ท่ามกลางเสียงทีวีที่เปิดคลอและเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังระงมแต่ก็ยังมีเสียงอื้ออึงที่ยังคงแทรกดังอยู่เป็นระยะๆ
“อื้ม~” เมื่อปากได้ผละออกจากกันไทม์ก็รีบโกยเอาอากาศเข้าปอดทันทีตั้งแต่กลับมาบ้านลูซี่ไม่ยอมปล่อยให้เขาได้เป็นอิสระเลยแม้แต่น้อย
มือสวยยกแตะที่แก้มขาวไล่วนเบาๆให้อีกคนจั๊กจี้เล่น “อย่าเกร็งมากนะคะ เดี๋ยวจะหมดแรงซะก่อนก่อนที่พี่จะทำโทษเรา”
ทาบริมฝีปากลงค่อยๆขยับไล่ละเมียดชิมริมฝีปากไปทีละนิดก่อนจะค่อยๆสอดใส่ลิ้นเรียวเข้าไปชิมความหวานที่อยู่ด้านใน
“อื้ม~”
มือเรียวกำจับเสื้อของอีกคนแน่นเพื่อระบายอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านก่อนที่เสื้อผ้าของคนทั้งสองจะค่อยๆถูกถอดออกทีละชิ้น
“เอาล่ะอย่าเกร็งมากนะคะ เดี๋ยวมันจะเจ็บ”
ลูซี่ดันตัวไทม์ให้นอนราบกับโซฟาก่อนจะยกตัวเองขึ้นคร่อมจับส่วนกลางสอดใส่ตัวเอง
“อื้อ!!!!”ความเสียวแล่นพล่านไปทั้งท้องน้อยไม่พอยังรู้สึกเจ็บแปลกๆ อีกรู้อยู่แล้วแหละว่าเรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องปกติของคนเป็นแฟนกันแต่เขาไม่เคยมีแฟนและพึ่งเคยทำเลยรู้สึกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก
ลูซี่ขยับตัวขึ้นลงค่อยๆเป็นไปตามจังหวะให้น้องชิน พอเห็นสีหน้าของเขาเริ่มผ่อนคลายลูซี่ก็เริ่มเร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆจนทำให้ไทม์เผลอร้องครางออกมา
“อ๊า~”
เสียงโซฟาดังเอี๊ยดอ๊าดตามจังหวะรักลูซี่ขยับสะโพกขึ้นลงเร่งจังหวะให้เร็วกว่าเดิมก่อนจะช่วงล่างจะบีบเกร็งแล้วปล่อยของเหลวสีขาวขุ่นออกมา
“อ่าส์~” เอื้อมมือไปเช็คดูเหมือนว่าจะเลอะเปื้อนไปหมดแล้ว
“เปื้อนหมดแล้วเอาไงต่อดีคะ” ไทม์พยายามลืมทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่มีแรงแทบจะเหลือเหลือบมองแฟนสาวก่อนจะยกยิ้ม “แล้วแต่พี่ลูซี่เลยครับวันนี้ผมให้พี่ลูซี่ลงโทษผมได้เต็มที่”
“พูดแล้วนะคะ”
“ครับ”
“งั้นพี่ไม่เกรงใจนะ”
เสียงนกร้องจากนอกหน้าต่างกับแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาจากด้านนอกให้ไทม์ต้องขยับตัวตื่นจากความง่วง
“โอย~”
ความปวดเมื่อยแล่นแปร๊บไปทั่วร่างปวดเมื่อยเสียจนจะลุกนั่งยังทำไม่ได้ ผงกหัวกวาดสายตามองไปรอบๆดูเหมือนว่าเมื่อคืนพวกเขานอนที่โซฟาสินะ ก็แหงล่ะจัดหนักกันซะขนาดนั้นคงจะมีแรงเดินขึ้นห้องหรอก
ควานหามือถือหยิบขี้นมาดูเวลานี่8 โมงแล้วหรอเนี่ย ไทม์หันไปสะกิดเบาๆ แฟนสาวที่นอนหนุนแขนให้เธอตื่น
“พี่ลูซี่ครับพี่ลูซี่-อ๊ะ” มือเรียวเอื้อมมากดศรีษะให้ประทับลงที่ริมฝีปาก
“มอนิ่งคิสค่ะ”มุมปากยกยิ้มอย่างพอใจก่อนจะกวาดแขนกอดแฟนหนุ่มพร้อมกับซุกหน้าลงที่อก
“อรุณสวัสดิ์ครับวันนี้พี่ลูซี่ต้องไปทำงานใล่มั้ยครับ”
“พี่ไม่อยากไปเลยค่ะอยากนอนกอดเราแบบนี้ทั้งวัน แล้วก็ทำแบบเมื่อคืน”
ไทม์ยกยิ้มมุมปากจุมพิตลงที่ริมฝีปากของแฟนสาว“ก็อยากจะให้นะครับแต่วันนี้ผมมีงาน พี่ลูซี่ก็มีงาน”
ได้ยินแบบนั้นลูซี่ก็เบะปากเล็กน้อยเหมือนที่ไทม์เคยทำบ่อยๆ“ก็ได้ค่ะ”
จัดการอาบน้ำแต่งตัวเตรียมที่จะไปทำงานจู่ๆสายตาก็เหลือบเห็นป้ายชื่อรับน้องของไทม์ที่แขวนอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งใกล้ๆมือสวยเอื้อมไปหยิบป้ายขึ้นมาดูให้ย้อนนึกถึงวันเก่าๆ ที่เคยผ่านมา
‘ขอโทษบ่อยไปแล้วนะ’
‘ขอโทษด้วยครับ’
‘อ๋อโอ๊ะ! ข้าวผัดกุ้ง ของโปรดผมเลย พี่ลูซี่ เอ๊ะ? อันนี้ซื้อให้หรอครับ’
‘ใช่ค่ะทั้งหมดนี่ของไทม์เลย’
‘ขอบคุณครับแล้ว…ของพี่ลูซี่ล่ะครับ อันไหนหรอ’
‘ของพี่ก็คนนี้ไงคะ’
‘ผมไม่เขินหรอกประโยคแค่นี้ทำอะไรผมไม่ได้หรอกนะ’
‘หืม?’
‘อย่างนี้ก็ยากแล้วน่ะสิสงสัยพี่ต้องหาวิธีทำให้ไทม์เขินใหม่แล้วล่ะมั้ง’
‘ง่ะ’
มุมปากยกยิ้มพอนึกถึงก็รู้สึกคิดถึงวันเก่าๆจะว่าไปพวกเขาก็ผ่านอะไรกันมาตั้งเยอะแยะทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี
แต่นั่นมันก็แค่อดีตต่อจากนี้เธอจะทำให้อนาคตต่อจากนีทั้งในส่วนของเขาและในส่วนของเธอมีแต่ความทรงจำดีๆและสร้างแต่เรื่องดีๆ ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เดินลงมายังชั้นล่างพบว่าไทม์แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว“คือในตู้เย็นมันไม่มีอะไรเลยน่ะครับ สงสัยคงต้องออกไปกินข้างนอก”
“งั้นก็…”
ยังไม่ทันพูดจบจู่ๆก็มีเสียงแจ้งเตือนจากมือถือเข้าทำให้เธอต้องหยิบออกมาเช็ค
Nunanni : อีก 10 นาทีรถจะไปรับนะคะ
“มีอะไรหรือเปล่าครับ”ไทม์เอ่ยถามเมื่อเห็นสีหน้าของแฟนสาวที่แปลกไป
“พี่ต้องไปทำงานแล้วล่ะค่ะคงไปกินข้าวกับเราไม่ได้แล้ว” ไทม์ยิ้มน้อยๆแต่ก็แอบเห็นว่าแววตาของเขาแอบบเสียดายอยู่ไม่น้อย
ลูซี่เดินไปหาก่อนจะเขย่งตัวจุมพิตที่ริมฝีปากเบาๆ“พี่สัญญาค่ะ พี่สัญญาว่าจะกลับบมากินข้าวกับบเรา เพราะฉะนั้นรอพี่หน่อยนะคะ”
“ครับผมจะรอ”
“เก่งมากค่ะต้องแบบนี้ถึงแฟนของพี่” เดินตามออกมาส่งที่หน้าบ้าน จถว่าไปรถมารับเร็วจังนะไม่อยากให้เธอไปเลยแฮะ
“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิคะเดี๋ยวพี่ก็ไม่ไปซะหรอก” มุมปากค่อยๆ ยกยิ้มส่ง “ก็ได้ครับ เดินทางปลอดภัยนะครับถึงแล้วอย่าลืมทักมานะครับ”
“ค่ะถึงแล้วพี่จะทักมานะคะ ไปก่อนนะคะ”
มองตามแผ่นหลังเล็กจนรถยนต์คันหรูค่อยๆขับเคลื่อนออกไปจากสายตา จู่ๆ ก็รู้สึกโหวงๆ ภายในใจแปลกๆแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่ตอนนี้ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีหม่น
“พายุกำลังจะมาหรอเนี่ยดูท่าจะแย่แล้วแฮะ”
เดินแวะซื้อของตามออเดอร์ตามที่จดเอาไว้ให้ครบเพราะวันนี้เขาต้องทำน้ำพริกกากหมูตามออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งเอาไว้
“นี่ไอ้ไทม์เขาสั่งมึงกี่ชุดหรอ” ติมเอ่ยถามขณะที่กำลังเช็คของตอนแรกเขากะว่าจะมาคนเดียวแต่ด้วยของที่มันค่อนข้างเยอะบวกกับติมมาที่บ้านพอดีเลยชวนมันมาช่วยซื้อของ
“ห้าร้อยชุดอ่ะ”
“โหเยอะนะเนี่ย แล้วส่งยังไง เขามารับรึเปล่า”
“เปล่าๆเขาให้ไปส่ง”
พอได้ยินติมก็ชะงักก่อนจะนึกคิด“มึง เอาที่อยู่มาให้กูดูหน่อย”
ไทม์งงกับสิ่งที่เพื่อนพูดแต่ก็ยื่นมือถือให้เขาดูอย่างงงๆติมรับมือถือมาเช็คแชททั้งหมดรวมถึงพิกัดที่ลูกค้าที่ว่า
teerapol : ขอสั่งน้ำพริกกากหมูหน่อยครับ
น้ำพริกกากหมูแม่ศร: รับกี่ถุงดีครับ
teerapol : 500 ถุงครับ
teerapol : พอดีจะนำไปจัดเลี้ยง
น้ำพริกกากหมูแม่ศร: ให้จัดส่งหรือรับเองครับ
teerapol : ส่งครับ
teerapol : แชร์โลเคชั่น
teerapol : ส่งที่นี่นะครับ
น้ำพริกกากหมูแม่ศร: ได้ครับ
น้ำพริกกากหมูแม่ศร: ทั้งหมด 20,100 บาทครับ
น้ำพริกกากหมูแม่ศร: ส่งรูปภาพ
teerapol : ส่งรูปภาพ
น้ำพริกกากหมูแม่ศร: ขอบคุณมากครับ
น้ำพริกกากหมูแม่ศร: เดี๋ยวทำเสร็จผมจะแจ้งอีกรอบนะครับ
teerapol : ขอบคุณครับ
“มึงมีอะไรหรอ” ไทม์สะกิดเพื่อนให้หลุดออกจากความคิด ติมส่ายหน้าตอบไปเบาๆ “ไม่มีเสร็จแล้วใช่มั้ย กลับบ้านกันเถอะ”
ติมส่งมือถือคืนให้เพื่อนแต่ไม่ลืมที่จะแอบบันทึกข้อมูลของลูกค้าปริศนาคนนั้นต่อให้เป็นลูกค้าก็เถอะ ยังไงก็ไม่อยากไว้ใจใครเพราะช่วงนี้พวกเขาเจอเรื่องหนักๆกันมามาก ไม่ว่าใครก็ไม่ปลอดภัย แม้แต่คนใกล้ตัวก็ตาม
กลับมาถึงบ้านก็ช่วยกันยกของก่อนจะเริ่มทำน้ำพริกขณะนั้นเองติมก็คอยช่วยเพื่อนอยู่ข้างๆ ถ้าให้เขาทำคนเดียวอีกนานคงเสร็จ
“เออมึงบูมไปไหนช่วงนี้ไม่เห็นมันเลย” ไทม์เอ่ยถามขณะที่กำลังยืนทำวัตถุดิบอยู่ในครัว
“ไม่รู้สิเออ มึงว่าช่วงนี้ไอบูมมันทำตัวแปลกๆ ป่ะ” ไทม์ขมวดคิ้มปม แปลกๆ หรอ ก็ไม่นะ“ไม่นะ ทำไมอ่ะ”
“เปล่าแค่ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นมันเลย”
“ไม่มีอะไรหรอกมันช่วยที่บ้านทำงานรึเปล่า”
“แต่ที่บ้านมันช่วงนี้ก็ไม่มีอะไรนะ”
หัวเราะออกมาเล็กน้อยให้กับความขี้ระแวงของเพื่อนคนนี้ก่อนจะปาถุงพลาสติกใส่เพื่อนด้วยความหมั่นเขี้ยว“มันไม่มีอะไรหรอกน่า เลิกคิดมากแล้วมาช่วยกันได้แล้ว”
“เออๆ”
หลังจากที่ทำออเดอร์เสร็จตอนนี้ก็เหลือเพียงกรอกใส่ถุงไทม์จัดเตรียมถุงสำหรับใส่น้ำพริกก่อนจะนั่งลงเพื่อจะกรอกน้ำพริกใส่ถุง
“นี่ไปหาไรกินกันมั้ย” ติมที่พึ่งอาบน้ำเสร็จเดินมาหย่อนตัวลงที่โซฟาด้านหลังไทม์กดเปิดหน้าจอเพื่อดูเวลาจะว่าไปตอนนี้ก็ 3 ทุ่มกว่าแล้ว
“อืมก็ได้ งั้นไปกินข้าวกัน”
“งั้นมึงก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดไปเดี๋ยวกูรอ”
“เคๆ”
ระหว่างรอเพื่อนชายอาบน้ำติมก็กวาดสายตามองรอบๆเพื่อฆ่าเวลาแต่จู่ๆ สายก้ดันไปเห็นอะไรบางอย่างที่ปลายโซฟาด้วยความสงสัยเขาขยับตัวไปดูแม้จะไม่ชัดมากแต่เขาก็เห็นได้ชัดเจนว่ามันคือคราบสีขาวขุ่น
จู่ๆสมองก็ดันไปคิดถึงเรื่องไม่ดี หรือว่า…
“ทำไรอ่ะติม”ไทม์ที่อาบน้ำเสร็จตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เดินมาถามเพื่อนชายที่หันมองเขาอย่างแปลกๆ“นี่มึง”
“ห๊ะ?”
“เมื่อคืนมึงกับพี่ลูซี่เอากันที่นี่หรอ”
ประโยคของติมทำเอาไทม์ถึงกับหน้าขึ้นสีก่อนจะวิ่งเข้าไปเขย่าคอเพื่อนที่ดันรู้ทัน“นี่มึงรู้ได้ไงห๊ะ?!!!! มึงแอบดูหรอ!!”
“โอ๊ยๆๆๆปล่อยกู~ กูเวียนหัว”
“ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีคนรู้เรื่องหน้าอายแบบนี้ฮือ~” ไทม์ยกมือกุมหัวทำหน้าหมดอาลัยตาอยากราวกับทุกอย่างจะจบสิ้น
“ทำหน้าอย่างนั้นเพื่ออายทำไม เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องปกติของคนเป็นแฟนกันนะเว้ย”
“ก็รู้แต่ว่า…”
“หยุดเครียดเลยนะนี้มันสมัยไหนแล้วฮะ เรื่องเซ็กส์เป็นเรื่องปกติของคู่รัก เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวคุยได้ปรึกษาได้ มีปัญหาอะไรจะได้ช่วยกัน เข้าใจมั้ย”
ไทม์ค่อยๆหันมองเพื่อนเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง “จริงเหรอ”
“เออเพราะฉะนั้นเลิกเครียดได้แล้ว”
“อือ”
ขับมอเตอร์ไซค์คันเดิมไปตามถนนตรงไปยังตลาดกลางคืนที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่นี่ขับมาถึงเทียบจอด ณ ที่จอดรถพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ที่นี่ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำมีร้านตั้งเยอะแยะให้นั่งรับประทานไปชมวิวแม่น้ำไปทำให้ในช่วงเย็นจนถึงกลางดึกมีผู้คนมาเดินเที่ยวที่นี้ไม่น้อยเลย
“อยากกินอะไร”
“หอยทอดมั้ย”
“ไปดิ”
นั่งลงที่โต๊ะริมแม่น้ำเพื่อให้สามารถมองวิวได้ชัด“ป้าครับ หอยทอดสองที่ครับ”
“จ้ารอสักครู่นะจ๊ะ”
ระหว่างนั่งรอก็หยิบมือถือเข้าแชทเพื่อทักหาแฟนสาวจะว่าไปตอนนี้เธอก็ยังไม่ทักมาหาเขาสักที สงสัยคงไม่ถึงไม่ก็ติดธุระอยู่มั้ง
time 00.00 : ถึงยังครับ
time 00.00 : ส่งสติ๊กเกอร์
นั่งจ้องมือถือรอข้อความจากคนอีกฝั่งนี่ก็ผ่านไปสิบนาทีจนหอยทอดมาแล้วลูซี่ก็ยังไม่ส่งข้อความมาสักที
“เป็นไรแฟนไม่ทักมาไง” ติมเอ่ยราวกับรู้อยู่แล้ว “เออดิ”
“จะเครียดทำไมเขาอาจจะหลับไม่ก็คุยธุระก็ได้”
“ก็รู้แต่…”
ขณะที่กำลังเป็นกังวลเป็นจังหวะเดียวกันที่มีข้อความส่งมาทันทีไทม์รีบกดเปิดหน้าจอ
Lucyxx: ขอโทษทีนะคะแบตมือถือพี่หมด
Lucyxx: แล้วพี่ก็พึ่งถึงด้วยค่ะรถติดมากแถมมีรถชนอีก กว่าจะถึงเล่นทำพี่เพลีเลยค่ะ
อ่านข้อความไปก็ยกยิ้มมุมปากอย่างน้อยแค่เธอโอเคเขาก็โล่งใจแล้ว
time 00.00 :งั้นก็พักผ่อนเยอะๆ นะครับ พรุ่งนี้จะได้มีแรงประชุม
Lucyxx: ค่ะไทม์ก็อย่านอนดึกนะคะ เดี๋ยวจะไม่ไหว
time 00.00 : ส่งสติ๊กเกอร์
time 00.00 :งั้นผมกินข้าวก่อนนะครับ ไว้เจอกันนะครับ
Lucyxx: ค่ะเจอกันค่ะ
คุยเสร็จก็เก็บมือถือลงกระเป๋ากางเกงแต่พอเงยหน้ามาก็ต้องชะงักเมื่อว่าเพื่อนชายกำลังนั่งจ้องเขาอยู่“มองไร”
“หมั่นไส้”
“เรื่อง?”
“เฮ้อ~ เบื่อคนมีความรักว่ะเห็นแล้วหมั่นไส้” ไทม์ยกขาเตะคนตรงหน้าเบาๆ ก่อนจะก้มลงตักหอยทอดเข้าปาก“อิจฉาก็หาสิ”
“โอ้โห~ ตั้งแต่คบกับพี่ลูซี่นี่ปากคอเราะร้ายนะเราเนี่ย”ไม่พูดเปล่าก็เอื้อมมือบิดแก้มไทม์เบาๆ “เจ็บ~”
“เลิกๆ กินๆ จะได้กลับบ้าน” กินข้าวไปจู่ๆก็นึกถึงเรื่องหนึ่ง “มึงถามไรอย่างดิ”
“ว่า”
“มึงกับพี่ฟาโรห์นี่-”
“เกลียด”ติมตอบทันควันโดยที่ไม่รอให้เขาได้ถามจนจบประโยค “เกลียดที่สุดเลย”
สีหน้าของติมบ่งบอกได้ชัดว่าเขาไม่ได้อยากพูดถึง“ขอโทษที”
“ไม่เป็นไรแค่นี้เองกินข้าวเถอะ”
“อืม”