วิทย์ยังคงประชุมทีม New Hope อย่างต่อเนื่องในห้องพัก สีหน้าวิทย์ไม่สู้ดีเท่าใดนักยังคงมีความเครียดกับการวางลำดับนักกีฬาในทีมอย่างมากโอ๋, ต้อมและมะปรางแต่ละคนต่างตั้งใจฟังแผนที่จะนำมาใช้ในการแข่งขันครั้งนี้
“เที่ยงวันนี้ทุกทีมต้องส่งลำดับนักกีฬาที่จะลงแข่งแล้วและต้องใช้แผนนี้แข่งจนถึงรอบชิงชนะเลิศกติการะบุไว้อย่างชัดเจนว่าเปลี่ยนไม่ได้ การแข่งขันมีเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น เป็2 วันที่ต้องใช้ทั้งฝีมือ, ความแข็งแกร่งและการวางแผนที่ดีที่สุดหลังจากที่วิเคราะห์อย่างรอบรอบแล้ว พี่คิดว่าแผนนี้น่าจะลงตัวที่สุด”หลังจากที่วิทย์พูดจบก็ลุกขึ้นไปที่ไวท์บอร์ดที่อยู่หน้าห้อง
“ทีมของน้องน้ำ3 คนคือ ยูริ, โจและน้ำ พี่คิดว่าน้ำน่าจะถูกวางตัวให้เป็คนสุดท้ายแน่นอน 100%เพราะว่าฝีมือดีที่สุด โจทย์แรกของเราคือ ยูริหรือโจใครจะเป็คนแรก”
“แล้ว2 คนนี้สไตล์ยังงัยเหรอพี่หมอ?”ต้อมตั้งคำถามทันที
“ยูริลงทักษะตัวเองว่าเป็คาราเต้ส่วนโจคือมวยคาดเชือก ส่วนน้ำทุกคนก็รู้จักกันดี คือเทควันโด...พี่ดูการแข่งขันของยูริ เขาถนัดเล่นวงในเก่งมาก พื้นที่แคบๆจะโจมตีดีมาก แต่การเคลื่อนไหวช้ากว่าโจจุดเด่นของโจเป็คนที่ใช้การเตะเก่งมากและมีความเร็ว”
“ส่วนน้ำสไตล์คล้ายๆ กับมะปรางแตกต่างกันตรงที่ใช้ศิลปะการต่อสู้คนละชนิด…รอจังหวะเข้าทำเร็วแต่พี่มองว่า ความเร็วของน้ำน่าจะเป็รองมะปราง”
“พี่โจกับพี่ยูริคนละสไตล์แบบนี้แล้วเราทำยังดีคะพี่หมอ?” บัวเอ่ยปากถาม
“พี่ประเมินว่ายูริน่าจะเบาที่สุดใน 3 คนนี้ ยูริถนัดเข้าวงในอย่างเดียว พี่ลังเลอยู่นานมากว่าการเล่นวงในจะเป็ต้อมหรือโอ๋ดีกว่ากัน แต่พี่คิดว่าถ้าเล่นวงในด้วยความหนักของต้อม น่าจะพอได้ลุ้นกับยูริ”
“หมายความว่าพี่หมออยากให้ต้อมเจอกับยูริ ส่วนโอ๋เจอกับโจงั้นเหรอ?”
“ใช่แล้วพี่คิดว่าอยากวางตัวเป็ต้อม,โอ๋และปิดท้ายด้วยมะปราง...การจัดตัวแบบนี้จะดีที่สุดคือทีมน้องน้ำต้องจัดตัวยูริ, โจและน้ำด้วย”
“โห!!!ขนาดวางตัวยังโหดขนาดนี้ เราไม่มีทางรู้เลยว่าใครจะวางตัวยังงัยแถมยังเปลี่ยนไม่ได้อีกต่างหาก”บัวนั่งฟังก็เกิดอาการวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด “แล้วถ้าเกิดมันผิดแผนน้ำขึ้นก่อนก็ได้, หรือโจขึ้นก่อน...แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว”
“ในกรณีที่มันผิดแผนต้อมต้องมาเจอกับโจ โอ๋ต้องมาเจอกับยูริ ถ้าเป็แบบนี้คือ ต้อมช้าเจอโจเร็วกับโอ๋เร็วเจอยูริช้า...แบบนี้ก็พูดยากเหมือนกัน”
“แต่ถ้าตามแผนก็ไม่รู้ว่าจะเป็ยังงัยด้วย”โอ๋พูดเสริมทันที “แต่โอ๋บอกได้เลยว่า โอ๋จะสู้สุดชีวิตโอ๋เต็มที่แน่นอน!!!”
“ผมบอกไว้ก่อนพี่หมอผมไม่ยอมแพ้แน่นอนเหมือนกัน!!”ต้อมพูดด้วยน้ำเสียงขึงขัง
“มะปรางไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ?” บัวหันไปสังเกตมะปรางได้แต่นั่งฟังเงียบๆ
“ไม่ว่าจะเจอคนไหนหนูจะทำให้สุดฝีมือแน่นอนค่ะ”มะปรางยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นไม่แพ้คนอื่น
“ถ้าเป็ไปตามแผนที่พี่วางไว้พี่ยังแอบหวังว่า ถ้าต้อมหรือโอ๋เอาชนะยูริหรือโจสักคนพี่ก็อยากลุ้นเข้ารอบเหมือนกัน โดยวางมะปรางเป็คนสุดท้ายแต่ที่พูดแบบนี้พี่ไม่้ากดดันมะปราง, โอ๋หรือต้อมใครคนใดคนหนึ่งทั้งสิ้น...จำคำของพี่เอาไว้ว่า ครูใหญ่, ครูเพ็ญศรี, ครูหนึ่ง,บัว, พี่และทุกๆ คนในโรงเรียน พวกเราภาคภูมิใจเราทั้ง 3 คนที่มาถึงจุดนี้ได้แค่นี้ก็เพียงพอแล้วกับความเสียสละของทั้ง 3 คน”
หลังจากที่วิทย์พูดจบทำให้ทั้ง 3คนโน้มตัวเข้ามากอดคอกันทันที ะโเชียร์ดังมาก“New Hope สู้ๆ!!!!”
คณะกรรมการจัดการแข่งขันกำหนดให้นักกีฬาทุกทีมต้องส่งลำดับนักกีฬาแข่งขันก่อนเที่ยงและจะประกาศอย่างเป็ทางการในเวลาบ่ายโมงที่บอร์ดใหญ่ด้านหน้าห้องซ้อมรวมทำให้ตัวแทนแต่ละทีมต่างทะยอยส่งเอกสารเป็ระยะๆ
ภายในโรงเรียน พลอยและสมาชิกชมรมดนตรีทั้งหมดช่วยกันยกเก้าอี้มาวางทำให้พื้นที่ครึ่งสนามฟุตบอลเต็มไปด้วยเก้าอี้จัดเรียงกันอย่างเป็ระเบียบ
พลอยกับเพื่อนๆช่วยกันตั้งจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่มาวางด้านหน้าห้องชมรมดนตรี บริเวณด้านท้ายแถวมีการจัดวางจอโปรเจคเตอร์ขนาดเล็กอีกฝั่งละ1 จอ ในขณะที่ทีมงานอีกส่วนหนึ่งกำลังดูเื่ระบบเสียง
“พวกเราทำให้มะปรางได้แค่นี้จริงๆ...”
ส่วนครูใหญ่,ครูหนึ่งและครูเพ็ญศรีกำลังยืนคุยอยู่กับเ้าหน้าที่ตำรวจไม่ห่างมากนัก “ยังงัยผมก็รบกวนท่านช่วยดูแลเื่ความปลอดภัยด้วยครับ”
ตลาดในตัวเมืองขอนแก่นมีการตั้งจอโปรเจคเตอร์ขนาดเล็กไว้บริเวณลานจอดรถข้างๆแผงขายขนมของพ่อกับแม่มะปรางด้วยเช่นกันมีคนจำนวนมากเข้ามารุมล้อมแผงขายขนมล้นไปด้านนอกจนเต็มถนนทางเข้าตลาดบางคนเข้ามาอุดหนุน, เข้ามาทักทายพูดคุย, เข้ามาให้กำลังใจส่งเสียงเชียร์, บางคนก็เข้ามาขอถ่ายรูปด้วยจนขนมทุกชนิดขายหมดตู้
สื่อมวลชนแห่งหนึ่งเข้ามาขอสัมภาษณ์ “คุณแม่คะปรากฎการณ์มะปรางฟีเวอร์รู้สึกยังงัยบ้างคะ?”
“ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณเป็อย่างสูงที่คนไทยให้ความเอ็นดูน้องอยากจะขอให้เอ็นดูน้องโอ๋กับน้องต้อมด้วยนะคะ อยากให้ทุกคนช่วยส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจทีม New Hope ด้วยค่ะ”
“คุณแม่คาดหวังกับการแข่งขันครั้งนี้ยังงัยบ้างคะ?”
“ก็อยากให้น้องทั้ง3 คนทำผลงานให้เต็มที่ ให้ดีที่สุด อยากให้น้องทั้ง 3 คนมีโอกาสแสดงผลงานค่ะ”
“รู้สึกกดดันไหมคะว่าน้องเคยเอาชนะแชมป์โลกคนปัจจุบันมาก่อน?”
“ไม่หรอกค่ะตรงนั้นมันนานแล้วนะคะ ผ่านมา 2 ปีแล้ว น้องเพิ่งกลับมาแข่งก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กใหม่ที่ต้องหาประสบการณ์ค่ะ”
“สมมติว่าน้องดูอยู่อยากฝากอะไรถึงน้องไหมคะ?”
“ก็อยากจะบอกว่าพ่อกับแม่ให้กำลังใจทั้ง 3 คน พ่อกับแม่อยากให้ทั้ง 3 คนตั้งใจทำให้ดีที่สุดไม่ต้องเสียใจอะไรทั้งนั้น นี่คือประสบการณ์ด่านแรกอันล้ำค่า”
่เวลาที่นักกีฬาทุกคนรอคอยก็มาถึงเมื่อเ้าหน้าที่แสดงรายชื่อลำดับนักกีฬาของทั้ง 8 ทีมในบอร์ดทำให้นักกีฬาและเ้าหน้าที่แต่ละทีมเข้าไปยืนดูรายชื่อที่ถูกประกาศออกมานักกีฬาหลายคนถ่ายรูปโพสต์ลงโซเชียลต่างๆ บ้าง, โพสต์กระทู้ในกระดานถาม-ตอบก็มีหรือแม้กระทั่งโทรบอกพรรคพวกเพื่อนฝูง
แม้ว่าเ้าหน้าที่เพิ่งประกาศไม่นานเท่าใดนักแต่ข้อมูลก็กระจายไปอย่างรวดเร็ว ไม่เหนือความคาดหมายเท่าใดนักความสนใจเกือบทั้งหมดตรงไปที่คู่การแข่งขันระหว่างทีมเกินปุยมุ้ยของน้องน้ำกับทีม New Hope ของน้องมะปราง แต่ละคนต่างแสดงความเห็น,โต้เถียงและเชียร์แต่ละทีมจนกลายเป็เทรนติดอันดับหลายโพสต์ตอนนี้ผู้คนในสังคมโฟกัสเื่การแข่งขันครั้งนี้เพียงอย่างเดียว
“2 ทีมนี้จะออกทางไหนเนีย!!!...แค่นึกว่าน้องน้ำเจอน้องมะปรางลุ้นเหลือเกินว่าใครจะชนะ!!”
“เชียร์น้องน้ำตลอดไปๆๆๆๆ”
“ให้กำลังทีมพี่มะปรางสู้ๆ ค่ะ”
“ยูริ,โจ, น้ำ VS ต้อม, โอ๋, มะปราง ....โอ๊ยๆๆๆอยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆ”
“คู่แรกยูริเจอกับต้อม เวลาบ่าย 3...กูว่าคู่นี้ไม่ครบ 3ยกแน่นอน แต่ออกทางไหนวะเนียยย!!!”
หลังจากที่นักกีฬาทุกคนรู้ผลการจัดลำดับของแต่ละทีมแล้วต่างก็นั่งจับกลุ่มคุยกันรวมไปถึงมิวด้วยเช่นกัน เธอก้มดูรูปภาพในโทรศัพท์มือถือแสดงรายชื่อทีมเกินปุยมุ้ยเจอกับทีมNew Hope
“ฮุ่ยหนิง...”
โรจน์กับมนต์ชัยออกมานั่งบริเวณห้องอาหาร “กลุ่มของน้ำกับมะปรางหายไปไหนกันหมดเมื่อกี้เห็นยืนมุงดูบอร์ดกันอยู่เลย”มนต์ชัยตั้งคำถามด้วยความสงสัย
“กูเห็นทั้ง2 ทีมเดินเข้าห้องพักไปแล้ว”
“มึงว่าออกทางไหนวะ?”
“สำคัญที่คู่แรกเนียแหละถ้าน้องต้อมเอายูริอยู่ กูว่าเผลอๆ ทีมมะปรางมีลุ้น”
“ยังงัยวะ?”
“ต้อมหมัดหนักมากนะมึง! โป้งเดียวหลับแล้วมึงลองคิดดู คนต่อมาคือ โจ อันนี้อาจจะยากนิดหนึ่งกูเผื่อว่า ต้อมไม่ไหว โอ๋เข้ามาต่อ...กูได้ข่าวว่า น้องคนนี้มวยไทยก็ได้ มวยสากลก็มีชั้นเชิงไม่ธรรมดาเหมือนกันนะมึง คู่นี้ 50/50”
“ขนาดนั้นเลยเหรอวะ?”
“ถ้าเป็ไปอย่างที่กูคิดคู่ของโอ๋กับโจเนียแหละชี้ขาดได้หลายเื่...ถ้าโอ๋แพ้ มะปรางลงกูว่ามะปรางกินโจขาดแล้วมาเจอน้ำ...แต่ถ้าโอ๋ชนะก็เข้ามาเจอน้ำ คู่นี้กูบอกเลย 5ดาวแน่นอน”
“ไอ้น้ำน่าจะเอาลงได้นะ”
“กูให้ไอ้น้ำเหนือกว่าโอ๋80/20...มวยจังหวะอย่างน้ำเจอกับมวยเร็วโอ๋ คิดว่าไอ้น้ำผ่านได้ไม่มีปัญหา”
“แต่ถ้าโอ๋แพ้น้ำมะปรางต้องลงต่อ...มะปรางเจอน้ำ คู่นี้กูก็ว่าสูสีสุดๆ เหมือนกัน”
“2คนนี้มวยจังหวะทั้งคู่ กูให้ 50/50...กูรู้สึกว่า มะปรางเร็วกว่าน้ำนิดๆแต่ว่ากูก็ไม่เคยเห็นน้องแข่งจริงๆ พูดยากเหมือนกัน นึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะออกทางไหน”
“คิดเหมือนกูว่ะไอ้น้ำกับมะปรางสูสีมากกกกก”
“มึงอย่าลืม!!!ถ้าทีมน้องมะปรางเข้ารอบ...เจอทีมมึงเต็มๆ นะ”
หลังจากที่มิวฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องจนได้เหงื่อชุ่มตัวเธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านข่าวทีมของมะปรางที่จะลงแข่งในวันพรุ่งนี้โดยมีรอยยิ้มมุมปากเล็กน้อย
เวลาล่วงเลยมาถึง่เย็นนักกีฬาแต่ละต่างทะยอยเดินออกมาจากห้องอาหารโอ๋กับต้อมกำลังคุยโทรศัพท์อยู่พ่อแม่ ทั้ง 2คนได้รับกำลังใจจากที่บ้านให้ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดวิทย์กับบัวแยกตัวไปจัดเตรียมอุปกรณ์พยาบาลที่นำมาต่างหาก
“พี่วิทย์วันนี้หนูสังเกตเห็นมะปรางกินข้าวน้อยจริงๆ แล้วก็หยิบผลไม้กินนิดหน่อยเอง”
“พี่ว่าน้องก็คงมีเครียดๆกังวลๆ บ้างแหละ...อย่าลืมสิว่า ถ้าเราไม่นับของเดิม นี่คือรายการแรกของน้องให้รอบ2 ปีเชียวนะ ก็ต้องมีบ้างแหละ ก่อนหน้านี้มีแต่เรียนแล้วก็ไปชมรมดนตรีไม่ได้มายุ่งเกี่ยวอะไรกับเื่ต่อสู้”
“พี่วิทย์เชื่อไหมว่าทุกวันนี้หนูยังไม่เชื่อเลยว่า มะปรางมาเส้นทางตรงนี้ได้ยังงัย อยู่ๆ ก็เกิดขึ้นมาแล้วเนียก็มาแข่ง แล้วต่อไปจะเป็ยังงัย?คือ หนูไม่ได้สนใจว่า น้องจะต้องมาชนะอย่างเดียวเท่านั้น”
“เื่แค่นี้ทำไมพี่จะไม่เข้าใจถ้าลองนึกดูดีๆ พวกเราไม่เคยรู้จักมะปรางตัวจริง พวกเราไม่เคยรู้จักน้องสักนิดน้องเลือกที่จะปิดบังตัวเองมาโดยตลอด คุณแม่้าให้น้องเดินในเส้นทางเหมือนเด็กผู้หญิงธรรมดาทั่วไปแต่ในเมื่อวันนี้ต้องเป็แบบนี้ ยากที่จะคาดเดาได้ว่า แล้วจะไปยังงัยต่อไป...บัวกำลังคิดอะไรอยู่เหรอ?”
“พี่วิทย์ความคาดหวังมันน่ากลัวมากนะพี่ พี่ดูกระแสตอนนี้สิวันนี้มีแต่ข่าวมะปรางเต็มไปหมด”
“โค้ชบีเตือนพี่เื่นี้แล้วล่ะ...พี่อยากให้พวกเราทุกคนช่วยๆกันประคับประคองน้อง เมื่อคืนครูหนึ่งโทรมาย้ำว่า ถ้าเด็กคนไหนไม่ไหวจริงๆ ให้ยอมห้ามฝืนเด็ดขาด พี่ก็เห็นด้วย”
“แล้วตอนนี้น้องๆหายไปไหนกันหมดแล้ว??”
“พี่เห็นเดินไปทางห้องซ้อมรวม...น่าจะไปวอร์มร่างกายอยู่มั๊งแต่พี่ไม่ได้ให้ซ้อมอะไรแล้วนะ”
นักกีฬาหลายคนเลือกที่จะนอนพักผ่อนอยู่ภายในที่พักของตัวเองมีบางส่วนจับกลุ่มคุยกันตรงทางเดินส่วนกลางวิทย์นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยท่าทีครุ่นคิดอะไรบางอย่าง โอ๋กับต้อมนอนหลับสนิทส่วนบัวนั่งสัปหงกอยู่บนเตียงเช่นกัน มีเสียงเพลงเล็ดลอดออกมาจากหูฟัง
จู่ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นมาแว่วๆมาจากห้องซ้อมรวม เสียงค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ อย่างเป็จังหวะดังบ้าง-เบาบ้างสลับกันไป จนกระทั่งเสียงเริ่มดังถี่ขึ้นเรื่อยๆนักกีฬาที่จับกลุ่มคุยกันอยู่ตรงทางเดินทุกคนรีบหันไปตามทิศทางเสียงเมื่อเสียงดังอย่างต่อเนื่องจนทำให้นักกีฬาแต่ละคนเปิดประตูทุกคนตรงไปที่ห้องซ้อมรวม ในขณะที่โรจน์, มนต์ชัยและน้ำรีบวิ่งตรงไปที่ห้องซ้อมรวมเป็กลุ่มแรก
วิทย์นั่งอยู่ในห้องได้ยินเสียงไม่ต่างจากคนอื่นๆเสียงดังมากพอที่จะทำให้โอ๋กับต้อมสะดุ้งตื่นขึ้นมา ส่วนบัวก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาไล่เลี่ยกันรีบเดินตามคนอื่นๆ ตรงไปที่ห้องซ้อมรวม
“พี่วิทย์!!! เสียงอะไรเหรอคะ?!?!!!”
ภาพที่ทุกคนเห็นตรงหน้า มะปรางกำลังตีหุ่นไม้อย่างรุนแรง,ต่อเนื่องและหนักหน่วงจนทำให้หุ่นไม้เอนไป-มาชัดเจนเสียงปะทะไปที่แขนและลำตัวของหุ่นไม้ดังลั่นห้อง ทำให้ทุกคนที่หยุดยืนดูบริเวณทางเข้าห้องซ้อมรวมรู้สึกถึงแรงปะทะที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้ง
“นี่มันอะไรวะเนียยย!!!”
ที่กลางห้องมีน้องผู้หญิงคนหนึ่งใส่ชุดวอร์มกำลังยืนกอดอกดูมะปรางห่างๆ ด้วยท่าทีนิ่งและสงบเช่นกัน
“น้องคนนั้นใช่มิวหรือเปล่า?” น้ำพยายามชะเง้อจ้องมอง
“พี่ว่าใช่นะ...คนนี้แน่ๆ”
หลังจากที่มิวยืนดูมะปรางสักพักหนึ่งก็หันกลับมาแล้วเดินตรงมาที่ประตูห้องซ้อมรวม
“น้องเป็เพื่อนมะปรางเหรอ?”น้ำตั้งคำถามทันที
มิวมีท่าทีลังเลเล็กน้อยก่อนตอบคำถาม “ก็ไม่เชิงเพื่อนค่ะเคยเจอกันมาก่อน...หนูมาหามะปรางเห็นซ้อมอยู่ก็เลยไม่อยากรบกวนค่ะ...หนูขอตัวก่อนนะคะพี่ๆ”หลังจากที่มิวพูดจบก็เดินออกจากห้องซ้อมรวมหายตัวไป
“พี่โรจน์! สมมติว่าถ้าน้องมิวอยู่ในกลุ่มมะปรางด้วยกันน้ำว่าต้องมีฝีมือไม่ธรรมดาแล้วล่ะ ต้องมีอะไรเซอร์ไพรส์แน่ๆท่าทางน้องมิวไม่ธรรมดาเหมือนกัน...หนูคิดว่าต้องรู้จักกันแน่ๆ ค่ะ”
โรจน์ได้แต่พยักหน้าตอบรับ “พี่รู้สึกว่าสภาพร่างกายของน้องมะปรางเข้าที่แล้วนะ”
“โอ๋รู้จักน้องมิวคนนี้ไหม?”บัวหันไปถามโอ๋ทันที
“ั้แ่รู้จักกับปรางไม่เคยพูดชื่อนี้ออกมาแม้แต่ครั้งเดียว ชื่อไม่คุ้นอ่ะพี่บัว...โอ๋ก็เพิ่งได้ยินชื่อเหมือนกันแหละ”
“น้องเป็ใคร?น้องคนนี้ลงแข่งด้วยเหรอ?” บัวยังคงงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“น้องลงแข่งรายการหญิงเดี่ยวค่ะพี่บัว”น้ำหันมาตอบ “น้องลงสกิลว่าคิกบ๊อกซิ่งเป็ทักษะที่ไม่ค่อยมีคนเล่นในไทยด้วย แสดงว่าต้องฝึกมาจากต่างประเทศ...โค้ชบีถึงกับเอ่ยปากบอกว่าให้จับตาดูน้องคนนี้ให้ดีๆปกติเวลาโค้ชบีพูดถึงทีไร เข้าเป้าแทบจะทุกคนค่ะ”
“ตอนที่พี่วิทย์ค้นข้อมูลพี่วิทย์เคยเห็นคลิปมะปรางสู้กับมิวบ้างไหม?” บัวรีบหันมาถามวิทย์ทันที
“ไม่เห็นนะพี่เห็นแต่คลิปสู้โจร แล้วก็กับต้อม แล้วก็คลิปกับลู่เฟยสั้นๆ...ก็มีอยู่แค่ 3คลิปนี้เอง ถ้าจะพูดกันจริงๆ พวกเราก็ยังไม่เคยเห็นฝีมือจริงๆ ของมะปรางเหมือนกัน”
“ท่าทางน้องมิวจะรู้จักฝีมือของมะปรางเป็อย่างดีไม่มีท่าทีหวาดหวั่นแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่ลงแข่งครั้งแรกด้วย...มิวคนนี้เป็ใคร? ต้องเกี่ยวข้องกับมะปรางในทางใดทางหนึ่งแน่นอน”โรจน์ออกความเห็นจนทำให้ทุกคนต้องหันมาฟัง
“พี่คิดว่าน้องมิวต้องรู้จักฝีมือที่แท้จริงของมะปรางแน่นอน!!!...แล้วน้องมิวคือใครกันแน่!!!!!!”
*****************************