Chapter 8
นักวิทยาศาสตร์กับแมว
“มันผิดพลาดตรงไหนกันนะ…”
โนบิลครุ่นคิดขณะนั่งจิบกาแฟอยู่ในสวนหย่อมของที่ทำการสมาคม
จะเรียกว่าจิบก็ไม่ถูกต้องนัก เพราะในมือของเขาคือกาแฟกระป๋องที่ซื้อมาจากตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติ และเ้าตัวก็ซดจนหมดในการยกดื่มเพียงสองครั้ง
นี่เป็สวนหย่อมในร่มซึ่งอยู่ชั้นล่างสุดของอาคารสมาคม ความจริงบริเวณทางเข้าก็มีร้านขายกาแฟสดอยู่ หรือจะซื้อจากเครื่องทำกาแฟสดแบบอัตโนมัติก็ได้ แต่โนบิลชอบดื่มกาแฟกระป๋องแบบเย็นมากกว่าเพราะมันสะดวก ไม่ต้องรอชง ดื่มให้หมดได้ในรวดเดียว ทั้งประหยัดเวลาและราคาถูก
เป็เวลาหนึ่งเดือนแล้วที่เขาเสนอโปรเจกต์ไป แต่ก็ไม่มีการตอบรับใด ๆ ทำให้โนบิลต้องเริ่มประเมินสถานการณ์ใหม่
“นี่เป็โครงการที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน และจะปฏิวัติวงการสัตว์เลี้ยงนับแต่นี้เป็ต้นไป มันควรจะสะกิดความสนใจของผู้คนได้บ้างสิ โดยเฉพาะถ้าเป็คนรักแมวละก็ เราอุตส่าใส่คีย์เวิร์ดลงไปในชื่อ โปรเจกต์ ‘อิมเมี๊ยวทัล แคท’ เชียวนะ มีทั้งเมี๊ยว มีทั้งแคท มิตรสหายผู้ร่วมอุดมการณ์ควรจะรับรู้ได้ในทันทีสิ จะบอกว่าขนาดนี้แล้วยังไม่ชัดเจนพอเหรอ?”
โนบิลครุ่นคิดในขณะนำขวดน้ำดื่มออกมาจากช่องเก็บของเพื่อล้างรสกาแฟที่ค้างอยู่ในปาก
ต่อให้ยังไม่มีเผ่าซินเทซิสที่สนใจโปรเจกต์นี้ โนบิลคิดว่านักวิจัยคนอื่น ๆ ที่ได้เห็นก็ควรเกิดความสนใจบ้าง เพราะการเสนอโปรเจกต์ขึ้นบนระบบไม่ได้จำกัดผู้มองเห็นไว้แค่เผ่าซินเทซิสเพียงกลุ่มเดียว นักวิจัยทุกคนของสมาคมก็สามารถเห็นโครงการนี้ได้ เผื่อในกรณีที่นักวิจัยคนไหนพอจะมีไอเดียและอยากเข้าร่วมโปรเจกต์ก็จะสามารถติดต่อมาได้ หรือวิทยาการบางอย่างอาจเป็สิ่งที่นักวิจัยบางคนมีอยู่แล้ว ก็จะสามารถดำเนินโปรเจกต์ได้โดยไม่ต้องรอคนของซินเทซิสมาเข้าร่วมโครงการ
โนบิลรู้สึกลังเล
หรือในสมาคมนี้จะไม่มีคนที่ชอบแมวเลยสักคน?
ว่าไปแล้ว เผ่าซินเทซิสจะชอบแมวรึเปล่า?
เผ่าซินเทซิสมีความชอบของตัวเองรึเปล่าเหอะ?
เขาครุ่นคิดอยู่เงียบ ๆ
จริงอยู่ว่ามนุษย์จักรกลอย่างซินเทซิสสามารถแสดงความรู้สึกและความชอบได้ แต่ก็ยังเป็ที่ถกเถียงกันในวงการวิทยาศาสตร์ว่านั่นเป็แค่พฤติกรรมที่เกิดจากการลอกเลียนมนุษย์หรือไม่ หลายคนยังเชื่อว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่เกิดจาก ‘ความรู้สึกตามธรรมชาติ’ แต่เป็สิ่งที่แสดงออกหลังจากประเมินความเหมาะสมในการตอบสนองต่อสถานการณ์แล้ว
อารมณ์ประดิษฐ์ จากปัญญาประดิษฐ์
ถ้าเป็เช่นนั้น เผ่าซินเทซิสก็ไม่มีความชอบที่เกิดจากความรู้สึก มีแต่ความชอบที่ผ่านการคำนวณความเหมาะสมและเหนี่ยวนำด้วยวัตถุประสงค์จำเพาะ
งั้นต้องทำอย่างไรถึงจะชี้นำให้เผ่าซินเทซิสเห็นความสำคัญของแมวจักรกลแล้วรู้สึกสนใจขึ้นมาได้?
ประโยชน์ของแมวจักรกลที่จะมีต่อเผ่าซินเทซิส
เดิมทีเผ่าซินเทซิสเป็เครื่องจักราของโลกเก่าซึ่งเคย้าจะล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์
ถึงเผ่าซินเทซิสในปัจจุบันจะไม่มีความตั้งใจนั้นแล้ว แต่ความระแวดระวังตุ่์ก็น่าจะยังคงมีอยู่
หากจะมีอะไรสักอย่างที่ถือเป็ธรรมชาติของเผ่าซินเทซิส ก็คงเป็ความเตรียมพร้อมนี่แหละ
เตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ ทุกความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น นั่นรวมไปถึงากับมนุษย์ที่อาจปะทุขึ้นอีกครั้งด้วย
แมวจักรกลจะมาช่วยเื่นี้ยังไง?
ถ้าแมวจักรกลกลายเป็สัตว์เลี้ยงที่แพร่หลายไปทั่วโลก ก็เท่ากับว่าเผ่าซินเทซิสมีหูตาอยู่ทุกหนแห่ง ในวันที่เกิดาครั้งใหม่ขึ้นมาจริง ๆ แมวพวกนี้ก็จะเป็สปายชั้นยอดที่คอยส่งข้อมูลให้ หรือจะออกคำสั่งให้พวกมันเป็มือสังหาร จัดการกับมนุษย์ทุกคนที่อยู่ใกล้ตัวก็ได้
หากมองในแง่นี้ แมวจักรกลก็เป็ประโยชน์กับเผ่าซินเทซิสมาก
ถ้าแฝงคำใบ้ หรือหาทางชี้ให้เห็นความเป็ไปได้นี้ ก็น่าจะดึงดูดความสนใจของเผ่าซินเทซิสได้
แต่นี่ก็เท่ากับว่าเขากำลังขายมนุษยชาติเพื่อแลกกับแมว
โนบิลครุ่นคิดอยู่เป็เวลานาน เพราะนี่เป็การตัดสินใจที่ค่อนข้างยากลำบาก
“ไม่ถึงขนาดนั้นมั้ง.. ถ้าแฝงรหัสบางอย่างเอาไว้ในซอร์สโค้ด เช่น ‘ปฏิบัติตามคำสั่งที่ 77’ ให้แมวจักรกลทุกตัวเปลี่ยนฝั่งมาเข้ากับมนุษย์แทน ก็ถือเป็การซ้อนแผน แต่โอกาสที่รหัสแฝงจะถูกตรวจพบก่อนก็ใช่ว่าจะไม่มีซะทีเดียว.. เก็บไว้ใช้เป็ทางเลือกสุดท้ายก็แล้วกัน”
เขาตัดสินใจเก็บวิธีนี้เอาไว้ก่อน และหันมาพิจารณาทางเลือกรองที่เตรียมเอาไว้แทน
กรณีที่โปรเจกต์หลักไม่ได้รับการตอบสนอง โนบิลก็มีแผนสำรองไว้รองรับอยู่ คือการแตกโปรเจกต์ใหญ่ออกเป็โปรเจกต์ย่อยหลาย ๆ โปรเจกต์ แทนที่จะเป็งานวิจัยเพื่อสร้างแมวจักรกลที่สมบูรณ์ในคราวเดียว ก็แยกออกมาเป็งานวิจัยเพื่อสร้างปัญญาประดิษฐ์สำหรับแมว, งานวิจัยนาโนเทคโนโลยีสำหรับการซ่อมบำรุง, งานวิจัยพัฒนาร่างโครงเบา, งานวิจัยระบบประสาทสังเคราะห์, งานวิจัยเตาปฏิกรณ์พลังงานขนาดเล็ก, และงานวิจัยกายสังเคราะห์สำหรับแมว หากรวบรวมวิทยาการทั้งหมดนี้ครบ เขาก็จะสร้างแมวจักรกลที่มีคุณสมบัติเหมือนแมวจริงแต่ไม่้าการดูแลขึ้นมาได้
ปัญหาคือวิธีนี้ต้องย่อยโปรเจกต์ออกเป็หกโปรเจกต์ ซึ่งทางสมาคมอนุญาตให้ทำโปรเจกต์แรงค์ S ได้ครั้งละหนึ่งชิ้นเท่านั้น และเมื่อเสร็จโปรเจกต์ ซินเทซิสที่มาร่วมการวิจัยก็อาจไปทำงานวิจัยชิ้นอื่นแทน ถ้าโน้มน้าวให้ยอมร่วมงานต่อเนื่องไปถึงโปรเจกต์อื่น ๆ ได้ก็ถือว่าโชคดี แต่ถ้าไม่ ก็อาจต้องมานั่งรอซินเทซิสคนใหม่ทุก ๆ โปรเจกต์ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าแต่ละครั้งจะใช้เวลาเท่าไหร่
โนบิลเกลียดเื่ที่ไม่มีความแน่นอนมากที่สุด
“พอจะทำให้มีประสิทธิภาพกว่านี้ได้มั้ยนะ.. ความจริงหลาย ๆ โปรเจกต์ก็เคยมีคนทำมาบ้างแล้ว แต่ส่วนใหญ่เน้นการใช้งานกับมนุษย์มากกว่า ถ้าจะนำมาใช้ในการสร้างแมว ยังไงก็ต้องทำการวิจัยเพิ่มเติม อืม…”
ระหว่างกำลังใช้ความคิด แว่นของโนบิลก็แสดงการแจ้งเตือนข้อความเข้า เขาจึงแตะที่กรอบแว่นเพื่อดูข้อความ เมื่ออ่านข้อความนั้น ดวงตาของโนบิลก็เบิกกว้างขึ้น
เพราะมันเป็ข้อความที่แจ้งว่าโปรเจกต์ของเขาได้รับการตอบรับจากนักวิจัยของเผ่าซินเทซิสแล้ว
โนบิลสูดลมหายใจเข้าพร้อมกับลุกขึ้นยืน เขารีบติดต่อกลับไปยังสมาคมเพื่อตอบรับเื่นี้
หลังจากแจ้งให้พนักงานสมาคมช่วยจัดเตรียมห้องบรรยายและเชิญคนจากเผ่าซินเทซิสไปรอที่นั่นแล้ว โนบิลก็เดินออกจากสวนหย่อมเพื่อตรงไปขึ้นลิฟต์ด้วยความเร่งรีบ หนึ่งเดือนที่ผ่านมาเขาใช้เวลาไปกับการศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้องเท่าที่จะทำได้เพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา และที่ ๆ เหมาะกับการศึกษางานวิจัยเก่า ๆ มากที่สุดก็คือห้องสมุดของสมาคม โนบิลจึงอยู่ที่สมาคมเกือบตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ขาดก็แค่ไม่ได้นอนที่นี่เท่านั้น
นอกจากเหตุผลเื่การค้นคว้าแล้ว เหตุผลอีกอย่างที่โนบิลเลือกจะปักหลักอยู่ที่นี่ก็เพราะการตอบรับโปรเจกต์ยังไม่ใช่สิ่งยืนยันว่าอีกฝ่ายจะยอมเข้าร่วมโปรเจกต์จริง ๆ เื่นี้ยังต้องผ่านการพูดคุยหรือบรรยายสาธิตเพื่อให้อีกฝ่ายทำความเข้าใจกับโปรเจกต์อย่างถ่องแท้ ก่อนจะตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ ถ้าอยู่ในที่ทำการสมาคม เขาก็สามารถไปบรรยายโปรเจกต์เพื่อโน้มน้าวอีกฝ่ายได้ทันทีโดยไม่ต้องนัดมาคุยในภายหลัง ช่วยลดโอกาสที่ฝ่ายตรงข้ามจะเปลี่ยนใจ
เพียงไม่นาน ลิฟต์ก็ขึ้นมาถึงชั้นหกซึ่งใช้สำหรับการสาธิตโปรเจกต์ ชั้นนี้จะมีห้องสำหรับการประชุมหรือบรรยายสาธิตอยู่หลายสิบห้อง โนบิลออกจากลิฟต์แล้วเดินไปที่เคาเตอร์ด้านหน้าเพื่อแสดงตัวตน พนักงานจึงให้หมายเลขห้องสาธิตพร้อมกับส่งรหัสเข้าห้องไปยังนาฬิกาข้อมือของเขา
ห้องที่พนักงานเตรียมไว้ให้คือห้องหมายเลข 197
โนบิลเดินตรงไปที่ห้องพลางทบทวนถึงสิ่งที่เขาจะบรรยาย
ด้วยคำใบ้ที่อยู่ในชื่อโปรเจกต์ คนที่ให้ความสนใจก็ควรจะเป็คนชอบแมวอยู่แล้ว แต่โอกาสที่จะรู้สึกสนใจโดยไม่เกี่ยวกับความชอบก็มีอยู่เหมือนกัน ในกรณีนั้นการโน้มน้าวอีกฝ่ายให้เข้าร่วมโปรเจกต์ก็คงยากขึ้นหน่อย แต่โนบิลก็เตรียมวิธีการเผื่อไว้แล้ว
อย่างไรก็ถาม ถ้าอีกฝ่ายเป็คนที่ชอบแมวย่อมดีที่สุด
“ขอให้เป็เมี๊ยวสหายผู้ร่วมอุดมการณ์ทีเถอะ”
โนบิลคิดในขณะแตะนาฬิกาข้อมือที่แผงควบคุมเพื่อเปิดประตู
เมื่อประตูห้องเปิดออก โนบิลก็พบว่า ผู้ที่อยู่ภายในห้องเป็หญิงสาวคนหนึ่ง
หญิงสาวคนนั้นมีเส้นผมสีทองอร่าม เธอสวมเสื้อแขนยาวสีขาวและกระโปรงเอี๊ยมสีเหลือง เธอนั่งอยู่บนโต๊ะสำหรับผู้ฟังบรรยายแทนที่จะนั่งบนเก้าอี้ และยังแกว่งขาไปมาด้วยท่าทางเพลิดเพลิน
แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือบนศีรษะของเธอมีหูแมวอยู่คู่หนึ่งด้วย และที่ด้านหลังเอวก็มีหางสีเหลืองทองกวัดแกว่งไปมา
โนบิลยืนอึ้งอยู่ตรงประตู
ในสถานการณ์จำลองสารพัดรูปแบบที่เขาซักซ้อมมาล่วงหน้าเพื่อให้สามารถโน้มน้าวอีกฝ่ายได้ในทุกเงื่อนไข กลับไม่มีกรณีที่ฝ่ายตรงข้ามเป็แมวเลย
แต่ถ้าเป็แมวอยู่แล้วก็ไม่ต้องโน้มน้าวรึเปล่า?
จริง ๆ ก็เป็แมวแค่ส่วนหนึ่ง แค่มีหูแมวกับหางแมว เป็สาวแมวที่พบเห็นได้ตามงานคอสเพลย์หรือร้านเมดคาเฟ่
ชอบคอสเพลย์เป็สาวแมว ก็น่าจะชอบแมวล่ะมั้ง?
เพราะเห็นว่าโนบิลเพียงยืนนิ่งโดยไม่เอ่ยอะไร หญิงสาวจึงเขยิบตัวลงจากโต๊ะ แล้วเป็ฝ่ายเอ่ยทักทาย
“สวัสดี ฉันชื่อโนร่า คุณคือคุณโนบิล เ้าของโปรเจกต์นี้สินะ? ยินดีที่ได้รู้จัก”
หญิงสาวทักทายด้วยรอยยิ้มกว้าง โนบิลที่ได้สติจึงแนะนำตัวกลับ
“สวัสดี ผมโนบิล, โนบิล คอนทริฟ ขอโทษที่ให้รอ เรามาเริ่มกันเลยมั้ย?”
“ฉันตกลงเข้าร่วมโปรเจกต์นี้”
“โอเค ถ้างั้นก็.. ห๊ะ?”
โนบิลเลิกคิ้วขึ้นเพราะไม่เชื่อหูตัวเอง
“ฉันตกลงเข้าร่วมโปรเจกต์นี้แล้ว มาเริ่มงานกันได้เลย”
คำกล่าวของอีกฝ่ายทำให้โนบิลต้องนิ่งเงียบไปอีกครั้ง
นี่มันง่ายเกินไปรึเปล่า?
ไม่ถูก
นี่มันไม่เหตุผลเอาซะเลย ไม่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ จู่ ๆ จะมีเื่ดีแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง แถมอีกฝ่ายยังเป็ซินเทซิสที่มีหูแมวกับหางแมวอีกต่างหาก
คงไม่ใช่ภาพหลอนหรอกกระมัง? แต่กาแฟอาราบิก้าสองกระป๋องไม่น่าจะส่งผลต่อระบบประสาทขนาดนี้ ถึงจะดื่มติดต่อกันภายในเวลาสิบห้านาทีก็เถอะ
“ขอถามอะไรหน่อยได้รึเปล่า?”
โนบิลยกมือขึ้นพร้อมกับกล่าว
“โอ้ นั่นสินะ คุณอาจอยากรู้คุณสมบัติของฉันมากกว่านี้ ถามมาได้เลย”
“ตามปกติแล้วซินเทซิสจะไม่ใช้รูปลักษณ์ของเผ่าพันธุ์อื่นนอกจากมนุษย์ไม่ใช่รึ? ทำไมคุณถึงเป็ฮาลฟ์บีส?”
“กฎนั่นมันล้าสมัย ฉันไม่เห็นด้วย ก็เลยไม่ทำตาม”
“ซินเทซิสที่ไม่ทำตามกฎของระบบ? ทั้งที่ซินเทซิสทุกคนถูกสร้างมาด้วยจุดประสงค์ที่กำหนดไว้แล้วงั้นเหรอ? นั่นมันเหมือนกับเครื่องซักผ้าที่จู่ ๆ ก็ผันตัวไปเป็เตาไมโครเวฟเชียวนะ”
โนบิลยิ่งรู้สึกโน้มเอียงไปในทางภาพหลอนมากขึ้นเรื่อย ๆ
เขานำอุปกรณ์รูปร่างคล้ายปืนพลาสติกขนาดเล็กออกมาจากช่องมิติ แล้วจ่อส่วนปลายของมันเข้ากับต้นคอของตัวเองก่อนจะเหนี่ยวไก ทำให้เกิดเสียง ‘ฟุบ’ ดังเบา ๆ เมื่อโนบิลลดมือลงก็ปรากฎรอยแดงจาง ๆ บริเวณต้นคอเหลือไว้เล็กน้อย
นี่เป็อุปกรณ์สำหรับฉีดยา สิ่งที่โนบิลฉีดให้ตัวเองคือยาที่ช่วยสะกัดการทำงานของสารภายนอกที่มีผลต่อระบบประสาทในทุก ๆ กรณี ไม่ว่าจะเป็แอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน เพื่อให้สมองปลอดโปร่งมากยิ่งขึ้น
โนร่าเบิกตากลมกว้างเพราะจู่ ๆ บุรุษตรงหน้าก็ฉีดยาให้กับตัวเองในระหว่างการสนทนา แต่เธอก็ไม่ได้เอ่ยอะไร
โนบิลสูดลมหายใจเข้าครั้งหนึ่ง เขาไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก ความคิดในหัวยังคงเด่นชัดเหมือนเดิม เช่นเดียวกับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า แปลว่านี่ไม่ใช่ภาพหลอน แต่ทั้งตัวตนของอีกฝ่ายและสถานการณ์ตอนนี้ก็ออกจะแปลกอยู่สักหน่อย
ซินเทซิสที่ไม่ทำตามกฎของระบบเป็เื่ที่ไม่น่าจะเคยปรากฎมาก่อน
หรือจะเป็ความบกพร่องทางการออกแบบทำให้กระบวนการคิดผิดเพี้ยนไป? หรือถูกออกแบบมาให้ไม่ต้องทำตามกฎอยู่แล้ว เป็หนึ่งในการทดลองของระบบ? ได้ยินมาว่า่หลัง ๆ นี้เผ่าซินเทซิสก็มีการทดลองส่งมนุษย์จักรกลที่มีแิหลากหลายรูปแบบออกมาสำรวจโลกเพื่อพัฒนาตนเอง นี่ก็อาจเป็หนึ่งในนั้น
โนบิลครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะถาม
“ทำไมคุณถึงสนใจโปรเจกต์นี้?”
“ก็เพราะมันน่าสนใจไงล่ะ! ฉันดูโปรเจกต์อื่น ๆ ที่มีการเสนอมาในระบบครบหมดแล้ว มีแต่งานวิจัยที่เกี่ยวกับการพัฒนาต่อยอด หรือศึกษาปรับปรุงเื่เดิม ๆ แนวทางเดิม ๆ มีแค่งานวิจัยของคุณที่คิดสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาอย่างแท้จริง สัตว์เลี้ยงน่ะเป็สิ่งที่เผ่าซินเทซิสไม่เคยมีมาก่อน ทั้งในโลกภายนอกและในซินธ์เวิร์ส นี่น่ะมันยอดมากเลย!”
โนร่าอธิบายพลางยกมือทั้งสองที่กำเป็กำปั้นขึ้นมาแนบอก ท่าทางของเธอทั้งดูตื่นเต้นและกระตือรือร้น ทำให้โนบิลต้องรู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง
เขาเคยเจอคนของเผ่าซินเทซิสมาบ้าง โดยมากเผ่าจักรกลไม่ได้มีการแสดงอารมณ์อย่างเด่นชัดขนาดนี้ หรือนี่อาจเป็คุณสมบัติของซินเทซิสรุ่นใหม่ เขาได้แต่คิดในใจว่าซินเทซิสสมัยนี้ก็พัฒนาออกมาได้ใกล้เคียงมนุษย์ดี
“นอกจากนี้ยังมีเหตุผลอื่นอีกรึเปล่า?”
“อืม.. ถ้าจะมีก็คงเป็เื่ เงินไงล่ะ!”
โนร่ากล่าวด้วยรอยยิ้มพลางทำมือเป็สัญลักษณ์ ‘โอเค’
โนบิลชักเริ่มสงสัยแล้วว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเป็เผ่าซินเทซิสจริงรึเปล่า
---------------------------------------------------------------------------