เป็เวลาดึกอีกคืนหนึ่งที่ “ยศกร” หรือ “กร” พบว่าตัวเองเป็คนสุดท้ายในออฟฟิศอีกครั้ง ในขณะที่เทศกาลปีใหม่กำลังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว แต่เขาต้องเซ็นเอกสารจำนวนมากเพื่อปิดการขายกับลูกค้ารายใหญ่ให้ได้ก่อนจะถึงวันหยุดยาว เพราะมันหมายถึงกำไรก้อนโตที่จะทำให้บริษัทของเขาอยู่รอดได้ในภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำเช่นนี้
ยศกรเป็ชายหนุ่มที่มีดีกรีการศึกษาไม่น้อยหน้าใคร เขาเรียนจบปริญญาตรีสาขาวิชาสถาปัตยกรรมจากมหาวิทยาลัยชื่อดังและเก่าแก่ที่สุดของประเทศ จากนั้นเขาก็ไปเรียนต่อปริญญาโทในสาขาเดียวกันที่มหาวิทยาลัยโทรอนโต (University of Toronto) ซึ่งเป็มหาวิทยาลัยในเครือของรัฐบาลแคนาดา
และด้วยวัยเพียง 30 ปี ยศกรถือว่าเป็หนึ่งในผู้ประสบความสำเร็จั้แ่อายุยังน้อย เนื่องจากเขาเป็เ้าของบริษัทตัวแทนโฆษณาและบริษัทผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ โดยเขาดำรงตำแหน่งทั้ง CEO และ Creative Director ด้วยตนเอง ประกอบกับรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาราวกับนายแบบทำให้เขาเป็ที่รู้จักในวงสังคมเป็อย่างดี

น้ำเพชร หรือ “น้ำ” คู่หมั้นของเขาชอบต่อว่าเกี่ยวกับการกลับบ้านดึกๆ ของเขาอยู่ทุกวี่วัน ในทางกลับกัน เธอมักจะกดดันให้เขาทำงานอย่างหนักตลอดทั้งปีเพื่อเพิ่มตัวเลขในบัญชีธนาคารของเธอ
“เพื่ออนาคตของเรา น้ำเชื่อว่ากรต้องทำได้!”
“เฮ้อ...” กรได้แต่ถอนหายใจ เขาคิดว่าเทศกาลวันหยุดไม่ควรจะเครียดขนาดนี้
กรได้คบหากับน้ำเพชรั้แ่อยู่มหาวิทยาลัยแล้ว และพวกเขาก็ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันหลังจากเรียนจบ ตอนที่ทั้งคู่เป็นักศึกษา เขาเป็นักฟุตบอลดาวเด่นและเธอเป็นางแบบที่ทะเยอทะยาน ใครๆ ต่างเห็นตรงกันว่าเป็คู่ที่เหมาะสมที่สุดในมหาวิทยาลัย
น้ำเพชรเคยถ่ายแบบนิตยสารอยู่สองสามฉบับ แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ทั้งๆ ที่เธอสวยอย่างน่าอัศจรรย์ กรมักจะสงสัยว่าการบ่นและการกดดันของเธอนั้นคุ้มค่ากับการที่เขาต้องทุ่มเทเวลาทั้งหมดในชีวิตไปกับการทำงานอย่างหนักขนาดนี้หรือไม่?
“อ้าว...คุณยศกร วันนี้ทำงานดึกอีกแล้วหรือคะ?”
ข้อดีอย่างหนึ่งของการอยู่ออฟฟิศดึกๆ คือเขาจะได้พบกับคนทำความสะอาด เธอชื่อป้าน้อย แม่บ้านประจำบริษัทอายุ 58 ปี แต่เธอยังดูกระฉับกระเฉงอยู่มาก นั่นคงเป็เพราะเธอทำงานหนักมาทั้งชีวิต แน่นอนว่ารูปลักษณ์ของเธอก็เหมือนหญิงชราทั่วๆ ไป มีผมหงอกขึ้นสลับกับผมดำจนดูเป็สีเทา มีร่างกายที่อวบอ้วนและเหี่ยวย่นหย่อนคล้อยตามวัย
ป้าน้อยมักจะเข้ามาทำความสะอาดออฟฟิศประมาณหนึ่งทุ่มและทักทายเขาด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างร่าเริงเสมอ ซึ่งกรจะชวนป้าน้อยคุยนั่นคุยนี่ เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าและเป็การแก้ง่วงไปในตัวด้วย เสียงของป้าน้อยมีสำเนียงเหน่อๆ คล้ายคนสุพรรณ ซึ่งเขาพบว่ามันก็มีเสน่ห์น่าฟังไปอีกแบบ
เมื่อเวลาใกล้จะสามทุ่ม กรตัดสินใจว่าพอแล้วสำหรับคืนนี้ เขาปิดคอมพิวเตอร์เก็บเอกสารที่ยังทำไม่เสร็จไว้ แล้วเดินออกจากออฟฟิศพร้อมกับร่ำลาป้าน้อยที่กำลังง่วนอยู่กับการทำความสะอาดพื้น
“ป้าน้อย ผมกลับก่อนนะครับ”
“จ้า...ขับรถดีๆ อย่าหลับในหละคุณยศกร” เธอกล่าวพร้อมยิ้มกว้างให้เขา
“ผมบอกตั้งหลายครั้งแล้วว่าให้เรียกผมว่ากรเฉยๆ ป้าไม่ต้องเรียกซะเต็มยศขนาดนั้นก็ได้”
“เอ้อ...ลืมไป มันชินปากน่ะ คนแก่ก็ขี้ลืมอย่างนี้แหละ 555” เธอพูด แล้วกรก็ออกจากประตูและมุ่งหน้าขับรถกลับบ้าน
ขณะที่กรนอนอยู่บนเตียงเพื่อพักฟื้นจากการมีเซ็กส์กับแฟนสาว สมองของเขาก็นึกถึงงานที่ออฟฟิศและป้าน้อย แม่บ้านประจำบริษัท เขาสงสัยว่าเขาควรซื้อของให้เธอในวันปีใหม่ปีนี้ไหม มันน่าจะเป็การแสดงความมีน้ำใจและเธอก็สมควรได้รับมันสำหรับการทำงานหนักตลอดทั้งปี ขณะที่เขาไตร่ตรองแิเื่ของขวัญ กรก็ผล็อยหลับไป
หนึ่งสัปดาห์ก่อนวันขึ้นปีใหม่และเทศกาลวันหยุดยาว มีต้นคริสต์มาสพร้อมกับเกล็ดหิมะเทียม ราวไฟกะพริบแขวนอยู่ทุกหนทุกแห่ง และเสียงเพลงวันปีใหม่ดังก้องไปทั่วห้างสรรพสินค้าและอาคารทุกแห่งตามเส้นทางที่กรใช้เดินทางไปทำงาน
กรแวะที่ร้านขายของที่ระลึกเล็กๆ ซึ่งอยู่ห่างจากอาคารของเขาไปสองสาม่ตึก และเริ่มเดินดูของต่างๆ โดยเฉพาะของที่ป้าน้อยอาจจะชอบ แต่เดินหาอยู่นานก็ยังไม่เจออะไรถูกใจ เมื่อเขาหันไปเห็นหญิงวัยกลางคนซึ่งคาดว่าจะเป็ภรรยาของเ้าของร้านกำลังอุ้มทารกไว้แนบอกโยกไปโยกมาพร้อมกับร้องเพลงกล่อมเด็ก...
จันทร์เอ๋ยจันทร์เ้า ขอข้าวขอแกง
ขอแหวนทองแดง ผูกมือน้องข้า
ขอช้างขอม้า ให้น้องข้าขี่
ขอเก้าอี้ ให้น้องข้านั่ง
ขอเตียงตั้ง ให้น้องข้านอน
ขอละคร ให้น้องข้าดู
ขอยายชู เลี้ยงน้องข้าเถิด
ขอยายเกิด เลี้ยงตัวข้าเอง
นอกจากเสียงของคุณแม่ที่ร้องเพลงกล่อมลูกน้อยแล้ว ยังมีเสียงท่วงทำนองดนตรีเพลงเดียวกันดังมาจากกล่องดนตรีเล็กๆ ที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ใกล้กับเครื่องบันทึกเงินสด กรนึกขึ้นได้ทันทีว่าเขามักจะได้ยินป้าน้อยฮัมเพลงเดียวกันนี้ตอนที่เธอทำความสะอาดออฟฟิศ
“เอ่อ...ขอโทษครับ ไม่ทราบว่าอันนี้ขายหรือเปล่าครับ?” กรตัดสินใจเอ่ยถามด้วยความไม่แน่ใจเพราะไม่เห็นมีป้ายราคาติดไว้
“กล่องดนตรีใช่มั้ยคะ ไม่ได้ขายหรอกค่ะ เป็ของเก่าเก็บั้แ่สมัยสมัยคุณแม่สามีดิฉัน” เธอมองดูกรที่มีสีหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด “อยากได้ไปให้คนพิเศษหรือคะ แปลกจัง! คนรุ่นใหม่ไม่น่าจะรู้จักเพลงนี้นะคะ”
“อ่ะ อ๋อ ครับๆ พอดีผมกำลังหาของขวัญปีใหม่ไปให้ป้าแม่บ้านที่ทำงานประจำอยู่ออฟฟิศของผมน่ะครับ ได้ยินแกฮัมเพลงนี้บ่อยๆ เวลาทำงาน” กรพูดพลางจ้องมองกล่องดนตรีด้วยสายตาละห้อย
“ป้าแม่บ้าน?” คุณแม่ลูกอ่อนมีทีท่าประหลาดใจเหมือนจะไม่เชื่อที่กรพูด จนเขาต้องรีบอธิบาย
“ผมเป็เ้าของบริษัทที่เช่าออฟฟิศอยู่บนตึกใกล้ๆ นี้ครับ ผมเห็นว่าป้าแกทำงานหนักมาทั้งปี ผมก็เลยอยากมอบของเล็กๆ น้อยๆ ให้เป็กำลังใจครับ” พูดจบกรก็ยื่นนามบัตรไปให้
“อ๋อ...คุณยศกร วัฒนสกุลกานต์ นี่เอง ถึงว่าสิ...หน้าคุ้นๆ” ต้องคุ้นอยู่แล้วเพราะเพิ่งกรได้รับการติดต่อจากนิตยสารระดับโลก แจ้งว่าปีนี้เขาได้รับเลือกให้เป็หนึ่งในบรรดาหนุ่มคลีโอที่สาวๆ ทุกคนต่างหมายปอง
ขณะที่ภรรยาเ้าของร้ายพูด สายตาของกรยังคงจ้องมองดูกล่องดนตรี ซึ่งเขาสังเกตว่ามันเป็ชิ้นงานที่ประณีตและสวยงามเพียงใด เขาคิดว่าป้าน้อยจะต้องชอบแน่ๆ ในทางกลับกัน น้ำเพชรแฟนสาวของเขาคงจะเกลียดมัน เพราะถ้ามันไม่มีป้ายชื่อแบรนด์หรูหราติดไว้ มันก็ไม่คู่ควรที่จะอยู่ในมือของน้ำเพชร!
“ให้ขอห่อของขวัญเลยมั้ยคะ” อยู่ๆ ภรรยาเ้าของร้านก็เปลี่ยนใจขายให้เขาซะงั้น เธอคงเห็นว่ากรนอกจากจะเป็หนุ่มหล่อรวยและประสบความสำเร็จแล้ว เขายังเป็เ้านายที่มีน้ำใจมากๆ คนหนึ่งเลยทีเดียว
“ห๊ะ! เอ่อ ครับๆ รบกวนด้วยครับ” กรใที่อยู่ๆ ก็ได้มันมา ส่วนเื่ราคาไม่เป็ปัญหาสำหรับเขาอยู่แล้ว
ไม่กี่นาทีต่อมา กรก็เดินถือถุงกระดาษใบเล็กซึ่งมีกล่องดนตรีที่ประดับด้วยริบบิ้นสีสันสวยงาม เมื่อเขาถึงห้องทำงานในออฟฟิศเขารีบเอากล่องดนตรีใส่ลงในลิ้นชักด้านล่างของโต๊ะทำงาน แล้วเริ่มเคลียร์เอกสารที่ยังต้องตรวจทานก่อนจะลงลายเซ็นอีกหลายสิบแฟ้ม แต่ในใจก็รู้สึกดีที่กำลังจะได้เล่นบทซานต้าครอส
คืนนี้เป็อีกวันที่ยาวนานที่เต็มไปด้วยการประชุมฝ่ายออกแบบทัศนศิลป์ งานของไม่เคยยุ่งมากขนาดนี้ใน่เทศกาลวันหยุดมาก่อนเลย แต่อย่างน้อยเขาก็ทำรายได้ให้กับบริษัท เขาโทรหาน้ำเพชรและบอกให้เธอรู้ว่าให้เข้านอนเลยไม่ต้องอยู่เพื่อรอเขา เพราะเขายังมีเอกสารอีกมากมายที่รอการตรวจสอบ
หากแต่เธอกลับบอกเขาว่าไม่เป็ไร เพราะเธอกับเพื่อนสาวกำลังจะไปงานปาร์ตี้ของเอเจนซี่ที่เธอสังกัดอยู่ ทำให้กรรู้สึกหงุดหงิดที่เธอไม่ได้ชวนเขาไปปาร์ตี้ หรือไม่แม้จะบอกเขาก่อนล่วงหน้าสักนิด แต่ใจจริงแล้วเขาก็ไม่ได้อยากไปสักเท่าไหร่ ใครหละจะสนุกกับงานปาร์ตี้ที่มีแต่คนที่ไม่รู้จัก?
เมื่อเขาวางโทรศัพท์ เขาก็ตรวจสอบปฏิทินเพื่อดูตารางงานต่างๆ และพบว่าเขามีการประชุมอีกหลายครั้งจนน่าหงุดหงิด มันมากกว่า่เวลาปกติของทุกปี เขาพลาดดูการถ่ายทอดสดฟุตบอลนัดสำคัญไปหลายนัด นอกจากนี้เขายังไม่มีเวลาปลีกตัวเพื่อไปออกกำลังกายที่ SportsCenter แต่เขาก็สะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านแล้วกลับไปทำงานต่อ
******************************