“ในฝันหรือความทรงจำนั้นข้าเห็นห้องนั่งเล่นหนึ่งเป็พื้นไม้ขัดมัน มีชั้นวางหนังสือที่มีหนังสือเรียงรายเครื่องเรือนไม้ทุกชิ้นขัดเป็เงา มีชายชรานั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้โยกไม้ เขาวางหนังสือไว้บนตักส่วนมือซ้ายถือแก้วเหล้าและมีขวดบรั่นดีวางอยู่บนโต๊ะไม้กลมที่ปูด้วยกระจก”
“โอ้โหคุณจำแม่นเหมือนกันนะคะ” น้ำเสียงมนตราชื่นชม
“ก็แน่สิข้าบอกแล้วนี่ว่าข้าไม่ใช่แมว”
“แล้วคุณรู้จักชายชราคนนั้นไหมคะ”
“ข้าไม่แน่ใจนักทั้งคลับคล้ายคลับคลาระคนคุ้นเคย” เ้าเหมียวผุดลุกขึ้นเหมือนตื่นเต้นพลางใช้เท้าหน้าเขี่ยพื้นที่ว่างเปล่าเสมือนคนที่พูดเพลินๆ แล้ววาดนิ้วเล่น
“เอ...จะเป็ไปได้ไหมคะว่าคุณคือชายชราคนนี้”
“ข้าไม่แน่ใจเลยว่าข้าเพียงรู้จักเขาหรือเคยอยู่ในเหตุการณ์ หรือชายชราคนนั้นคือข้าเอง” เ้าเหมียวถอนหายใจ
“ไม่เป็ไรค่ะเรามารวบรวมรายละเอียดไปทีละข้อๆ ดีกว่า”มนตราหยิบสมุดโน้ตและปากกาคู่ใจมาจดยุกยิก
เ้าเหมียวดื่มน้ำอีก
“คุณบอกว่าบนโต๊ะมีขวดเหล้า แล้วมีอะไรอีกไหมคะ”มนตราเงยหน้าขึ้นมาหลังจากจดทุกอย่างครบหมดแล้ว
“อ้อ...มีไม้เท้าไม้ขัดเงา ตรงด้ามจับสลักเป็หัวัวางอยู่ข้างโต๊ะกลมด้านซ้ายด้วย”
“เอ๊ะ! ด้านซ้ายหรือคะเมื่อกี้คุณก็บอกว่าชายชราถือแก้วเหล้าด้วยมือซ้ายใช่ไหมคะ”
“ใช่”
“หมายความว่า...” ทั้งสองประสานเสียงกัน
“เขาน่าจะถนัดมือซ้าย!”มนตราพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
เ้าเหมียวก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างกระตือรือร้น เขาหลับตาพยายามนึกรายละเอียดอื่นๆอีกแล้วเล่าต่อ
“หนังสือที่อยู่บนตักของเขาชื่อว่า ‘ปีศาจ’ แต่ข้าเห็นอย่างผ่านๆไม่ทันได้เห็นว่าใครเขียน”
“เท่าที่ฉันนึกออกตอนนี้อาจจะเป็นวนิยายของเสนีย์เสาวพงศ์ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันจะเสิร์ชให้ดูอีกทีนะคะ”
“เสนีย์ เสาวพงศ์เหรอ อืม...ก็ชื่อคุ้นนะ” เ้าเหมียวเอียงคอคิด
“เขากำลังดูรูปรูปหนึ่งอยู่แต่ข้าไม่เห็นว่าเป็รูปอะไร แต่รูปนั้นมีขนาดประมาณหนังสือเล่มหนึ่งกรอบเป็สีทอง เขาดูแล้วก็วางคว่ำไว้ เขาหลับตาแต่น้ำตาไหลเหมือนคนกำลังร่ำไห้”
“แสดงว่ารูปนั้นอาจมีความสำคัญบางอย่างต่อเขาเสียดายจังที่คุณไม่เห็นรายละเอียด”
มนตราจดลงสมุดแล้วถามต่อ
“แล้วใบหน้าหรือรูปร่างของชายชราล่ะคะ คุณจำได้ไหม”
“จำได้สิ เขาผิวขาว หน้าดุเชียวละ โครงหน้าเรียวยาว จมูกของเขางองุ้มเหมือนตะขอดวงตาเรียวดุเหมือนนกอินทรี คิ้วหนาขมวดมุ่น ใบหน้ามีกระขึ้นจางๆส่วนผมเป็ทรงรองทรงสั้น เส้นผมขาวโพลนทั้งศีรษะ”
“เสียดายจังที่ฉันวาดรูปได้ไม่ดี”
มนตราหันสมุดโน้ตมาให้ดู เป็ภาพวาดลายเส้นง่ายๆคล้ายการวาดภาพคนแบบหัวไม้ขีดไฟแล้วเติมจุดสองจุดเป็ดวงตาเ้าเหมียวก็หลุดหัวเราะก๊ากแต่เสียงก้างปลาทูติดคอมนตราแสร้งบ่นพึมพำแล้วเสิร์ชหานวนิยายชื่อปีศาจของเสนีย์ เสาวพงศ์ให้เขาดูหน้าปกหลายปกเนื่องจากนวนิยายได้รับการตีพิมพ์หลายครั้งเมื่อดูถึงปกที่ตีพิมพ์ครั้งแรกๆ เมื่อกว่าหกสิบปีก่อน เ้าเหมียวก็พยักหน้ารับหนักแน่น
“อ้อ! อย่างหนึ่งที่ฉันสงสัยคือ เป็ไปได้ไหมว่าคุณต้องสลบเพื่อสืบหาความทรงจำ”
“อืม...ตอนนี้ก็ยังไม่มีหลักฐานมากพอจะสรุปได้นะ”เ้าเหมียวคิดว่าหากจำเป็ต้องสลบเพื่อเรียกคืนความทรงจำคงจะน่าสยดสยองมาก เขาพูดต่อ“ข้อสันนิษฐานอย่างหนึ่งของข้าคือบางทีความทรงจำอาจหวนคืนมาเพราะได้ััสิ่งที่คุ้นเคยก็ได้อย่างเหล้าที่ข้าได้ชิม...รสชาติเ่าั้คุ้นลิ้นมาก ที่จริงน่าจะใช้คำว่าชื่นชอบได้เลยด้วยซ้ำ”เ้าเหมียวแลบลิ้นสีชมพูที่มีตุ่มสากเลียปาก
“ว่าแต่ตอนนี้คุณไม่รู้สึกผิดปกติแล้วใช่ไหมคะ”
“ไม่แล้วละ คืนนี้ขอบคุณมากนะมนตราเ้าไปพักผ่อนเถอะ เหนื่อยมามากแล้ว” เ้าเหมียวเอ่ยน้ำเสียงซาบซึ้ง
“ไม่เป็ไรค่ะเพราะพรุ่งนี้น่าจะมีคนเหนื่อยกว่าฉันอีก”มนตราเว้น่และมองอย่างเ้าเล่ห์ “...คนที่ต้องเจาะเืไงคะ”
“ม่ายยยยยย”
ทั้งคู่แยกย้ายกันไปนอน มนตราในชุดนอนเสื้อยืดตัวย้วยกับกางเกงยางยืดขาสั้นนอนคว่ำบนเตียงนุ่มในห้องนอนอ่านแชทไลน์ที่เงียบไปสักพักหนึ่งแล้ว
“สวัสดีครับคุณมนตรา”
“ผมฟิล์มนะคับ”
“บาร์เทนเดอร์ที่ชงค็อกเทลให้คุณวันนี้คับ”
“หวังว่าจะยังจำผมได้นะ”
“ผมได้ไลน์คุณมาจากคุณเอมคับ”
“เ้าเหมียวเป็ยังไงบ้างคับ หายหรือยัง”
“เห็นมันป่วยเพราะกินเหล้าของผมเข้าไปก็ไม่สบายใจคับ”
“ถ้ามันฟื้นแล้วช่วยบอกหน่อยนะคับ”
“แหม...มุกจีบสาวเหรอยะ” มนตราขำ
หลังจากข้อความเ่าั้ก็มีสติ๊กเกอร์ห่วงใยอีกสองอันปิดท้ายด้วยสติ๊กเกอร์กู๊ดไนท์อีกหนึ่งอันเมื่อ 20 นาทีก่อนมนตราตัดสินใจว่าจะตอบกลับพรุ่งนี้
“เฮ้อ...แล้วพรุ่งนี้จะเอาหน้าที่ไหนไปเจอพี่บาสอีกล่ะ”
แต่ก่อนมนตราจะนอนหลับไปแชทไลน์ก็เด้งขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เป็แชทข้อความเดียวแต่ยาวราวกับเรียงความของเพื่อนสาวจอมแสบของเธอเอง
“ยัยมน ฉันให้ไลน์เธอกับหนุ่มบาร์เทนเดอร์รูปหล่อไปนะแลกกับการที่เธอทำให้ฉันต้องกลับไว ฮิฮิ ขอให้ได้ขอให้โดนแต่สับรางกับพี่บาสให้ทันด้วยนะจ๊ะ เพราะพี่บาสเขารับแอดเฟซฉันแล้วแต่เธอไม่เล่นเฟซ ฉันก็เลยให้ไลน์เธอกับเขาไป อิอิ”
“นังเอ๊มมม” มนตราร้องอย่างขัดใจ
ยังไม่ทันที่มนตราจะบ่นเพื่อนจอมแสบเป็ชุดแชทไลน์หนึ่งก็เด้งขึ้นมา หากแชทไลน์ของเอมเพื่อนจอมแสบของเธอยาวเป็เรียงความแล้วแชทไลน์นี้ก็ยาวเป็บทหนึ่งของวิทยานิพนธ์ได้เลย ไม่จำเป็ต้องบอกก็รู้ว่าใครเพราะหน้าโปรไฟล์หนุ่มเนิร์ดยิ้มยิงฟัน สวมสเตโทสโคปชูสองนิ้วถ่ายคู่กับสุนัขขนไม่สามัคคีกันขึ้นก็บ่งบอกทุกอย่างแล้ว
มนตราเผลอกดอ่านด้วยความอยากรู้
“สวัสดีอย่างเป็ทางการอีกครั้งนะครับมนตร์เราไม่ได้เจอกันเสียนานหลายปี หวังว่าตลอดเวลาที่ผ่านมามนตร์จะมีความสุขดีนะครับยินดีด้วย (อีกครั้ง) จริงๆ ที่มนตร์ทำตามความฝันสำเร็จพี่อยากอ่านนิยายของมนตร์จริงๆ นะครับ พี่ขอโทษนะครับหากทำให้มนตร์ลำบากใจหากอึดอัดใจก็คิดเสียว่าพี่เป็สัตวแพทย์ประจำตัวเ้าจับฉ่ายก็ได้นะครับแต่ถ้าหากไม่อึดอัดใจเกินไป พรุ่งนี้หลังจากตรวจเ้าจับฉ่ายแล้วพี่อยากจะชวนมนตร์ไปทานข้าวร้าน XX ที่นั่นมีเมนูแกงเหลืองปลากะพงของโปรดของมนตร์ที่อร่อยมากครับและถ้ายังมีเวลา...”
“โอ๊ย!ทำไงดี ต้องตอบใครยังไงนะ โอ๊ย! ไม่รู้ๆ”
มนตราตีอกชกหัวเธอกดปิดไลน์ทั้งที่ยังอ่านไม่จบด้วยซ้ำ เธอทันเห็นแชทจากปกป้องแวบๆเขาตัดพ้อที่เธอไม่แวะไปดื่มกาแฟร้านเขาเลยแต่เธอไม่ได้กดอ่านเพราะกลัวเขาจะบ่นยืดยาว ในที่สุดมนตราก็ตัดสินใจปิดอินเทอร์เน็ตมือถือและดับไฟจากโคมไฟหัวเตียง ทั้งห้องมืดสลัวเนื่องจากยังมีแสงจากดวงจันทร์สาดส่องผ่านหน้าต่างมุ้งลวดข้างหัวนอนผ้าม่านปลิวไสวตามแรงลม มนตรารู้สึกราวกับเพิ่งผ่านสมรภูมิรบมาทั้งวันอีกทั้งเปลือกตายังหนักจนจะปิดเสียให้ได้ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์แต่เธอก็ข่มตาหลับไม่ลงเพราะรู้สึกค้างคาในใจเื่เ้าเหมียว เธออยากไขปริศนาให้ได้โดยเร็วแต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะทำอย่างไร มนตราเลิกม่านมองออกไปเห็นดวงจันทร์กลมโตเต็มดวงสวยเด่น
“อ้อ...นี่คืนเดือนเพ็ญสินะ”
“นี่คืนเดือนเพ็ญสินะ”
เ้าเหมียวซึ่งนอนไม่หลับะโออกมาจากหน้าต่างบ้านไปยังสนามหญ้าเขาพึมพำขณะที่แหงนหน้ามองดวงจันทร์ อุ้งเท้านุ่มๆ เหยียบบนพื้นหญ้าที่เปียกชื้นไปด้วยน้ำค้างสายตายังจับจ้องดวงจันทร์ไม่วางตา
“ดวงจันทร์กลมโตสวยเด่นจริง”
เ้าเหมียวเอ่ยชมพลางย่างเท้าไปอีกสองสามก้าวทันใดนั้นความรู้สึกประหลาดก็แล่นวาบเข้ามาเ้าเหมียวสะดุ้งสุดตัวราวถูกไฟช็อตแล้วก็ไม่รับรู้อะไรอีก
ค่ำคืนนั้นไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็เพียงความฝันหรือความทรงจำครั้งเคยเป็มนุษย์แต่เ้าเหมียวรู้สึกได้ว่าตนกำลังเดินไปบนสนามหญ้าเขียวชอุ่มผืนใหญ่ที่มีกลิ่นหญ้าโชยอ่อนและเต็มไปด้วยไม้ใหญ่ทั้งยังมีไม้ดอกไม้ประดับจัดวางอย่างประณีต กอกุหลาบหลากสีและมะลิชวนเบิกบานใจพลันเ้าเหมียวก็ได้ยินเสียงเหมือนเด็กร้องด้วยความเ็ป เขารีบสาวเท้าเร็วๆ ไปยังต้นเสียง
สิ่งที่เขาเห็นเบื้องหน้าคือคฤหาสน์สีเบจสองชั้นตั้งตระหง่านคฤหาสน์แห่งนี้แม้จะงดงามตามสถาปัตยกรรมโรมัน แต่ก็เยือกเย็นอยู่ในที ทันใดนั้นเองเด็กชายคนหนึ่งก็วิ่งพรวดพราดออกมาทางประตูไม้บานใหญ่ด้านหน้าที่เปิดไว้เ้าเหมียวรีบหลบตรงพุ่มดอกเข็มหน้าทางเข้าบ้าน เด็กชายคนนั้นอายุราว 10ขวบ เขาผิวขาวซีดรูปร่างแบบบางราวกับกระเบื้องเคลือบที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ เมื่อรวมกับน้ำตาที่นองเต็มสองแก้มก็เป็ภาพที่ชวนะเืใจเ้าเหมียวไม่น้อย
ทันใดนั้นชายชราจมูกงุ้มที่เขาเคยเห็นเมื่อตอนสลบไปก็ปรี่มาจากด้านหลังอย่างว่องไวจนน่าประหลาดใจเพราะทั้งที่ต้องใช้ไม้เท้าพยุงตัวแต่มันกลับเป็เหมือนล้อที่ช่วยให้ร่างกายเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วชายชราคว้าด้านหลังคอเสื้อเด็กชายไว้พร้อมตวาดลั่นเสียงนั้นสั่นะเืเหมือนฟ้าคำราม ทำเอาเ้าเหมียวหูอื้อไปชั่วขณะ
“แกจะไปไหนไอ้หลานเฮงซวย!”
“ผมจะไปจากที่นี่! ยังไงคุณปู่ก็เกลียดผมอยู่แล้วคุณปู่รักแต่คุณน้า ผมจะไปไหนก็ไม่ต้องมาสนใจผม!”
“เถียงคำไม่ตกฟากนะฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกเขาว่าย่า! ถึงเขาจะอายุน้อยกว่าแม่ของแกแต่เขาก็เป็เมียฉัน!”
ชายชราสะบัดมืออย่างแรงไปด้านข้างจนเด็กชายแทบปลิวเด็กชายก้มหน้าลง น้ำตายังคงไหลเป็สายชายชราปาสิ่งที่เขากำอยู่ในมือใส่เด็กชายอย่างแรงจนเ้าเหมียวที่แอบดูอยู่ถึงกับสะดุ้งด้วยความใ
“ฉันสั่งให้แกตั้งใจเรียนแต่แกมัวไปทำตัวไร้สาระวาดรูป์วิมานอะไร!เพราะแบบนี้ไงถึงสอบได้แค่ที่ 3!”
เด็กชายนั่งลงกับพื้นแล้วค่อยๆคลี่กระดาษที่ถูกขยำจนยู่ยี่นั้น เขาพยายามใช้มือรีดมันให้เรียบราวกับหวังว่ามันจะกลับไปอยู่ในสภาพเดิมเ้าเหมียวชะเง้อดูก็เห็นเทพบุตรและเทพธิดาสององค์ลอยอยู่กลางวิมานบนสรวง์
“แกยังจะกล้าเก็บมันมาอีกนะต้องโดนไม้แข็งใช่ไหมถึงจะหลาบจำ!” ชายชรากำไม้เท้าแน่น
“ตีผมให้ตายเลยก็ได้นะผมจะได้ไปอยู่กับพ่อแม่บน์!”เด็กชายะโเสียงดังดวงตาคู่นั้นจ้องมองชายชราอย่างแข็งกร้าวด้วยความเ็ประคนเจ็บแค้น
เ้าเหมียวขนลุกซู่เขาเห็นดวงตาที่แดงก่ำและแข็งกร้าวยิ่งกว่าของชายชราก็รับรู้ได้ทันทีถึงรังสีอำมหิตเ้าเหมียวรับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณว่าเหตุการณ์รุนแรงยิ่งกว่านี้กำลังจะเกิดขึ้นเขานึกห่วงเด็กชายจับใจจนอยากเข้าไปขวาง แต่กลับก้าวขาไม่ออกแม้แต่น้อย จนเห็นชายชราเงื้อมือข้างที่ถือไม้เท้าเต็มแรงทันทีที่ไม้เท้าฟาดลงกลางหลังเด็กชาย เขาก็รู้สึกเหมือนเห็นสายฟ้าฟาดสีขาวผ่านหน้าในระยะเผาขนพลันภาพตรงหน้าก็อันตรธานไป
จากผู้เขียน...
คุณปู่นี่ใครนะ ทำไมโหดจัง แง...สงสารน้องงง