แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ของตึกสูงระฟ้า เข้ามากระทบโต๊ะทำงานที่เคยเต็มไปด้วยเอกสารและสมุดบันทึกของมินตรา บัดนี้ โต๊ะตัวนั้นสะอาดสะอ้านและว่างเปล่าเกือบทั้งหมด คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะถูกส่งคืนแผนกเทคโนโลยีสารสนเทศไปเรียบร้อยแล้ว ทว่าการบอกลาสถานที่ทำงานที่เต็มไปด้วยความทรงจำแห่งนี้ไม่ได้เงียบเหงาและผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วอย่างที่มินตราคิดไว้ในใจ ในวินาทีที่เด็กสาวยกลังกระดาษใบเล็กขึ้นมากอดแนบอกและเตรียมจะก้าวเดินจากโต๊ะที่เคยเป็สถานที่แห่งความฝันและการเรียนรู้ก้าวแรกของเธอ เสียงของนนท์ก็ดังขึ้นเพื่อรั้งจังหวะการเดินของเธอไว้เสียก่อน ทำให้มินตราต้องวางกล่องกระดาษสัมภาระลงบนโต๊ะอีกครั้งเพื่อพูดคุยและร่ำลากันเป็ครั้งสุดท้าย
ตลอด่สัปดาห์สุดท้ายของการทำงานที่ผ่านมา มินตราได้เตรียมพร้อมสำหรับการจากลาครั้งนี้อย่างเป็ขั้นเป็ตอน หญิงสาวจัดทำไฟล์สรุปงาน รวบรวมรหัสผ่าน คู่มือการใช้เครื่องมือทางออนไลน์ และรายละเอียดแคมเปญทั้งหมดส่งมอบให้กับเพื่อนร่วมงานอย่างเป็ระบบ เพื่อไม่ให้ทิ้งภาระใด ๆ ไว้เื้ัหลังจากที่เธอเดินจากไป ความตั้งใจนี้ทำให้กระบวนการลาออกของเธอเป็ไปอย่างราบรื่นและไร้ข้อกังขาจากฝ่ายทรัพยากรบุคคล
“มินต์... งานตรงนี้เรียบร้อยหมดแล้วใช่ไหม?” นนท์เอ่ยถามขึ้นพลางเดินเข้ามาสมทบที่ข้างโต๊ะของเธอ ชายหนุ่มถือแท็บเล็ตที่เปิดไฟล์ส่งมอบงานค้างไว้ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเสียดายอย่างจริงใจ “มินต์ทำไฟล์ละเอียดมากเลยนะ ละเอียดจนนนท์รู้สึกเกรงใจเลยจริง ๆ”
มินตราหันไปส่งยิ้มอ่อนโยนให้เพื่อนร่วมงานรุ่นราวคราวเดียวกันที่คอยช่วยเหลือและเป็มิตรกับเธอมาโดยตลอด “เรียบร้อยหมดแล้วค่ะนนท์ มินต์ใส่รายละเอียดติดต่อของซัพพลายเออร์แต่ละเ้าไว้ให้ด้วย หากมีปัญหาตรงไหน นนท์สามารถติดต่อตามเบอร์นั้นได้ทันทีเลย หรือถ้าหาเอกสารตัวไหนไม่เจอจริง ๆ ก็ทักไลน์ส่วนตัวมาถามมินต์ได้ตลอดนะคะ ไม่ต้องเกรงใจเลย”
“ขอบคุณมินต์มากเลยนะ... นนท์ใจหายจริง ๆ ที่มินต์จะไปทำงานที่อื่นแล้ว ่ปีที่ผ่านมามินต์ช่วยนนท์ไว้เยอะมากเลย ทั้งโปรเจกต์ใหญ่โปรเจกต์ย่อย ถ้าไม่มีมินต์คอยช่วยตรวจสไลด์กับเตรียมข้อมูล นนท์คงโดนดุไปหลายรอบแล้ว” นนท์พูดเสียงอ้อมแอ้มเกือบจะหลุดคำว่าหัวหน้าแผนกออกมา แต่เขาชะงักคำพูดไว้ทันเพราะรู้ถึงความตึงเครียดบางอย่างที่เคยอบอวลอยู่ในแผนก ชายหนุ่มขยับแว่นสายตาเล็กน้อยพลางส่งยิ้มกว้าง “ไปอยู่ที่ทำงานใหม่แล้วก็ขอให้มินต์เจอเพื่อนร่วมงานดี ๆ หัวหน้าดี ๆ และมีความสุขมาก ๆ นะ”
“ขอบคุณมากนะคะนนท์ นนท์เองก็สู้ ๆ นะคะ มินต์เชื่อว่านนท์เป็คนเก่งและจะเติบโตในสายงานนี้ได้อย่างแน่นอน” มินตราเอ่ยตอบอย่างจริงใจ เธอรู้สึกซาบซึ้งในความปรารถนาดีของนนท์ที่ไร้พิษภัยและคอยมอบพลังบวกให้เธอเสมอมา
บรรยากาศใน่เช้าผ่านไปอย่างเรียบง่าย มินตราทยอยเดินไปกล่าวคำขอบคุณและร่ำลาพี่ ๆ ในแผนกคนอื่น ๆ ทุกคนต่างแสดงความเสียดายและมอบคำอวยพรอันอบอุ่นให้แก่เด็กสาวผู้ขยันขันแข็งและมีสัมมาคารวะเสมอมา มินตราเดินไปยังแผนกอื่น ๆ ที่เคยประสานงานด้วยเพื่อกล่าวคำร่ำลาและมอบขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อแทนคำขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา การกระทำของเธอสร้างความประทับใจให้แก่ผู้คนรอบข้าง และเป็การปิดฉากชีวิตการทำงานที่นี่อย่างงดงามและสง่างาม
เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึง่บ่ายแก่ ๆ เสียงดนตรีคลอเบา ๆ และกลิ่นหอมของขนมอบก็เริ่มอบอวลขึ้นในแผนกการตลาด เพื่อนร่วมงานต่างพากันจัดเตรียมพื้นที่บนโต๊ะประชุมกลางเพื่อจัดงานเลี้ยงส่งเล็ก ๆ ให้กับมินตราตามประเพณีของออฟฟิศ มีทั้งเค้กก้อนโตสีหวาน ขนมขบเคี้ยว และผลไม้สดจัดวางไว้อย่างน่ารับประทาน บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความผ่อนคลายและเสียงหัวเราะครึกครื้น
มินตราถูกรุ่นพี่ดึงตัวให้ไปยืนตรงกลางวงล้อม ทุกคนส่งยิ้มและพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางบรรยากาศอันชื่นมื่นนั้น แพรวเดินเข้ามาหาพร้อมกับยื่นกล่องของขวัญผูกโบสีพาสเทลชิ้นเล็กมาให้มินตรา ใบหน้าของรุ่นพี่สาวที่เคยเต็มไปด้วยความตึงเครียดและสายตาจับผิด บัดนี้กลับดูผ่อนคลายและมีรอยยิ้มที่กว้างกว่าปกติ
“พี่ให้อันนี้นะมินต์ ถือเป็ของขวัญต้อนรับการเริ่มต้นใหม่” แพรวเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ และเป็มิตรขึ้นอย่างชัดเจน แววตาของเธอไม่มีประกายความริษยาหรือสายตารังเกียจเฉกเช่นวันวานอีกต่อไป สำหรับแพรวแล้ว การที่มินตราลาออกไปทำงานที่อื่นย่อมหมายถึงการยุติความขัดแย้งและคลายความกังวลใจเื่ความสัมพันธ์ลับที่อาจจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของแผนก รวมถึงโอกาสในการเลื่อนขั้นของตัวเธอเองด้วย “พี่ขออวยพรให้มินต์โชคดีกับงานใหม่นะ มีอะไรให้พี่ช่วยแนะนำเื่งานก็ทักมาได้เสมอ”
“ขอบคุณพี่แพรวมากเลยนะคะสำหรับของขวัญและคำอวยพร มินต์ขอโทษด้วยนะคะหาก่เวลาที่ผ่านมามินต์ทำอะไรให้พี่แพรวไม่สบายใจ มินต์ขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำทุกอย่างค่ะ” มินตราสบตาแพรวพลางกล่าวด้วยความรู้สึกโล่งอก หญิงสาวไม่มีความโกรธเคืองใด ๆ หลงเหลืออยู่ในใจ มีเพียงความเข้าใจในสัจธรรมของชีวิตและโลกของการทำงานที่ทุกข์สุขล้วนผ่านมาแล้วผ่านไป การให้อภัยและการปล่อยวางทำให้หัวใจของเธอเบาสบายขึ้นอย่างน่าประหลาด
ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยและร่วมรับประทานขนมกันอย่างครื้นเครง เสียงเปิดประตูกระจกห้องทำงานส่วนตัวด้านในก็ดังขึ้น ร่างสูงใหญ่ของปกป้องก้าวเดินออกมาอย่างช้า ๆ ชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดพับแขนเสื้อขึ้นอย่างเรียบร้อย ท่าทางของเขาดูสุขุมเป็ผู้ใหญ่และสง่างามเช่นเคย ทว่าหากสังเกตให้ดีจะพบว่าแววตาคมกริบของเขานั้นซ่อนความหมองหม่นและรอยลึกแห่งความปวดร้าวไว้ภายในอย่างมิดชิด
ทันทีที่ผู้บริหารหนุ่มใหญ่อย่างปกป้องปรากฏตัว บรรยากาศรอบโต๊ะปาร์ตี้ก็เงียบเสียงลงเล็กน้อยด้วยความเคารพเกรงใจ พนักงานทุกคนต่างเปิดทางให้หัวหน้าแผนกเดินเข้ามายืนตรงหน้าของมินตรา
มินตราสบสายตามองร่างสูงที่ก้าวเข้ามาใกล้ หัวใจดวงน้อยกระตุกไหววูบหนึ่งอย่างห้ามไม่ได้ กลิ่นน้ำหอมโทนไม้ผสมกลิ่นยาสูบจาง ๆ อันเป็เอกลักษณ์เฉพาะตัวของปกป้องที่เธอเคยซุกซบและโหยหาลอยมาแตะจมูก ปลุกเร้าความทรงจำแสนหวานปนขมขื่นให้หลั่งไหลเข้ามาในห้วงความคิดชั่วขณะ หญิงสาวพยายามควบคุมลมหายใจและสีหน้าให้สงบนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ขอบคุณทุกคนมากนะครับที่จัดงานเลี้ยงส่งให้น้องมินตราในวันนี้” ปกป้องเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและกังวานราบเรียบอย่างเป็ทางการ ชายหนุ่มหันมาทอดสายตามองมินตราที่ยืนอยู่ตรงหน้า แววตาที่จ้องมองมานั้นนิ่งสงบ ทว่าสำหรับมินตราที่รู้ใจเขาดีที่สุดกลับอ่านพบกระแสความอาลัยอาวรณ์และความรักอันล้นเอ่อที่อัดแน่นอยู่เื้ัดวงตาคู่คมนั้น “ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา มินตราทำงานได้ดีมาก เป็พนักงานที่มีความตั้งใจ มีความรับผิดชอบ และสร้างสรรค์ผลงานที่ดีให้แก่แผนกการตลาดของเราเสมอมา การลาออกครั้งนี้ถือเป็เื่น่าเสียดายของบริษัท แต่ผมก็ยินดีสนับสนุนที่น้องมินตราเลือกจะก้าวไปเติบโตและท้าทายความสามารถของตัวเองในเส้นทางใหม่”
ปกป้องยื่นกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มหรูหราขนาดเล็กส่งให้มินตรา “ในฐานะหัวหน้าแผนก... ผมขอส่งมอบของขวัญชิ้นนี้เพื่อเป็กำลังใจและแทนคำอวยพรให้ประสบความสำเร็จในอนาคตครับ”
มินตราเอื้อมมือออกไปรับกล่องของขวัญชิ้นนั้น นิ้วมือเรียวบางััโดนปลายนิ้วหนาของปกป้องแ่เบา ััอุ่นร้อนที่แสนคุ้นเคยแล่นผ่านเข้าสู่หัวใจจนเธอสะท้านเยือกในอก ทั้งสองต่างชะงักไปชั่ววินาทีหนึ่งก่อนจะดึงมือกลับอย่างแเี มินตราค่อย ๆ เปิดกล่องออกดู ด้านในเป็ปากกาหมึกซึมแบรนด์หรูด้ามสีดำขลับขลิบทองที่ดูคลาสสิกและเรียบโก้ เหมาะสำหรับการใช้ทำงานในระดับมืออาชีพ
“ขอบคุณมากค่ะคุณปกป้อง... สำหรับโอกาสดี ๆ และคำสอนสั่งทุกอย่างที่คุณมีให้มินต์มาตลอดระยะเวลาที่ทำงานที่นี่ค่ะ” มินตราประนมมือไหว้อีกฝ่ายอย่างนอบน้อมและงดงาม ดวงตากลมโตสบประสานนิ่งกับดวงตาคมกริบของเขาเป็ครั้งสุดท้ายในฐานะหัวหน้าแผนกและลูกน้องต่อหน้าสาธารณชน “ปากกาด้ามนี้สวยมากค่ะ มินต์จะเก็บรักษาและใช้มันเพื่อตั้งใจทำงานใหม่ให้ดีที่สุดค่ะ”
“ยินดีครับ... ขอให้โชคดีและมีความสุขกับทุกการตัดสินใจนะ” ปกป้องกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าจาง ๆ แทบสังเกตไม่ได้ ชายหนุ่มส่งรอยยิ้มบางเบาให้เธอ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรู้สึกนับล้านคำที่ไม่อาจเอ่ยปากพูดออกมาได้ต่อหน้าใคร ทว่าสายตาของเขาที่สบประสานกับสายตาของเธอนั้นกวัดแกว่งลึกซึ้ง มันเป็การร่ำลา ความรู้สึกขอบคุณ และความเ็ปจากการที่ต้องปล่อยมือคนรักเพื่อให้เธอได้ไปใช้ชีวิตในหนทางที่ถูกต้องและดีงามอย่างแท้จริง
หลังจากนั้นปาร์ตี้ส่งท้ายก็ดำเนินต่อไปอีกระยะสั้น ๆ ทุกคนร่ำลาและขอถ่ายรูปคู่เก็บไว้เป็ที่ระลึก ก่อนที่ต่างคนจะแยกย้ายกลับไปทำงานของตนเองตามเดิมจนกระทั่งถึงเวลาเลิกงาน มินตราเดินกลับมาที่โต๊ะทำงานของเธออีกครั้งหลังจากงานเลี้ยงเลิกรา โต๊ะทำงานที่เคยอบอุ่นบัดนี้เหลือเพียงกล่องกระดาษบรรจุสัมภาระใบเดิมที่ตั้งรออยู่
เมื่อเข็มนาฬิกาบอกเวลาสิ้นสุดการทำงาน มินตราเอื้อมมือไปยกลังกระดาษใบเล็กขึ้นมากอดแนบอกอีกครั้ง สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความเข้มแข็งสุดท้ายของวัน เธอหมุนตัวก้าวเดินออกจากแผนกการตลาดอย่างเชื่องช้าทว่ามั่นคง
ขณะที่กำลังจะเดินผ่านประตูทางออกเพื่อตรงไปยังลิฟต์ มินตราอดไม่ได้ที่จะหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมามองภาพเื้ัอีกครั้ง ที่บริเวณหน้าประตูแผนกการตลาด ร่างสูงใหญ่ของปกป้องยืนสงบนิ่งอยู่ตรงนั้น ชายหนุ่มทอดมองตรงมาที่เธอ แววตาของเขายังคงเปี่ยมล้นไปด้วยอารมณ์รักและอาลัยอาวรณ์สุดซึ้ง ความหม่นหมองฉายชัดบนใบหน้าคมคายของชายวัยสี่สิบปีที่ต้องมองภาพเด็กสาวที่ตนแสนรักเดินลับหายไปจากชีวิตทีละก้าว
มินตรามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขาเป็ครั้งสุดท้าย น้ำตาใสเอ่อคลอดวงตากลมโตอย่างสุดจะกลั้น ทว่าเธอไม่ได้แสดงความอ่อนแอออกมา หญิงสาวคลี่ยิ้มกว้างขึ้นอย่างอ่อนโยนที่สุดและไม่มีการค้างคาใจใด ๆ มันเป็รอยยิ้มที่แสดงความขอบคุณสำหรับการดูแล ความรัก และทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเคยมอบให้ และเป็รอยยิ้มของการให้อภัยต่อความผิดพลาดและปมความสัมพันธ์ลับที่พวกเขาได้ข้ามเส้นศีลธรรมร่วมกันมา
มินตราหันหลังกลับอย่างเด็ดเดี่ยว ก้าวเดินเข้าสู่ลิฟต์ที่เพิ่งเปิดออก ประตูกระจกบานใหญ่ของออฟฟิศและภาพร่างของปกป้องค่อย ๆ ถูกบดบังและปิดลงพร้อมกับบานประตูลิฟต์ที่เคลื่อนตัวปิดสนิท
การจากลาเสร็จสิ้นลงแล้วโดยสมบูรณ์ บัดนี้ มินตราได้ก้าวข้ามออกมาจากโลกแห่งเงามืดที่แสนอึดอัดใจ เพื่อเริ่มต้นก้าวเดินชีวิตใหม่บนหนทางที่สว่างไสวและถูกต้องของตัวเธอเอง