดีต้อนรับสู่ร้าน 'ปรีชาค้าอุปกรณ์' ไม่ทราบว่าคุณ้าอะไรรึเปล่าครับ? อ๊ะ เด็กนี่นา ไม่ทราบว่าพ่อแม่ของหนูอยู่ที่ไหนเหรอ? เดี๋ยวลุงพาไปส่งนะ"
เสียงที่ให้ความรู้สึกว่าจะเป็เ้าของร้านมากกว่าพนักงานได้ดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงแหวกม่านจากประตูหลังเคาน์เตอร์ คำพูดนั่นดูกวนประสาทมากกว่าที่จะเรียกว่าเป็ห่วงสำหรับฉัน ก็เป็เื่ที่ช่วยไม่ได้หรอกเพราะสิ่งที่เขาเห็นเป็เด็กผู้หญิงบอบบาง
เ้าของร้านผู้มีผิวสีคล้ำ ไว้หนวดเล็กน้อย รูปร่างผอมสูง ผมสั้นแบบไทยโบราณ อธิบายให้ง่ายๆ ก็เหมือนกับนายจันหนวดเขี้ยว ประมาณนั้นเลย เป็สิ่งที่ดูแปลกมากสำหรับโลกแฟนตาซีที่ให้ความรู้สึกเหมือนยุคกลาง ยังดีที่ไม่พูดแบบไทยโบราณ
"เอ่อ... คือว่าอยากจะได้ไม้เท้าสำหรับจอมเวทหน่อยน่ะค่ะ พอจะมีขายบ้างมั้ยคะ? เพราะไม่เห็นตั้งโชว์อยู่เลยแม้ซักอัน"
"หืม? ไม้เท้างั้นเหรอ? นี่เธอเป็นักผจญภัยอาชีพจอมเวทงั้นเหรอ? หายากจริงๆ เลยนะเนี่ย นั่นสินะ สาเหตุที่ไม่มีไม้เท้าตั้งโชว์ไว้ก็เพราะไม่เคยมีจอมเวทโผล่หัวมาที่ร้านนี้เลยนี่สิ"
เขาม้วนหนวดนั่นพลางพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแลดูสบายๆ สงสัยจอมเวทคงเป็อาชีพที่หายากจริงๆ ตามที่คุณเ้าหน้าที่บอก
ลุงคนนั้นที่ถ้าให้เดาก็คงชื่อว่าลุงปรีชายกนิ้วชี้ไปยังประตูหลังร้านแล้วพูดเสริมขึ้นมา
"แต่ถ้าหลังร้านล่ะก็มีอยู่อันหนึ่ง อยากจะลองดูหน่อยมั้ยล่ะ?"
"คะ.. ค่ะ ขอลองดูหน่อยได้มั้ยคะ?"
"ได้สิ แต่นั่งคอยตรงนั้นซักเดี๋ยวนึงนะ ขอตัวไปหยิบมันออกมาก่อน"
พูดจบเขาก็เดินผ่านประตูเพื่อไปยังหลังร้าน ฉันไปนั่งรอที่โต๊ะตรงมุมห้องตามที่เขาบอกเอาไว้ ในระหว่างรอก็มองไปรอบๆ ร้านเพื่อเป็การฆ่าเวลา ก็อย่างที่เคยบอกเอาไว้ ร้านนี้ประดับไปด้วยอาวุธและเครื่องสวมใส่ต่างๆ มากมาย
ฉันนั่งรินน้ำชาใส่แก้วอย่างระมัดระวังไม่ให้ชาหกก่อนจะวางกาน้ำชาลง ยกแก้วน้ำชาขึ้นมาจิบราวกับเป็ผู้ดี ไม่นานนักลุงคนนั้นก็เดินออกมาพร้อมกับไม้เท้าและผ้าคลุมหนึ่งผืน
"คอยนานมั้ย? นี่แหละไม้เท้าที่บอกเอาไว้"
เขาวางผ้าคลุมลงบนเคาน์เตอร์ จากนั้นจึงหยิบไม้เท้าขึ้นมาตั้งฉากกับพื้น ไม้เท้าที่ดูคดเคียวราวกับงูที่ปลายของไม้เท้ามีเม็ดทับทิมเม็ดเล็กประดับอยู่ มันช่างสวยงามมาก หากผู้ใช้เป็ถึงจอมเวทชั้นสูงล่ะก็คงดูสง่างามอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
จากรูปร่างและเม็ดทับทิมที่ประดับส่อถึงความประณีต ซึ่งแน่นอนว่าราคาคงไม่ใช่น้อยๆ แน่ คนธรรมดาและนักผจญภัยมือใหม่อย่างฉันคงไม่มีโอกาสได้แตะต้องมันแม้แต่น้อย
"ราคา 100 เฟลิกซ์"
เขาเอ่ยราคาของมันโดยไม่รีรออะไรทั้งสิ้น น่าแปลกที่ไม้เท้าอย่างนี้จะมีราคาที่ค่อนข้างต่ำ อย่างน้อยราคาก็น่าจะเหยียบซักหลายหมื่นสิ? แต่นี่มันจะต่ำเกินไปแล้วนะ อีกอย่างถ้าซื้อไปในราคา 100 เฟลิกซ์พอดีก็คงไม่มีเงินใช้จ่ายอย่างอื่นแล้ว
เขาถอนหายใจออกมาก่อนจะกล่าวต่อ
"เนื่องจากไม้เท้าขายออกได้ยาก ฉันก็เลยลดราคาลงนิดหน่อยน่ะ อีกอย่างเธอเป็นักผจญภัยมือใหม่ จะตั้งราคาเกิน 100 เฟลิกซ์ไม่ได้เด็ดขาด ถือว่าโชคดีแล้วที่มาเจอร้านฉัน"
ง่ายๆ เลยนะ ลุงแกอยากจะสื่อความหมายว่า "ฉันก็แค่อยากจะโละของที่ฝุ่นเกาะก็แค่นั้น" นี่ไม่ใช่ราคาที่ฉันจะยอมรับได้ง่ายๆ แน่นอน ดังนั้นฉันจึงได้เสนอราคาออกไปเพื่อให้ตัวเองมีเงินเหลือใช้มากที่สุด
มาเริ่มเกมแห่งการต่อรองกันดีกว่า