บทนำ
บทนำ
ข้าไม่รู้ว่าตัวเองกำลังอยู่ที่ใด ตามเนื้อตัวมีแต่กลิ่นคาวคละคลุ้ง ได้ยินเสียงสตรีหลายนางต่างส่งเสียงเซ็งแซกันวุ่นไปทุกทิศ ฟังแล้วไม่เป็ภาษา
ใช่! ไม่เป็ภาษา นี่มันภาษาใด
หาใช่ภาษาชาวอยุธยาเราแม้นแต่น้อย? อึดอัดนักนี่มันที่ใด ไยถึงเมือกๆ เหนียวๆ?
พยายามถางตาให้เปิดแต่ไร้สามารถ ก่อนท้ายทอยตนจะถูกมือปริศนาจับดึงไปทางด้านนอก นี่มันเกิดสิ่งใดขึ้นตนผู้ที่กำลังจะถูกบั่นหัวออกจากคอ ไยแทนที่จะเป็ดาบสับเข้าปลิดชีพ แต่กลับเป็มือปริศนานี่ได้?
เกิดเหตุอะไรขึ้นกันแน่?
มือเล็กป้อมพยายามยกขึ้นเปะปะ เมื่อััได้ถึงแสงอันรำไร ดวงตาน้อยค่อยๆเปิดออกก่อนจะต้องใกับสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า
ไยมือของตนถึงย่อส่วนจนเล็กจ้อยปานนี้ คุณพระศรีฯ เกิดสิ่งใดขึ้นกับไอ้หิน? ปากน้อยพยายามร้องถามแต่สิ่งที่ออกมากลับยิ่งทำได้ชายฉกรรจ์ในร่างทารกแทบลมจับ หวาดหวั่นยิ่งกว่าการณ์ก่อนที่ตนกำลังถูกบั่นหัวเสียอีก
“แอ้ แอ้ ”ก็ด้วยเสียงที่ตนเปล่งออกมาไยราวกับลิ้มจุกคอหอยเช่นนี้
เกิดเหตุวิปริตใดกับกูกัน?
ยังไม่ทันได้คิดสิ่งใดอีก หัวก็แทบหมุนแคว้งเมื่อร่างถูกสตรีนางหนึ่งจับไปทางใดก็สุดรู้ หลงทิศหลงทางจนทารกน้อยมึนหัวต้องหลับตาตั้งสติสมาธิ แต่กลับยิ่งทำให้ประจักว่าทารกน้อยร่างนี้คงไม่แข็งแรงเท่าไหร่นัก ร่างกายจึงปราศจากเรี่ยวแรงปานนี้ แม้อยากลืมตาอีกครั้งยังทำได้ยากยิ่ง
หรือนี่จะเป็มโนฝัน? หรือว่าตนสิ้นชีพ แล้วกลับชาติมาเกิดใหม่? แต่หากเป็ดั่งว่าจริงแล้วไยถึงยังจำเื่ราวทุกสิ่งได้แจ่มชัดเช่นนี้
คิดไปคิ้วน้อยที่ยังขึ้นไม่เต็มที่ก็ขมวดหมุน เจ็บแน่นหน้าอกราวกับถูกสิ่งใดบีบรัดเมื่อทนไม่ได้อีกต่อไปเสียงเล็กแหลมแหบแห้งก็ร่ำไห้ อ้อแอ้ออกมา
“ไปตามหมอมาเร็ว คุณชายท่าจะอาการแย่ลง”เสียงแหบชราของหมอตำแยบอก มองทารกน้อยผอมแห้งผิวคล้ำเขียวด้วยความเวทนา ที่น่าเวทนายิ่งกว่าคงหนีไม่พ้นฮูหยินของผู้ได้ชื่อว่าเ้าแห่งยุทธภพ แต่เหนือสิ่งอื่นใดหน้าที่ของนางคือเป็หมอตำแยทำคลอดให้สตรีในพรรคแห่งนี้เท่านั้น
มือหยาบกร้านของสตรีผู้ร่วงโรยจากวัยสาว นำผ้าขาวผืนบางคลุมใบหน้าให้กับนางผู้โชคร้ายต้องตกมาเป็เครื่องมือให้กำเนิดทายาทของหลิ่งหยางหลงหัวหน้าพรรคัสุริยันแห่งนี้
พรรคที่ฉากหน้าไม่ต่างจากพ่อพระเดินดิน แต่ฉากหลังอาจยิ่งกว่าที่นางกำลังทำอยู่ในตอนนี้อีกหลายเท่าผู้ใดเล่าจะล่วงรู้ได้?
ในตลาดเจ้อไช่มีตรอกแห่งหนึ่งอันเป็แหล่งรวมที่อโคจร ไม่ว่าจะเป็บ่อน หอนางโลม โรงเตี้ยมซึ่งรับเพียงชาวยุทธเข้าพักค้างแรมเท่านั้น เสียงดนตรีบรรเลงเพลงพิณ คละเคล้าไปตามอารมณ์การเอื้อนเอ่ยของนักเล่านิทานพเนจรผู้หนึ่งที่ยากนักจะมีผ่านเข้ามายังซินเจียงแห่งนี้
“ในครั้งา าของสี่ดินแดนต่างปะทุราวกับลาวาไหล่พล่านไปทั่วทั้งสี่ดินแดน พร่าผลาญทุกชีวิตอันบริสุทธิ์ บนพื้นปฐี ใต้พื้นพสุธา บนท้องนภา วินาศสิ้นด้วยศึกระหว่างดินแดน
เพื่อ่ชิงความเป็ใหญ่!
นำมาซึ่งความสูญเสียของเหล่าประชาราชผู้บริสุทธิ์ เกิดยุคเข็ญไปทั่วทุกสารทิศ ทุกดินแดน ทุกเสียงร่ำไห้ด้วยความหิวโหย ทุกเสียงอ้อนวอนต่อดินฟ้า ทุกเสียงสาปแช่งคั่งแค้น กลั่นรวมเป็จิติญญาแห่งความปรารถนาอันแรงกล้า ส่งขึ้นไปถึงสรวง์อันเป็ที่อยู่ของมหาเทพทั้งปวง นำมาซึ่งการปรากฏของอาวุธวิเศษสี่ชิ้น”เว้นวรรคให้เหล่าชาวยุทธในโรงเตี้ยมได้ร่วมลุ้น มือเรียวผอมจนเห็นข้อกระดูก จึงยกถ้วยน้ำชาขึ้นกลั้วคอพอลดทอนความกระหายแล้วเสียงอันชวนน่าสดับฟังจึงเล่าต่อ
“ได้แก่ดาบคู่เพลิงว่ารีแห่งแดนอสูร กระบี่เกล็ดัหิมะแดนเซียน ขลุ่ยหยกหมื่นิญญาแดนปรโลก และแดนมนุษย์ อาวุธวิเศษที่หากผู้ใดได้ แม้อยากเป็เ้ายุทธภพยังนับว่ามักน้อยไป‘ดาบหมื่นพิษ’ ของวิเศษทั้งสี่ต่างทะยานลงมาจากท้องนภากระจ่ายไปยังแดนต่างๆ
เพื่อแฟ้นหาเ้าของผู้ที่์กำหนดให้เป็วีรบุรุษ ผู้ซึ่งจะร่วมกันกำราบาสี่ดินแดนให้มอดม้วยหายไปสิ้น นำความผาสุกกลับมาให้แก่ดินแดนของตนอีกครั้ง หลังเสร็จสิ้นศึกสี่ดินแดนไร้ซึ่งเพลิงาของวิเศษทั้งสี่ต่างก็อันตรธานหายไปดั่งไร้ร่องรอยพร้อมกับผู้เป็นาย
กระทั่งมาถึงยุคต่อๆมากว่าหลายร้อยปีสี่อาวุธวิเศษก็ยังไร้การปรากฏตัว ไม่แน่ว่าผู้ที่นั่งอยู่ข้างๆท่านอาจมีอาวุธชิ้นใดชิ้นหนึ่งอยู่ในก็เป็ได้ ผู้ใดจะรู้?ใช่หรือไม่เฒ่าแก่”
“ไอ้หยา!ซี้ซั้วนะ จะมีได้ยังไงนิทานก็คือนิทานวันยังค่ำ”เสียงเห็นด้วยเซ็งแซเมื่อเื่ที่นักเล่านิทานเล่ามานั้น นับว่าเป็เื่ราวที่เล่าขานต่อๆกันมา ฟังแล้วไร้ซึ่งแก่นสารจะเชื่อถือได้ด้วยผ่านมาเป็ร้อยๆปีเช่นนี้ไม่รู้เปลี่ยนจากเค้าเดิมไปมากน้อยเท่าไหร่แล้ว
ร่างๆหนึ่งผู้นั่งอยู่บนชั้นสอง มือจับตะเกียบคีบเนื้อหมูย่างเข้าปาก ก่อนมีบุรุษแต่งกายรัดกุมท่าทางเหมือนองครักษ์นายหนึ่งเดินเข้ามากระซิบบางอย่างข้างหู
“คุณชายปลอดภัย แต่ฮูหยินสิ้นลมแล้วขอรับ”
************************
ปล.พึ่งเคยเขียนนิยายจีนเป็เื่แรก สำนวนคำพูดผิดพลาด ผิดเพี้ยนยังไงแจ้งกล่าวบอกกันได้นะคะ