แสงโลหิตวูบวาบ หลินเยี่ยนรู้สึกเพียงทิวทัศน์รอบกายถอยห่างอย่างรวดเร็ว วิชาเหาะเหินของาุโเสวี่ยอวิ๋นรวดเร็วยิ่งนัก เพียงชั่วครู่ก็ข้ามผ่านหลายสิบลี้ เมื่อแสงโลหิตหยุดลง ทั้งสองก็มาถึงยอดเขาร้างแห่งหนึ่ง
“แค่ก แค่ก...”
หลินเยี่ยนถูกวางลง อดไม่ได้ที่จะไอออกมา ฝ่ามือของอวิ๋นชางฉงเมื่อครู่แม้ไม่โดนจัง ๆ แต่แรงกระแทกก็ทำให้าเ็มิใช่น้อย
“ขอบพระคุณผู้าุโที่ช่วยชีวิต”
เขาประสานมือคารวะ แม้ไม่รู้เหตุผลที่าุโเสวี่ยอวิ๋นยื่นมือเข้าช่วย แต่บุญคุณช่วยชีวิตเป็เื่จริง
“ไม่ต้องขอบใจข้า”
าุโเสวี่ยอวิ๋นโบกมือ ยิ้มอย่างเ้าเล่ห์มองหลินเยี่ยน
“ข้าช่วยเ้า มิใช่เพราะนึกเมตตาแต่อย่างใด”
“ข้าทราบขอรับ ผู้าุโ้ามรดกในกายข้า?”
“ฉลาด สมเป็คนโหดที่รอดจากเตาหลอมมาได้”
“เช่นนั้นเงื่อนไขของท่านคือสิ่งใด”
“เข้า พรรคมารโลหิต ด้วยพร์ของเ้า อยู่พรรคมารโลหิตย่อมแสดงฝีมือได้เต็มที่ และพรรคข้า ก็คุ้มครองเ้าจากการไล่ล่าของสำนักชิงอวิ๋นได้”
หลินเยี่ยนเงียบไปครู่หนึ่ง พรรคมารโลหิตเป็พรรคมาร ชื่อเสียงเลื่องลือในทางลบ การเข้าร่วมเท่ากับประกาศศัตรูกับฝ่ายธรรมะทั้งปวง แต่ตอนนี้เขามีทางเลือกอื่นหรือ สำนักชิงอวิ๋นออกคำสั่งสังหาร แปดสำนักใหญ่ก็จ้องจะเอามรดก
“ข้ายินดีเข้าพรรคมารโลหิต”
หลินเยี่ยนเงยหน้า แววตามุ่งมั่น
“แต่ข้ามีเงื่อนไขหนึ่งข้อ”
“ว่ามา”
“ข้า้าอิสระ ข้าทำงานให้พรรคได้ แต่ข้าไม่ใช่ทาสของใคร และมรดกของข้า จะไม่มีวันมอบให้ผู้ใด”
าุโเสวี่ยอวิ๋นจ้องมองเขาเนิ่นนาน จู่ ๆ ก็หัวเราะลั่น
“ดี! เด็ดเดี่ยว! ข้าชอบเด็กอย่างเ้า!”
“ตกลง”
เขายื่นมือออกไป
“จากวันนี้ไป เ้าคือ ศิษย์ฝ่ายนอกแห่งพรรคมารโลหิต ตราบใดที่ไม่ทรยศพรรค ข้ารับรองความปลอดภัยของเ้า”
หลินเยี่ยนจับมือนั้นไว้ ในวินาทีนี้ เขาได้เลือกเส้นทางที่เปลี่ยนชะตาชีวิต... ก้าวสู่หนทางมาร
“ไปเถอะ กลับพรรคกับข้า ที่นั่นมีทุกสิ่งที่เ้า้า... เคล็ดวิชา โอสถ ทรัพยากร มีครบครัน”
“และ...”
เขามองหลินเยี่ยนอย่างมีความนัย
“ที่นั่นยังมีคนอีกมากที่เป็เช่นเ้า ถูกฝ่ายธรรมะบีบคั้นจนตรอก เ้าจะพบว่า สิ่งที่เรียกว่าวิถีมาร อาจไม่ได้เลวร้ายไปกว่าวิถีธรรม”
ทั้งสองกลายเป็ลำแสงโลหิต หายลับไปในท้องฟ้ายามค่ำคืน
---
ขณะเดียวกัน ณ สำนักชิงอวิ๋น ในตำหนักใหญ่ ประมุข อวิ๋นชางฉง นั่งหน้าเขียวคล้ำอยู่บนบัลลังก์ เบื้องล่างมีผู้าุโนับสิบยืนก้มหน้าเงียบกริบ บรรยากาศอึดอัดถึงขีดสุด
“สิบห้าคน!”
อวิ๋นชางฉงตบที่วางแขน ไม้เนื้อแข็งแตกละเอียด
“คืนเดียว สูญเสียไปสิบห้าคน! ในนั้นยังมีาุโขั้น สร้างรากฐาน ถึงสองคน!”
“ท่านประมุขโปรดระงับโทสะ เ้าหลินเยี่ยนได้มรดกเตาเทพ พลังฝีมือเหนือกว่าระดับเดียวกันมาก พวกเราประเมินมันต่ำไป”
“ประเมินต่ำไป?”
อวิ๋นชางฉงแค่นเสียง
“พวกเ้ามิได้ประเมินต่ำไป แต่พวกเ้าไร้น้ำยา! ไอ้เด็กนั่นแค่ขั้น กลั่นลมปราณขั้นสอง กลับทำให้เราสูญเสียเพียงนี้ หากข่าวแพร่งพราย สำนักชิงอวิ๋นจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด!”
เหล่าผู้าุโก้มหน้าด้วยความละอาย
“ท่านประมุข ตอนนี้ที่สำคัญที่สุดคือต้องหาตัวมันให้พบ ตามรายงาน าุโเสวี่ยอวิ๋นแห่งพรรคมารโลหิตลงมือช่วยหลินเยี่ยนไปแล้ว”
“พรรคมารโลหิต... ดูท่า พวกมันตั้งใจจะปกป้องไอ้เด็กนั่นสินะ”
“เช่นนั้นเรา...”
“ออกหมายจับไปยังแปดสำนักใหญ่เดี๋ยวนี้!”
อวิ๋นชางฉงสั่งเสียงเข้ม
“เพิ่มค่าหัวเป็ สามพันหินิญญา! ต้องเห็นตัวเป็ ๆ หากตายต้องเห็นศพ!”
“อีกอย่าง ประกาศไปทั่วทุกเมือง ระบุว่าหลินเยี่ยนเป็เศษสวะพรรคมาร ใครพบเห็นให้ฆ่าได้ทันที!”
“ขอรับ!”
---
สามวันให้หลัง ทั่วสิบแปดเมืองต่างโกลาหล หน้าประตูเมือง โรงเตี๊ยม ตลาด ล้วนติดประกาศจับหลินเยี่ยน
ในประกาศระบุว่า: “หลินเยี่ยน อดีตศิษย์ฝ่ายนอกสำนักชิงอวิ๋น ฝึกวิชามาร สังหารเซียวอวิ๋นเทียนาุโปรุงยา และสังหารศิษย์สำนักชิงอวิ๋นนับสิบระหว่างหลบหนี ความผิดมหันต์ ฟ้าดินลงโทษ บัดนี้สำนักชิงอวิ๋นร่วมกับแปดสำนักใหญ่ ตั้งรางวัลนำจับสามพันหินิญญา เพื่อล่าตัวเดรัจฉานผู้นี้”
ในโรงเตี๊ยม เหล่าผู้ฝึกตนวิพากษ์วิจารณ์เซ็งแซ่
“เ้าหลินเยี่ยนนี่เป็ใครกัน ถึงทำให้สำนักชิงอวิ๋นทุ่มค่าหัวมหาศาลปานนี้”
“ได้ยินว่าได้มรดกเตาเทพมา ฝีมือร้ายกาจนัก”
“แค่ขั้นกลั่นลมปราณ จะเก่งสักแค่ไหนเชียว ข้าว่าสำนักชิงอวิ๋นทำเื่เล็กให้เป็เื่ใหญ่มากกว่า”
“เ้ารู้อะไร ไอ้เด็กนั่นเล่ห์เหลี่ยมจัด สังหาราุโขั้นสร้างรากฐานไปหลายคนแล้ว”
“จริงหรือ ร้ายกาจปานนั้นเชียว?”
ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ ชายชุดดำปิดหน้าผู้หนึ่งนั่งเงียบ ๆ ในมุมมืด รับฟังทุกถ้อยคำ เขาคือหลินเยี่ยน
สามวันก่อน เขาถูกาุโเสวี่ยอวิ๋นพาไปพรรคมารโลหิต จัดให้อยู่ฝ่ายนอก พรรคมอบเคล็ดวิชา โอสถ และถ้ำพำนักส่วนตัวให้ แลกกับการทำภารกิจที่พรรคมอบหมาย
“สามพันหินิญญา... สำนักชิงอวิ๋นให้เกียรติข้าจริง ๆ”
หลินเยี่ยนแสยะยิ้ม เขารู้ดี มิใช่เพราะเขาฆ่าคนไปเท่าใด แต่เป็เพราะมรดกเตาเทพนั่นต่างหาก
“ท่านประมุข ท่านประมุขมาแล้ว!”
เสียงเอะอะดังมาจากนอกโรงเตี๊ยม หลินเยี่ยนมองผ่านหน้าต่าง เห็นขบวนคนลาดตระเวนบนถนน นำโดยผู้าุโท่านหนึ่งของสำนักชิงอวิ๋น
ผู้าุโนั้นยืนกลางถนน ประกาศก้อง
“ทุกท่าน สำนักชิงอวิ๋นกับพวกท่านมีไมตรีต่อกันมานาน การจับกุมหลินเยี่ยนครั้งนี้ เกี่ยวพันถึงความสงบสุขของสิบแปดเมือง ไอ้เดรัจฉานนั่นฝึกวิชามาร เข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ หากไม่กำจัด จักเป็ภัยภายหลัง!”
“ผู้ใดแจ้งเบาะแส รับไป ร้อยหินิญญา!”
“ผู้ใดช่วยจับกุม มีรางวัลอย่างงาม!”
ฝูงชนต่างขานรับ
หลินเยี่ยนมองดูด้วยสายตาเ็า โทสะลุกโชนในอก สำนักชิงอวิ๋น ช่างมีลูกไม้แพรวพราว ป้ายสีว่าเขาเป็มาร แล้วใช้รางวัลล่อใจผู้คน
“อยากให้ข้าเป็หนูสกปรกที่ใคร ๆ ก็รุมตีหรือ”
หลินเยี่ยนกำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าเนื้อ
“ดี ดีมาก”
“ในเมื่อพวกเ้าบีบให้ข้าเข้าสู่วิถีมาร ข้าจะทำให้พวกเ้าเห็นว่า... มารที่แท้จริงเป็เช่นไร!”
เขาลุกขึ้น วางหินิญญาไว้ แล้วเดินออกจากโรงเตี๊ยม บนถนนผู้คนขวักไขว่ ไม่มีใครสังเกตเห็นชายชุดดำปิดหน้าจากมุมมืด
หลินเยี่ยนเดินปะปนไปกับฝูงชน ไฟแค้นในตาโหมกระพือ สำนักชิงอวิ๋นคิดว่าหมายจับจะขังเขาได้หรือ อ่อนหัดนัก
ในโลกนี้ ไม่มีสิ่งใดกักขังคนที่ปีนขึ้นมาจากขุมนรกได้ เขาต้องแข็งแกร่ง... แกร่งพอที่จะทำลายสำนักชิงอวิ๋น แกร่งจนสิบแปดเมืองต้องสั่นสะท้าน แกร่งเพื่อเผาผลาญฝ่ายธรรมะจอมปลอมนี้ให้สิ้น
“คอยดูเถอะ อวิ๋นชางฉง”
หลินเยี่ยนมองไปทางสำนักชิงอวิ๋น มุมปากเหยียดยิ้มอำมหิต
“สักวัน ข้าจะบุกขึ้นสำนักชิงอวิ๋น จับพวกเ้าโยนเข้าเตาหลอมทีละคน ให้ลิ้มรสชาติสี่สิบเก้าวันนั้นบ้าง”
“นี่... เป็เพียงจุดเริ่มต้น”
ชายชุดดำเลือนหายไปในฝูงชน ทิ้งไว้เพียงแผ่นหลังเยือกเย็น ณ สำนักชิงอวิ๋น อวิ๋นชางฉงหารู้ไม่ว่า หมายจับที่ตนออกไป นอกจากจะหยุดหลินเยี่ยนไม่ได้ กลับยิ่งปลุกสัญชาตญาณสัตว์ร้ายในตัวเขาให้ตื่นขึ้น
คนโหดได้ตื่นขึ้นแล้ว พายุโลหิต กำลังจะกวาดล้างสิบแปดเมือง